Category: วัฒนธรรม

  • เคลียร์คัทแบ่งเค้กประธานกมธ.! เช็กเลย ภูมิใจไทย-พรรคส้ม-เพื่อไทย-กล้าธรรม ใครได้อะไร

    เคลียร์คัทแบ่งเค้กประธานกมธ.! เช็กเลย ภูมิใจไทย-พรรคส้ม-เพื่อไทย-กล้าธรรม ใครได้อะไร

    เคลียร์คัทแบ่งเค้กประธานกมธ.! เช็กเลย ภูมิใจไทย-พรรคส้ม-เพื่อไทย-กล้าธรรม ใครได้อะไร

    วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.36 น.

    เคลียร์คัทแบ่งเค้กประธานกมธ.! ภูมิใจไทย ซิว ความมั่นคงฯ-ป.ป.ช.-พัฒนาการเมือง-ตำรวจ ด้าน พรรคส้ม คว้า กฎหมาย-กิจการศาลฯ-ติดตามงบ-พัฒนาการเมือง ส่วน เพื่อไทย นั่ง กิจการเด็ก-แรงงาน-ศึกษา-อว. ขณะที่ กิจการสภาฯ-กีฬา-ท่องเที่ยว เป็นของ กล้าธรรม 

    23เม.ย.2569 เมื่อเวลา14.00น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดตัวแทน6พรรคการเมือง ที่ได้โควตาประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาฯ ทั้ง35คณะ ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย ได้14คณะ พรรคประชาชน ได้9คณะ พรรคเพื่อไทย ได้5คณะ พรรคกล้าธรรม ได้4 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ ได้2คณะ และพรรคไทรวมพลัง ได้1คณะ มาหารือถึงการจัดสรรโควตาดังกล่าวจากการหารือก่อนหน้านี้เมื่อวันที่20เม.ย.ที่ผ่านมายังคุยกันไม่ลงตัว เนื่องจากมียกมธ.ที่พรรคการเมืองมีความต้องการตรงกันหลายคณะ โดยใช้เวลาหารือกันประมาณ40นาที

    จากนั้นในเวลา 14.40 น. นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ประธานสภาฯ ได้นัด 6 พรรคการเมืองที่มีสัดส่วนได้ประธานกมธ.มาหารืออีกรอบ ซึ่งทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม และพรรคไทรวมพลัง ทุกคนได้พูดคุยกันและเห็นว่าเป็นการทำงานร่วมกัน ทุกคนยอมแพ้ในสิ่งที่ตัวเองยืน แม้จะมีหลายคณะที่หลายพรรคมีความต้องการที่ตรงกัน จึงทำให้ได้ข้อสรุปโดยดี ส่วนคณะกรรมาธิการที่มีข้อถกเถียงกันก่อนหน้านี้นั้น จริงๆเป็นสิ่งที่ทุกพรรคอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำงาน วันนี้จึงได้มีการพูดคุยกันมากขึ้น ได้มีการแลกเปลี่ยนเพื่อทำงานร่วมกัน และทุกคนถอยร่วมกันจึงทำให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน 

    เมื่อถามว่า กมธ.ฯ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้ตามที่มีรัฐมนตรีสังกัดกระทรวงหรือไม่ นายธนยศ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราไม่ได้มองว่ารัฐมนตรีอยู่กระทรวงไหน เราต้องได้กระทรวงนั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะได้กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยสังกัดดูแล อยู่ที่การพูดคุย ซึ่งทุกคนอยากให้เดินหน้าทำงานในสภาให้ดีที่สุด และคิดว่าไม่เกี่ยวกันเพราะทุกกมธ.มีความสำคัญหมด และการทำงานในกมธ.เป็นการทำงานร่วมกัน 

    เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านแฮปปี้ใช่หรือไม่ นายธนยศ กล่าวแซว นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า “ยิ้มหน่อยๆ” ก่อนที่จะให้นายปกรณ์วุฒิ เป็นผู้ตอบคำถาม โดยนายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เหมือนที่ทางวิปรัฐบาลได้ตอบไป แน่นอนว่าครั้งที่ผ่านมาเราอาจมีการถกเถียงเรื่องของกระบวนการ แต่ตนเชื่อเช่นกันและเห็นตรงกันว่าท้ายที่สุดก็จบลงบนการเจรจาร่วมกัน น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย เพราะได้พูดคุยกันตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และยอมถอยคนละก้าว ทุกพรรคก็เดินได้ ซึ่งค่อนข้างโอเคทั้งสองฝ่าย จับมือทำงานร่วมกันด้วยกัน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็เห็นตรงกันว่าการทำงานกมธ. แม้ว่าตนจะเป็นสส.มาสองสมัยและบางครั้งนั่งกมธ.ที่ประธาน กมธ.เป็นคนละฝ่าย แต่การทำงานก็เป็นไปด้วยดี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโควตาประธาน กมธ. มีดังนี้พรรคภูมิใจไทยได้ 14 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ 2.กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ 3.กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค 4.กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน 5.กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.กมธ.การปกครอง 7.กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ 8.กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) 9.กมธ.การพลังงาน 10.การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา 11.กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 12.กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 13.กมธ.การอุตสาหกรรม และ 14.กมธ.การตำรวจ 

    ขณะที่พรรคประชาชน ได้ 9 คณะประกอบด้วย 1.กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน 2.กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน 3.กมธ.คมนาคม 4.กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ 5.การทหาร 6.กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน 7.กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ 8.กมธ.การสวัสดิการสังคม และ 9.กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย 

    ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ 5 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ 2.กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ 3.กมธ.การแรงงาน 4.กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ 5.กมธ.การศึกษา ขณะที่พรรคกล้าธรรม ได้ 4 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร 2.กมธ.การกีฬา 3.กมธ.การท่องเที่ยว และ 4.กมธ.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 2 คณะ ประกอบด้วย กมธ.การสาธารณสุข และ กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ป.ป.ง.) และพรรคเพื่อไทยรวมพลัง ได้ 1 คณะ คือ กมธ.การต่างประเทศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960291&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19bqHahLDJmBOPbuQ_VDXW

  • ‘ฟิล์ม – อินนนท์’ เคลียร์ชัดสัมพันธ์ จูบจริงไม่มีกั๊ก ช็อตจูบสนั่นโซเชียล! | คมชัดลึก

    ‘ฟิล์ม – อินนนท์’ เคลียร์ชัดสัมพันธ์ จูบจริงไม่มีกั๊ก ช็อตจูบสนั่นโซเชียล! | คมชัดลึก

    จากคลิปไวรัลสงกรานต์ที่ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ ล่าสุด “ฟิล์ม ธนภัทร” และ “นนท์ อินทนนท์” ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือก ยอมรับจูบจริง ฟีลมาเต็ม แต่สถานะยังแค่เพื่อน ทำแฟนๆ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/616279&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3B7NhivD8lFBLM-UMsTl8i

  • นักเรียนนักศึกษา สจด.และ เปิดประสบการณ์สากล ร่วมงาน “ศึกประลองเครื่องเทศ ไต้หวัน-ไทย” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    นักเรียนนักศึกษา สจด.และ เปิดประสบการณ์สากล ร่วมงาน “ศึกประลองเครื่องเทศ ไต้หวัน-ไทย” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122649/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CRsenmx3dHhWDGDBjaUqP

  • “ฟิล์ม ธนภัทร” กับการไม่ยึดติดภาพจำของคำว่า “พระเอก” | สกุณาซ่อนรัก – ONE31

    “ฟิล์ม ธนภัทร” กับการไม่ยึดติดภาพจำของคำว่า “พระเอก” | สกุณาซ่อนรัก – ONE31

    ฟิล์ม ธนภัทร” กับการไม่ยึดติดภาพจำของคำว่า “พระเอก” | สกุณาซ่อนรัก. 1. [OFFICIAL TRAILER] สกุณาซ่อนรัก เริ่มวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569. Related Videos. สอดสร้อยมาลา.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.one31.net/shows/video/26133&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3d8EXBsn1rAroHFn1IIUeC

  • กยศ. เริ่มเปิดให้กู้ยืมปีการศึกษา 69 เน้นกลุ่มนร.ยากจน หนุนสาขาเพื่อการพัฒนาประเทศ : อินโฟเควสท์

    กยศ. เริ่มเปิดให้กู้ยืมปีการศึกษา 69 เน้นกลุ่มนร.ยากจน หนุนสาขาเพื่อการพัฒนาประเทศ : อินโฟเควสท์

