Blog

  • ศรีสะเกษ ระดมความคิดเห็นบูรณาการสร้างความเชื่อมั่นพื้นที่ชายแดน เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ศรีสะเกษ ระดมความคิดเห็นบูรณาการสร้างความเชื่อมั่นพื้นที่ชายแดน เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ห้องประชุมสุขวิช รังสิพล ชั้น 3 โรงแรมนครลำดวนเพลส มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (มรภ.ศรีสะเกษ) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “Thailand Border Watch ครั้งที่ 1 Resilience Skill on Border Collaborative การสร้างพลังภาคีเมืองชายแดน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” โดยมี ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย การสร้างกลไกความร่วมมือในการขยายผลการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เอมอร แสนภูวา รอง อธิการบดี มรภ.ศรีสะเกษ (ฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา) มรภ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน นักวิชาการ นักศึกษา และภาคีเครือข่ายเมืองชายแดน รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

    ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า สำหรับโครงการวิจัยได้รับกาสนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริม ววน. และ หน่วย บพท. กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโครงการมีโครงการย่อย อีก 2 โครงการ คือ โครงการการขยายผลและยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รับผิดชอบโดย รศ.ดร.พิสิษฎ์ มณีโชติ และ คณะ มหาวิทยาลัยนเรศวร และโครงการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ในจังหวัดชายแดน ด้วยการเสริมศักยภาพ องค์ความรู้ หลักสูตรถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต รับผิดชอบโดยอาจารย์ ดร.พงศกร กาวิชัย และคณะมหาวิทยาลัยแม่โจ้

    โดยโครงการมีพื้นที่วิจัย ครอบคลุม 29 พื้นที่ ครอบคลุมชายแดน ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และมาเลเซีย โดยทาง บพท. เห็นว่าเมืองชายแดนมีความสำคัญต่อเศรษกิจโดยรวม คือ มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านๆบาท แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า การพัฒนาเมืองชายยังมีช่องว่างในการพัฒนา คือ การกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง โครสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและการปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม จึงจัดโครงการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลพื้นฐานและช่องว่างสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดน เพื่อประเมินกลไกการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเดิมที่มีอยู่ และ หากลไกการขับเคลื่อนใหม่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อพัฒนากลไกร่วมในการการถ่ายถอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเปิดที่ตรงกับบริบทและความต้องการของการพัฒนาพื้นที่ชายแดน (Open Technology Platform for Border Development) ในการสังเคราะห์วิเคราะห์และขับเคลื่อนเชิงนโยบายสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วน และเพื่อประสานงานและสนับสนุนในขอบเขตงานโปรแกรมยกระเบียงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนา

      ส่วนการจัดประชุมในครั้งนี้  เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความยืดหยุ่น (Resilience Skill) ให้กับบุคลากรและชุมชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายในมิติต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือ สร้างกลไก “พลังภาคีเมืองชายแดน” ที่เข้มแข็ง ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการเฝ้าระวังและพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางความยั่งยืน 

    อย่างไรก็ตาม ผลจากการระดมความคิดเห็น ของการจัดประชุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้สร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากบนจุดแข็งและโอกาส เกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว การเยียวยาและฟื้นฟูที่เหมาะสม สภาพจิตใจ ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5599164/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0og1xAsdSo_tPQA3-_-B2D

  • กรมอาเซียนสัญจรเชียงราย ชู “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” แก้ฝุ่นข้ามพรมแดนและปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน

    กรมอาเซียนสัญจรเชียงราย ชู “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” แก้ฝุ่นข้ามพรมแดนและปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน

    เชียงรายบนเวทีอาเซียนสัญจร 2569 เมื่อปัญหาฝุ่นข้ามแดนและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลายเป็นวาระร่วมที่ต้องแก้ด้วยข้อมูลและกลไกภูมิภาค

    เชียงราย,12 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพห้องประชุมในโรงแรม The Heritage วันนี้ไม่ได้มีเพียงพิธีการตามกำหนดการประชุม แต่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของโจทย์การพัฒนาชายแดนภาคเหนือที่ซับซ้อนขึ้นทุกปี ตั้งแต่ฝุ่น PM2.5 ที่ลอยข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง ไปจนถึงเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เคลื่อนฐานตามแรงกดดันของการบังคับใช้กฎหมาย

