Category: วัฒนธรรม

  • เปิดภาพ ‘เสือ’ เลือดร้อน การรวมตัวของ ‘4 ซูเปอร์สตาร์’ มากฝีมือ – แนวหน้า

    เปิดภาพ ‘เสือ’ เลือดร้อน การรวมตัวของ ‘4 ซูเปอร์สตาร์’ มากฝีมือ – แนวหน้า

    สหมงคลฟิล์มฯ” ปล่อยภาพแรกของ “เสือ” (4 Tigers) ภาพยนตร์แอ็กชันไทยฟอร์มใหญ่แห่งปีที่จะย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดของ “สี่เสือในตำนาน” แห่ง “จักรวาลขุนพันธ์” อย่าง “เสือฝ้าย” (เวียร์ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/916508&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10M_MaOmOB44yL3uQLb8Gf

  • กิจกรรมยกย่องครูผู้ทำคุณประโยชน์ทางการศึกษา ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    กิจกรรมยกย่องครูผู้ทำคุณประโยชน์ทางการศึกษา ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมโรงแรมมรกต ทวิน อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดโครงการ “พัฒนาชีวิต ยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ทำคุณประโยชน์ทางการศึกษา” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 โดยมี ดร.ศักดิ์สิทธิ์ แร่ทอง ผู้อำนวยการ สพป.ชุมพร เขต 1 คณะครู และบุคลากรในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก

    โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคลากรทางการศึกษาที่อุทิศตน เสียสละ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติทั้งสิ้น 35 คน แบ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา 4 คน ครูในสถานศึกษา 21 คน ลูกจ้างประจำ 8 คน และบุคลากรตามมาตรา 38 ค.(2) อีก 2 คน กิจกรรมประกอบด้วยพิธีทางศาสนา การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ได้รับการยกย่องจากรองผู้ว่าราชการจังหวัด

    ด้าน ดร.ศักดิ์สิทธิ์ แร่ทอง กล่าวว่าการจัดโครงการครั้งนี้นอกจากเป็นการแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่การศึกษาแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

    เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชุมพร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1332208&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KWq_xbkr5pujOQVyTx3SJ

  • แนวทาง “แยกกันเดินร่วมกันตี” ของรัฐบาลอนุทิน-ทหาร จะจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ไหม – BBC News ไทย

    แนวทาง “แยกกันเดินร่วมกันตี” ของรัฐบาลอนุทิน-ทหาร จะจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ไหม – BBC News ไทย

    แนวทาง “แยกกันเดินร่วมกันตี” ของรัฐบาลอนุทิน-ทหาร จะจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ได้หรือไม่

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

      • Author, ปวีณา นิลบุตร
      • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

    “วันนี้แยกกันเดินร่วมกันตี… ทหารก็คิดยุทธศาสตร์ไป รัฐบาลก็ต้องหาวิธีที่ต้องกดดัน” นายอนุทิน ชาญวีรกุล กล่าวเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ในงานแถลงผลการศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 67

    แม้นายอนุทินจะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่เขาก็ได้เอ่ยถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาแล้วหลายครั้ง โดยมีเนื้อหาแปลความได้ว่ารัฐบาลจะมอบหมายให้ทหารเป็นผู้นำในด้านยุทธศาสตร์ และฝ่ายไทยที่ “ได้เปรียบทุกประตู ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านแสนยานุภาพ” จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กัมพูชา

    “ดังนั้นถ้าเราได้เปรียบแบบนี้ แล้วจะให้ไปเจรจาแล้วแบบผมยอมก่อน คุณทำอย่างนี้ก่อนได้ไหม ผมคิดว่าพวกพี่ [ผบ.เหล่าทัพ] ที่นั่งในห้องนี้กับผม สะกดคำพวกนี้ไม่เป็น” นายอนุทิน ระบุในงาน วปอ.

    นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายกฯ คนที่ 32 ก็ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า พื้นที่ชายแดนที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง อยู่ในเขตกฎอัยการศึก จึงเป็นอำนาจการตัดสินใจของแม่ทัพภาคที่ 2 โดยตรง และแม่ทัพก็สามารถ “ใช้ดุลยพินิจของการทหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเหลียวหลัง” เพราะรัฐบาลพร้อมที่จะ “ให้ไฟเขียวผ่านตลอด”

    เอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ยังระบุถึงแนวทางการแก้ปัญหาชายแดนด้วยว่า จะให้มีการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจให้ความเห็นต่อการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างไทย-กัมพูชา ปี 2543 และ 2544

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ทั้งนี้ นายอนุทินย้ำด้วยว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่จะคืนอำนาจให้ประชาชนภายหลังการแถลงนโยบายสี่เดือน ในห้วงเวลาที่สั้นเช่นนี้ เราคาดหวังอะไรได้บ้างจากการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาของนายกฯ คนที่ 32 บีบีซีไทย หาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และนักวิชาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความเข้าใจเรื่องไทย-กัมพูชา

    คำพูดของนายกฯ ต่อเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา มีนัยอย่างไร ?

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับบีบีซีไทยว่า คำพูดบางคำของนายอนุทิน เรื่องการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น “มีความน่ากังวล” เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง

    “ผมคิดว่าคำพูดบางอย่างส่งสัญญาณอยู่พอสมควร คำพูดที่หลายคนฟังแล้วอาจจะตกใจ คือให้ทหารไปคิดยุทธศาสตร์ เหมือนกับส่งสัญญาณว่ารัฐบาลผลักปัญหากัมพูชาทั้งหมดไปฝากอนาคตไว้กับฝ่ายทหารหรือกับกองทัพ ถ้ามองบริบททางยุทธศาสตร์ รัฐบาลเองอาจต้องทำความเข้าใจว่า การคิดยุทธศาสตร์เป็นอำนาจของรัฐบาล” ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ กล่าว

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงรายนี้ บอกด้วยว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นปัญหาที่มีหลายโจทย์ โดยสามารถแบ่งออกมาเป็น 6 ขอบเขต ได้แก่ ด้านการทหาร, ด้านการเมือง, ด้านการทูต, ด้านโซเชียลมีเดีย, ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม

    ดังนั้นคำพูดของนายอนุทิน ที่บอกว่ารัฐบาลมอบให้กองทัพเป็นผู้นำคิดยุทธศาสตร์ จึงถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะด้านเดียว จากทั้งหมด 6 ด้านข้างต้น ตามทัศนะของ ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ

    “รัฐบาลที่เข้ามาใหม่อาจจะต้องนั่งลงเพื่อมองภาพมหาภาคของปัญหาความขัดแย้ง” เขา ระบุ

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ระบุว่า พื้นที่ชายแดนที่กลับมาตึงเครียดอยู่ในเขตกฎอัยการศึก และ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สามารถ “ใช้ดุลยพินิจของการทหารได้อย่างเต็มที่”

    ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ ยกตัวอย่างอีกคำพูดที่ถูกกล่าวบนเวที วปอ. ของนายอนุทิน ที่อาจมีนัยทางการเมือง เช่นคำว่า “แยกกันเดินร่วมกันตี” ซึ่ง “เป็นภาษาฝ่ายซ้ายเก่า” หรืออาจตีความได้ว่า รัฐบาลจะให้ทหารทำงานในส่วนความมั่นคงไป และรัฐบาลก็จะทำด้านอื่น เพื่อมารวมกันจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

    ทว่า คำเหล่านี้เป็นเพียงข้อกำหนดทิศทางการแก้ปัญหา (directive) แต่สิ่งที่หน่วยงานราชการต้องการคือข้อคำสั่งเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติ และการสร้างยุทธศาสตร์ทางออก (exit strategy) เพื่อพาประเทศออกจากปัญหา ตามทัศนะของ ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ

    ด้าน ดร.ดิกบี เจมส์ เวรน นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อดีตนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Deakin ในประเทศออสเตรเลีย ตั้งข้อสังเกตกับบีบีซีไทยว่า คำพูดของนายอนุทินที่ดูยอมมอบอำนาจให้กับทหารนั้น อาจเป็นเพราะความคิดที่ว่า หากรัฐบาลพลเรือนใดก็ตาม แม้จะเป็นพรรคอนุรักษนิยมอย่างพรรคภูมิใจไทย ก็อาจสามารถถูกล้มลงได้ถ้าไม่ยอมประนีประนอมกับทหาร

    “แน่นอนว่าการมีนายกฯ ที่เป็นฝั่งอนุรักษนิยม และเห็นพ้องต้องกันกับฝ่ายรอยัลลิสต์และกองทัพ ก็จะทำให้นายกฯ กับทหารมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อย่างไรก็ตาม หากกองทัพเกิดไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลขึ้นมา เราก็รู้ดีกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น” ดร.ดิกบี ระบุ

    เขากล่าวต่อไปว่าคำพูดของนายกฯ เป็นการ “เพิ่มอำนาจในมือของ พล.ท.บุญสิน” แม่ทัพภาคที่ 2 และเมื่อ “กองทัพกุมอำนาจ” ก็จะเกิดปัญหาตามมา

    “รัฐบาลจะพยายามแสดงภาพว่ารัฐบาลมีอำนาจควบคุมและกองทัพก็อยู่ใต้รัฐบาล แต่เราก็รู้กันดีว่าท้ายที่สุดแล้วก็จะเป็นกองทัพที่มีสิทธิในการตัดสินใจ [ในเรื่องเกี่ยวกับชายแดน]” ดร.ดิกบี กล่าว

    แก้ปัญหาชายแดนด้วยตัวละครเดิม ๆ จะได้ผลแค่ไหน ?

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ปัจจุบันเป็น รมว.กระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลนายอนุทิน เขาเคยเป็น รมช.กระทรวงกลาโหม ในยุคนายกฯ แพทองธาร

    ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ อธิบายว่า การสร้างยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชายแดนจำเป็นต้องมีความร่วมมือกันของ “จตุรัสความมั่นคงไทย” ซึ่งประกอบไปด้วย นายกรัฐมนตรี, รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง, รมว.กระทรวงกลาโหม, รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทว่าเมื่อมองดูโฉมหน้าของผู้ที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวใน ครม. ของนายอนุทิน ก็จะเห็น “ตัวละครเดิม ๆ” จากสมัยยุคนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เช่น

    • พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีต รมช.กระทรวงกลาโหม ในยุคนายกฯ แพทองธาร ปัจจุบันรับตำแหน่ง รมว.กระทรวงกลาโหม
    • นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ยังคงตำแหน่งเดิมต่อจากยุคนายกฯ แพทองธาร
    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตผู้ช่วย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ สมัยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ปัจจุบันเป็น รมว.กระทรวงการต่างประเทศ

    นั่นทำให้ ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ กล่าวว่าความคาดหวังต่อการแก้ปัญหาเรื่องชายแดนของรัฐบาลนี้ “จะมากหรือน้อย ไม่กล้าตอบตรง ๆ” เพราะขึ้นอยู่กับว่า “นายกฯ มีความคิดมิติใหม่ที่จะขับเคลื่อนทิศทางในการแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน” เพราะมีอย่างน้อยสามตัวละครที่มาจาก “ระบบข้าราชการเก่า”

    อีกข้อท้าทายสำคัญของรัฐบาลนายอนุทิน ตามทัศนะของนักวิชารายนี้คือ “ทำยังไงที่รัฐบาลจะผลักดันให้กลไกความมั่นคงไทยทั้งระบบสามารถเดินแบบสอดประสานรับกัน ภายใต้การควบคุมกำกับในเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล”

    คำบรรยายภาพ, ดร.ดิกบี เจมส์ เวรน นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย้ำว่าการให้กองทัพไทยมีอำนาจเหนือรัฐบาลพลเรือนย่อมจะทำให้มีปัญหาตามมา

    ขณะที่ ดร.ดิกบี บอกกับบีบีซีไทยว่า ปัญหาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอาจจะยังมีอยู่บ้าง แต่ก็จะไม่ปะทุความรุนแรง และอาจสงบลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากว่าการปะทะที่เกิดขึ้นอาจมีปัจจัยมาจาก “ความตรึงเครียดของการเมืองภายในประเทศไทย”

    “ชนชั้นนำทางการเมือง เช่นกลุ่มรอยัลลิสต์ ฝ่ายอนุรักษนิยม และตระกูลชินวัตร อาจมีกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากการมีปัญหาบริเวณชายแดนที่เกิดขึ้น เพราะมันช่วยให้พวกเขาได้ควบคุมการเมืองภายในประเทศ” ดร.ดิกบี กล่าว

    เขาเสริมด้วยว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนได้กลายมาเป็นแนวโน้ม (trend) ที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มการเมืองในประเทศไทย

    “ผมคาดว่าทุกอย่างจะเริ่มสงบลงเมื่อรัฐบาลไทยเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นและรวบรวมอำนาจได้ และได้ไล่ตระกูลชินวัตรออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายทุกอย่างจะเผยออกมา และเรื่องชายแดนจะเงียบสงบลงไปเอง ผมคาดว่าเราจะได้เห็นสิ่งนี้ในอีกราวหกเดือนข้างหน้า” ดร.ดิกบี แสดงทัศนะ

    กระแสชาตินิยม ใครคุม-ใครได้ประโยชน์ ?

    ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ ระบุว่า ตั้งแต่เกิดการปะทะบริเวณชายแดนระหว่างทหารไทยและกัมพูชาตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา กระแสชาตินิยมในไทยก็พุ่งสูงขึ้นโดยทันที และส่วนหนึ่งก็มาจากสื่อ

    “บทบาททั้งสื่อไทยและกัมพูชาอาจจะไม่ค่อยต่างกัน แม้หลายฝ่ายจะเชื่อว่าระดับทางสังคมของสังคมไทยสูงกว่า และน่าจะทำให้สื่อไทยอยู่ในลักษณะที่มีวุฒิภาวะมากกว่า แต่ผมคิดว่าวันนี้เห็นชัดว่าเรากำลังเผชิญกับการปลุกกระแสที่ไม่หยุด” เขากล่าว

    นักวิชาการด้านความมั่นคงผู้นี้อธิบายด้วยว่า ในเวลาที่กระแสชาตินิยม “ถูกผลักดันหรือปั่นง่าย ๆ” รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ก็ควร “ระมัดระวังที่จะไม่เอาตัวเองเข้าไปติดกับดักกระแสสื่อแบบนี้” ไม่เช่นนั้น รัฐบาลก็อาจ “ถูกบังคับให้คิดและเดินภายใต้กรอบคิดแบบชาตินิยม” ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่มากขึ้น

    นอกจากนี้ กระแสชาตินิยมยังเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ความรุนแรงชายแดน “ลดระดับลงไม่ได้” หรือ “ล่อแหลมที่จะนำไปสู่การใช้กำลัง” โดยผลกระทบที่จะตามมาหากเป็นเช่นนั้น คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

    “เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นหนึ่งในส่วนที่ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย พูดง่าย ๆ ในระยะยาวเราทิ้งการค้าชายแดนพวกนี้ไม่ได้ เราไม่สามารถที่จะบอกว่าเราปล่อยความขัดแย้งตรงนี้คารังคาซังไปเรื่อยโดยที่ไม่สนใจเศรษฐกิจชายแดน สินค้าผ่านแดนทั้งหลาย รวมถึงสินค้าที่เข้าไปในตลาดใหญ่อย่างกัมพูชาได้” นักวิชาการด้านความมั่นคงรายนี้ระบุ

    เขาย้ำด้วยว่า ถ้านักการเมืองคิดปั่นกระแสชาตินิยม นั่นก็จะเป็นเพียงการตอบโจทย์ระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อทำแล้วผลจะเป็นลบกับรัฐบาลเสียมากกว่า

    “ถ้ากระแสชาตินิยมขยายตัวกลายเป็นความขัดแย้งถึงขั้นกลับมาสู่การใช้กำลังรอบใหม่ รัฐบาล[ของนายอนุทิน]ก็จะถูกกระแสบีบไม่ต่างกับรัฐบาลแพทองธาร” และนั่นอาจทำให้ใครก็ตาม “ไม่กล้าเล่นกับกระแสชาตินิยมเต็มตัว เพราะมันเป็นความเสี่ยงที่ล่อแหลมกับคะแนนทางการเมือง” ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ กล่าวกับบีบีซีไทย

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    ขณะที่ ดร.ดิกบี ตั้งข้อสังเกตว่ากระแสชาตินิยมจะเป็นผลดีอย่างมากต่อพรรคที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศและเศรษฐกิจไทย

    “การปั่นกระแสชาตินิยมของผู้คน ในขณะที่ประเทศไม่ได้มีภัยทางการทหาร หรือปัญหาเศรษฐกิจอันใหญ่หลวงอย่างแท้จริง ก็ชัดเจนว่าเป็นการใช้กระแสชาตินิยมเป็นเครื่องมือ… มันจะมีผลต่อผลการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยจะเป็นผลดีต่อกลุ่มรอยัลลิสต์ อนุรักษนิยม และกองทัพ แต่จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ และไทยก็มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจอยู่แล้ว”

    นักวิชาการจากออสเตรเลียเสริมด้วยว่า ความขัดแย้งที่ไม่ถึงขั้นเป็น “วิกฤตที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่ (existential crisis)” แต่เกิดขึ้น “ในพื้นที่ที่เล็กมากเพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตรตรงชายแดน” ก็แสดงให้เราเห็นว่าการปั่นกระแสชาตินิยม “ล้วนแต่เป็นการชักจูงล้วน ๆ มันแทบจะไม่มีข้ออ้างอื่นใดเลยนอกเสียจากการทำเพื่อมุ่งหวังทางการเมือง และมันไม่ใช่เพื่อเป้าหมายด้านอาณาเขตดินแดนเลย” ดร. ดิกบี กล่าว

    ข้อควรระวัง “ประชามติยกเลิก MoU 43 และ 44”

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    แต่ ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ กล่าวเตือนว่ากระแสที่เรียกร้องให้มีการยกเลิก MoU 2543 และ 2544 อาจเกิดมาจากกระแสชาตินิยม และขาดความเข้าใจต่อข้อตกลงสองฉบับนี้อย่างแท้จริง

    “ถ้าใครมีโอกาสได้อ่านเอกสารทั้งสองฉบับ จะทราบว่าทั้งสองฉบับไม่มีอะไรมากกว่าการเป็นกรอบของการเจรจาเมื่อประเทศทั้งสองฝ่ายเกิดข้อพิพาทขึ้น หรือเป็นข้อกำหนดว่าในข้อพิพาทชายแดนที่เกิดขึ้นนั้น อะไรคือเอกสารและหลักฐานที่จะใช้ เอกสารทั้งสองฉบับนี้ไม่ได้มีนัยที่บ่งบอกว่าใครเสียเปรียบใคร” ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ อธิบาย

    เขาเสริมว่า การที่รัฐบาลตัดสินใจทำประชามติอาจเป็นเพราะแรงกดดันจากสังคม แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่ควร

    “รัฐบาลอาจต้องคิดเรื่องนี้มากขึ้น อย่าไหลไปกับกระแสอนุรักษนิยมที่ต้องการให้ยกเลิกสิ่งนี้ทั้งหมด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลยกเลิก MoU 43 และ 44 ทางออกที่เป็นประโยชน์จะตกแก่ฝ่ายกัมพูชา” เพราะ MoU 2543 และ 2544 ระบุไว้ว่าเมื่อเกิดปัญหา ไม่อนุญาตให้สร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติม และให้หยุดทุกอย่างอยู่กับที่

    อย่างไรก็ตาม ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ ย้ำด้วยว่าแม้รัฐบาลจะมีอายุสั้น แต่ก็มีหน้าที่วางแผนการยุทธศาสตร์และคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนให้ได้ไม่ต่างกับรัฐบาลอื่น ๆ

    “รัฐบาลไม่ว่าหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน หรือสี่เดือน หรือสี่เดือนบวก เมื่อรับสถานการณ์เป็นรัฐบาล มันมีภาระหน้าที่หลักคือการคลี่คลายสถานการณ์ คงไม่ได้มากไม่ได้น้อยกว่านั้น หรือจะวางกรอบที่จะคลี่คลายความขัดแย้งต่อไปอย่างไรในอนาคต” ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ กล่าว

    ขณะที่ ดร.ดิกบี แสดงทัศนะว่าอำนาจในการจัดการปัญหาชายแดนของไทย มักขึ้นอยู่กับฝ่ายอนุรักษนิยม และรอยัลลิสต์ และนั่นเป็นสิ่งที่ “จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป” แต่จะทำให้รัฐบาลของนายอนุทิน ที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมสามารถคลี่คลายปัญหาชายแดนได้ส่วนหนึ่ง