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมเปิดให้เงินกู้ยืมในปีการศึกษา 2569 มุ่งให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ กลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเคยได้รับทุนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และศึกษาในสาขาวิชาที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ หรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ พร้อมปรับหลักเกณฑ์การคัดกรอง เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมาย ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น

    ขณะนี้ กยศ. พร้อมเปิดการให้กู้ยืมปีการศึกษา 2569 โดยได้เตรียมจัดสรรวงเงินประมาณ 48,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษากว่า 780,000 ราย โดยมุ่งให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี รวมถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเคยได้รับทุนจาก กสศ. ควบคู่กับการสนับสนุนผู้เรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ หรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ เช่น แพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา

    นอกจากนี้ กยศ. ยังให้ความสำคัญกับการคัดกรองผู้กู้ยืมที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด เช่น ตรวจสอบรายได้ และการมีงานทำ โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่ถือครองข้อมูล เพื่อช่วยให้การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้กู้ยืมรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยให้นักเรียน นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง

    อีกทั้งในปีนี้ กยศ. ได้กำหนดประเภทผู้กู้ยืมรายใหม่-รายเก่า ให้มีความชัดเจนขึ้น โดยผู้กู้ยืมรายใหม่จะต้องไม่เคยกู้ยืมเงินมาก่อน หรือเคยเป็นผู้กู้ยืมที่เปลี่ยนระดับการศึกษา หรือเปลี่ยนสถานศึกษา

    ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูแลผู้ขาดโอกาสได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น กยศ. ได้เพิ่มขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อคัดกรองผู้กู้ยืมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้กู้ยืมรายใหม่จะต้องดำเนินการในระบบยื่นความประสงค์ขอกู้ยืม (Pre-Approve) เพื่อตรวจสอบสิทธิเบื้องต้น สำหรับบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรส ต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID และนำเอกสารข้อมูลสินเชื่อจากแอปพลิเคชันทางรัฐแนบเข้าระบบด้วย

    โดยเมื่อได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมแล้ว จึงเข้าระบบ DSL หรือ กยศ.Connect เพื่อดำเนินการกู้ยืมต่อไป แต่สำหรับผู้กู้ยืมรายเก่า สามารถดำเนินการในระบบ DSL ได้เลย โดยสามารถดูรายละเอียดขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/587442&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ApxVLArdk2XELo4p8zybf

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน (กบส.) ครั้งที่ 90 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน (กบส.) ครั้งที่ 90 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122725/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw170-dRSZ03AP9kCkG8pRXr

  • ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชิลี

    ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชิลี

    ชิลีกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศด้วย “ร่างพระราชบัญญัติการการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม” ฉบับใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของประธานาธิบดีโฆเซ่ อันโตนิโอ คาสต์ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาความซบเซาทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเร่งด่วน ซึ่งประธานาธิบดีคาสต์ลงนามและนำร่างพระราชบัญญัติฯ เข้าเสนอต่อรัฐสภา เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฯ มีมาตรการกว่า 40 ข้อ ครอบคลุมการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การลดภาษี ส่งเสริมการลงทุน การจ้างงาน ควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงของประเทศ ฯลฯ ซึ่งมีรายละเอียดหลักที่น่าสนใจโดยสรุปดังนี้ 

    มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน

    ความมั่นคงทางภาษี สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนเกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป จะได้รับอัตราภาษีคงที่เป็นเวลาสูงสุดถึง 25 ปี[1] ช่วยปกป้องบริษัทจากการขึ้นภาษีหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านภาษีในอนาคต กลไกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจเชิงกลยุทธ์ อาทิ ธุรกิจเหมืองแร่ ธุรกิจผลิตลิเทียม ธุรกิจพลังงานสะอาด และภาคการก่อสร้าง ที่ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาวและมีต้นทุนสูง

    การลดขั้นตอนทางราชการ เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่กระทบต่อภาคการลงทุนและเศรษฐกิจของชิลี เนื่องจากระบบการขออนุญาตที่ซับซ้อนทำให้โครงการต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักเป็นเวลาหลายปี การปรับกฎระเบียบเพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติโครงการจะช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาติโครงการต่าง ๆ จากที่เคยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี จะเหลือเพียง 6 เดือน[2] 