    กิจกรรมอาเซียนสัญจรที่กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้นในจังหวัดเชียงราย จึงถูกวางให้เป็นมากกว่ากิจกรรมเผยแพร่ความรู้เชิงวิชาการ เพราะพื้นที่ปลายทางขององค์ความรู้ในวันนี้คือชีวิตจริงของคนชายแดน ผู้ประกอบการ นักเรียน ครู และหน่วยงานรัฐในจังหวัด ที่ต้องอยู่กับผลกระทบเชิงสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงไปพร้อมกัน

    ผู้เข้าร่วมราว 100 คนประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดเชียงราย นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงครูจากโรงเรียนเครือข่ายห้องสมุดอาเซียนในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด กลุ่มผู้ฟังลักษณะนี้ทำให้วงสนทนาไม่ได้หยุดอยู่แค่คำอธิบายโครงสร้างอาเซียน แต่ไหลไปสู่คำถามเชิงปฏิบัติว่า เมื่อปัญหาข้ามแดนหนักขึ้น กลไกอาเซียนช่วยอะไรได้จริง และคนเชียงรายจะใช้ประโยชน์จากความร่วมมือภูมิภาคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร

    อาเซียนไม่ได้อยู่ไกล เมื่อเชียงรายอยู่ใกล้กว่าที่คิด

    การตั้งกิจกรรมในเชียงรายมีนัยสำคัญต่อการสื่อสารนโยบายสาธารณะ เพราะจังหวัดนี้เป็นหนึ่งในประตูสำคัญของไทยสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งการค้า การท่องเที่ยว และการเคลื่อนย้ายผู้คน เมื่อสถานการณ์โลกและภูมิภาคผันผวน ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านสามารถส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงชุมชนชายแดนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

    ในอีกด้านหนึ่ง อาเซียนเองเป็นภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจและประชากรใหญ่พอจะเปลี่ยนชีวิตคนท้องถิ่นได้ หากรู้ช่องทางและรู้วิธีใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง ข้อมูลตัวชี้วัดของอาเซียนระบุว่า ประชากรอาเซียนอยู่ในระดับหลายร้อยล้านคน และการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องหลังยุคโควิด ซึ่งหมายถึงโอกาสของสินค้าและบริการท้องถิ่น รวมถึงเชียงราย หากสามารถเชื่อมกับตลาดภูมิภาคได้อย่างเป็นระบบ

    อย่างไรก็ตาม โอกาสและความเสี่ยงมักมาเป็นแพ็กเดียวกัน ยิ่งการเชื่อมต่อข้ามแดนมีความหนาแน่นมากขึ้น ปัญหาที่อาศัยช่องว่างชายแดนก็ยิ่งทวีความรุนแรง ตั้งแต่หมอกควันข้ามแดน ไปจนถึงการหลอกลวงออนไลน์ที่ขยายตัวเร็วกว่าโครงสร้างการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเทศ

    ประเด็นเด่นที่ถูกจับตา ฝุ่นข้ามแดนที่ต้องแก้ด้วยความร่วมมือจริง ไม่ใช่การขอความร่วมมือแบบปีต่อปี

    หนึ่งในคำถามสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาในวงสนทนาวันนี้คือ การแก้ฝุ่นข้ามแดนภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส ที่ฝ่ายไทยผลักดันร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยรองอธิบดีกรมอาเซียน นางสาวสุชาดา เมฆธารา ให้ข้อมูลในเชิงทิศทางว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยตรง และต้องเดินหน้าความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเมียนมาและลาวอย่างต่อเนื่อง

    ในงานครั้งนี้ นางสาวสุชาดา เมฆธารา รองอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ให้ภาพรวมว่า ประเด็นฝุ่น PM2.5 เป็นผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง และเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลไทย จึงมีความพยายามทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและลาวอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะปีนี้ พร้อมสะท้อนรายละเอียดการทำงานผ่านกิจกรรมหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งจัดที่จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือระหว่างไทย ลาว เมียนมา และมีผู้เชี่ยวชาญจากจีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงญี่ปุ่นเข้าร่วม แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเสริมความร่วมมือในประเด็นสำคัญร่วมกัน เช่น เกษตรยั่งยืน การจัดการป่า ระบบเตือนภัย และการติดตามจุดความร้อนซึ่งเป็นพื้นฐานต่อการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป

    สาระสำคัญจากถ้อยคำที่นำเสนอในเวทีนี้คือ การแก้ปัญหาฝุ่นไม่อาจพึ่งการรณรงค์หรือมาตรการเฉพาะหน้าภายในประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะต้นตอจำนวนหนึ่งอยู่นอกเขตอำนาจรัฐ และเกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจการเกษตร พฤติกรรมการจัดการพื้นที่ป่า และระบบเตือนภัยที่ยังไม่เชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาค

    ในมุมกฎหมายและกรอบความร่วมมือ อาเซียนมีข้อตกลงว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามแดนซึ่งถูกลงนามตั้งแต่ปี 2545 และมีผลใช้บังคับในปี 2546 เพื่อยกระดับการร่วมมือ ป้องกัน เฝ้าระวัง และรับมือมลพิษหมอกควันข้ามแดนร่วมกัน การหยิบประเด็นนี้กลับมาพูดในเชียงรายวันนี้จึงเป็นสัญญาณว่า ปัญหาไม่ได้ลดความสำคัญลง ตรงกันข้ามคือกำลังกลับมาเป็นโจทย์ที่ต้องทำให้กลไกที่มีอยู่เคลื่อนจริงในภาคสนาม

    ความน่ากังวลของ PM2.5 ไม่ได้มีแค่ตัวเลขรายวัน แต่คือความเสี่ยงระยะยาว งานอ้างอิงด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติชี้ว่า แนวทางขององค์การอนามัยโลกปรับลดค่าคำแนะนำของ PM2.5 ลงอย่างเข้มงวดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับหลักฐานผลกระทบต่อสุขภาพที่ชัดขึ้น เมื่อมาตรฐานทางวิชาการยิ่งเข้ม การบริหารจัดการเชิงระบบก็ยิ่งต้องจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีภูมิประเทศเอื้อต่อการสะสมของมลพิษในช่วงลมสงบ

    อีกประเด็นที่เชื่อมกับชีวิตประจำวันคือค่าอ้างอิงมาตรฐานภายในประเทศ หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของไทยได้อ้างอิงมาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ใช้ในประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าเมื่อเกินเกณฑ์จะมีผลต่อสุขภาพและต้องมีมาตรการป้องกันส่วนบุคคลและชุมชน

    ประเด็นเด่นอีกด้าน อาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อคนชายแดนต้องการคำตอบที่จับต้องได้

    หากฝุ่นข้ามแดนคือปัญหาที่มองเห็นด้วยตาในบางวัน อาชญากรรมออนไลน์คือปัญหาที่มองไม่เห็น แต่กัดกินเงินออมและความมั่นคงทางใจของผู้คนทุกวัน คำถามเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประชิดชายแดนเชียงรายจึงถูกยกขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา ว่าอาเซียนมีเครื่องมืออะไรในการประสานงานหรือกดดันประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    คำอธิบายในเวทีนี้ชี้ไปยังกรอบความร่วมมือของอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีทั้งระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และมีแนวคิดสำคัญคือการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดี และพัฒนาไปสู่การสืบสวนสอบสวนร่วมกัน รวมถึงการทำให้พื้นที่ปลอดภัยของเครือข่ายอาชญากรรมลดลง

    นางสาวสุชาดา เมฆธารา รองอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ อธิบายว่ากรอบอาเซียนมีทั้งการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และกรอบการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงแผนงานความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เป้าหมายคือการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การแชร์แนวปฏิบัติที่ดี และยกระดับไปสู่การสืบสวนสอบสวนร่วมกันในประเด็นที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การติดตามเครือข่ายบัญชีม้า

    การย้ำว่าพยายามลดพื้นที่ปลอดภัยของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ สอดรับกับแนวโน้มที่หลายประเทศในภูมิภาคเผชิญ คือกลุ่มหลอกลวงย้ายฐานไปตามจุดที่บังคับใช้กฎหมายได้ยากขึ้น หรืออาศัยช่องว่างระหว่างเขตอำนาจรัฐ

