Category: วัฒนธรรม

  • ยุบสภา = กฎหมายผู้บริโภค “หยุดชะงัก” – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ยุบสภา = กฎหมายผู้บริโภค “หยุดชะงัก” – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ยุบสภา = กฎหมายผู้บริโภค “หยุดชะงัก”

    ทุกครั้งที่มีการ ยุบสภา ไม่ได้มีแค่เกมการเมืองที่ต้องเริ่มใหม่ แต่กฎหมายสำคัญหลายฉบับ กลับต้อง “ชะงัก ค้าง หรือหลุดจากกระบวนการพิจารณา” ไปโดยปริยาย

    8 กฎหมายผู้บริโภค หยุดชะงักเพราะ “ยุบสภา”

    สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิผู้บริโภค มีทั้งกฎหมายที่ถูกแช่แข็ง ยังไม่ทันเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน มี 3 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. …. 2) ร่าง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. …. และ 3) ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….

    ขณะที่กฎหมายอีก 5 ฉบับ แม้จะผ่านการพิจารณาของ สส. หรือ สว. มาแล้ว ก็ต้องตกไปเพราะสภาสิ้นสุดลงก่อนกฎหมายจะเดินถึงเส้นชัย ไม่ว่าจะเป็น 1) ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือเลม่อน ลอว์ 2) ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .. … 3) ร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .. … 4) ร่าง พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และ 5) ร่าง พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

    ชง รบ. ใหม่ เดินหน้ากฎหมายผู้บริโภค

    คำถามสำคัญคือ หลังได้รัฐบาลใหม่ กฎหมายเหล่านี้จะไปต่ออย่างไร?

    รัฐธรรมนูญเปิดทางไว้ว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถขอให้รัฐสภานำร่างกฎหมายที่ “ตกไป” กลับมาพิจารณาต่อได้ ภายใน 60 วันนับจากการเปิดประชุมสภาครั้งแรกหลังเลือกตั้ง หากรัฐสภาเห็นชอบ กฎหมายก็สามารถเดินหน้าต่อจากวาระเดิมที่ค้างอยู่ได้ทันที ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

    ส่วนกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน หากรัฐบาลไม่ขอให้นำกลับมาพิจารณา ผู้เสนอสามารถยื่นหนังสือยืนยันต่อประธานสภาภายใน 120 วัน ซึ่งเท่ากับเป็นการเริ่มเสนอร่างกฎหมายใหม่อีกครั้ง

    การ ยุบสภา อาจเป็นเรื่องการเมือง แต่ผลกระทบตกอยู่กับผู้บริโภคทุกคน การติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันให้รัฐบาลใหม่ “หยิบกฎหมายผู้บริโภคกลับมาเดินหน้า” จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการปกป้องสิทธิของเราเองในระยะยาว


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้ว อนุทินให้เหตุผล “การเมืองภายในประเทศมีปัญหารุมเร้า”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/tcc_media/18122568_dissolve-the-parliament_info/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KGTB95UT3We0uLxJXmFDI

  • ศึกษาพบ “ควันบุหรี่มือสาม” ภัยคุกคามซ่อนเร้นในอาคาร

    ศึกษาพบ “ควันบุหรี่มือสาม” ภัยคุกคามซ่อนเร้นในอาคาร

    ปักกิ่ง, 17 ธ.ค. (ซินหัว) — วารสารวิทยาศาสตร์บิลดิง แอนด์ เอ็นไวรอนเมนต์ (Building and Environment) เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งกล่าวถึง “ควันบุหรี่มือสาม” (thirdhand smoke) ที่กลายเป็นภัยคุกคามคุณภาพอากาศในอาคารอย่างต่อเนื่องและซับซ้อนยิ่งขึ้น

    คณะนักวิจัยจากสถาบันฟิสิกส์ชั้นบรรยากาศ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ได้เปิดเผยผลวิเคราะห์ “ควันบุหรี่มือสาม” แบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรก ซึ่งพบว่ายังคงตกค้างและเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในบ้านเรือนเป็นเวลานานแม้ไม่มีการสูบบุหรี่แล้ว

    ควันบุหรี่มือสามคือสารพิษตกค้างจากควันบุหรี่ที่เกาะติดอยู่ตามพื้นผิวผนัง เฟอร์นิเจอร์ พรม และผ้าม่าน แตกต่างจากควันบุหรี่มือสองที่สูดดมโดยตรงจากอากาศ ทำให้ควันบุหรี่มือสามสามารถฝังตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้ โดยผลการศึกษาฉบับนี้ชี้ว่าควันบุหรี่มือสามไม่ได้เป็นเพียงคราบสกปรกทั่วไป แต่เป็นแหล่งมลพิษที่มีพลวัตเคลื่อนไหว ปล่อยอนุภาคและก๊าซกลับคืนสู่อากาศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีตามกาลเวลาที่ผันผ่าน

    คณะนักวิจัยใช้เทคโนโลยีเฝ้าติดตามคุณภาพอากาศขั้นสูงมาแกะรอยการปล่อยอนุภาคขนาดเล็กและก๊าซจากพื้นผิวที่มีการปนเปื้อน นำสู่การค้นพบจุดแตกต่างสำคัญระหว่างควันบุหรี่มือสองกับควันบุหรี่มือสาม โดยอนุภาคควันบุหรี่มือสองกระจายตัวค่อนข้างเร็ว แต่ควันบุหรี่มือสามตกค้างอยู่ในอากาศระดับต่ำในที่ร่มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนั้นองค์ประกอบทางเคมีของอนุภาคควันบุหรี่มือสามที่ถูกปล่อยออกมายังมีการเปลี่ยนแปลงความซับซ้อน โดยมีปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป บ่งชี้การก่อตัวของสารประกอบที่เป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น

    ผลการศึกษาฉบับนี้ยังกล่าวถึงอิทธิพลจากวัสดุภายในครัวเรือนที่มีต่อการปนเปื้อนควันบุหรี่มือสามแบบเรื้อรังนี้ โดยวัสดุที่มีรูพรุนอย่างพรมขนสัตว์และเฟอร์นิเจอร์บุผ้ากลายเป็นแหล่งกักเก็บชั้นดี ดูดซับสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับยาสูบแล้วปล่อยสารเหล่านั้นกลับสู่อากาศอย่างช้าๆ ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้ควันบุหรี่มือสามทนทานต่อการระบายอากาศแบบธรรมดาอย่างมาก ทำให้เกิดการปนเปื้อนนานหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากมีการสูบบุหรี่เพียงครั้งเดียว

    ซุนเย่เล่อ จากสถาบันฯ กล่าวว่าผลการศึกษาฉบับนี้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญต่อการกำหนดแนวปฏิบัติทางสาธารณสุข ตอกย้ำความจำเป็นในการรวมควันบุหรี่มือสามเข้าสู่นโยบายควบคุมยาสูบและมาตรฐานคุณภาพอากาศในอาคาร รวมถึงเป็นตัวบ่งชี้ใหม่ในทางเคมีสำหรับตรวจจับการปนเปื้อนที่คงอยู่และมักถูกมองข้าม ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ดีต่อสุขภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/308/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rR-sTLR9NBuBy6-rOV7GE

  • เทศบาลเมืองน่านร่วมภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่สำรวจโครงการผันน้ำข้ามสะพานกองควายพัฒนา แก้ปัญหาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    เทศบาลเมืองน่านร่วมภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่สำรวจโครงการผันน้ำข้ามสะพานกองควายพัฒนา แก้ปัญหาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. ที่สะพานกองควายพัฒนา (สะพานคอวัง) ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยเอกณัฐ เธียรสูตร รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายศักดิ์นรินทร์ อินยอด เลขานุการนายกเทศมนตรี ร่วมกับ นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน นายช่างชลประทานจากโครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 กรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจโครงการผันน้ำข้ามสะพานกองควายพัฒนา (หน้าเขื่อนธงน้อย) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจของจังหวัดน่าน

    จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่านประสบในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์มหาอุทกภัย ปี 2568 ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาทิ อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา เทศบาลเมืองน่านร่วมกับหน่วยงานภาคีจึงได้ดำเนินการศึกษาสาเหตุและวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

    ผลการศึกษา พบว่า การปรับปรุงฝายธงน้อย ซึ่งเป็นโครงการหลักในการควบคุมและระบายน้ำจากแม่น้ำน่าน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และแผนพัฒนาจังหวัดน่าน

    ในส่วนของความคืบหน้า หอการค้าจังหวัดน่านได้ยื่นหนังสือเสนอโครงการไปยัง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดน่านและจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 19–20 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุด สำนักงานรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการสำรวจและหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอของโครงการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และเกิดความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1427399&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DkD8BybQ9yCwwJHqADwJD

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D559340&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18SnV0v91RA0Jw-5DPINyd

  • มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. เงินเดือนดี

    มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. เงินเดือนดี

    ทั่วไป

    17 ธ.ค. 2025 เวลา 12:04 น.

    มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. เงินเดือนดี

    ข่าวดีรับปีใหม่ 2569 สำหรับคนว่างงาน คนหางานทำ อยากเปลี่ยนงานใหม่ มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ เงินเดือนดี สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. ของ ก.พ. จำนวน 31 อัตรา สมัครงานออนไลน์ 5 – 23 ม.ค.69 ทาง thaijobjob.com

    ได้ข่าวดีรับ ปีใหม่ 2569 สำหรับคนว่างงาน คนหางานทำ อยากเปลี่ยนงานใหม่ มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. ของ ก.พ. จำนวน 31 อัตรา สมัครงานออนไลน์ 5 – 23 ม.ค.69 ทาง thaijobjob.com 

    มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. เงินเดือนดี

    ประกาศสำนักงานศาลปกครอง เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการสังกัดสำนักงานศาลปกครอง ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ และตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ

    ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ

    1. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านกฎหมาย) จำนวน 8 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ จากสถาบัน การศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    2. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านการเงินและบัญชี) จำนวน 5 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    3. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านบริหารทรัพยากรบุคคลและด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล) จำนวน 2 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางบรรณารักษ์ศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา ทางสารนิเทศศาสตร์ ทางนิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ทางนิเทศศาสตร์ ทางประชาสัมพันธ์ ทางการจัดการ ทางการบริหาร ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ หรือทางอักษรศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    4. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน) จำนวน 3 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางบรรณารักษ์ศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา ทางสารนิเทศศาสตร์ ทางนิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ทางนิเทศศาสตร์ ทางประชาสัมพันธ์ ทางการจัดการ ทางการบริหาร ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ หรือทางอักษรศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    5. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านวิเทศสัมพันธ์) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางบรรณารักษ์ศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา ทางสารนิเทศศาสตร์ ทางนิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ทางนิเทศศาสตร์ ทางประชาสัมพันธ์ ทางการจัดการ ทางการบริหาร ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ หรือทางอักษรศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    6. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านประชาสัมพันธ์) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางบรรณารักษ์ศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา ทางสารนิเทศศาสตร์ ทางนิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ทางนิเทศศาสตร์ ทางประชาสัมพันธ์ ทางการจัดการ ทางการบริหาร ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ หรือทางอักษรศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    7. เจ้าหน้าที่ศาลปกครองปฏิบัติการ (ด้านบริหารทั่วไป) จำนวน 9 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางบรรณารักษ์ศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา ทางสารนิเทศศาสตร์ ทางนิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ทางนิเทศศาสตร์ ทางประชาสัมพันธ์ ทางการจัดการ ทางการบริหาร ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ หรือทางอักษรศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    8. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรกรรมซอฟแวร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์ วิทยาการสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ศาสตร์คอมพิวเตอร์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางคอมพิวเตอร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง

    ช่องทางการรับสมัคร ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ

    1. เปิดรับสมัครสอบผ่านทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 5 – 23 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ 

    2. สมัครงานออนไลน์ได้ทาง admincourt.thaijobjob.com

    ประกาศรับสมัคร ‘งานราชการ 2569’ ฉบับเต็ม (คลิก)

    มาแล้ว ‘งานราชการ 2569’ บรรจุเข้ารับราชการ ไม่ต้องผ่านภาค ก. เงินเดือนดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1212522&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yYWBS7wr1VW3iwbbEcnbX

  • บางจากฯ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ 11 โรงเรียน Eco-School

    บางจากฯ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ 11 โรงเรียน Eco-School

    บางจากฯ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ 11 โรงเรียน Eco-School หนุนภารกิจพลเมืองเพื่อสิ่งแวดล้อม

    นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัท บางจากฯ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) หรือ โรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แก่ 11 โรงเรียนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ที่เข้าร่วมโครงการ ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง สุขุมวิท 64

    ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ประสาน ตังสิกบุตร ที่ปรึกษาและวิทยากรประจำโครงการ โรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) นายพิชัย คงมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระโขนง นายสุรศักดิ์ บีดิน หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตพระโขนง นายอนุสรณ์ มั่นสัณฐิติ หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตบางนา นายเอกราช ขำมะโน ผู้อำนวยการกลุ่มงานสิ่งแวดล้อมศึกษา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารโรงเรียนและคณาจารย์ ร่วมงาน โดยมีโรงเรียนที่ได้รับการประเมินคุณภาพระดับดี (Gold) 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนพูนสิน (เพชรสุขอุปถัมภ์) โรงเรียนวัดธรรมมงคล (หลวงพ่อวิริยังค์อุปถัมภ์) โรงเรียนรุ่งเรืองอุปถัมภ์ โรงเรียนผ่องพลอยอนุสรณ์ ส่วนโรงเรียนที่ได้รับการประเมินคุณภาพระดับกลาง (Silver) 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบางจาก (นาคเผื่อนอุปถัมภ์) โรงเรียนวัดบางนาใน (รื่น ศยามานนท์) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก โรงเรียนที่ได้รับการประเมินคุณภาพระดับพื้นฐาน (Bronze) 1 โรงเรียน คือ โรงเรียนวัดบางนานอก และโรงเรียนที่ร่วมโครงการฯ 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบพิธวิทยา และโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน (กรุณานุยุตตาคาร)

    โครงการโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) เป็นความร่วมมือระหว่างบางจากฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตพระโขนง และบางนา เริ่มดำเนินงานกับโรงเรียนรอบโรงกลั่นบางจาก พระโขนง ตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้แนวคิดพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความรับผิดชอบ และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง พร้อมเป็นพลเมืองที่ตระหนักและร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โรงเรียนแต่ละแห่งนำปัญหาในพื้นที่มาพัฒนาเป็นโครงการสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะ น้ำเสีย การลดการใช้สารเคมี การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้โรงเรียนเป็น “แบบอย่าง” และ “สังคมจำลอง” สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากร ได้ร่วมปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวัน ช่วยขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งในโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นอกจากนี้ 11 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ยังได้ร่วมเป็นจุดรับซื้อน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหารจากชุมชนรอบโรงเรียน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ในโครงการ “Fry to Fly” ของบางจากฯ ด้วย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12774625&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tBQrqFGpyyjB4Tx_–zck

  • ความสามารถในการฟื้นตัวและรับมือของภาคธุรกิจครอบครัวในเวียดนาม ปี 2568

    ความสามารถในการฟื้นตัวและรับมือของภาคธุรกิจครอบครัวในเวียดนาม ปี 2568

    ความสามารถในการฟื้นตัวและรับมือของภาคธุรกิจครอบครัวในเวียดนาม ปี 2568

    image.png

    บริษัท PricewaterhouseCoopers (PwCเวียดนามได้เผยแพร่ผลการสำรวจธุรกิจครอบครัวครั้งที่ 12 ประจำปี 2568 โดยการสำรวจปีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับโลก ที่มีธุรกิจครอบครัวเข้าร่วมทั้งหมด 1,325 แห่ง จาก 62 ประเทศ โดยมีผู้แทนจากเวียดนามจำนวน 32 แห่ง จากผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 75 ของธุรกิจครอบครัวที่เข้าร่วมการสำรวจมียอดขายเติบโตในปีงบประมาณ 2567–2568  ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 41 ของธุรกิจครอบครัวเวียดนามมีอัตราการเติบโตตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 25 ของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก       ที่ทำได้ในระดับเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจครอบครัวเวียดนามร้อยละ 31 ที่เข้าร่วมการสำรวจตั้งเป้าการเติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่มีเพียงร้อยละ 16 ของธุรกิจครอบครัวทั่วโลกเท่านั้นที่ทำได้ในระดับเดียวกัน