    การคุ้มครองการลงทุนสำหรับโครงการที่ได้รับการอนุมัติ[3] หากโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินงานและมีมติรับรองด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว (ในช่วงการรอใบอนุญาต) หากถูกเพิกถอนในภายหลังโดยคำสั่งศาล (จากการเปลี่ยนแปลงและบังคับใช้กฎหมายใหม่) จะมีกลไกการชดเชยค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่เกิดขึ้นไปแล้ว จุดประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ 

    การดึงเงินทุนกลับเข้าประเทศ เสนอให้ปรับลดอัตราภาษีเงินได้นอกประเทศ โดยเสียภาษีเพียงครั้งเดียวในอัตราร้อยละ หากนำกลับมาลงทุนในประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี หลังจากประกาศใช้กฎหมาย (ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 35)

    มาตรการด้านการลดภาษี

    ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล มีการเสนอให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 27 เหลือร้อยละ 23 โดยจะทะยอยลดลงในแต่ละปี ซึ่งอัตราภาษีดังกล่าวในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 27 และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2570 จะลดลงเหลือร้อยละ 25.5 ปี 2571 เหลือร้อยละ 24 และปี 2572 เหลือร้อยละ 23 โดยวัตถุประสงค์ของการลดอัตราภาษีฯ เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของชิลีให้เทียบเท่ามาตรฐานของ OECD ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SME กว่า 230,000 แห่ง      

    ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากร้อยละ 19 เหลือร้อยละ 0 เป็นระยะเวลา 12 เดือน สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยจะมีการนำบ้านใหม่จำนวนกว่า 1 แสนหลังที่ไม่มีผู้ซื้อจำหน่ายออกสู่ตลาด ซึ่งมาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยให้กับภาคประชาชนและกระตุ้นกิจกรรมในภาคการก่อสร้าง

    ยกเว้นภาษีที่ดิน สำหรับเจ้าของบ้านที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป (เฉพาะบ้านหลังแรกที่ใช้พักอาศัยเท่านั้น)

    มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน

    มอบเงินอุดหนุนเงินเดือน สนับสนุนเงินเข้าสู่ระบบปีละ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลดีต่อแรงงานจำนวนกว่า 4 ล้านคน โดยนายจ้างสามารถขอยื่นรับสิทธิประโยชน์นี้ ในกรณีที่มีลูกจ้างเงินเดือนระหว่าง 545,000 ถึง 838,000 เปโซชิลี (620 เหรียญสหรัฐ ถึง 950 เหรียญสหรัฐ) โดยจะได้รับเป็นเครดิตเงินอุดหนุนโดยตรง เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดตอนชำระภาษีเงินได้ ทั้งนี้ อัตราเงินอุดหนุนจะอยู่ที่ร้อยละ 15 ของยอดเงินเดือน 545,000 เปโซชิลี และจะทะยอยลดลงจนเหลือ สำหรับยอดเงินเดือนที่เกิน 838,000 เปโซชิลี ซึ่งผลลัพธ์จากมาตรการนี้  จะสะท้อนต้นทุนการจ้างงานที่ลดลงของทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SME ทำให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น

    มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐ

    ปฏิรูประบบราชการ ปรับปรุงและควบคุมการดำเนินงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กำหนดบทลงโทษการใช้วันลาป่วยของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิชอบ โดยให้มีผลถึงแพทย์ผู้ออกใบรับรองการลานั้นด้วย  นอกจากนี้ ยังจัดให้มีโครงการเกษียณอายุราชการก่อนเวลาโดยสมัครใจโดยมอบเงินชดเชยให้มากกว่าเดิม 3 เท่า

    ระงับการรับสถาบันการศึกษาใหม่ที่จะเข้าร่วมโครงการเรียนฟรี[1] เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยนายฮอร์เก กิรอซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งว่าที่ผ่านมาจากการดำเนินโครงการเรียนฟรีเป็นเวลา 4 ปี รัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการเรียนฟรีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งปัจจุบันแตะระดับที่ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี นอกจากนี้ มีการเสนอการพัฒนาการจัดเก็บเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่รัฐค้ำประกัน (CAE) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    มาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงของประเทศ

    กองทุนฉุกเฉินและฟื้นฟูผู้ประสบภัย สนับสนุนเงินกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้ากองทุนฉุกเฉินฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ไฟใหม้ในแคว้น Nuble และ Biobio ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา รวมถึงการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

