Blog

  • ปฏิทินเศรษฐกิจ

    ปฏิทินเศรษฐกิจ

    ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐ

    ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดคริปโตโดย AI

    📅 กำลังจะมาถึง

    📊 เหตุการณ์ที่ผ่านมา

    📰 ข่าวเศรษฐกิจล่าสุด

    สัญญาณจาก Insider! เทขายหุ้นเร็วสุดในรอบ 5 ปี ครั้งสุดท้ายที่ทำคือก่อนตลาดหมีปี 2022

    สัญญาณจาก Insider! เทขายหุ้นเร็วสุดในรอบ 5 ปี ครั้งสุดท้ายที่ทำคือก่อนตลาดหมีปี 2022

    FED เตรียมอัดฉีด $14,685 ล้านเข้าตลาดใน 2 วัน! เครื่องพิมพ์เงินเดินหน้าต่อ สัญญาณบวกต่อคริปโต?

    FED เตรียมอัดฉีด $14,685 ล้านเข้าตลาดใน 2 วัน! เครื่องพิมพ์เงินเดินหน้าต่อ สัญญาณบวกต่อคริปโต?

    ดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงเหลือ 57% ทุนสำรองโลก ต่ำสุดรอบ 32 ปี Bitcoin ได้ประโยชน์

    ดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงเหลือ 57% ทุนสำรองโลก ต่ำสุดรอบ 32 ปี Bitcoin ได้ประโยชน์

    Trump รับปาก เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะดีขึ้นใน 1 ปี แม้ตัวเลข GDP ล่าสุดร่วงหนัก

    Trump รับปาก เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะดีขึ้นใน 1 ปี แม้ตัวเลข GDP ล่าสุดร่วงหนัก

    ประกันชีวิตญี่ปุ่นขาดทุนพอร์ตพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท พุ่ง 125% สัญญาณเตือนวิกฤต

    ประกันชีวิตญี่ปุ่นขาดทุนพอร์ตพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท พุ่ง 125% สัญญาณเตือนวิกฤต

    จุดเปลี่ยนสำคัญ! สหรัฐฯ ยอมให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อได้ ข่าวดีสำหรับตลาดโลก?

    จุดเปลี่ยนสำคัญ! สหรัฐฯ ยอมให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อได้ ข่าวดีสำหรับตลาดโลก?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/economic-calendar/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0g6qvcQT55N2ujLc_HUId-

  • หอการค้าไทย มองภาษีสหรัฐเสี่ยงผันผวน แนะเร่งรับมือ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    หอการค้าไทย มองภาษีสหรัฐเสี่ยงผันผวน แนะเร่งรับมือ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการภาษีของสหรัฐยังไม่สิ้นสุด แม้มาตรการเดิมบางส่วนจะถูกยกเลิกหลังศาลตัดสิน แต่ฝ่ายบริหารสหรัฐ ยังมีแนวโน้มใช้เครื่องมือทางภาษีในรูปแบบใหม่ เพื่อดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ และการค้าของตัวเอง

    ทั้งนี้การประกาศปรับอัตราภาษีเป็น 15% ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ามาตรการภาษี จะยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อผู้ส่งออกและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

    อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามสถานการอย่างใกล้ชิดทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน จากสถานการณ์นโยบายภาษี และความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจสหรัฐ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น เพราะหากเงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ต้นทุนภาษีเพิ่มขึ้น จะยิ่งกดดันความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มี margin ต่ำ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/22/619120/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33C9nwyeKqdqbPASHQfE_A

  • “ยศชนัน” สนใจนั่งเก้าอี้ รมว.อว.ตามที่ พท.วางตัว หลังได้โควตาจากภูมิใจไทย

    “ยศชนัน” สนใจนั่งเก้าอี้ รมว.อว.ตามที่ พท.วางตัว หลังได้โควตาจากภูมิใจไทย

    “ยศชนัน” สนใจนั่งเก้าอี้ รมว.อว.ตามที่ พท.วางตัว หลังได้โควตาจากภูมิใจไทย

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    ความคืบหน้าการจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พรรคเพื่อไทยได้รับโควตาจากพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วย 4 เก้าอี้ นั้น

    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีความสนใจจะรับตำแหน่ง รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตามที่พรรคเพื่อไทยวางตัวไว้ เพราะมองว่าสามารถเข้าไปขับเคลื่อนงานในกระทรวงได้ เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยจะหารือกันเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม. อีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000017896&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_aJBshfCXPgNgr47_Hhl2

  • มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ) ประจำปีการศึกษา 2568 | TOPNEWS

    มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ) ประจำปีการศึกษา 2568 | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนิสิตในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมด้วยนิสิตบัณฑิตศึกษา สาขาวิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันจัดโครงการพิธีพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ) ประจำปีการศึกษา 2568 เป็นการภายใน ณ เมรุวัดศรีรัตนาราม (วัดจูงนาง) ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้เข้าร่วมในพิธีฯ ประมาณ 500 คน รวมถึงได้รับการอุปถัมภ์โรงทานจากผู้มีจิตศรัทธาจัดอาหารกลางวันถวายเพลพระ เลี้ยงรับรองญาติอาจารย์ใหญ่ และนิสิตที่มาร่วมในพิธีฯ

    ทั้งนี้ ได้รับเกียรติ จาก ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร มาเป็นประธานในพิธี พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ แก่ญาติอาจารย์ใหญ่ บุคลากรดีเด่น และจุดไฟพระราชทานเพลิง อีกทั้งยังได้รับเกียรติ จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มอบเกียรติบัตรแก่นิสิตเรียนดี และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบเกียรติบัตรแก่นิสิตประพฤติดี พร้อมเป็นตัวแทนญาติอาจารย์ใหญ่และบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในการพระราชทานเพลิงร่างอาจารย์ใหญ่ (เป็นกรณีพิเศษ)

    สำหรับการรับบริจาคร่างกายนั้น มีหน่วยรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหน่วยงานที่รับบริจาคร่างกายหลังจากเสียชีวิตแล้ว สำหรับให้นิสิตสาขาแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพได้เรียนรู้ ซึ่งร่างอาจารย์ใหญ่ทุกร่างที่ใช้ในกระบวนการเรียนการสอนนั้น ต้องได้มาจากผู้ที่ได้แสดงความจำนงบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น

    โดยให้ผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาคร่างกายมาแสดงความจำนงบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา ณ หน่วยรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ด้วยตนเองเท่านั้น เพื่อลดปัญหาการให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง การส่งเอกสารไม่ครบถ้วน ป้องกันมิจฉาชีพนำหนังสือพินัยกรรมการบริจาคร่างกายเมื่อถึงแก่กรรมแล้วไปจำหน่ายหรือเรียกเก็บเงินจากผู้ที่ประสงค์บริจาคร่างกาย ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคร่างกาย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 5596 4705

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1495953&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QoNtbQp2hBIsTToKzsise

  • ไม่กังวล ‘โมฆะเลือกตั้ง’ นิด้าโพลเผยมุม ปชช.กรณี ‘บาร์โค้ตบนบัตร’

    ไม่กังวล ‘โมฆะเลือกตั้ง’ นิด้าโพลเผยมุม ปชช.กรณี ‘บาร์โค้ตบนบัตร’

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง ‘เรื่องวุ่น ๆ หลังเลือกตั้ง’ ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพอใจของประชาชนต่อผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา การสำรวจใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample)  เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0 

    ผลสำรวจพบว่า ความพอใจของประชาชนต่อผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเอง ร้อยละ 39.31 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 27.33 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 14.96 ระบุว่า ไม่พอใจเลย 

    ด้านความพอใจต่อผลการเลือกตั้งในภาพรวมทั้งประเทศ พบว่า ร้อยละ 29.69 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ ขณะที่ร้อยละ 29.31 ระบุว่า ไม่พอใจเลย ร้อยละ 27.25 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 13.75 ระบุว่า พอใจมาก สะท้อนภาพรวมความคิดเห็นที่ยังค่อนข้างแบ่งออกเป็นสองทิศทาง 

    สำหรับความกังวลต่อกรณีการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 50.31 ระบุว่า ไม่กังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 20.53 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล ร้อยละ 10.23 ระบุว่า กังวลมาก และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

    ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของพรรคการเมืองเพื่อชี้นำสังคมในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 33.66 ระบุว่า เชื่อมาก รองลงมา ร้อยละ 28.94 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 17.02 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 16.87 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย และร้อยละ 3.51 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/nida-poll-reveals-public-satisfaction-after-election-2026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-z-41FZ-5TcZtMD5xQddy

  • เลือกตั้ง 2569 : ผู้เชี่ยวชาญไอทีตั้งข้อสังเกต กกต. ทราบปัญหา จึงนำเลขต้นขั้วออกหรือไม่