    “ทุกสิ่งอย่างจะราบรื่น [กว่าสมัยรัฐบาลแพทองธาร] ปัญหาจะหายไปทันตาเห็นและนั่นจะทำให้รัฐบาลดูดี เพราะสังคมจะพูดว่า ว้าว รัฐบาลนี้แก้ปัญหาได้และเจรจาสำเร็จ” ดร.ดิกบี กล่าวสรุป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cewn8ykl1nzo.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wjb28oLfnKvHmgUbvCESI

  • IFXIT แกะเครื่อง iPhone 17 Pro เพื่อศึกษาระบบจัดการความร้อน และการซ่อมแซมการทำงานของตัวเครื่อง

    IFXIT แกะเครื่อง iPhone 17 Pro เพื่อศึกษาระบบจัดการความร้อน และการซ่อมแซมการทำงานของตัวเครื่อง

    ช่องยูทูป IFXIT ได้ทำการแกะ iPhone 17 Pro เพื่อดูเกี่ยวกับการจัดการความร้อนแบบใหม่และกระบวนการซ่อมที่ปรับปรุงการใช้งาน iPhone 17 Pro

    ชมวิดีโอเต็มของ iFixit เพื่อดูการทำงานของระบบระบายความร้อนแบบใหม่อย่าง Vapor chamber และการทดลองการขีดข่วน

    ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ Vapor Chamber

    IFXIT ได้แกะ iPhone 17 Pro เพื่อดูส่วนประกอบภายในตัวเครื่อง สิ่งที่น่าสนใจคือ ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor chamber ที่เป็นระบบใหม่มาช่วยกระจายความร้อนจากชิป A19 Pro ที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง ให้กระจายทั่วกรอบอะลูมิเนียมแทน

    การเปลี่ยนวัสดุในการติดแบตเตอรี่

    IFXIT กล่าวว่า ถ้า Apple ขายแบตเตอรี่สำหรับเปลี่ยนในรูปแบบถาด iPhone รุ่นใหม่นี้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องกาวในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ของ iPhone 17 Pro จะยึดติดกับถาดแบตเตอรี่ ทำให้เชื่อมติดกับกรอบอะลูมิเนียมของตัวเครื่อง ผ่านสกรู Torx Plus (หัวสกูรูปดาวหกแฉก ทำให้เพิ่มความแข็งแรงให้การยึดติดอึปกรณ์)

    ทดสอบและเปรียบเทียบความร้อน

    การเปรียบเทียบโดยกล้องสแกนความร้อนระหว่าง iPhone 16 Pro Max กับ iPhone 17 Pro Max ทำให้เห็นว่า iPhone 17 Pro Max มีอุณหภูมิที่เย็นกว่า 4 องศา โดยไม่เกิดการ Throttle (เร่งการทำงานเครื่อง)

    ทดสอบการขีดข่วน

    ทดสอบการขีดข่วนบนกรอบอะลูมิเนียมของ iPhone 17 Pro และพบว่าบริเวณรอบกล้องเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดรอยขีดข่วนง่าย โดย David Niebuhr จาก Cal Poly ให้ข้อมูลว่า ความเสียหายแบบนี้เรียกว่า “Spalling” (การที่วัสดุแข็ว ลอก แตก บิ่น ออกมาเป้นชิ้นเล็กชิ้นน้อย)

    ความสามารถในการซ่อมแซม

    ดีไซน์ของ iPhone 17 Pro ทำให้ซ่อมยากกว่าโมเดลรุ่นก่อน เพราะไม่ใช้ดีไซน์แบบ Dual-Entry (ในบริบทนี้ หมายถึงการประกอบของตัวเครื่อง ที่มีส่วนหน้าจอ และตัวเครื่องประกบกัน) เหมือนรุ่นก่อน ที่จะช่วยให้ซ่อมได้จากด้านหน้าหรือด้านหลัง การเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างพอร์ต USB-C ต้องถอดสกรูมากถึง 22 ตัว

    จากผลการทดสอบ IFXIT ให้คะแนนความง่ายในการซ่อมแซมอยู่ที่ 7/10 โดย Apple ได้เตรียมคู่มือการซ่อมวันแรก และให้ความใส่ใจในการออกแบบเป็นอย่างดี

    ที่มา: MacRumors, IFIXIT

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.iphonemod.net/iphone-17-pro-teardown-reveals-apples-new-approach-to-thermal-management-and-repairs.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S05vyopuQA7p4iYYJTAdE

  • ป.ป.ช.ฟันกราวรูด จนท.-เอกชน คดีงบแปรญัตติ ซื้อครุภัณฑ์ 158 ร.ร.

    ป.ป.ช.ฟันกราวรูด จนท.-เอกชน คดีงบแปรญัตติ ซื้อครุภัณฑ์ 158 ร.ร.

    การเมือง

    26 ก.ย. 2025 เวลา 10:20 น.

    ป.ป.ช.ชี้มูลกราวรูด จนท.รัฐ-เอกชน 4 แห่ง คดีงบแปรญัตติ สำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 3 เพชรบูรณ์ จัดซื้อครุภัณฑ์ให้โรงเรียน 158 แห่ง

    • ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนในคดีทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ด้วยงบแปรญัตติปี 2556 ให้กับโรงเรียน 158 แห่งในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
    • พบพฤติการณ์บังคับให้โรงเรียนจัดซื้อจากบริษัทที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และมีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างบริษัทเอกชนในการเสนอราคา (ฮั้วประมูล)
    • คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง แต่ผู้ถูกกล่าวหาหลักบางรายเสียชีวิต บริษัทล้มละลาย และบางข้อหาขาดอายุความ

    เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดพิษณุโลก นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 แถลงข่าว “ผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่” โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567 – 24 ก.ย.2568 

    โดยมีคดีที่น่าสนใจจาก สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำอุตรดิตถ์ จำนวน 1 เรื่อง กรณีกล่าวหา นายสมศักดิ์ หรือนายพชร ศรีรักษา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ กับพวก ร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีอนุมัติและจัดซื้อครุภัณฑ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 (งบแปรญัตติ) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3

    โดยในการเลือกและจัดซื้อครุภัณฑ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 (งบแปรญัตติ) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 ในครั้งนี้ของโรงเรียนทั้ง 158 แห่ง เป็นการเลือกและจัดซื้อตามที่ถูกนายสมศักดิ์ ศรีรักษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ และนายสมนึก พันธุ์วงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบึงสามพัน บังคับให้จัดซื้อกับผู้ขายที่นายสมนึก พันธุ์วงศ์ ได้ประสานงานติดต่อไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว และแต่ละโรงเรียนก็ได้ดำเนินการสอบราคาซื้อจนได้ผู้ชนะการสอบราคาตามที่บุคคลทั้งสองได้กำหนดให้แต่ละโรงเรียนไปดำเนินการก่อนหน้านั้น

    โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งประกอบไปด้วย บริษัท เอสทีดี โซลูชั่น จำกัด (มีนายประชา ขันติศิริ เป็นกรรมการของบริษัท) บริษัท ไฮเทค เอดดูเคชั่น จำกัด (มีนายพยงค์ เกลี้ยงสอาด เป็นกรรมการของบริษัท) บริษัท เพชรนาโน จำกัด (มีนางสาวสายพิน แซ่โล้ว เป็นกรรมการของบริษัท) และบริษัท นิวสกาย กรุ๊ป จำกัด (มีนางสาวเสาวลักษณ์ จันทร์สุข เป็นกรรมการของบริษัท) ได้มีการสมรู้ร่วมคิดกับนายสมนึก พันธุ์วงศ์ มาตั้งแต่ขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งขั้นตอนในการจัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ความขาดแคลนและเลือกรายการครุภัณฑ์ที่จะจัดซื้อ ตลอดจนขั้นตอนการเข้าเสนอราคาจัดซื้อสื่อของโรงเรียนทั้ง 158 แห่ง

    โดยมีการตกลงร่วมกันให้บริษัท เอสทีดี โซลูชั่น จำกัด และบริษัท ไฮเทค เอดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา ส่วนบริษัท เพชรนาโน จำกัด และบริษัท นิวสกายกรุ๊ป จำกัด จะทำหน้าที่เป็นบริษัทคู่สอบราคา เพื่อให้ดูเสมือนว่าได้มีการจัดซื้อสื่อโดยโปร่งใสและมีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงได้มีการตกลงกันมาอยู่ก่อนแล้วว่าจะให้บริษัทใดเป็นผู้ชนะการสอบราคา 

    คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

    1.การกระทำของ นายสมศักดิ์ หรือนายพชร ศรีรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้ถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจดำเนินการไต่สวน เพื่อดำเนินคดีอาญา หรือดำเนินการทางวินัยต่อไปได้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 57 จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

    2.การกระทำของ นายสมนึก พันธุ์วงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 25๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 7 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 7 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญา ในความผิดฐานนี้ และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 84 วรรคสาม และมาตรา 85 วรรคสอง

    3.บริษัท เอสทีดี โซลูชั่น จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีสถานะล้มละลาย โดยศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ ล.1575/2565 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 และบริษัท ไฮเทค เอดดูเคชั่น จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีสถานะล้มละลาย โดยศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ ล.2947/2564 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

    4.การกระทำของ นายประชา ขันติศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายพยงค์ เกลี้ยงสอาด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 บริษัท เพชรนาโน จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นางสาวสายพิน แซ่โล้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 และนางสาวเสาวลักษณ์  จันทร์สุข ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 7 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91

    แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 7 และมาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1200522&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DLeYzcAv3MZGL1EyvZjpw

  • ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม ข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

    ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ข่าวการศึกษา 26 ก.ย. 2568 (11:01 น.) เปิดอ่าน : 1,642 ครั้ง

    Advertisement

    Advertisement

    ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


    ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

    ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 

    [ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

    ฿74 – ฿1,153

    https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


    ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    Advertisement

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    “รมว.นฤมล” ย้ำ เดินหน้าแก้หนี้ครู ผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาฯ ปรับระบบวิทยฐานะ เพิ่มตำแหน่ง พร้อมขอให้เน้นวิชาประวัติศาสตร์ มอง เด็กควรเข้าใจหน้าที่พลเมืองไทย

    เปิดอ่าน 377 ☕ 26 ก.ย. 2568

    “วรัท” ยอมรับหลักสูตรอบรมลูกเสือล้าสมัย สลช. เร่งปรับปรุงให้โดนใจวัยโจ๋

    เปิดอ่าน 360 ☕ 25 ก.ย. 2568

    ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการงดหักชำระหนี้เงินกู้บำเหน็จค้ำประกัน

    ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการงดหักชำระหนี้เงินกู้บำเหน็จค้ำประกัน

    เปิดอ่าน 418 ☕ 25 ก.ย. 2568

    สพฐ.มั่นใจนักเรียน 118 เขตได้ใช้แท็บเล็ต Anywhere Anytime ตามกำหนดเวลา

    สพฐ.มั่นใจนักเรียน 118 เขตได้ใช้แท็บเล็ต Anywhere Anytime ตามกำหนดเวลา

    เปิดอ่าน 572 ☕ 23 ก.ย. 2568

    บอร์ดปฐมวัย ดันวาระแห่งชาติ 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม รู้ทันภัยเงียบ

    บอร์ดปฐมวัย ดันวาระแห่งชาติ 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม รู้ทันภัยเงียบ “งดใช้จอ ก่อน 2 ขวบ” สร้างเด็กคุณภาพในยุคดิจิทัล

    เปิดอ่าน 495 ☕ 23 ก.ย. 2568

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    มินาโมโตะ ชิซุกะ : ตัวละครจากการ์ตูนโดราเอมอน

    มินาโมโตะ ชิซุกะ : ตัวละครจากการ์ตูนโดราเอมอน

    เปิดอ่าน 43,361 ครั้ง

    อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า

    อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า

    เปิดอ่าน 121,169 ครั้ง

    จำนวนข้าราชการครูจำแนกตามระดับวิทยฐานะ

    จำนวนข้าราชการครูจำแนกตามระดับวิทยฐานะ

    เปิดอ่าน 69,755 ครั้ง

    บริษัทรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรกจ้างแล้วคุ้มจริงไหม เลือกเจ้าไหนดี?

    บริษัทรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรกจ้างแล้วคุ้มจริงไหม เลือกเจ้าไหนดี?

    เปิดอ่าน 214 ครั้ง

    “โซเชียล เน็ตเวิร์ก” ช่วยพัฒนาการเรียนการสอน

    เปิดอ่าน 60,424 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • ใบประกอบวิชาชีพครู
  • สอบ NETSAT คืออะไร
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • เรียน TGAT Online
  • สอบ ACT คืออะไร
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  

    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ


    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ


    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม


    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง


    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา


    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.

    Design by : kroobannok.com

    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 096-7158383

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
     
         

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/92983&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CRsO7dGzsGHxIKTNlnN6R

  • เคล็ดลับชะลอวัยสมอง! งานวิจัยชี้แค่เปลี่ยน ‘ไลฟ์สไตล์’ อาจทำให้สมองเด็กลงได้ถึง 8 ปี

    เคล็ดลับชะลอวัยสมอง! งานวิจัยชี้แค่เปลี่ยน ‘ไลฟ์สไตล์’ อาจทำให้สมองเด็กลงได้ถึง 8 ปี

    เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนในวัยเดียวกันถึงยังดูสดใสและมีความคิดที่เฉียบคมกว่า? คำตอบอาจไม่ได้ซับซ้อนหรือไกลตัวอย่างที่คิด งานวิจัยชิ้นใหม่จากมหาวิทยาลัยฟลอริดาได้ให้คำตอบที่น่าทึ่งว่า กุญแจสำคัญอาจซ่อนอยู่ในพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรานี่เอง โดยพบว่านิสัยเชิงบวกไม่เพียงแต่ช่วยชะลอวัยให้สมอง แต่ยังสามารถรีเซ็ตอายุทางชีวภาพของสมองให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงได้มากถึง 8 ปีเลยทีเดียว