    ผลการสำรวจดังกล่าวยังระบุถึงปัจจัยสำคัญ 5 ประการที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัวในปี 2568 โดยร้อยละ 69 ของธุรกิจครอบครัวในเวียดนามได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ร้อยละ 66 ของธุรกิจครอบครัวได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ       การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะที่ร้อยละ 56 ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และร้อยละ 47 ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษี อย่างไรก็ตาม มีเพียงร้อยละ 25 ของธุรกิจครอบครัวในเวียดนามที่มีวิสัยทัศน์  เชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกันในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันมีร้อยละ 91 ของธุรกิจครอบครัวยอมรับว่าจำเป็นต้องมีความสามารถในการฟื้นตัวและรับมือของธุรกิจในระยะยาว (Long-term Business Resilience) ร้อยละ 72 ของธุรกิจครอบครัวเลือกที่  จะลงทุนในการนวัตกรรม (Innovation Investment) และร้อยละ 69 เลือกที่จะเพิ่มความเข้มข้น    ของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ดังนั้น เพื่อให้บรรลุการเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน ภาคธุรกิจครอบครัวจำเป็นต้องก้าวข้ามรูปแบบการดำเนินงานแบบดั้งเดิม จากการพึ่งพาศักยภาพในอดีตไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงรุก โดยเฉพาะในการปรับเปลี่ยนหลักการคิด ปัจจุบัน ร้อยละ 69 ธุรกิจครอบครัวเวียดนามยังมองว่าความได้เปรียบของตนมาจากประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Efficiencies) เป็นหลัก

    แม้ว่าธุรกิจครอบครัวในเวียดนามจะมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาว แต่ในทางปฏิบัติ เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยดังกล่าว ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่กลับมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นและจำกัดความสามารถในการปรับตัวอย่างเหมาะสม ผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 44 ของธุรกิจครอบครัวยอมรับว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วก็ต่อเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่มีเพียงร้อยละ ของธุรกิจครอบครัวที่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและปรับตัวได้ดี ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าความท้าทายหลักของธุรกิจครอบครัว            ในเวียดนามเกิดขึ้นจากปัจจัยภายในมากกว่าภายนอก โดยมีร้อยละ 41 ของธุรกิจครอบครัวที่มีสมาชิกในครอบครัวขาดความเชี่ยวชาญภายในองค์กร (Lack of Internal Expertise) และร้อยละ 38 ขาดความสอดคล้องระหว่างสมาชิกครอบครัวต่างรุ่น (Lack of Alignment Between Generations) นอกจากนี้ การดำเนินการปฏิรูปหรือการปรับกลไกการบริหารขั้นพื้นฐานภายในองค์กรยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเพียงร้อยละ 34 ของธุรกิจครอบครัวที่ยอมให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระหรือคนภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวเข้าร่วมคณะกรรมการบริหาร และมีเพียงร้อยละ 31 ที่ยอมรับการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

    ธุรกิจครอบครัวในเวียดนามร้อยละ 94 ยังให้ความสำคัญกับการปกป้องกิจการของครอบครัวและมองว่าทรัพย์สิน   ซึ่งสูงกว่าร้อยละ 78 ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกและมีร้อยละ 81 ที่ต้องการรักษามรดกตกทอดของครอบครัวไว้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และสืบสานคุณค่าที่สืบทอดมาจากรุ่นก่อน รวมทั้งแสดงถึงความผูกพันลึกซึ้งในการคงไว้ประเพณี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจครอบครัวในเวียดนามให้ความสำคัญต่อชื่อเสียงทางธุรกิจไม่มากนัก โดยมีเพียงร้อยละ 62 ของธุรกิจครอบครัวที่เข้าร่วมการสำรวจยอมรับถึงความสำคัญของชื่อเสียง ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 78 ธุรกิจครอบครัวทั่วโลก   สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความเชื่อมั่นของธุรกิจครอบครัวในเวียดนามที่ยังไม่สูง เนื่องจากความกังวลเรื่องจริยธรรมในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยมีร้อยละ 50 ของธุรกิจครอบครัวที่ยอมรับเรื่องนี้ สูงกว่าทั่วโลกถึงเท่าตัว นอกจากนี้ ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าธุรกิจครอบครัวในเวียดนามมีมุมมองที่ขัดแย้งกัน โดยร้อยละ 41 มองว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นทั้งแรงขับเคลื่อนสำคัญและโอกาสในการสร้างแบรนด์สินค้า ในขณะที่ธุรกิจครอบครัวอีกกลุ่มหนึ่งกลับมองว่าควรมีแค่บทบาทในสนับสนุนเท่านั้น สะท้อนถึงความลังเลในปฏิบัติตามหลักการคิด ESG (EnvironmentalSocialGovernance)

    นางสาว Luong Thi Anh Tuyet ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจเอกชน บริษัท PwC เวียดนาม ระบุว่าท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์โลกส่งผลให้แรงขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพลดลง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเวียดนามยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากการปรับปรุงโครงสร้างภาครัฐ และส่งเหล่านี้ได้สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจครอบครัวในเวียดนาม ดังนั้น การพัฒนาในระยะยาวของธุรกิจครอบครัวจึงขึ้นอยู่กับการผสานระหว่างชื่อเสียง เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และแหล่งเงินทุนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นความยืดหยุ่นและความเป็นมืออาชีพในการบริหารกิจการ เพื่อไม่เพียงปกป้องมรดกของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างบทบาทและขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจภายในประเทศเวียดนามและในต่างประเทศด้วย

    (จาก https://vneconomy.vn/)

    ข้อคิดเห็น สคต

    จากผลการสำรวจธุรกิจครอบครัวครั้งที่ 12 ของบริษัท PwC เวียดนาม ธุรกิจครอบครัว (Family Business) หมายถึงบริษัทที่สิทธิความเป็นเจ้าของและสิทธิในการบริหารจัดการถูกรวมไว้ในตัวผู้ประกอบการหรือสมาชิกในครอบครัว และ    มีการถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 50 ของบริษัท และบุคคลเหล่านี้ต้องมีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัท ผลการสำรวจครั้งนี้ไม่เพียงแต่ชี้ให้เห็นมุมมองใหม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในเวียดนามสำหรับผู้ประกอบการด้านการค้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงโอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าจากต่างประเทศต่างๆ ไปยังเวียดนามให้เกิดความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของผู้ประกอบการเวียดนามที่มีธุรกิจในลักษณะธุรกิจครอบครัว       จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (General Statistics Office: GSO) ดัชนีราคาผู้บริโภคของเวียดนามในช่วง เดือนแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.27 และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.19 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 และการที่ร้อยละ 75 ธุรกิจครอบครัวเวียดนามที่เข้าร่วมการสำรวจมียอดขายเติบโตในปีงบประมาณ 2567–2568 สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อภายในประเทศยังคงแข็งแรงและมีเสถียรภาพ ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้า และบริการจากประเทศต่างๆ

    อย่างไรก็ตาม ภายใต้ผลกระทบจากนโยบายด้านภาษี กระแสการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจครอบครัวเวียดนามมักให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็ว มากกว่าการวางแผนคาดการณ์และปรับตัวเชิงรุกต่อสถานการณ์ในระยะยาว ส่งผลให้ผู้ส่งออกจากประเทศต่างๆ อาจเผชิญ   ความท้าทายในการเจาะตลาดด้วยสินค้าใหม่หรือสินค้านวัตกรรม เนื่องจากธุรกิจครอบครัวในเวียดนามอาจยังขาดความพร้อมในการขยายหมวดหมู่สินค้านำเข้าหรือทดลองสินค้าใหม่จากคู่ค้าต่างประเทศเพื่อรองรับกระแสความนิยมหรือมาตรฐานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/oe04optp8jsw97agsj2j5jtn&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17ruq2d-Es8QJxADw_NY3q