    เลือกตั้ง 2569 : ผู้เชี่ยวชาญไอทีตั้งข้อสังเกต กกต. ทราบปัญหา จึงนำเลขต้นขั้วออกหรือไม่

    ผู้เชี่ยวชาญไอทีตั้งข้อสังเกต กกต. ทราบปัญหาเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 จึงนำเลขต้นขั้วออกหรือไม่ในการเลือกตั้งใหม่ มอง “ขวาก็เหว ซ้ายก็เหว” เป็นหลักฐานชั้นดี เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็อาจนำไปสู่การเอาผิดได้

    นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ให้สัมภาษณ์ในฐานะผู้มาสังเกตการณ์การลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร หลังจากโพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีเลขรหัส 9 ตัว เหมือนเดิม ว่า

    บัตรสีชมพูวันนี้มีการเปลี่ยนแปลง โดยตัวต้นขั้วไม่มีรหัสที่พิมพ์มาแล้ว แต่เป็นช่องให้เจ้าหน้าที่กรอก ซึ่งจากการสังเกตการณ์พบว่าไม่มีการกรอกลงไป

    FB/Thanarat Kuawattanaphan
    นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที

    ดังนั้น อย่างน้อยทำให้เห็นแล้วว่าไม่มีความเชื่อมโยงจากบาร์โค้ดกลับไปที่ตัวต้นขั้วได้ นั่นหมายความว่าการลงคะแนนวันนี้เป็นความลับ หากมองจากหลักฐานที่มีตอนนี้ แต่ตนเองก็ไม่กล้าฟันธง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่มีก่อนหน้านี้วันนี้ไม่มีแล้ว

    ส่วนสะท้อนอย่างไรบ้างจากการเลือกตั้งครั้งแรก นายธนารัตน์มองว่า กกต. ยอมรับโดยพฤติกรรมหรือไม่ เป็นหลักฐานเชิงพฤติกรรมหรือไม่ว่าการเลือกตั้งวันที่ 1 และ 8 ก.พ. มีปัญหาจึงเปลี่ยนบัตรใหม่

    ทั้งนี้ ควรจะเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ตนเองไม่กล้าฟันธง เพราะซ้ายก็เหว ขวาก็เหว จังหวะนี้ กกต. คงต้องเลือกว่าจะเอาเหวซ้ายหรือเหวขวา ไม่ว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็จะมีประเด็นคนละแบบกัน แต่วันนี้หวยออกมาที่ทางการเปลี่ยน

    แต่หากวันนี้ กกต. ยังไม่เปลี่ยนทั้งที่มีผู้ท้วงติงไปแล้ว แล้วออกมายอมรับว่าสืบไปยังต้นขั้วได้แต่เป็นไปได้ยากนั้น ก็หมายความว่าท่านมีเจตนาที่จะใช้ระบบเดิมต่อไป ซึ่งจะทำให้โทษทางกฎหมายหนักขึ้นเพราะศาลดูเจตนา

    ตนเองมองว่าการประชุมของ กกต. คงจะรับทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี และประเมินแล้วว่าควรเปลี่ยนเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยกว่า อย่างน้อยเรื่องของเจตนาจะได้ไม่มัดตัว แต่จากกรณีดังกล่าวจะทำให้สามารถสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดได้เร็วขึ้นด้วยหลักฐานนี้

    ช่างภาพพีพีทีวี
    ผู้มาสังเกตการณ์การลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

    ส่วนมองว่าจะนำไปสู่การเป็นหลักฐานให้ถูกร้อง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายธนารัตน์ตอบว่าแน่นอน และจริง ๆ เราก็เฝ้ารอไม่ว่าหวยจะออกเหวซ้ายหรือเหวขวาก็เป็นหลักฐานได้ทั้งหมดอยู่ดี

    ส่วนกรณีที่ กปน. ยืนยันว่ามีเลขต้นขั้ว ตนเองไม่เห็นเจ้าหน้าที่เขียน ถ้ามีก็ต้องหาวิธีสืบกันต่อไป แต่ยอมรับว่า ค่อนข้างยากเพราะเราไม่สามารถขอหลักฐานจาก กกต.ได้ และวิธีการทำงานของศาล คนที่เป็นผู้ฟ้องจะต้องมีหน้าที่นำสืบต่อศาล

    แต่ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือ กกต. และด้วยความที่เขาเป็นองค์กรอิสระ ไม่มีอำนาจใดจากประชาชนที่จะไปเรียกขอตรวจสอบได้ ต้องอาศัยสื่อมวลชนที่ถ่ายภาพมาได้ ก็จะเก็บไว้เป็นหลักฐาน