    ข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงของกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติระบุถึงโครงสร้างความร่วมมือ เช่น การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส รวมถึงทิศทางการทำงานร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการชายแดนและอาชญากรรมรูปแบบใหม่

    ด้านภาพรวมระดับภูมิภาค หน่วยงานระหว่างประเทศหลายแห่งชี้ว่าเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวสูงและมีลักษณะข้ามพรมแดน ซึ่งเพิ่มภาระให้ประเทศปลายทางที่ต้องรับผู้เสียหายและติดตามเงินที่ถูกโอนผ่านหลายทอด เมื่อมองจากเลนส์นี้ คำถามของคนเชียงรายจึงไม่ใช่แค่จะจับกุมได้กี่คดี แต่คือจะลดแรงจูงใจ ลดช่องว่างทางเทคโนโลยี และลดพื้นที่ตั้งฐานได้อย่างไร

    ประเด็นรองที่ซ่อนความหมาย โครงการห้องสมุดอาเซียน เมื่อความรู้คือเกราะป้องกันระยะยาว

    ท่ามกลางประเด็นหนักอย่างฝุ่นและอาชญากรรมข้ามชาติ กิจกรรมอาเซียนสัญจรยังมีอีกแกนหนึ่งที่ดูเหมือนนุ่ม แต่ทรงพลังระยะยาว คือการต่อยอดโครงการห้องสมุดอาเซียนที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 และขยายครบ 77 จังหวัดในปี 2568 ตามข้อมูลที่ถูกกล่าวในเวที

    รองอธิบดีกรมอาเซียนอธิบายภาพรวมว่า โรงเรียนหลายแห่งใช้ห้องสมุดอาเซียนเป็นพื้นที่เรียนรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอาเซียน ทำให้เด็กเห็นภาพโลกกว้าง เข้าใจว่าไทยไม่ได้อยู่ลำพังในภูมิภาค และเรียนรู้ทักษะการอยู่ร่วมกับความหลากหลาย มุมมองนี้สะท้อนหลักคิดสำคัญว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมต่อปัญหาข้ามแดน ไม่ได้จบแค่การบังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องลงทุนกับความรู้และเครือข่ายการศึกษา

    แผนระยะต่อไปที่ถูกกล่าวถึงในเวทีคือการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย เพิ่มสื่อดิจิทัล และสร้างเครือข่ายครูภาคเหนือ 9 จังหวัด เพื่อให้ครูแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนากิจกรรมร่วมกันในอนาคต หากทำได้จริง เครือข่ายนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ช่วยให้การสื่อสารความเสี่ยง เช่น เรื่องฝุ่น การหลอกลวงออนไลน์ หรือข่าวลวง สามารถกระจายถึงผู้เรียนและครอบครัวได้เร็วขึ้น

    เชียงรายจะได้อะไรจากเวทีนี้ คำตอบไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่อยู่ที่การนำกลับไปทำจริง

    คำถามที่ถูกตั้งในเวทีว่า คนท้องถิ่นเชียงรายจะใช้ประโยชน์จากความร่วมมืออาเซียนด้านใดมากที่สุด ถูกตอบในเชิงภาพรวมว่าอาเซียนให้ประโยชน์ในสามมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเสถียรภาพและความปลอดภัยเอื้อต่อเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเอื้อต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และสังคมที่เข้มแข็งช่วยลดความเปราะบางต่อปัญหาข้ามแดน

    แต่หากแปลงให้เป็นภาษาคนทำงานในพื้นที่ โจทย์ของเชียงรายหลังเวทีนี้ควรถูกจัดเป็นชุดปฏิบัติการที่ชัดขึ้น

    มิติสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้องทำให้ข้อมูลเตือนภัยและการจัดการจุดเสี่ยงเชื่อมกับการสื่อสารระดับชุมชนมากกว่าเดิม ตั้งแต่การสื่อสารภาวะฝุ่นในโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ไปจนถึงการประสานงานกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงข้ามแดนภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่

    มิติความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ ต้องทำให้การแลกเปลี่ยนข่าวกรองและแนวปฏิบัติที่ดีในกรอบอาเซียนแปลเป็นคู่มือป้องกันภัยให้ประชาชน เช่น วิธีสังเกตกลโกง วิธีอายัดบัญชี ช่องทางแจ้งเหตุ รวมถึงการลดจำนวนเหยื่อรายใหม่ผ่านการให้ความรู้ในชุมชนและสถานศึกษา

    มิติการศึกษาและทุนมนุษย์ ต้องเร่งต่อยอดเครือข่ายห้องสมุดอาเซียนให้เป็นเครือข่ายทักษะพลเมืองดิจิทัลในยุคที่ข้อมูลเท็จแพร่เร็วพอ ๆ กับฝุ่นควัน เพราะหากเด็กและครูมีชุดความรู้และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย การป้องกันความเสี่ยงจะยืนระยะได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

    เสียงจากผู้บริหารในเวที เมื่อคำว่าอาเซียนต้องถูกแปลเป็นความอุ่นใจของประชาชน

    ประโยคที่สะท้อนแก่นของกิจกรรมวันนี้คือการย้ำว่า ปัญหาฝุ่นและอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเรื่องที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง และต้องทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงปีต่อปี หากมองด้วยมาตรฐานงานข่าวเชิงนโยบาย นี่คือการประกาศทิศทางว่า ภาครัฐกำลังพยายามยกระดับเรื่องปัญหาข้ามแดนจากระดับพื้นที่ให้เป็นวาระความร่วมมือระดับภูมิภาค

    ในอีกด้านหนึ่ง ความสำเร็จของเวทีนี้จะถูกวัดด้วยสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ เช่น จำนวนวันที่ค่าฝุ่นลดลง การแจ้งเตือนที่เข้าถึงคนกลุ่มเปราะบาง การลดจำนวนผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ และการมีช่องทางช่วยเหลือที่ทำงานได้จริง

    เมื่อเชียงรายเป็นเสมือนแนวหน้า ความร่วมมืออาเซียนต้องเป็นแนวหลังที่แข็งแรง

    กิจกรรมอาเซียนสัญจรในเชียงราย 12 กุมภาพันธ์ 2569 ชี้ให้เห็นว่า บทบาทอาเซียนในสายตาคนท้องถิ่นกำลังเปลี่ยนจากภาพรวมที่ไกลตัว มาเป็นเครื่องมือที่ประชาชนคาดหวังให้ช่วยแก้ปัญหาที่กระทบชีวิตจริง ทั้งฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน และอาชญากรรมออนไลน์ที่กัดกินความเชื่อมั่นของสังคม

    เชียงรายอาจเป็นจังหวัดหนึ่งในแผนที่ประเทศ แต่ในแผนที่ปัญหาข้ามแดน เชียงรายคือพื้นที่ที่รับผลกระทบก่อนและชัดกว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เวทีความรู้จะมีความหมายต่อเมื่อสามารถเปลี่ยนเป็นเวทีปฏิบัติการ และกลไกความร่วมมือจะมีความหมายต่อเมื่อประชาชนรู้สึกว่า ความปลอดภัย สุขภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจดีขึ้นจริง

    ท้ายที่สุด สิ่งที่กิจกรรมวันนี้ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่เอกสารกำหนดการหรือภาพถ่ายร่วม แต่คือโจทย์ร่วมของหน่วยงานรัฐ สถานศึกษา และชุมชนว่า จะทำอย่างไรให้ความร่วมมือระดับภูมิภาคกลายเป็นอากาศที่หายใจได้สะดวกขึ้น และสังคมที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับคนเชียงรายและคนไทยทั้งประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/asean-roadshow-chiang-rai-haze-scams/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1l3y5VkTJ2pinNxJjBUanQ

  • ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

    12 กุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปล่อยภาพชุดใหม่ของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวไทยผ่านเสน่ห์วัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงามของประเทศ

           สำหรับภาพล่าสุด ลิซ่าปรากฏตัวท่ามกลางบรรยากาศสุดตระการตาที่ วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดเจดีย์ลอยฟ้า” จังหวัดลำปาง โดยจุดเด่นคือองค์เจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือกลุ่มเมฆ ดูราวกับลอยอยู่กลางท้องฟ้า สร้างภาพจำอันน่าประทับใจและทรงพลัง