  • ประวัติ “เอ้ สุชัชวีร์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ที่ชูเรื่องการศึกษา

    ประวัติ “เอ้ สุชัชวีร์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ที่ชูเรื่องการศึกษา

    เปิดประวัติ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ลงสนามการเมืองเต็มตัวในนามพรรคไทยก้าวใหม่ นั่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ เอง เรือธงนโยบาย ผลักดันเรื่องการศึกษา

    วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าวันเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ คือวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้หลายพรรคการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ส่วนพรรคน้องใหม่อย่างพรรคไทยก้าวใหม่ ของดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ก็เดินหน้าทยอยออกแคมเปญและวางตัวผู้สมัครของพรรคอย่างต่อเนื่อง ทำงานเชิงรุกในการขอคะแนนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมทัพ คอยเป็นลมใต้ปีกให้ด้วย ขณะที่นโยบายเน้นจุดขายเรื่องการศึกษาเป็นหลัก

    ประวัติ “เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์”

    สำหรับ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2515 ปัจจุบันอายุ 53 ปี สมรสครั้งที่ 2 กับ นางสวิตา สุวรรณสวัสดิ์ แจ้งว่ามีบุตรรวม 3 คน รวมกับของภรรยาเก่า (เกล็ดดาว สัตย์เจริญ อาจารย์ประจำวิชา ภาควิชาวิศวกรรมไอโอทีและสารสนเทศ) 1 คน มีอาชีพเป็นวิศวกร นักวิชาการ และอาจารย์ โด่งดังจากฉายา “พี่เอ้ ลาดกระบัง” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้วยการเนียนปลอมตัวไปเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง กระโดดขึ้นเวทีไปเป็นแร็ปเปอร์โชว์ร้องเพลงบนเวทีปฐมนิเทศ และเป็นวาทยากร ผู้ควบคุมวงดนตรี ในงานพิธีรับปริญญาของสถาบัน ทำให้เป็นอธิการบดีที่มีภาพลักษณ์เข้าถึงนักศึกษา จับต้องและสัมผัสได้ง่าย

    เส้นทางการเมือง “เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์”

    นายสุชัชวีร์ เข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในปี 2565 โดยการถูกทาบทามให้ลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแข่งกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่ก็ถูกสกัดดาวรุ่งทันที โดนยื่นตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ที่พบว่าร่ำรวยผิดปกติ แต่นายสุชัชวีร์ ชี้แจงว่าเป็นของภรรยา ที่มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท เอ็มเอสซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด

    ผลการเลือกตั้งแม้จะได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 2 แต่คะแนนก็ทิ้งห่างจากนายชัชชาติ ในลำดับที่ 1 กว่า 1.1 ล้านเสียง แม้ไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่นายสุชัชวีร์ ยังมีบทบาทที่สำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ ถูกแต่งตั้งให้นั่งในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และเป็นประธานคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 12 ของพรรค แต่การเลือกตั้งในปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส.บัญชีรายชื่อมาเพียง 3 เก้าอี้ ทำให้ไม่ได้เป็น สส.

    จนเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายสุชัชวีร์ ได้ตัดสินใจยื่นจดหมายลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ทุกตำแหน่ง พร้อมยอมรับว่าจะไปตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ ที่เน้นนโยบายด้านการศึกษา

    ชีวิตการทำงาน “เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์”

    นายสุชัชวีร์ เคยเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมโยธาที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากนั้นได้เป็นศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธา และขึ้นเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่สถาบันดังกล่าว

    นอกจากนี้ นายสุชัชวีร์ยังเคยเป็นอดีตนายกสภาวิศวกร อดีตประธานสมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย, อดีตประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ และปัจจุบันยังเป็นประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2902383&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ifXbFhqo5v3GqmeguPNNf

  • โลกเสี่ยงสูญเสียธารน้ำแข็งปีละ 4,000 แห่ง นำไปสู่การอพยพประชากรครั้งใหญ่ในอนาคต

    โลกเสี่ยงสูญเสียธารน้ำแข็งปีละ 4,000 แห่ง นำไปสู่การอพยพประชากรครั้งใหญ่ในอนาคต

    งานวิจัยใหม่สร้างความกังวลให้กับนักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เมื่อพบว่าธารน้ำแข็งหายไปในแต่ละปี อาจเพิ่มเป็น 2,000–4,000 แห่ง ภายในกลางศตวรรษนี้ หากอุณหภูมิโลกยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Climate Change ระบุชัดว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเร่งให้ธารน้ำแข็งละลายในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษย์ โดยนักวิจัยอธิบายว่า หากโลกสามารถจำกัดภาวะโลกร้อนให้อยู่ที่ ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามเป้าหมายความตกลงปารีส จะยังรักษาธารน้ำแข็งได้ราว 50% ของจำนวนทั้งหมดในปัจจุบัน

    แต่ในสถานการณ์เลวร้าย หากโลกร้อนขึ้นถึง 4 องศาเซลเซียส ธารน้ำแข็งเกือบทั้งหมดจะหายไป เหลือเพียงราว 18,000 แห่งทั่วโลก

    โดยตัวเลขจากการศึกษาพบว่าโลกสูญเสียน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งบนภูเขามากกว่า 7 ล้านล้านตัน ตั้งแต่ปี 2000 ขณะที่ในปี 2023 ปีเดียว มีการสูญเสียธารน้ำแข็งกว่า 600,000 ล้านตัน โดยธารน้ำแข็งละลายเร็วที่สุดในอลาสกา และยุโรปตอนกลาง เช่น เทือกเขาแอลป์ ขณะที่มวลน้ำแข็งจากแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก ลดลงมากกว่ายุคปี 1990 ถึง 4 เท่า

    โดยนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การหายไปของธารน้ำแข็งจะกระทบต่อแหล่งน้ำจืดของประชากรหลายร้อยล้านคน และทำให้ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ความเสี่ยงน้ำท่วมพื้นที่ชายฝั่ง และอาจต้องอพยพประชากรครั้งใหญ่ในอนาคต

    ขณะเดียวกันธารน้ำแข็งยังทำหน้าที่เป็นแคปซูลเวลาทางสภาพภูมิอากาศ ที่เก็บข้อมูลโลกย้อนหลังหลายพันปี ตั้งแต่ปริมาณฝน การปะทุของภูเขาไฟ ไปจนถึงยุคอุตสาหกรรม ซึ่งหากธารน้ำแข็งละลายจนปนเปื้อน ข้อมูลเหล่านี้อาจสูญหายไปตลอดกาล ดังนั้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วน คือกุญแจสำคัญในการชะลอการสูญเสียธารน้ำแข็ง และรักษาสมดุลของโลกใบนี้ไว้ให้คนรุ่นต่อไป.