    ทั้งนี้ อยากให้ กกต. ชี้แจงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่ตนเองสงสัยเรื่องคิวอาร์โค้ดที่กกต. ชี้แจงว่ามีไว้กันปลอม แต่จนถึงตอนนี้ตนเองไม่เห็นหน่วยนับคะแนนไหนตรวจบัตรจริงบัตรปลอม เอาแค่เรื่องนี้ต้องนับใหม่ทั้งประเทศหรือไม่ การนับของท่านชอบธรรมหรือไม่ เพราะไม่ได้ตรวจประเด็นกันปลอมเลย

    และวันนี้ตนเองก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ กปน.ว่าขณะที่อบรมมีการพูดเรื่องบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กปน. ก็ยืนยันว่าไม่มี แสดงให้เห็นว่า กปน. ไม่เคยรับรู้รับทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติเรื่องคิวอาร์โค้ดมาก่อน ตนเองจึงคิดว่า กกต. ควรออกมาชี้แจง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/269186&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tZZLoPr9nuPIqdYiWHz7S

  • แถลงจัดงาน มหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่10 นำเสนอสินค้าอัตลักษณ์ร่วมสมัย กระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    แถลงจัดงาน มหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่10 นำเสนอสินค้าอัตลักษณ์ร่วมสมัย กระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จับมือภาคีเครือข่าย คลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน แถลงข่าวจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งยังส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน นายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ โดยงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27 ก.พ – 3 มี.ค. 2569 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น.

    นายชัยนรงค์ กล่าวว่า จังหวัดน่านมีผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย เป็นที่ยอมรับของคนไทยและชาวต่างประเทศ ปัจจุบันมีการประยุกต์โดยการนำลวดลายต่างๆ พัฒนารูปแบบเครื่องประดับเงินและผ้าทอให้เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นสินค้าที่มีดีไซน์ทันสมัย ปรับเปลี่ยนตามทิศทางแฟชั่นและเป็นสากล เพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภคสามารถซื้อและเลือกใช้หรือสวมใส่ เนื่องในโอกาสใดๆ ได้ตลอดทั้งปี รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานแนวคิด “ต่อยอดอดีต” “ปรับปัจจุบัน” และ “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต”จังหวัดน่านมีทุนที่ล้ำค่า ทั้งธรรมชาติ และภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมา ที่ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ มีภูมิปัญญาในการรังสรรค์งานหัตถศิลป์ที่สวยงาม เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากมายที่แสดงถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งผ้าทอ เครื่องเงิน ของที่ระลึกของใช้ต่างๆ สินค้าเมืองน่านไม่ใช่แค่ของที่ระลึก แต่คือ “Soft Power ที่มีมูลค่าสูง” ที่เชื่อมโยง “อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต”

    สำหรับการจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ”   โดยการจัดงานในครั้งนี้  เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature) ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการที่จะได้ “ยกระดับสินค้าชุมชนสู่ห้างหรูและตลาดโลก” กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรที่จัดหนักกว่าทุกปี โดยเฉพาะรางวัลทองคำแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ  ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที พบกับศิลปิน บิว กัลยาณี อาร์สยาม 1 มีนาคม 2569 เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ 2 มีนาคม 2569 และการแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5623565/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ECFYu2o1CdVM-xhw5odjk

  • บุญรอดฯ – ปตท. – IRPC ผนึกกำลังครั้งใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    บุญรอดฯ – ปตท. – IRPC ผนึกกำลังครั้งใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นผลงานของทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันของทั้ง 3 บริษัท ในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลสูตรผสมระหว่าง rPET ที่ได้จากขวดพลาสติก และ rHDPE ที่ได้จากฝาขวด ลังน้ำ และลังโซดา จากการทำงานร่วมกันเพื่อนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วมาวิเคราะห์และพัฒนา จนได้เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติเหนียวและแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน” เช่น ลังน้ำ ลังโซดาขวดเปลี่ยน หรือภาชนะพลาสติก (Plastic Handling Container) ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุดต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน

    นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า ผลสำเร็จของโครงการวิจัยร่วมในครั้งนี้ เราได้เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่าที่เคยมีมาจากการรีไซเคิลพลาสติก ความร่วมมือของ 3 บริษัท สะท้อนให้เห็นแนวคิดการให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมารีไซเคิล ไม่ใช่แค่เพียงนำกลับมาใช้ซ้ำโดยเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ แต่เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นจากการรีไซเคิลในครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดการผลิตอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติที่เหนียว แข็งแรงกว่าที่เคยมีมา เช่น ถังบ่อกรองธนาคารน้ำใต้ดิน ภาชนะพลาสติก และการใช้งานอื่น ๆ

    นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ IRPC กล่าวว่า “ความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ปตท. และ ไออาร์พีซี ในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลผสม rPET และ rHDPE ไม่เพียงสะท้อนพลังของการผนึกองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) แต่ยังเป็นการยกระดับวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม”

    ไออาร์พีซี  ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบรีไซเคิลจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (Post Consumer Recycled: PCR) ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (Compound) ที่สามารถแก้ข้อจำกัดของพลาสติกรีไซเคิลแบบผสม ให้มีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความเหนียว และทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลทั่วไป อีกทั้งยังทนต่อสภาวะแวดล้อม สามารถใช้งานซ้ำได้ในระดับอุตสาหกรรม และรองรับกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล พร้อมช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ไออาร์พีซีให้ความสำคัญในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาวัสดุแห่งอนาคต และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

    โดยการแถลงความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทั้ง 3 บริษัท ภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิต นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียน  โดยผลสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาพลาสติกสูตรผสมต่างชนิดกันในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการรีไซเคิลพลาสติกแบบเดิมที่มักจำกัดอยู่เพียงชนิดเดียวกัน ให้สามารถผสมพลาสติกต่างชนิดเข้าด้วยกันได้ นับว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการขยะ ให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด ปัจจุบันทั้ง 3 บริษัท ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรนวัตกรรมรีไซเคิลสูตรผสม rPET และ rHDPE เพื่อเตรียมขยายการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับคุณสมบัติเด่นของเม็ดพลาสติก และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตต่อไป

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/22/618919/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Fhk63NP4FKSdPTWoi38HA

  • คลังอนุมัติแก้หนี้นอกระบบแล้ว 1.52 แสนราย วงเงินกว่า 3.7 พันล้าน

    คลังอนุมัติแก้หนี้นอกระบบแล้ว 1.52 แสนราย วงเงินกว่า 3.7 พันล้าน

    คลังอนุมัติแก้หนี้นอกระบบแล้ว 1.52 แสนราย วงเงินกว่า 3.7 พันล้าน

    นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งกระทรวงการคลังได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อผลักดันมาตรการสินเชื่อหลากหลายรูปแบบ รองรับประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย

    มาตรการสินเชื่อที่ดำเนินการครอบคลุมหลายโครงการสำคัญ อาทิ

    • โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชน
    • สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ
    • สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน
    • มาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนแก้ไขปัญหา
    • สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ
    • สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส 

    สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับอนุมัติความช่วยเหลือทางการเงินแล้วจำนวน 152,521 ราย วงเงินอนุมัติรวม 3,777.16 ล้านบาท

    โดยเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 พบว่ามีจำนวนผู้ได้รับอนุมัติเพิ่มขึ้น 58,958 ราย และมียอดอนุมัติเพิ่มขึ้นอีก 935.91 ล้านบาท สะท้อนถึงการเร่งรัดขับเคลื่อนมาตรการและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการดังกล่าว คือ การดึงลูกหนี้ออกจากวงจรหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด และสร้างโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบการเงินปกติ พร้อมทั้งส่งเสริมวินัยทางการเงินและการสร้างประวัติเครดิตในระยะยาว

    นอกจากมาตรการสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจแล้ว กระทรวงการคลังยังเดินหน้าส่งเสริมการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือ “พิโกไฟแนนซ์” เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวกมากขึ้น ภายใต้กรอบอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ

    ทั้งนี้ แนวทางพิโกไฟแนนซ์ไม่เพียงช่วยเพิ่มการแข่งขันในตลาดสินเชื่อรายย่อย แต่ยังเปิดช่องทางให้ผู้ที่เคยปล่อยกู้นอกระบบสามารถปรับเข้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ลดปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ และยกระดับมาตรฐานการให้บริการทางการเงินในระดับพื้นที่

    ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2569 มีนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วจำนวน 1,176 ราย ครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ สะท้อนการขยายตัวของช่องทางสินเชื่อในระบบสู่ระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้แก่ประชาชนรายย่อยสะสมรวม 5,753,190 บัญชี คิดเป็นวงเงินรวม 56,287.33 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นยอดสินเชื่อคงค้าง 397,770 บัญชี วงเงินรวม 7,317.71 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของพิโกไฟแนนซ์ในการรองรับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของประชาชนฐานราก

    “เราจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสร้างระบบการเงินภาคประชาชนที่เข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/652126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GXl9pq-6SG4QRESiVw8ZU

  • 10 ประเทศเก่งคณิตศาสตร์ที่สุดในโลก เอเชียผงาดกวาด TOP6 แชมป์คะแนนสูงลิ่ว

    10 ประเทศเก่งคณิตศาสตร์ที่สุดในโลก เอเชียผงาดกวาด TOP6 แชมป์คะแนนสูงลิ่ว

    10 ประเทศที่นักเรียนมีทักษะคณิตศาสตร์ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก  เอเชียผงาดกวาด TOP6 แชมป์อันดับ 1 คะแนนสูงลิ่วทิ้งห่างค่าเฉลี่ย

    ทักษะทางคณิตศาสตร์ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ ทั้งในด้านนวัตกรรม ผลิตภาพ และการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีและข้อมูลกลายเป็นหัวใจหลัก ประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่แข็งแกร่งมักจะได้เปรียบในการแข่งขันบนเวทีโลก ข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ Visual Capitalist โดยนายบรูโน เวนดิตติ (Bruno Venditti) ได้เผยแพร่การจัดอันดับประเทศที่นักเรียนมีทักษะคณิตศาสตร์ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

    การจัดอันดับครั้งนี้อ้างอิงข้อมูลจากโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA 2022 โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งวัดความสามารถของนักเรียนอายุ 15-16 ปี ในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง โดยมีคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ 472 คะแนน

    ภูมิภาคเอเชียตะวันออกสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลก

    จากรายงานพบว่าประเทศในแถบเอเชียตะวันออกครองตำแหน่งท็อป 5 ของโลกอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมี “สิงคโปร์” คว้าอันดับ 1 ไปครองด้วยคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 575 คะแนน ซึ่งทิ้งห่างค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ ตามมาด้วยมาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ตามลำดับ

    ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาที่เข้มงวดและการวางรากฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน โดยมีอันดับที่น่าสนใจดังนี้

    1. สิงคโปร์: 575 คะแนน
    2. มาเก๊า: 552 คะแนน
    3. ไต้หวัน: 547 คะแนน
    4. ฮ่องกง: 540 คะแนน
    5. ญี่ปุ่น: 536 คะแนน
    6. เกาหลีใต้: 527 คะแนน
    7. เอสโตเนีย: 510 คะแนน (อันดับ 1 ของยุโรป)
    8. สวิตเซอร์แลนด์: 508 คะแนน
    9. แคนาดา: 497 คะแนน (อันดับ 1 ของอเมริกาเหนือ)
    10. เนเธอร์แลนด์: 493 คะแนน

    ยุโรปฟอร์มคงที่ ขณะที่สหรัฐอเมริกายังตามหลังค่าเฉลี่ย

    ในฝั่งทวีปยุโรป “เอสโตเนีย” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของภูมิภาค ตามมาด้วยสวิตเซอร์แลนด์และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้มีคะแนนเกาะกลุ่มกันอยู่ที่ประมาณ 500 คะแนน ในขณะที่สหราชอาณาจักร โปแลนด์ เบลเยียม และเดนมาร์ก ต่างทำคะแนนได้เท่ากันที่ 489 คะแนน

    ทางด้านอเมริกาเหนือ “แคนาดา” ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยมโดยติดอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก ในขณะที่ “สหรัฐอเมริกา” กลับทำคะแนนได้เพียง 465 คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD และรั้งอันดับที่ 33 จากทั้งหมด 35 ประเทศที่นำมาจัดอันดับในรายงานชุดนี้ สะท้อนถึงความท้าทายในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ

    สำหรับ ประเทศไทย จากผลประเมิน PISA 2022 นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์อยู่ที่ 394 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD (เฉลี่ยประมาณ 472 คะแนน) และอยู่ในอันดับกลาง ๆ ของโลก

    อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าคะแนนที่แตกต่างกันนี้ยังสะท้อนถึงช่องว่างทางการศึกษาระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ที่ยังไม่ปรากฏชื่ออยู่ในกลุ่มผู้นำด้านการศึกษาระดับโลกในครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874806/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a5eEHU6qM4ubNIe0d9wCi