    งานวิจัยชิ้นนี้ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Brain Communications ได้ติดตามผู้ใหญ่วัยกลางคนและผู้สูงอายุจำนวน 128 คน เป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีภาวะปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักเผชิญกับความเครียดสูง

    ทีมนักวิจัยได้นำเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ามาใช้ โดยใช้เครื่องสแกน MRI ร่วมกับอัลกอริทึมของ Machine Learning เพื่อประเมินสิ่งที่เรียกว่า ‘อายุสมอง’ จากนั้นนำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับอายุจริงตามปฏิทินของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ‘ช่องว่างอายุสมอง’ (Brain Age Gap) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพสมองโดยรวมที่ทรงประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นผลกระทบที่ซับซ้อนจากประสบการณ์ชีวิต ความเครียด และความเจ็บปวดที่มีต่อสมองทั้งหมด ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง

    Jared Tanner, Ph.D., หนึ่งในทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่า 

    สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง คุณสามารถเรียนรู้ที่จะรับรู้ความเครียดในรูปแบบที่แตกต่างออกไปได้ การนอนหลับที่ไม่ดีสามารถรักษาได้ง่ายมาก การมองโลกในแง่ดีก็สามารถฝึกฝนได้

    ปัจจัยเร่งแก่ VS ปัจจัยชะลอวัยสมอง

    ผลการวิเคราะห์เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าปัจจัยเชิงลบ เช่น อาการปวดเรื้อรัง, รายได้น้อย, การศึกษาน้อย หรือความเสี่ยงทางสังคมอื่น ๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับสมองที่ดูแก่กว่าวัย แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญคือ ‘ปัจจัยปกป้อง (Protective Factors)’ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทุกคนสร้างได้ ได้แก่

    • การนอนหลับที่ฟื้นฟูร่างกาย (Restorative Sleep): ไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมง แต่คือคุณภาพการนอนที่ทำให้ร่างกายและสมองได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่
    • การมองโลกในแง่ดี (Optimism): ทัศนคติเชิงบวกและการรับมือกับปัญหา
    • การจัดการความเครียด (Stress Management): ความสามารถในการรับมือและผ่อนคลายความเครียด
    • การมีสังคมที่เกื้อกูล (Social Support): ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
    • การรักษาน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพและการหลีกเลี่ยงยาสูบ

    สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผู้เข้าร่วมวิจัยที่รายงานว่ามีปัจจัยปกป้องเหล่านี้มากที่สุด มีสมองที่อ่อนกว่าอายุจริงถึง 8 ปีตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษา! และเมื่อติดตามผลต่อไปอีก 2 ปี สมองของพวกเขาก็ยังคงมีอัตราการเสื่อมที่ช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด

    ไลฟ์สไตล์คือยาชั้นดี

    Kimberly Sibille, Ph.D., ผู้เขียนอาวุโสของรายงาน กล่าวสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า 

    สารที่ต้องการสื่อนั้นสอดคล้องกันในทุกการศึกษาของเรา พฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดที่ลดลงและการทำงานของร่างกายที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังดูเหมือนว่าจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพในลักษณะที่เพิ่มพูนขึ้นในระดับที่มีความหมาย

    แม้ว่างานวิจัยนี้จะเน้นศึกษาในกลุ่มผู้มีอาการปวดเรื้อรัง แต่ข้อสรุปที่ได้น่าจะสามารถนำไปปรับใช้กับประชากรทั่วไปได้เช่นกัน มันคือการตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ‘ไลฟ์สไตล์คือยา (Lifestyle is medicine)’ ซึ่งกำลังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการแพทย์

    ‘พูดตามตรง สำหรับทุก ๆ ปัจจัยส่งเสริมสุขภาพที่เพิ่มขึ้น มีหลักฐานของประโยชน์ทางชีววิทยาของระบบประสาท ผลการวิจัยของเรารองรับหลักฐานที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าไลฟ์สไตล์คือยา’ Kimberly Sibille กล่าวเสริม

    ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณกำลังเลือกระหว่างการนอนดึกเพื่อดูซีรีส์ต่อ กับการเข้าสู่ห้วงนิทราที่เต็มอิ่ม หรือการจมอยู่กับความเครียด กับการลุกขึ้นไปพูดคุยกับเพื่อนสนิท ขอให้ระลึกไว้ว่าทุกการตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ กำลังส่งผลต่อ ‘อายุสมอง’ ของคุณโดยตรง และการเลือกทางที่ถูกต้อง อาจหมายถึงการมอบของขวัญเป็นสมองที่อ่อนเยาว์และเฉียบคมไปได้อีกหลายปี

    ที่มา: neurosciencenews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/saucy-thoughts/healthy-habits-make-brain-8-years-younger&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tOQn2aVb51wZUD3u8Wv5-

  • “วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน

    “วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน

    “วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน มั่นใจ แถลงนโยบายรัฐบาลไร้ปัญหา ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ มาช่วยงาน

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม ในช่วงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หรือกฎหมายอากาศสะอาดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า เป็นความรับผิดชอบของสส. ที่จะต้องมาร่วมประชุมให้ครบองค์ประชุม หากไม่ครบ สภาฯต้องปิดประชุม ส่วนตัวยังเชื่อว่า ต่อไปไม่น่าจะมีปัญหา ต้องใช้เวลาสักพัก ทุกอย่างก็มักเป็นเช่นนี้ ฝ่ายหนึ่งอยากเสนอญัตติที่เกี่ยวกับปัญหาถนนทรุดที่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลขึ้นมาอภิปรายก่อน แต่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดก็สำคัญ ดังนั้นเมื่อมีการพูดคุยแล้วก็มีการแสดงความเห็นไม่พอใจออกมา แต่ผลเสียคือสภาฯต้องปิดก่อน ภาพของสภาฯเสีย แต่ถือว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะ คงไม่เกิดขึ้นทุกวัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทุกสมัยประชุม ก็อาจมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมบ้าง เชื่อว่าน่าจะปรับได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านแตกออกเป็น2ฝั่งจะให้งานสภาฯเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่า อยู่ระหว่างการปรับตัว เชื่อว่า คงปรับตัวได้ เพราะเคยทำงานร่วมกัน

    มั่นใจแถลงนโยบายไร้ปัญหา

    เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า เรื่องความเห็นต่าง จะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ในที่สุดสภาฯเป็นของสมาชิกทุกคน ไม่น่าจะต้องมีปัญหา สักพักคงปรับตัวกันได้ เมื่อถามย้ำว่า ต่างฝ่ายต่างโทษกันเอง ใครต้องรับผิดชอบ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากดำเนินการประชุมไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน เมื่อถามอีกว่าในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา หากองค์ประชุมไม่ครบจะทำอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า แล้วแต่ที่ประชุม ขึ้นอยู่กับกติกา แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาในวันดังกล่าว เพราะประชาชนติดตามฟังกันอยู่ทั่วประเทศ คงไม่น่ามีปัญหาในเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ เพราะนโยบายเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแถลง ประชาชนทั่วประเทศรอฟังอยู่

    ปัดตอบตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน

    เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดเป็นเพราะพรรคประชาชนไปสนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นความเห็นที่แตกต่าง เป็นเรื่องธรรมดา เราจะไปบังคับใครไม่ได้ ส่วนกรณีที่เลขานุการประธานรัฐสภา ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอตัว ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือผู้กองแคท นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ กรมการปกครอง มาช่วยราชการที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรณีพิเศษนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนรีบเดินเข้าลิฟต์ไปทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2885326&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xNkrnuZ4rNbV1j2x_GXrI

  • ‘กรมการศาสนา’ ถวายทุนการศึกษา ‘พระภิกษุสามเณร’ สอบบาลีได้ป.ธ.3-8 | เดลินิวส์

    ‘กรมการศาสนา’ ถวายทุนการศึกษา ‘พระภิกษุสามเณร’ สอบบาลีได้ป.ธ.3-8 | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5150654/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iJFtyysydr9U_b_sTwF6t

  • กะโหลกศีรษะอายุหนึ่งล้านปี อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของมนุษย์ – BBC News ไทย

    กะโหลกศีรษะอายุหนึ่งล้านปี อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของมนุษย์ – BBC News ไทย

    นักวิทยาศาสตร์เผยผลวิเคราะห์กะโหลกศีรษะอายุหนึ่งล้านปี ซึ่งอาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของมนุษย์

    ที่มาของภาพ, BBC News

    คำบรรยายภาพ, แบบจำลองกะโหลกศีรษะที่มีอายุหนึ่งล้านปี แต่มีลักษณะบางประการที่คล้ายกับมนุษย์ในสมัยใหม่
      • Author, พัลลภ โกศ
      • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
      • X, @BBCPallab

    กะโหลกศีรษะมนุษย์อายุหนึ่งล้านปีที่ถูกพบในจีนบ่งชี้ว่าสายพันธุ์ “โฮโมเซเปียนส์” (Homo sapiens) ของมนุษย์เราเริ่มปรากฏเร็วกว่าที่เคยคิดไว้อย่างน้อย ๆ ครึ่งล้านปี จากคำกล่าวอ้างของนักวิจัยในรายงานการศึกษาชิ้นใหม่

    พวกเขายังระบุอีกว่ากะโหลกชิ้นนี้บ่งบอกว่าเราเคยอยู่ร่วมกันกับสายพันธุ์พี่น้องอย่าง “นีแอนเดอร์ทัล” (neanderthals) มานานกว่าที่เราเคยเชื่อกันมาก

    นักวิทยาศาสตร์กล่าวอ้างว่าการวิเคราะห์ของพวกเขาเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการมนุษย์ “ไปอย่างสิ้นเชิง” และหากผลวิเคราะห์นี้ถูกต้อง มันจะเปลี่ยนจารึกทางประวัติศาสตร์ในช่วงยุคเริ่มต้นของเราไปเลย

    แต่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ในสายงานนี้ ซึ่งเป็นสายงานที่เต็มไปด้วยข้อโต้แย้งเรื่องการถือกำเนิดของพวกเราบนโลก ระบุว่าข้อสรุปของการศึกษาชิ้นใหม่นี้มีความเป็นไปได้ แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าแน่นอน

    การค้นพบดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสาร “Science” ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำฉบับหนึ่งของโลก และเป็นการค้นพบที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ทีมนักวิจัยที่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในจีนและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Natural History Museum) แห่งสหราชอาณาจักร

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “ตั้งแต่แรก ๆ ที่เราได้ผลลัพธ์ออกมา เราคิดว่ามันช่างไม่น่าเชื่อ มันอยู่ในอดีตมานานขนาดนี้ได้ยังไง” ศ.สีจุน หนี่ จากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการวิเคราะห์ผลระบุ

    “แต่เราทดสอบซ้ำกับทุกตัวอย่างครั้งแล้วครั้งเล่า โดยใช้ทุกวิธีการแล้ว ตอนนี้เรามั่นใจกับผลลัพธ์และเราก็ตื่นเต้นกับมันมากจริง ๆ”

    ที่มาของภาพ, Fudan University

    คำบรรยายภาพ, กะโหลกดังกล่าวถูกค้นพบโดยทีมชาวจีนในมณฑลหูเป่ย (Hubei) ทางตอนกลางของจีน โดยชาวจีนกลุ่มนี้ได้นำมันไปเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ต่าง ๆ ของมนุษย์

    กะโหลกชิ้นนี้มีนามว่า “หยุนเซียน 2” (Yunxian 2) เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบมัน แรกเริ่มเลยพวกเขาสันนิษฐานว่ามันเป็นของบรรพบุรุษในยุคเริ่มต้นของเราที่เรียกว่า “โฮโม อีเร็กตัส” (Homo erectus) ซึ่งเป็นมนุษย์สายพันธุ์แรกที่มีสมองขนาดใหญ่ โดยกะโหลกชิ้นนี้มีอายุราวหนึ่งล้านปี เนิ่นนานก่อนช่วงเวลาที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ว่ามนุษย์สายพันธุ์ที่ก้าวหน้ากว่านี้ได้ถือกำเนิดขึ้น

    โฮโม อีเร็กตัส คือสายพันธุ์ที่ในที่สุดแล้วได้วิวัฒนาการแตกแขนงออกเป็น “นีแอนเดอร์ทัล” และสายพันธุ์ของเรา “โฮโมเซเปียนส์” ในช่วง 600,000 ปีที่ผ่านมา

    ทว่าการวิเคราะห์หัวกะโหลกหยุนเซียน 2 ครั้งใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระจากทีมวิจัยแล้วนั้น บ่งชี้ว่านี่ไม่ใช่กะโหลกศีรษะของโฮโม อีเร็กตัส

    ปัจจุบันเป็นที่เชื่อกันว่านี่คือกะโหลกของต้นตระกูล “โฮโมหลงจี” (Homo longi) หรือ “มนุษย์มังกร” (‘หลง’ ในภาษาจีนแปลว่ามังกร) ซึ่งเป็นสายพันธุ์พี่น้องที่มีวิวัฒนาการในระดับเดียวกันกับนีแอนเดอร์ทัลและโฮโมเซเปียนส์

    หลักฐานทางพันธุกรรมบ่งชี้ให้เห็นว่าโฮโมหลงจีใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับอีกสองสายพันธุ์ข้างต้น ดังนั้น หากหยุนเซียน 2 เคยเดินอยู่บนโลกนี้เมื่อหนึ่งล้านปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าต้นตระกูลของนีแอนเดอร์ทัลและสายพันธุ์ของมนุษย์ยุคปัจจุบันก็อาจเคยใช้ชีวิตบนโลกในช่วงเวลานั้นเช่นกัน

    ศ.คริส สตริงเกอร์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติของสหราชอาณาจักร ผู้ร่วมนำการวิจัยครั้งนี้ระบุว่า การวิเคราะห์ครั้งสำคัญนี้ได้เปลี่ยนลำดับช่วงเวลาในวิวัฒนาการของมนุษย์ที่มีสมองขนาดใหญ่ย้อนกลับไปอย่างน้อยครึ่งล้านปี