    ที่มา : AP 

    คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ธารน้ำแข็ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2902439&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vtGstVSPpNia8-nMygQ91

  • รายงานการดำเนินการตามกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า ประจำปี 2568 – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    รายงานการดำเนินการตามกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า ประจำปี 2568 – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ตามแผนงานผู้พิทักษ์ป่า ปี 2568 มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้วางแผนการดำเนินงานด้านการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ผ่านกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่าเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและครอบครัว โดยมีผลดำเนินงานดังนี้

    [ 1 ]
    ให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กรณีบาดเจ็บ-เสียชีวิต

    ให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 26 ราย ให้ความช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จำนวน 16 ราย รวมให้การช่วยเหลือตามกองทุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 473,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

    เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากรณีได้รับบาดเจ็บ

    นายอานาวิน ทองติด บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางยาง ได้รับบาดเจ็บจากเหตุมีดกระเด็นหลุดมือบาดหน้าแข้ง เป็นแผลลึก ระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายประพันธ์ นาครอด พนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกระทิงขวิด มีแผลเปิด ลำไส้ทะลัก ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายอนันต์ ทรัพย์สิน พนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกระทิงขวิด กระดูกผิดรูป ขยับตัวไม่ได้ ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายสมศิล สมสาบาล พนักงานราชการ ตำแหน่งคนงาน ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ได้รับบาดเจ็บลื่นตกร่องน้ำ กระดูกข้อเท้าหัก ระหว่างการผลักดันช้างป่า ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    นายอนุชิต แกมนิล บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ระหว่างปฏิบิติหน้าที่ผลักดันช้างป่า ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายวิเชษฐ เมฆบุตร พนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินงาน ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้รับบาดเจ็บจากประทัดลูกบอลระเบิดระหว่างการผลักดันช้างป่า มีแผลฉีกขาด กระดูกนิ้วหัก ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท

    นายปภังกร สินสุพรรณ พนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินงาน ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้รับบาดเจ็บจากประทัดลูกบอลระเบิดระหว่างการผลักดันช้างป่า มีแผลเปิดตามร่างกาย ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายเม็ง ศรีจันทร์ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้รับบาดเจ็บจากประทัดลูกบอลระเบิดระหว่างการผลักดันช้างป่า มีบาดแผลฉีกที่หลังหูขวา ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายสุรพงศ์ กรุงวงศ์ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ระหว่างเดินทางไปลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท

    นายสถิตย์ วงษ์ดี พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ได้รับบาดเจ็บกระดูกสันหลังหัก ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผลักดันช้างป่า ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายโสพล ภูน้ำทอง พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว ได้รับบาดเจ็บถูกวัวแดงพุ่งชน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผลักดันวัวแดง ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    นายศรีวิชัย ศักดิ์พัฒนาปกรณ์ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้รับบาดเจ็บจากกระทิง มีแผลฉีกขาดบริเวณสะโพก ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท

    นายสามารถ กลิ่นหอม พนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บมีแผลฟกช้ำตามร่างกาย ปากแตก และช้ำบริเวณตาด้านขวา ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายสำรวย เอียวซู พนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินงาน ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ ได้รับบาดเจ็บจากเหตุประทัดระเบิดใส่มือ ระหว่างผลักดันช้างป่า ทำให้ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลแตกที่นิ้ว ต้องตัดปลายนิ้วชี้ที่แตกละเอียดออก ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    นายสุนทร พลบัว พนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินงาน ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้รับบาดเจ็บกิ่งไม้ไผ่หักและดีดเข้าดวงตา ระหว่างการปฏิบัติงานดับไฟป่า ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท

    นายเริงฤทธิ์ พรหมศรี พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ลื่นล้มระหว่างการดับไฟป่า เป็นเหตุให้มือขวาได้รับบาดเจ็บ ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท

    นายกิตติพงษ์ อุยะตุง บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ได้รับบาดเจ็บจากเหตุหมูป่าขวิด ทำให้มีแผลฉีกขาดที่สะโพกและขา ระหว่างการลาดตระเวร ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 7,000 บาท

    นายจอคือดา ดรรชนีนามชัย  บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯด้านตะวันออก ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกระทิงวิ่งชนระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    นายถาวร ธรรมถาวรวงษ์ ลูกจ้างชั่วคราว ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ได้รับบาดเจ็บจากเหตุพลัดตกหลังคา ระหว่างซ่อมแซมบ้านพัก ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    นายพิโมกข์ สุดสน บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตรักาษพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้รับบาดเจ็บรถจักรยานยนต์ตกข้างทาง ขณะถอนกำลังจากการดักซุ่มจับกุมผู้ต้องหา อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้สูญเสียความสามารถในการมองเห็นด้านตาซ้าย ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

    นายวิเชต เอกบาง พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ เจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายสหชัย สังข์ศรีสังข์ พนักงานราชการ ตำแหน่งคนงาน  ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ได้รับบาดเจ็บจากการพลัดตกจากหน้าผาระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายชุดชนะ นวลผล บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลื่นล้ม ระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายพุฒิเศรษฐ์ นันทา บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว ได้รับบาดเจ็บลื่นไถลลงลำห้วย ได้รับบาดเจ็บบริเวณตาขวา จากการถูกกระแทก ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

    นายสมบูรณ์ พืชสิงห์ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ได้รับบาดเจ็บถูกกระทิงขงิดและกัดบริเวณต้นขาซ้าย มีแผลฉีกขาด ติดเชื้อ ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    นายอภิศักดิ์ บุตรสมัน พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลื่นล้ม หลังกระแทกต้นไม้ ระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

    ให้ความช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากรณีเสียชีวิต

    นายเอนก ศรีสุพรรณ พนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เสียชีวิตจากเหตุอันเนื่องมาจากการลาดตระเวน (เห็บกัด เป็นไข้หนาวสั่น) ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายวิมล อาจมนตรี ลูกจ้างประจำ ปฎิบัติงานประจำอุทยานน้ำตกห้วยเลา เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว (อ่อนเพลีย เป็นลม หมดสติ) ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายเชียงศักดิ์ วงศ์สวัสดิ์ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เสียชีวิตจากโรคลมแดด ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

    นายศรศักดิ์ สื่อกลาง พนักงานพิทักษ์ป่า ส.3 ปฎิบัติงานประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก. 12 (โป่งแดง) เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมไฟป่า ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายอำนวย พุ่มเกิด บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ เสียชีวิตจากไข้มาลาเรียหลังกลับจากการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายมาหะมะรอสตี ปาเน๊าะ พนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เสียชีวิตจากการแน่นหน้าอกและหมดสติระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท และให้ทุนการศึกษาบุตร คือนายสายธาร ปาเน๊าะ

    นายวิทวัฒน์ ก้อนเมฆ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เสียชีวิตจากเหตุอันเนื่องมาจากการลาดตระเวน(กล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด) ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายไพศาล แหวนเพ็ชร บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จมน้ำเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่พานักท่องเที่ยวชมถ้ำเสาหิน ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายอนุชิตร จันแสงสี พนักงานราชการ ตำแหน่งคนงาน ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผลักดันช้างป่า ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายสราวุทธ สุนันโฉ พนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำเขตห้ามล่าอ่างเก็บน้ำบางพระ เสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วย หลังกลับจากปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังช้างป่า ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

    นายพงษ์ดนัย ใจปิก บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า ขณะพบร่างยังคงแบกเครื่องเป่าลม แต่ไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายเอกชัย ไชยมงคล บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำหน่วยศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ต้นน้ำน้ำเงิน เสียชีวิตจากเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า (เลือดออกปาก/จมูกและเสียชีวิตในภายหลัง)  ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายพิษณุ บุญเกื้อ พนักงานราชการ ตำแหน่งคนงาน ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน (ภาวะหัวใจล้มเหลว) ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

    นายสุพัก อิ่มสำราญ พนักงานราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติตาพระยา เสียชีวิตจากเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายณัฐวุฒิ บุญนัก บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหลังกลับจากลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

    นายกฤษศิริ ปิ่นประยูร บุคคลภายนอกปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์และป้องกันรักษาป่า ปฎิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติเขานัน ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการลาดตระเวน ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท และให้ทุนการศึกษาบุตร คือ ด.ญ.ปัญญ์ณภัส ปิ่นประยูร

    นายบัญชา ไกรศรีบารมี พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ปฎิบัติงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากช้างป่า  ระหว่างปฎิบัติงานอยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าทิขุ ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท 

    [ 2 ] 
    มีดกับวิถีแห่งพงไพร 

    มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้รับอนุเคราะห์มีดเดินป่า จำนวน 156 เล่ม จาก ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร (คนแรก) โดยมีวัตถุประสงค์ให้มูลนิธินำมาใช้ในกิจกรรมระดมทุนเข้าสู่กองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า

    เบื้องต้นจากการประมูล เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม และเปิดให้การสนับสนุนมีดหน้าร้าน Thailand Outdoor ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม รวมยอดที่ประมูลและสนับสนุนทั้งหมด 512,101.02  บาท