    ความปลอดภัยและปราบปรามอาชญากรรม ตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีคาสต์เผยว่าการดำเนินการตามแผน โล่ป้องกันชายแดน แสดงผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจจำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายลดลง และจะดำเนินการตามแผนฯ ต่อไป โดยรัฐบาลได้ดำเนินการจับกุมและเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองหลายพันคน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนการทำงานของตำรวจอย่างเต็มที่ ทำให้ตัวเลขการก่อคดีอาชญากรรมลดลงหลายพันคดีต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนประธานาธิบดีคาสต์เข้ารับตำแหน่ง 

    จัดตั้งกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ[1] เพื่อบูรณาการการทำงานของสถาบันต่าง ๆ อาทิ กรมตำรวจ หน่วยสืบสวนสอบสอน กรมราชทัณฑ์ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรมสรรพากร  กรมศุลกากร เทศบาล สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงของชาติ

    รัฐบาลตั้งเป้าที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติการการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับนี้ได้รับการอนุมัติภายในต้นเดือนกันยายน 2569 เพื่อให้สามารถนำไปรวมไว้ในกฎหมายงบประมาณปี 2570 ได้ โดยประธานาธิบดีคาสต์ได้กำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การบรรลุอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 4 ต่อปี ลดอัตราการว่างงานจากร้อยละ 8.3 เหลือร้อยละ 6.5 และบรรลุความสมดุลทางการคลังเชิงโครงสร้างของประเทศให้ได้ภายในปี 2573 โดยประธานาธิบดีคาสต์ได้กล่าวปิดท้ายในการประชุมรัฐสภาว่า เรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้องเป็นก้าวแรก ร่างพระราชบัญญัติฯ นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาประเทศของเราและหวังว่ารัฐสภาจะพิจารณาและตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของชาวชิลีทุกคน

    บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคตฯ

    ประเทศชิลีอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจซบเซาโดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเพียงร้อยละ ต่อปี ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ประกอบกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลลบต่อการเติบโตและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของชิลี เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบเชื่อมโยงกันทั่วโลก การที่รัฐบาลของประธานาธิบดีคาสต์เสนอแนวทางที่ชัดเจนในการฟื้นฟูประเทศ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม สคต.ฯ เห็นว่าขอบเขตของร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญนั้น อาจทำให้กระบวนพิจารณาทางกฎหมายในรัฐสภาที่มีความซับซ้อนอยู่แล้ว จะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก และอาจทำให้ผลการพิจารณาการปรับปรุงกฎหมายไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากรัฐภา จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างชิลีและประเทศคู่ค้าต่าง ๆ รวมทั้งไทย เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้มีลักษณะเป็น Businessbase หรือเอื้ออำนวยต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

    ผลกระทบต่อประเทศไทย 

    โอกาสในการขยายการลงทุนของไทย: ชิลีตั้งเป้าลดขั้นตอนและระยะเวลาการขออนุมัติโครงการลงทุนต่าง ๆ จาก ปี เหลือเพียง เดือน และให้ความมั่นคงทางภาษีสูงสุดถึง 25 ปี ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม (โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก แบตเตอรี่รถไฟฟ้า และธุรกิจก่อสร้าง) ให้เข้าไปลงทุน/ตั้งฐานการผลิตหรือร่วมลงทุนในชิลีได้สะดวกมากขึ้นและมีความเสี่ยงด้านภาษีที่ต่ำลง

    กระตุ้นการลงทุนใหม่และเพิ่มโอกาสการนำเข้า: การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและมอบเงินอุดหนุนการจ้างงาน   จะทำให้โครงสร้างต้นทุนธุรกิจในชิลีลดลง ส่งผลให้ภาคธุรกิจของชิลีมีความคล่องตัวสูงขึ้น อาจกระตุ้นการลงทุนจากผู้ประกอบการชาวชิลีทั้งรายเก่าและรายใหม่ในการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เหลือร้อยละศูนย์สำหรับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อระบายสต็อกที่อยู่อาศัยกว่า แสนหลัง และการก่อสร้างที่พักอาศัยใหม่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอัคคีภัย จะกระตุ้นความต้องการสินค้าในหมวดอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง รวมไปถึง รถกระบะ รถบรรทุก เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และของใช้ภายในบ้าน โดยในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องในกลุ่มดังกล่าวมายังชิลีรวมมูลค่ากว่า 331.30 ล้านเหรียญสหรัฐ 

    ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศฉบับนี้ ถือเป็นแผนแม่บทที่มีความทะเยอทะยานและครอบคลุมที่สุดในรอบทศวรรษของชิลี โดยมุ่งเน้นการใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความมั่นคงทางภาษีเป็นเครื่องมือ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน หากร่างระราชบัญญัติฯ นี้สามารถบังคับใช้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด   จะเป็นโอกาสสำคัญให้ชิลีบรรลุเป้าหมายพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจตามที่ตั้งไว้ แต่ยังเป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและภาคการส่งออก ให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ในชิลีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความคืบหน้าของร่างกฎหมายนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของชิลีต่อไป

    __________________________

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

              เมษายน 2569


    [1] https://www.gob.cl/en/news/chile-to-have-new-public-security-ministry-learn-details-of-its-functions/


    [1] https://www.hacienda.cl/noticias-y-eventos/noticias/ministro-quiroz-detalla-pilares-del-plan-de-reconstruccion-nacional-para


    [1] https://www.hacienda.cl/noticias-y-eventos/noticias/ministro-quiroz-detalla-pilares-del-plan-de-reconstruccion-nacional-para

    [2] https://www.gob.cl/noticias/principales-medidas-plan-reconstruccion-nacional-detalles/

    [3] https://www.gob.cl/noticias/principales-medidas-plan-reconstruccion-nacional-detalles/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/wplxrsfp9pnu40w0ar71awvc&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Y1MzFM_WvxC3CnsUDuIs1

  • ฟิล์ม ธนภัทร เปิดใจ! โดนจู่โจมหอมแก้มกลางงาน – บันเทิง ดารา – Teenee.com

    ฟิล์ม ธนภัทร เปิดใจ! โดนจู่โจมหอมแก้มกลางงาน – บันเทิง ดารา – Teenee.com

    ฟิล์ม ธนภัทร ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์สุดช็อก หลังเจอแฟนคลับพุ่งเข้าหาหวังซุกไซ้หอมแก้ม โดยเจ้าตัวยอมรับว่าตกใจเพราะเป็นครั้งแรกที่เจอแบบนี้ แต่ยังอารมณ์ดีปล่อยมุก “ความน่ารักเป็นเหตุ” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://entertain.teenee.com/thaistar/319439.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1D03LZdG1FfppmPLiO5eNi

  • กสศ. เปิด 5 ชุดสวัสดิการฯ ช่วยเด็กวิกฤต ฝ่าข้อจำกัด ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา

    กสศ. เปิด 5 ชุดสวัสดิการฯ ช่วยเด็กวิกฤต ฝ่าข้อจำกัด ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา

    กสศ. เดินหน้า 5 ชุดโอกาส ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแบบรายคน ทันที ทันการณ์ ตรงจุด พร้อมบูรณาการวิจัยและปฏิบัติการ สร้างระบบคุ้มครองเด็กอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus

    ที่ประชุมคณะทำงานพัฒนานวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งมี ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ในฐานะประธานคณะทำงานดังกล่าว มีมติเห็นชอบ “ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา” เพื่อรับมือช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2569 ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus

    ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคของประเทศไทย โดยผลกระทบดังกล่าวได้กระทบถึงครัวเรือนยากจนที่เปราะบางที่สุด สอดคล้องกับองค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาที่ชี้ชัดว่า ช่วงเปิดภาคเรียน คือ จุดวิกฤตทางการเงินของครัวเรือน เพราะรายจ่ายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาอันสั้น ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ทางการศึกษา

    “แรงกดดันทางการเงินที่สะสมขึ้นในช่วงเปิดเทอม จึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่ง เสี่ยงหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษาไป”

    ดังนั้น เพื่อเสริมพลังมาตรการของหน่วยงานหลัก คณะทำงานฯ จึงมีมติเห็นชอบจัด “ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กวิกฤตการศึกษา” ตาข่ายสุดท้ายเพื่อปกป้องไม่ให้เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา 3 ระดับ ได้แก่ 1. อุปสรรคทางเศรษฐกิจเฉพาะหน้า 2. การขาดโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และ 3. การขาดกลไกรองรับในระยะยาว

