Blog

  • Highlight วิกฤตสื่อสาร! รัฐบาล

    Highlight วิกฤตสื่อสาร! รัฐบาล

    เผยแพร่:

    Highlight วิกฤตสื่อสาร! รัฐบาล “อนุทิน” ส่องหาโทรโข่งเพิ่ม ตีปี๊บเศรษฐกิจ : ตัวจี๊ดปรี๊ดข่าว ดำเนินรายการ : ญาดา ศิริเดช  & วาสนา นาน่วม เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.45 – 21.45 น. #ตัวจี๊ดปรี๊ดข่าว #รัฐบาลอนุทิน #วิกฤตสื่อสาร #อนุทิน ชาญวีรกูล #สอบราชการท้องถิ่น #กระทรวงมหาดไทย #news1 Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@news1_live

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/RlYM4jiZEto&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Yrj92JbUJKggxxpBYMNVL

  • “พาณิชย์” เปิดงาน TCEX 2026 ชูทรัพย์สินทางปัญญาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย หนุนต่อยอดไอเดียสู่มูลค่าทางธุรกิจ คาดมูลค่าเจรจาธุรกิจทะลุ 500 ล้านบาท

    “พาณิชย์” เปิดงาน TCEX 2026 ชูทรัพย์สินทางปัญญาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย หนุนต่อยอดไอเดียสู่มูลค่าทางธุรกิจ คาดมูลค่าเจรจาธุรกิจทะลุ 500 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) อย่างเป็นทางการ โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พลตำรวจตรี พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พันธมิตรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนครีเอเตอร์และผู้ประกอบการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นางศุภจี กล่าวว่า การจัดงาน TCEX 2026 ถือเป็นครั้งแรกที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดเวทีเพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์และคอนเทนต์ของไทยอย่างครบวงจร พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจดทะเบียนหรือการคุ้มครองสิทธิเท่านั้น แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หากได้รับการพัฒนาและนำไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง

    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.01% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ไทยมีมูลค่ากว่า 7,232 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 196% สะท้อนถึงศักยภาพของนักสร้างสรรค์ไทยที่สามารถพัฒนาผลงานให้กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

    นางศุภจี กล่าวว่า หากผู้สร้างสรรค์เข้าใจและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสม จะสามารถต่อยอดผลงานผ่านการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) การพัฒนาสินค้าที่ระลึก (Merchandising) การสร้างแอนิเมชัน เกม และดิจิทัลคอนเทนต์ ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลงานกับแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย

    นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแล้วกว่า 1.26 ล้านรายการ และในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา จำนวนคำขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี สะท้อนถึงความตื่นตัวของผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ในการให้ความสำคัญกับการสร้างและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตร ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการเยี่ยมชมทั้ง 4 โซนอุตสาหกรรม ได้แก่ Character & Art, Content & Story, Game & Interactive Media และ Creative Lifestyle เพื่อเรียนรู้และต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างมูลค่าทางธุรกิจ

    นางศุภจี เปิดเผยว่า แม้งานจะตั้งเป้าผู้เข้าชมไว้ 8,000 คนตลอด 4 วัน แต่เพียง 2 วันแรกมีผู้เข้าร่วมงานแล้วกว่า 15,000 คน ขณะที่การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งตั้งเป้ามูลค่าไว้ 500 ล้านบาท ได้สร้างมูลค่าแล้วกว่า 316 ล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่าเมื่อสิ้นสุดการจัดงานจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

    ภายหลังพิธีเปิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานพันธมิตร เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย รวมทั้งร่วมกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อสร้างการรับรู้และปลูกจิตสำนึกในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้องแก่ประชาชน

    ทั้งนี้ งาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ ภายใต้แนวคิด “The Multiverse of Creativity” โดยรวบรวมผลงานจากครีเอเตอร์ไทยกว่า 250 ราย พร้อมกิจกรรม Business Matching เวทีสัมมนา การให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้สนใจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1036078&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fzmEwxzZumEgzFby_yOWW

  • ช้อปชิมสินค้าราคาประหยัด “มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค”

    ช้อปชิมสินค้าราคาประหยัด “มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค”

    ภูมิภาค

    ช้อปชิมสินค้าราคาประหยัด “มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค”

    วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมธงฟ้า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สวนพุทธอุทยาน) อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ จัดโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน โครงการ “ไทยช่วยไทย”ลดค่าครองชีพประชาชนผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมาย เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษาสมดุล ซึ่งจากสภาพเศรษฐกิจ จากผลกระทบสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ

    ในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจกิจชุมชน เครือข่ายธุรกิจ ผู้ประกอบการรายกลาง และ รายย่อย(SMEs)นำสินค้าอุปโภค บริโภค จำนวน 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย สินค้าชุมชน เป็นต้น