    หลังจากนั้นมีการเปิดให้สนับสนุนมีดส่วนที่เหลือผ่านทาง online มียอดการสนับสนุนทั้งสิ้น 49,740 บาท (หักค่าจัดส่งเเล้ว) รวมยอดสนับสนุนเข้ากองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่าทั้งสิ้น 561,841.02 บาท 

    เเละในเดือนสิงหาคม มูลนิธิฯได้รับมอบมีดพับจำนวน 154 เล่ม จากอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุลมาอีกครั้งหนึ่ง โดยได้มีกิจกรรมประมูลมีดพิเศษ จำนวน 13 เล่ม ผ่าน Facebook Live ไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนอีก 144 เล่มนั้นเปิดจำหน่ายทางหน้าร้านพร้อมทั้งช่องทางออนไลน์ของ ร้าน Thailand Outdoor ลาดพร้าว เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีใจรักธรรมชาติได้ส่วนร่วมในการสนับสนุนงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พร้อมได้มีดพับดีๆ ติดตัวไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน 

    หลังจบกิจกรรมมียอดการสนับสนุน ทั้งสิ้น 441,200 บาท (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม)

    มูลนิธิสืบนาคะเสถียรขอขอบคุณร้าน Thailand Outdoor ลาดพร้าว สำหรับพื้นที่ในการจัดกิจกรรม 

    ขอขอบคุณ พนักงานทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง 

    ขอขอบคุณ คุณงบ ธัชรวี หาริกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน Thailand Outdoor คุณดิ๊ก กาญจนุ ม่วงศิริ จาก Krm Performance Knife เเละคุณโจ้ กิตติเชษฐ์ มายะการ จาก JDT Combative สำหรับความรู้ดีๆเกี่ยวกับมีดเเต่ละเล่มที่นำมาพูดคุยกันผ่าน live 

    เเละขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามเเละให้การตอบรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นอย่างดี ตลอดจนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานผู้พิทักษ์ป่าร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 3 ] 
    เสื้อคนสู้ไฟ…. เพื่อผู้พิทักษ์ป่า

    จากแคมเปญเพื่อผู้พิทักษ์ป่าที่เปิดให้มีการสนับสนุนเสื้อลายคนสู้ไฟ 1 ตัว เเละ ส่งมอบอีก 1 ตัว ให้กับผู้พิทักษ์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อเป็นขวัญเเละกำลังใจในการทำงาน ซึ่งหลังจากจบโครงการมูลนิธิฯได้ส่งมอบเสื้อไปยัง 11 พื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้งสิ้น 355 ตัว 

    มีรายละเอียดดังนี้

    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากะทูน จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 29 ตัว
    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 54 ตัว
    • สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 19 ตัว
    • วนอุทยานถ้ำธาราลอด จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 10 ตัว
    • สถานีควบคุมไฟป่าแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 15 ตัว
    • อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี จำนวน 28 ตัว
    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ จ.ระนอง  จำนวน 54 ตัว
    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย จำนวน 51 ตัว
    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม จ.อุบลราชธานี จำนวน 47 ตัว
    • อุทยานแห่งชาติน้ำพอง จ.ขอนเเก่น จำนวน 27 ตัว
    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ จำนวน 21 ตัว

    มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนงานผู้พิทักษ์ป่าผ่าน แคมเปนพิเศษ “เพื่อผู้พิทักษ์ป่า” ร่วมกันกับเรา

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 4 ] 
    เยี่ยมหน่วยพิทักษ์ป่า 
    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

    เมื่อวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2568 มูลนิธิสืบนาคะเสถียรลงพื้นที่เยี่ยมหน่วยพิทักษ์ป่า ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก 

    กิจกรรมมีขึ้นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนมอบสิ่งของที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่และส่งเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ เช่น เปลมุ้ง ฟรายชีท ชุดลายพราง เครื่องตัดหญ้า เครื่องเป่าลมใบไม้ เลื่อยโซ่ยนต์ เครื่องตัดหญ้าสะพาย 4 จังหวะ ชุดทีวีพร้อมจานดาวเทียม แบตเตอรี่ โซล่าเซลล์ ฯลฯ มูลค่ารวม 207,850 บาท โดยมอบให้กับ 18 หน่วยพิทักษ์ป่า เเละ 7 จุดสกัด ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

    ในการเดินทางเยี่ยมหน่วยฯ เริ่มต้นที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มีนายศุภฤกษ์ กลั่นประเสริฐ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ เเละทีมงานกล่าวต้อนรับพร้อมแนะนำพื้นที่รวมถึงการทำงานของเขตฯ โดยสังเขป

    จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช จุดสกัดดงวี่ หน่วยพิทักษ์ป่าเซซาโว่ สถานีวิทยุเเม่ข่ายเขาพระฤๅษี หน่วยพิทักษ์ป่าแม่กะสะ เเละหน่วยพิทักษ์ป่าจะแก ตามลำดับ

    อีกหนึ่งภารกิจนอกเหนือจากการลงพื้นที่เยี่ยมหน่วยพิทักษ์ป่าเเละมอบสิ่งของจำเป็นเเล้ว มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้กิจกรรมเรียนรู้พื้นที่การทำงานในมิติภูมิศาสตร์ นิเวศป่าไม้และสัตว์ป่า ชุมชน และภารกิจการทำงานของผู้พิทักษ์ป่าให้กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีนายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการเรียนรู้ครั้งนี้

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 5 ]
    หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ฯ 
    เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและชุมชนรอบผืนป่า ปี 2568

    จัดขึ้นโดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจาก กิ่งกาชาดอำเภออุ้มผาง สาธารณสุขอำเภออุ้มผาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก เเละภาคส่วนราชการในอำเภออุ้มผาง

    โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสุขภาพให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับบริการทางการแพทย์ ซึ่งประกอบไปด้วยการรักษาโรคทั่วไป พร้อมจ่ายยา หน่วยทันตกรรม ให้การบริการด้านการอุดฟัน ถอนฟัน เเละขูดหินปูน หน่วยการให้บริการด้วยวิธีฝังเข็มประยุกต์ เเละการให้ความรู้ด้านสุขศึกษา มีการลงพื้นที่ให้บริการเป็นจำนวน 5 วัน ตั้งเเต่วันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2568 

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 6 ] 
    โครงการสร้างปราการทางน้ำหน่วยพิทักษ์ป่าแก่งสร้อย

    โครงการสร้างปราการทางน้ำหน่วยพิทักษ์ป่าแก่งสร้อย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากมูลนิธิใจกระทิง มีกำหนดเริ่มดำเนินการสร้างในเดือนกรกฎาคม 

    ปราการทางน้ำนี้เป็นหน่วยพิทักษ์ป่าหนึ่งที่ตั้งอยู่บนผืนน้ำแม่ปิง เป็นด่านในการตรวจคัดกรองคนและเรือที่จะผ่านเข้าออกทางแม่น้ำปิง หรืออาจกล่าวได้ว่าทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันภัยคุกคามที่แอบแฝงมาทางสายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นพวกลักลอบตัดไม้ หรือล่าสัตว์ ให้สามารถปฏิบัติการได้ทันต่อสถานการณ์ 

    การมีอยู่ของปราการทางน้ำจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด สัตว์ป่าชนิดต่างๆ รวมถึงกวางผา หนึ่งในสัตว์ป่าสงวนของไทย ก็จะได้รับการปกป้องดูแลไปด้วยเช่นกัน

    ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมได้มีการลงพื้นที่ตรวจรับงานโครงการสร้างปราการทางน้ำหน่วยพิทักษ์ป่าแก่งสร้อย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และทีมงาน พร้อมกันนี้ได้หารือเตรียมดำเนินการในส่วนของสิ่งก่อสร้างตัวอาคารร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for nature : WWF)

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 7 ] 
    ฝึกอบรมผู้นำสื่อความหมายธรรมชาติฯ 
    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก

    เนื่องด้วยมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ทำการปรับปรุงป้ายสื่อความหมายในเส้นทางศึกษาธรรมชาติมหัศจรรย์วิถีนิเวศป่าไม้แห่งเขาหินปูน บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง เพื่อให้เส้นทางศึกษาธรรมชาติฯนี้รองรับการใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด 

    โดยในวันที่ 24-25 มีนาคม 2568 ได้มีกิจกรรมอบรมผู้นำสื่อความหมายธรรมชาติฯ เพื่อพัฒนาบุคลากรของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ให้มีความรู้และความเข้าใจศักยภาพของพื้นที่ สามารถพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และมีเทคนิคการเป็นนักสื่อความหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าแบบมืออาชีพต่อผู้เข้ามาใช้บริการหรือมาศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าได้ทุกกลุ่มเป้าหมายและทุกช่วงวัย

    กิจกรรมครั้งนี้ได้รับโอกาสจาก คุณนพรัตน์ นาคสถิตย์ กรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ คุณรุ่งสุริยา บัวสาลี ผู้เชี่ยวชาญการสื่อความหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า มาเป็นวิทยาให้ตลอดระยะเวลากิจกรรม ซึ่งทักษะที่ฝึกอบรมในครั้งนี้ได้เเก่  เทคนิคสื่อความหมายในเส้นทางฯนิเวศป่าไม้เขาหินปูน การสำรวจร่องรอยสัตว์ป่า การจำเเนกชนิดป่า และบทบาทของสัตว์ป่า ตลอดจนเรื่องราวของคุณค่ามรดกโลกทุ่งใหญ่ฯ กับสังคมไทย

    [ 8 ]
    อนุมัติ ปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า
    กรณีบาดเจ็บ-เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน

    จากการเสนอเรื่องเพื่อพิจจารณาการปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าจากคณะกรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติอนุมัติให้ ปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า ในกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในกรณีบาดเจ็บ-เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน ทั้ง 3 กรณี ดังนี้

    • กรณีเสียชีวิต จาก 20,000 บาท ปรับใหม่เป็น 30,000 บาท
    • กรณีเจ็บสาหัส พิการ ทุพพลภาพ จ่ายตามจริงไม่เกิน 20,000 บาท (คงเดิม)
    • กรณีเจ็บ/ป่วย  จากเดิม จ่ายตามจริงไม่เกิน 5,000 บาท ปรับใหม่เป็น 10,000 บาท

    โดยเริ่มให้การช่วยเหลือหลักเกณฑ์ใหม่นี้ตั้งเเต่เดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป ส่วนของการช่วยเหลือจากกรณีประสบเหตุจากการทำงานปกติ นั้นยังคงการช่วยเหลือไว้ดังเดิม

    [ 9 ]
    ปรับปรุงระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 
    เสริมประสิทธิภาพการทำงานพิทักษ์ป่า

    มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สนับสนุนงบประมาณการปรับปรุงระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประจำจุดสกัดกะแง่คี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหหน้าที่พิทักษ์ป่า เช่น การชาร์จแบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ ไฟฟ้าส่องสว่าง ตลอดจนงานอื่นๆ ที่มีความจำเป็น 

    โดยก่อนหน้านี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์มาเเล้วบางส่วน หากแต่ยังคงขาดอีกบางส่วนซึ่งมีความจำเป็น จึงมีการประสานขอรับการสนับสนุนมายังมูลนิธิฯ เเละเพื่อให้การดำเนินงานเสร็จสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติและเต็มประสิทธิภาพนั้น มูลนิธิฯจึงสนับสนุนงบประมาณ ในส่วนของโครงสร้างเหล็กรองรับเเผงโซล่าเซลล์ สายไฟ อุปกรณ์ต่อพ่วง เเละแบตลิเที่ยม จำนวน 36,530 บาท จากกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร 

    [ 10 ]
    นิรันดร์ ส่งมอบอุปกรณ์เพื่อผู้พิทักษ์ป่า

    ตามที่แบรนด์นิรันดร์ พวงหรีดรักษ์โลกได้มีความประสงค์ทำกิจกรรมร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร  ในปี 2568 เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งใช้สำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานลาดตระเวนของผู้พิทักษ์ป่า อาทิเช่น เปลมุ้ง ฟรายชีท เครื่องกรองน้ำ และไฟฉาย โดยให้ลูกค้าที่ได้ซื้อพวงหรีดนิรันดร์ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนผู้พิทักษ์นั้น 

    ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาตัวเเทนจากแบรนด์นิรันดร์ ได้เข้ามามอบอุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่ได้จากการทำกิจกรรมในช่วงเเรกให้กับมูลนิธิฯเพื่อส่งมอบไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป 

    ในครั้งนี้ฝ่ายงานเพื่อผู้พิทักษ์ป่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร พิจารณาเเล้วเเละได้ส่งมอบไปยัง สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ (พร้อมกับการส่งมอบเสื้อยืดจากกิจกรรม คนสู้ไฟ) เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยฯได้ใช้ในการหนุนเสริมการทำงานในพื้นที่ต่อไป

    [ 11 ]
    สนับสนุนภารกิจงานเพื่อผู้พิทักษ์ป่า 
    อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว

    ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม 2568 นางสาวเกศรินทร์ เจริญรักษ์ หัวหน้าฝ่ายงานเครือข่ายเเละความร่วมมือ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อเยี่ยมหน่วยพิทักษ์ป่าเเละสนับสนุนการทำงานของผู้พิทักษ์ป่าในพื้นที่

    โดยได้สนับสนุนแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ให้กับ จุดสกัดสุริยะวิถี และ จุดสกัดหนองติม อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระเเก้ว โดยมีนายวุฒิชัย เกตานนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาพระยา เป็นผู้รับมอบ

    พร้อมกันนี้ได้เข้าเยี่ยมอาการและให้การช่วยเหลือตามกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า แก่ นายวีระชัย สิทธิวงษา เจ้าหน้าที่จุดสกัดผาแดง อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว ที่ประสบอุบัติเหตุต้นไม้หักทับ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังและสะโพก ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 12 ] 
    วันผู้พิทักษ์ป่าโลก

    เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคมที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมออกบูธประชาสัมพันธ์กองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่าเเละนำเสนอเรื่องราวการทำงานตามกองทุนฯในช่วงที่ผ่านมา ในงาน “วันผู้พิทักษ์ป่าโลก” ที่จัดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 13 ] 
    สนับสนุนระบบโซล่าเซลล์ 
    ฐานปฎิบัติการป้องกันรักษาป่าอ่างรัตนโกสินทร์ จ.สระแก้ว

    เมื่อวันที่ 16-17 สิงหาคมที่ผ่ามา มูลนิธิสืบนาคะเสถียรพร้อมด้วยอาสาสมัครจากชมรมอาสาด้วยสองมือ เเละชมรมคนรักษ์สัตว์ป่า เข้าดำเนินการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ให้กับฐานปฎิบัติการป้องกันรักษาป่าอ่างรัตนโกสินทร์ จ.สระแก้ว

    ทั้งนี้ได้สนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า ร่วมกับชมรมอาสาด้วยสองมือ เเละชมรมคนรักษ์สัตว์ป่า ในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ รวมถึงเพิ่มเติมเข้ามาในส่วนของระบบน้ำ และห้องน้ำ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น  91,120 บาท

    การสนับสนุนในครั้งนี้เป็นการเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหหน้าที่พิทักษ์ป่า เช่น การชาร์จแบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ ไฟฟ้าส่องสว่าง ตลอดจนงานอื่นๆ ที่มีความจำเป็น

    เเละเหนือสิ่งอื่นใดการเข้าไปเยี่ยมเยือนของเหล่าอาสาสมัครในครั้งนี้ยังเป็นการเสริมขวัญเเละกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ฐานฯ อ่างรัตนโกสินทร์ได้เป็นอย่างดี

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 14 ] 
    นิทรรศการ The SixNature
    สนับสนุนกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า