    “มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กสศ.” โดยมุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนอายุ 3-18 ปีทั่วประเทศ ที่อยู่ในภาวะ “วิกฤตสูงสุด” หรือ “กลุ่มสีแดง” เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เผชิญข้อจำกัดรุนแรงจนไม่สามารถเรียนต่อได้ ต้องออกไปทำงานเพื่อประคองครอบครัว หรือมีเงื่อนไขชีวิตที่ทำให้เส้นทางการเรียนสะดุดลงอย่างฉับพลัน กสศ. ยืนยันว่า การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ต้องเป็นแบบ “รายคน ทันที ทันการณ์ และตรงจุด” เพราะวิกฤตระยะสั้นในชีวิตเด็กเพียงคนเดียว หากไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างถาวร” ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุ

    ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา ประกอบด้วย “5 โอกาส” ได้แก่

    โอกาสที่ 1 คูปองการเรียนรู้ Learning Plus สวัสดิการสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาแบบบูรณาการ 3 มิติ ทั้งคอร์สทักษะออนไลน์ฟรี ครอบคลุมทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และทักษะอาชีพยุคใหม่ รวมถึงการสนับสนุนค่าเดินทางและค่าอาหารเช้า

    โอกาสที่ 2 เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Mobile School แพลตฟอร์มการเรียนรู้ยืดหยุ่นแบบออนไลน์ (Flexible Learning Platform) ที่เชื่อมการเรียนรู้จากชุมชน พื้นที่ทำงาน และชีวิตประจำวัน เข้ากับผู้เรียน ครู โค้ช และพื้นที่การเรียนรู้ในระบบเดียว มุ่งทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และเปิดโอกาสให้เรียนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

    โอกาสที่ 3 SIM พร้อมเรียน การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการเรียนรู้ ภายใต้หลักคิดว่า “การเชื่อมต่อดิจิทัล” คือโครงสร้างพื้นฐานทางโอกาสที่สำคัญไม่ต่างจากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการเรียนรู้

    โอกาสที่ 4 Learn to Earn กลไกการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-Integrated Learning) ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยมีระบบเทียบโอนทักษะจากการทำงานเป็น “หน่วยกิตการศึกษา” เปิดทางให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน และได้รับวุฒิการศึกษาที่ได้รับการรับรองเมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อลดเงื่อนไขที่ทำให้เด็กต้องเลือกระหว่าง “ปากท้อง” กับ “อนาคต”

    โอกาสที่ 5 ธนาคารโอกาส ระบบกลางจัดสรรทรัพยากรและสวัสดิการด้านอุปกรณ์การศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และสื่อการเรียนรู้ บนหลักการของความโปร่งใสและการมุ่งเป้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปถึงเด็กที่ต้องการจริง เพราะการขาดอุปกรณ์จำเป็นเพียงชิ้นเดียว อาจทำให้เด็กคนหนึ่งหลุดออกจากการเรียนรู้ได้

    ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้มาตรการครั้งนี้แตกต่างจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้า คือการออกแบบให้มีการวิจัยนโยบายควบคู่กับการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบ “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม” เพื่อสะสมหลักฐานเชิงประจักษ์จากพื้นที่จริงในทุกมาตรการ และต่อยอดไปสู่การสร้างระบบคุ้มครองเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษาที่ยั่งยืน สามารถใช้ขยายผลระดับนโยบายได้ในอนาคต

    ทั้งนี้ กสศ. พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากจังหวัดทั่วประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กวิกฤต โดยสามารถติดต่อ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เบอร์สายด่วนโทร 092-596-6155 และ 02-079-5475

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2928424&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aipl_lAiiq2VVeeru-xrK

  • บสย.ตั้ง “จินดารัตน์” นั่งประธานบอร์ด มีผล 22 เม.ย. 2569

    บสย.ตั้ง “จินดารัตน์” นั่งประธานบอร์ด มีผล 22 เม.ย. 2569

    ที่ประชุมคณะกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 มีมติเลือก นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บสย. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

    ปัจจุบัน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สบน. และกรรมการในหลายหน่วยงาน อาทิ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด องค์การจัดการน้ำเสีย และคณะกรรมการจัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

    ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท M.B.A. (Finance) จาก Georgia State University และปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต (การเงินการธนาคาร) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ขณะที่ประสบการณ์การทำงาน ครอบคลุมทั้งด้านนโยบายและการบริหารหนี้สาธารณะ อาทิ ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ รองผู้อำนวยการ สบน. รวมถึงผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ใน สบน. และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการเงินภาครัฐและตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741375&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31zGaVmVTE9_DzSWpDC2kG