    พร้อมระบุข้อความว่า สัมผัสความอัศจรรย์ ณ วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส จังหวัดลำปาง เจดีย์สีขาวตั้งตระหง่านเหนือกลุ่มเมฆ ราวกับลอยอยู่กลางฟ้า ทุกย่างก้าวขึ้นไปด้วยใจที่ศรัทธา ปล่อยให้ความวุ่นวายเบื้องล่างค่อย ๆ เลือนหาย จนเหลือเพียงความงดงามตรงหน้าที่ปลอบประโลมจิตใจ และทำให้การเดินทางมีความหมายยิ่งขึ้น สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย
           Feel wonder at Wat Phra Phutthabat Sutthawat, Lampang. Sky-high white pagodas appear to float above the clouds, drawing you upward with unwavering faith. With each step, the world below fades until the beauty before you becomes the reward, healing the soul and easing the weight of the journey. Feel all the Feelings #AmazingThailand #AmazingThailandxLISA #FeelAllTheFeelings

    ขอบคุณภาพจาก : Amazing Thailand

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/946808&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Yzf4281j_DohKNamddj9m

  • กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลง ให้การสนับสนุนโครงการ “Domestic Power 2026” – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลง ให้การสนับสนุนโครงการ “Domestic Power 2026” – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    Usxx 23 hours ago Home, กิจกรรม, ข่าวสาร 33 Views

    พ.อ.อ.นัฐพงษ์ เกษาพันธ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงให้การสนับสนุน โครงการ “Domestic Power 2026” เดินหน้าพัฒนากีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีดร.วนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน

    ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ระหว่างกระทรงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาชนิดกีฬาที่มีศักยภาพอย่างมุ่งเป้า ทั้งนี้กีฬาวอลเลย์บอล เป็น 1 ใน 8 ชนิดกีฬาที่ได้รับการคัดเลือก ว่ามีฐานความนิยมสูงในระดับสากล และมีศักยภาพในการสร้างผลงานเชิงประจักษ์ให้กับประเทศ

    สำหรับโครงการ Domestic Power ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านกีฬา โดยวางระบบพัฒนาแบบครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งกีฬาประเภททีมและบุคคล มุ่งสร้างประชากรกีฬา เพื่อโอกาสการเข้าถึงกีฬาอย่างเท่าเทียม พร้อมวางเส้นทางพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นขั้นตอน ผ่านระบบการแข่งขันจากระดับรากฐาน สู่ระดับจังหวัด ระดับประเทศและต่อยอดสู่ระดับอาชีพ ทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้ฝึกสอนบุคลากรกีฬาและการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการฝึกซ้อมและการแข่งขันของไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ ทั้งยังเป็นโครงการที่สอดคล้องกับโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

    ทั้งนี้ โครงการ Domestic Power ในปีที่ผ่านมา ได้รับพระราชานุญาตให้อันเชิญตราสัญลักษณ์ โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ประดิษฐานบนถ้วยรางรัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศอีกด้วย

    Check Also

    แถลงข่าว การแข่งขันวิทยุการบินฯ มินิวอลเลย์บอล ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 25 (ปีที่ 43) ประจำปี 2568

    สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จัดการแข่งขัน วิทยุการบินฯ มินิวอลเลย์บอล ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 25 (ปีที่ 43) ประจำปี 2568 …

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://volleyball.or.th/volley/27331&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0L7CFCsuDkysP4nbVS8Mg-

  • ม.ทักษิณ ยกเว้นค่าเทอม ลูกชาย “ผอ.ศศิพัชร” จนสำเร็จการศึกษา

    ม.ทักษิณ ยกเว้นค่าเทอม ลูกชาย “ผอ.ศศิพัชร” จนสำเร็จการศึกษา

    ม.ทักษิณ ยกเว้นค่าเทอม ลูกชาย

    ม.ทักษิณ ยกเว้นค่าเทอม ลูกชาย “ผอ.ศศิพัชร” จนสำเร็จการศึกษา

    จากกรณี นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม กล้าหาญเสียสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องลูกศิษย์อันเป็นที่รักจนวินาทีสุดท้ายถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องลูกศิษย์อย่างสุดความสามารถ นับเป็นการสูญเสียครูผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง และสร้างความสะเทือนใจต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง

    ในการนี้ คณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงพิจารณาอนุมัติ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาให้แก่ นายสุวิจักขณ์ สินสโมสร นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ ซึ่งเป็นบุตรของผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2569 จนสำเร็จการศึกษา เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการดูแลช่วยเหลือนิสิตที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ พร้อมยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณที่คำนึงถึงมิติทางสังคมควบคู่กับการจัดการศึกษาอย่างสำคัญ

    ม.ทักษิณ ยกเว้นค่าเทอม ลูกชาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/613417&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h7568WJtPT6BH0r005mOr

  • ชายแดนสระแก้วระทึก! ‘ทหารเขมร’ ประจันหน้า ‘ทหารไทย’ บ้านหนองจาน-หลักเขตแดนที่ 46 | เดลินิวส์

    ชายแดนสระแก้วระทึก! ‘ทหารเขมร’ ประจันหน้า ‘ทหารไทย’ บ้านหนองจาน-หลักเขตแดนที่ 46 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณชายแดน บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะที่ทหารไทยกำลังดำเนินการขุดแนวคูเลต (คูดักรถถัง) บริเวณใกล้กับหลักเขตแดนที่ 46 ตามภารกิจปกติ

    ปรากฏว่าได้มีกองกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 12 นาย พร้อมอาวุธ เดินทางเข้ามาในพื้นที่และยืนคุมเชิงเฝ้าดูการทำงานของฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกรงว่าอาจนำไปสู่การยั่วยุ หรือความเข้าใจผิดจนเกิดการปะทะกันได้

    เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย พ.อ.ชัยณรงค์ จึงได้รีบประสานงานไปยัง พล.ท.แอก ซมโอน ผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 5 ของกัมพูชา โดยขอให้สั่งการถอนกำลังทหารกัมพูชาออกจากจุดดังกล่าวทันที เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า กำลังทหารฝ่ายกัมพูชาได้ยอมถอยร่นออกไปแล้ว

    ทั้งนี้ เราพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และใช้ช่องทางประสานงานผ่านผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการขุดแนวป้องกันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5596578/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0InDEeB6wCA6jvDdbVyFwA

  • พรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมเวทีโลก ‘พลิกโฉมการศึกษา เพื่อพลิกโฉมโลก’ นำเสนอวิสัยทัศน์การศึกษาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    พรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมเวทีโลก ‘พลิกโฉมการศึกษา เพื่อพลิกโฉมโลก’ นำเสนอวิสัยทัศน์การศึกษาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    พรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมเวทีโลก ‘พลิกโฉมการศึกษา เพื่อพลิกโฉมโลก’ นำเสนอวิสัยทัศน์การศึกษาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ด้าน ‘ดร.เอ้’ ย้ำ การศึกษาคือรากฐานการพัฒนามนุษย์ ขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน

    วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ “ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “พลิกโฉมการศึกษา เพื่อพลิกโฉมโลก” ซึ่งรวบรวมผู้นำทางความคิด ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากหลายประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์

    ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ถ่ายทอดมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา ความยั่งยืน และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่า “การศึกษาไม่ใช่เพียงเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ แต่คือรากฐานของการพัฒนามนุษย์ และเป็นพลังขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

    ด้าน นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมการประชุมเชิงเทคนิคในหัวข้อ “การศึกษาเพื่ออนาคต: การพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

    สำหรับเวทีครั้งนี้มุ่งเน้นแนวโน้มใหม่ของการศึกษาโลก การเชื่อมโยงเชิงนโยบาย และแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) การสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การยกระดับคุณภาพครู รวมถึงการเชื่อมโยงระบบการศึกษากับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างเป็นรูปธรรมการร่วมเวทีดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของพรรคไทยก้าวใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่าน “การศึกษาที่ตอบโจทย์อนาคต” เพราะเชื่อว่าหากอยากเห็นโลกที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/277483&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24BaXceAXJQvJTSLZR_pcZ

  • นิสิตจุฬาฯ กวาด 20 เหรียญ อาเซียนพาราเกมส์

    นิสิตจุฬาฯ กวาด 20 เหรียญ อาเซียนพาราเกมส์

    Skip to content

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจของนิสิตนักกีฬาจุฬาฯ ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 (ASEAN Para Games 2026) ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนิสิตนักกีฬาจุฬาฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ทั้ง 3 คนสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยคว้าเหรียญรางวัลมาได้ถึง 17 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน

    ที่ประชุมคณบดีเมื่อวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้อง 202 อาคารจามจุรี 4 ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาฯ และ รศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารคณะ สถาบัน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงความยินดีกับนางสาวอัญชญา เกตุเเก้ว นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา คว้า 6 เหรียญทอง และนายสัมปชัญญ์ สมาธิ นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะครุศาสตร์ คว้า 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน

    นอกจากนี้ นางสาวณัฐรินีย์ ขจรเมธา นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ยังคว้า 6 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน จากการแข่งขันว่ายน้ำอีกด้วย

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/287323/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ynn3f9VkxH7UyFYD7vj_8

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/68024/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p1pp9u5TZxY7XvO4oAc0F

  • ญี่ปุ่นยึดเรือประมงจีน จับกัปตันกลางทะเลเขตเศรษฐกิจพิเศษ จุดชนวนตึงเครียดรอบใหม่

    ญี่ปุ่นยึดเรือประมงจีน จับกัปตันกลางทะเลเขตเศรษฐกิจพิเศษ จุดชนวนตึงเครียดรอบใหม่

    ทางการญี่ปุ่นยึดเรือประมงสัญชาติจีนและจับกุมกัปตันเรือวัย 47 ปี หลังไม่ยอมหยุดให้ตรวจสอบในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น นอกจังหวัดนางาซากิ จุดชนวนความตึงเครียดระหว่างโตเกียวกับปักกิ่งรอบใหม่

    สำนักงานประมงญี่ปุ่นระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้เรือลำดังกล่าวหยุดเพื่อตรวจสอบ แต่เรือไม่ปฏิบัติตามและพยายามหลบหนี จึงเข้าควบคุมตัวกัปตัน เหตุเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ห่างจากเกาะเมชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 165 กิโลเมตร โดยบนเรือมีลูกเรือรวม 11 คน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ที่ญี่ปุ่นยึดเรือประมงจีน

    ญี่ปุ่นและจีนมีข้อพิพาทด้านดินแดนหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหมู่เกาะเซนกากุ หรือที่จีนเรียกว่าเตียวหยู ในทะเลจีนตะวันออก เหตุจับกุมกัปตันเรือประมงจีนในปี 2010 บริเวณดังกล่าว เคยลุกลามเป็นวิกฤตทางการทูตครั้งใหญ่ระหว่างสองประเทศ

    สถานการณ์ล่าสุดยิ่งซับซ้อนขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ แสดงท่าทีว่า ญี่ปุ่นอาจพิจารณา แทรกแซงทางทหาร หากจีนใช้กำลังเข้ายึดไต้หวัน สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับปักกิ่ง

    จีนยืนยันมาโดยตลอดว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน และไม่ปฏิเสธการใช้กำลังเพื่อรวมชาติ ขณะที่ประธานาธิบดีไต้หวันไล่ ชิงเต๋อให้สัมภาษณ์เตือนว่า หากจีนยึดไต้หวันได้ ประเทศถัดไปที่อาจตกอยู่ใต้แรงกดดันคือญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และชาติอื่นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

    หลังคำกล่าวของทาคาอิจิ จีนเรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเข้าพบ เตือนพลเมืองจีนเกี่ยวกับการเดินทางไปญี่ปุ่น และจัดซ้อมรบร่วมทางอากาศกับรัสเซีย นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังระบุว่า เครื่องบินขับไล่ J-15 จากเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีน เคยล็อกเรดาร์ใส่อากาศยานญี่ปุ่นในน่านน้ำสากลใกล้เกาะโอกินาวะเมื่อเดือนธันวาคม

    จีนยังเข้มงวดการส่งออกสินค้าที่อาจใช้ทางทหารมายังญี่ปุ่น รวมถึงมีรายงานระงับนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น และส่งแพนด้าสองตัวสุดท้ายกลับประเทศเมื่อเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความสัมพันธ์ที่เย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด.

    ที่มา : channelnewsasia

    คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน-ญี่ปุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2913969&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CVlel0XOnyf6zEgezVIJd