    ภายในงานรำลึก 35 ปี สืบ นาคะเสถียร ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-14 กันยายนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของงานได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ The SixNature หลากหลายเรื่องราวของสัตว์ป่า โดยคุณบารมี เต็มบุญเกียรติ ช่างภาพสัตว์ป่าที่บันทึกเรื่องราวจากธรรมชาติและสัตว์ป่ามานานกว่า 30 ปี ที่ใช้ภาพถ่ายเพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีระหว่าง คน ธรรมชาติ สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม นิทรรศการนี้จะทำให้เห็นถึงโลกธรรมชาติของบ้านเราที่เชื่อมโยงถึงกัน และมีผลโดยตรงกับพวกเรา พร้อมเล่มตัวอย่างหนังสือ The SixNature ที่จะผลิตในช่วงปลายปี 2569 มาให้ได้ชมกันภายในงาน

    ภาพนิทรรศการชุดนนี้ได้รับสนับสนุนการพิมพ์จากบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นการพิมพ์บนวัสดุ Matte Cotton Canvas (แคนวาสผิวด้าน) ขนาดภาพ 20 x 30 นิ้วทุกภาพที่จัดเเสดงพร้อมจำหน่าย ราคาภาพพร้อมกรอบ 20,000 บาท สามารถลดหย่อนภาษีได้ 100% (รายได้ 30% มอบให้กองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร)

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 15 ] 
    โครงการอนุสรณ์เรืออพยพสัตว์ป่า สืบ นาคะเสถียร
    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง

    เมื่อวันที่ 20-21 กันยายนที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเเละสถาปนิกจากบริษัท แปลน สตูดิโอ ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เพื่อพูดคุยรายละเอียดกับทางหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเเสง เเละผู้รับเหมาในพื้นที่ ถึงรายละเอียดการก่อสร้างอาคารอนุสรณ์เรืออพยพสัตว์ป่า สืบ นาคะเสถียร 

    ซึ่งระหว่างการหารือกันได้มีการปรับแบบเเละรายการวัสดุให้มีคว่มเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากวัสดุบางรายการไม่สามารถหาได้ในพื้นที่หรือระเเวกใกล้เคียง ทั้งนี้ได้มีการปักผังพื้นที่เพื่อเตรียมงานปรับพื้นที่เเละงานรากฐานอาคาร ซึ่งคาดว่าจะเริมงานได้ในเร็ววัน

    โดยอนุสรณ์เรืออพยพสัตว์ป่า สืบ นาคะเสถียร แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดแสดงอนุสรณ์เรืออพยพสัตว์ป่า ประวัติ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อพยพสัตว์ป่าครั้งแรกของประเทศไทย

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    [ 16 ] 
    สร้างศูนย์การเรียนรู้ฯ เเละคอกอนุบาลสัตว์ป่า
    หน่วยพิทักษ์ป่าเขาหินดาด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งคอย จ.สระบุรี

    มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างอาคารศูนย์การเรียยนรู้ฯ ให้กับหน่วยพิทักษ์ป่าเขาหินดาด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งศูนย์ฯแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศป่าเขาหินปูนแก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 

    เเละอีกส่วนเป็นการสร้างห้องอนุบาลรักษาสัตว์ป่า เพิ่มเติมจากคอกอนุบาลสัตว์ป่าที่มูลนิธิฯ เคยให้การสนับสนุนไว้เมื่อหลายปีก่อน 

    [ 17 ]
    สำรวจพื้นที่ตั้งจุดบริการในกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่
    สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและชุมชนรอบผืนป่า

    เมื่อวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2568 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และสภากาชาดไทย ลงพื้นที่สำรวจการตั้งจุดบริการในกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและชุมชนรอบผืนป่า สภากาชาดไทย ณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 

    โดยมีพื้นที่ตั้งหน่วยแพทย์ฯ แต่ละวัน ประกอบด้วย

    • วันที่ 19 กุมภาพันธ์ : ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
    • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ : ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านหม่องกระแทะ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
    • วันที่ 21 กุมภาพันธ์ : ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
    • วันที่ 22 กุมภาพันธ์ : ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
    • วันที่ 23 กุมภาพันธ์ : ณ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

    สำหรับกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์เพื่อผู้พิทักษ์ป่าและชุมชนรอบผืนป่า จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ซึ่งสถานที่ออกหน่วยแพทย์ก็จะผลัดเปลี่ยนไปตามพื้นที่ต่างๆ ที่มีความเหมาะสม 

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสุขภาพให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับบริการทางการแพทย์ ซึ่งประกอบไปด้วยการรักษาโรคทั่วไป พร้อมจ่ายยา หน่วยทันตกรรม ให้การบริการด้านการอุดฟัน ถอนฟัน เเละขูดหินปูน หน่วยการให้บริการด้วยวิธีฝังเข็มประยุกต์ เเละการให้ความรู้ด้านสุขศึกษา 

    รวมทั้งมีการมอบชุดของขวัญสภากาชาดไทยวันละ 100 ชุด เปลมุ้งสำหรับผู้พิทักษ์ป่าวันละ 40 อัน ตู้ยาสามัญประจำบ้าน รถเข็นผู้พิการให้กับผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ละ 2 – 3 คัน ต่อวัน

    การสำรวจพื้นที่ในครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบุคลากรส่วนปกครองท้องถิ่นอำเภอศรีสวัสดิ์ สาธารณสุขอำเภอศรีสวัสดิ์  อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์  อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ เเละหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

    [ 18 ]
    สนับสนุนเครื่องกรองน้ำแบบพกพา

    ได้มีการสนับสนุนเครื่องกรองน้ำพกพาให้แก่ชุดลาดตระเวนของ อุทยานแห่งชาติตาพระยา จำนวน 10 อัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จำนวน 2 อัน เเละ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จำนวน 2 อัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้มีอุปกรณ์ในการกรองน้ำระหว่างการลาดตระเวนในป่าลึก เพราะสิ่งสำคัญในการออกลาดตระเวน นอกจาก วิทยุสื่อสาร GPS แผนที่ เข็มทิศ และอุปกรณ์ในการป้องกันตัวแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ และหลายคนอาจคิดไม่ถึงคือ “น้ำ” 

    การมีน้ำสะอาดดื่มกินนั้นดูเป็นเรื่องปกติที่เเสนธรรมดา เเต่สำหรับวิถีชีวิตในป่านั้นไม่ได้มีแหล่งน้ำสะอาดเสมอไป ในช่วงหน้าแล้งการหาแหล่งน้ำที่พอจะดื่มกินได้ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก บางครั้งต้องอาศัยน้ำตามแอ่งน้ำธรรมชาติซึ่งอาจจะมีสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ หรือบางครั้งต้องอาศัยน้ำใต้ดินที่มีสีเหลืองและเต็มไปด้วยตะกอน ซึ่งหากบริโภคน้ำที่ไม่สะอาดจะส่งผลทำให้ร่างกายของเรานั้นเจ็บป่วยได้ง่าย การที่มีอุปกรณ์กรองน้ำแบบพกพาอย่างน้อย 1 อัน ต่อ 1 ชุดลาดตระเวน จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีน้ำสะอาดและถูกสุขลักษณะไว้บริโภคและดับกระหายในยามลาดตระเวนปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าต่อไป

    ร่วมสนับสนุนงานเพื่อผู้พิทักษ์ป่า
    บัญชีธนาคารไทยพาณิย์ เลขที่บัญชี 057-244388-1
    ชื่อบัญชี ‘กองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร’
    (ใบเสร็จจากการบริจาค สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน)

    ผู้ที่ต้องการรับใบเสร็จ สามารถส่งหลักฐานการโอนเงิน
    พร้อมทั้ง ชื่อ-ที่อยู่ ในการออกใบเสร็จมาที่ : E-mail : [email protected]

    ขอบคุณที่ร่วมสนับสนุนงานพิทักษ์ป่ากับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ผู้เขียน

    ถ่ายภาพเพื่อบันทึกเรื่องราว และบางคราวก็เอาภาพมาเล่าเรื่อง มีความสุขกับการดริปกาแฟ และชื่นชมแคตตัส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/forestrenger/donate_forestrenger/2025-244/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B1Xs-o_17jbtRCXqMz8Cn