    เขายังบอกด้วยว่ามีแนวโน้มที่จะมีซากดึกดำบรรพ์ของโฮโมเซเปียนส์ที่มีอายุหลักล้านปีอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ แต่เรายังหามันไม่พบ

    ที่มาของภาพ, Fudan University

    คำบรรยายภาพ, กะโหลกสีขาวคือกะโหลกของจริงซึ่งมีสภาพบิดเบี้ยว ขณะที่กะโหลกสีเทาคือแบบจำลองที่ผ่านการใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขรูปทรงให้ถูกต้องแล้ว

    ทั้งนี้ มีสองวิธีในการระบุสายพันธุ์ของมนุษย์ในยุคแรก ๆ และคำนวณว่าพวกเขาใช้ชีวิตอยู่บนโลกในช่วงเวลาไหน นั่นคือการวิเคราะห์จากรูปทรงของกะโหลกศีรษะ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม กรณีของหยุนเซียน 2 นักวิจัยใช้ทั้งสองวิธีในการวิเคราะห์ และทั้งสองวิธีก็ให้ข้อสรุปเดียวกัน

    แต่นักวิจัยรายอื่น ๆ อย่างเช่น ดร.เอลวิน สกัลลี นักพันธุศาสตร์วิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ระบุว่า ทั้งสองวิธียังมีความไม่แน่นอนอยู่อย่างมาก

    “เราต้องไม่สรุปแน่ชัดเกี่ยวกับการคาดการณ์ช่วงเวลา เพราะมันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะคาดการณ์ไม่ว่าคุณจะพิจารณาจากหลักฐานอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางพันธุกรรมหรือจากซากฟอสซิล” เขากล่าว

    “แม้ว่าจะมีหลักฐานทางพันธุกรรมจำนวนมาก ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะระบุช่วงเวลาที่ประชากรเหล่านี้อาจอยู่ร่วมกันในกรอบเวลา 100,000 ปีหรืออาจจะนานกว่านั้น”

    เขาเสริมว่า แม้ข้อสรุปของศาสตราจารย์หนี่และสตริงเกอร์จะเป็นไปได้ แต่มันก็ยังห่างไกลจากคำว่าแน่นอน พร้อมบอกว่าข้อสรุปดังกล่าวยังต้องการหลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติม หากจะให้มีความแน่นอน

    “ภาพมันยังไม่ชัดสำหรับเรา หากข้อสรุปของงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากการวิเคราะห์อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากข้อมูลทางพันธุกรรมบางส่วน ผมคิดว่าเมื่อนั้นแหละเราจึงจะสามารถเชื่อมั่นในข้อสรุปนี้ได้มากขึ้น”

    หลักฐานที่ทราบกันว่าเป็นโฮโมเซเปียนส์ยุคแรก ๆ ที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในแอฟริกาคือเมื่อ 300,000 ปีก่อน มันจึงดึงดูดให้เกิดข้อสรุปที่ว่าสายพันธุ์ของเราอาจมีวิวัฒนาการครั้งแรกในเอเชียมาก่อน

    แต่ ศ.สตริงเกอร์ ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดในระยะนี้ เพราะยังมีซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ที่พบในแอฟริกาและยุโรปอีกจำนวนมากที่มีอายุหลักล้านปีที่ยังต้องนำมาวิเคราะห์ร่วมกันด้วย

    “มีหลักฐานทางพันธุกรรมบางอย่างที่บ่งชี้ถึงการถือกำเนิดของสายพันธุ์ของเรามาก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจผสานอยู่ในสายพันธุกรรมของเรา แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์” เขาบอกกับบีบีซีนิวส์

    ลำดับเวลาที่ประเมินใหม่ได้เก่าแก่กว่าเดิมนี้ หมายความว่ามนุษย์ทั้งสามสายพันธุ์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนโลกเป็นระยะเวลาราว 800,000 ปี ยาวนานกว่าที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ และบางทีสายพันธุ์เหล่านี้ก็อาจมีปฏิสัมพันธ์และผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กันในช่วงเวลานั้นด้วย

    ช่วงเวลาที่ปรากฏรวดเร็วขึ้นนี้ยังทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจชิ้นส่วนซากฟอสซิลของมนุษย์อีกหลายสิบชิ้นที่มีอายุตั้งแต่ 800,000 – 100,000 ปีก่อน ที่ถูกเรียกว่า “muddle in the middle” หรืออาจแปลเป็นไทยได้ว่า “ความยุ่งเหยิงระหว่างกลาง” ซึ่งพวกเขาเคยรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากในการจำแนกและหาตำแหน่งแห่งที่ของพวกมันในสายตระกูลของมนุษย์

    ศ.หนี่ อธิบายว่า การที่โฮโมเซเปียนส์, โฮโมหลงจี และนีแอนเดอร์ทัล ปรากฏตัวไวขึ้นนั้น แก้ข้อสงสัยนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมันหมายความว่าบรรดาฟอสซิลที่จัดประเภทได้ยากเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นกลุ่มย่อย ๆ ของหนึ่งใน “พี่ใหญ่ทั้งสาม” หรืออาจเป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่กว่าของพวกเขา เช่นโฮโมอีเร็กตัสชาวเอเชีย หรือโฮโมไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heidelbergensis)

    “วิวัฒนาการของมนุษย์ก็เหมือนกับต้นไม้” เขากล่าว “ต้นไม้ต้นนี้มีกิ่งก้านหลายกิ่ง และมีกิ่งใหญ่สามกิ่งที่เกี่ยวพันใกล้ชิดกัน และมีการผสมพันธุ์ระหว่างกันและกันด้วย และพวกเขาก็อยู่ร่วมกันในช่วงเวลาเกือบหนึ่งล้านปี ดังนั้นนี่จึงเป็นผลลัพธ์ที่เหลือเชื่อ”

    กะโหลกศีรษะชิ้นนี้ถูกขุดขึ้นมาพร้อม ๆ กับกะโหลกศีรษะอีกสองชิ้นจากมณฑลหูเป่ย แต่พวกมันมีสภาพเสียหายและแตกร้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หยุนเซียน 2 ถูกจัดประเภทผิดเป็นโฮโม อีเร็กตัส ในทีแรก

    เพื่อที่จะฟื้นคืนรูปทรงกะโหลกตามเดิม ทีมของ ศ.หนี่ จึงสแกนพวกมันและใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองในคอมพิวเตอร์พิมพ์แบบจำลองสามมิติของกะโหลกที่ไม่เสียหายออกมา

    การได้เห็นกะโหลกเหล่านี้ด้วยรูปร่างที่แท้จริงของพวกมัน ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจัดประเภทมันใหม่เป็นอีกประเภท ซึ่งเป็นกลุ่มของมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าที่มันเคยถูกจัดประเภทไว้ในทีแรก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c3vze93xpl9o.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03Rx5MFDhKu8Ve0TuW1C6q