    ทั้งนี้ ภายในงาน ยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลท์ และผลไม้ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษ อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 80 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 40 บาท ข้าวหอมมะลิ( 5 กก.)ถุงละ 120 บาท กลุ่มเกษตรกรแก้วมังกร กิโลกรัมละ 30 บาท และมะม่วงเขียวมรกต กิโลกรัมละ 35 บาท มีขายในงานอีกด้วย

    “ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ มาเลือกสินค้าในโครงการนี้ ซึ่งสินค้าคุณภาพและราคาประหยัด ที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เลือกสรรมาให้ท่าน ทั้งสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพครบถ้วน ของกินของใช้ สินค้าชุมชน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย “นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผวจ.อำนาจเจริญ กล่าว.
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/482869&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TvLM4_j9_uTqUxnYmcKfx

  • “สุขสมรวย” อัดฉีด 38.53 ล้านสู่ 570 กองทุน เร่งปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    “สุขสมรวย” อัดฉีด 38.53 ล้านสู่ 570 กองทุน เร่งปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนรอบแรกให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินรวม 38.53 ล้านบาท

    เงินดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ซึ่งมีเป้าหมายลดภาระต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน และสนับสนุนการนำเงินทุนไปต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน

    การอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะกองทุนที่ยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการแล้ว โดยรัฐบาลคาดหวังให้เม็ดเงินเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานรากในช่วงที่ครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและต้นทุนประกอบอาชีพ

    นอกจากการเพิ่มทุนรอบใหม่แล้ว นางสุขสมรวยยังมอบนโยบายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งสะสางโครงการฟื้นฟูและจัดสรรเงินเพิ่มทุน 1 ล้านบาท หรือ “เงินล้านที่ 2” ซึ่งมีภารกิจค้างมาตั้งแต่ปี 2555

    โครงการดังกล่าวมีวงเงินรวมประมาณ 3.4 พันล้านบาท และยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี โดย สทบ. ได้ระดมผู้บริหารจากส่วนกลางและสำนักงานสาขาทั่วประเทศร่วมจัดทำโรดแมป เพื่อดำเนินการในแนวทาง “ฟื้นฟูควบคู่เพิ่มทุน” ในระยะที่ 3

    สำหรับพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่ายังมีกองทุนจำนวน 15 แห่ง ที่ไม่ได้รับเงินล้านที่ 2 และอยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟู โดยได้เร่งประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร เพื่อผลักดันให้กองทุนที่ผ่านเกณฑ์สามารถรับเงินและนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชนได้โดยเร็ว

    นางสุขสมรวยระบุว่า การเร่งจ่ายเงินเพิ่มทุนจะต้องดำเนินไปพร้อมกับการยกระดับธรรมาภิบาล เนื่องจากปัญหาการยักยอกเงิน การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ และการแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุน เป็นปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและลดโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน

    จึงได้กำหนดมาตรการ Zero Tolerance โดยยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือการนำเงินส่วนรวมไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

    มาตรการแรกคือการเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ สทบ. ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชน สมาชิกกองทุน และผู้พบเห็นความผิดปกติสามารถส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานเข้าสู่ระบบได้โดยตรง พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส

    มาตรการที่สองคือการตั้งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูลและเข้าข่ายความผิด สทบ. จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อให้สำนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    แนวทางดังกล่าวครอบคลุมถึงการติดตามทรัพย์สินที่ถูกยักยอกหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์กลับคืนสู่กองทุน เพื่อรักษาเม็ดเงินให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจชุมชนและสร้างประโยชน์แก่สมาชิกอย่างแท้จริง

    นางสุขสมรวยกล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านถือเป็นแหล่งทุนสำคัญของประชาชนและเป็นกลไกหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก ผู้ที่ทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์จากเงินส่วนรวมจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือประสานสำนักงาน สทบ. ในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/845667&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RVoh95napqIrid9oUXNn5

  • “รมต.สุขสมรวย” สั่งล้างบางทุจริตกองทุนหมู่บ้าน! ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมเปิดวอร์รูมรับแจ้งเบาะแสผ่านเว็บหลักทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “รมต.สุขสมรวย” สั่งล้างบางทุจริตกองทุนหมู่บ้าน! ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมเปิดวอร์รูมรับแจ้งเบาะแสผ่านเว็บหลักทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/116548&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2j375e3aCYftAUgBdkAlaI

  • ธปท’มองจีดีพีโต 2.3% ยังไม่ดี นโยบายการเงินช่วยประคองศก.

    ธปท’มองจีดีพีโต 2.3% ยังไม่ดี นโยบายการเงินช่วยประคองศก.


    ธปท.ย้ำนโยบายการเงินช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ พร้อมรักษาเสถียรภาพด้านราคา และระบบการเงินไทย รวมทั้งใช้มาตรการเฉพาะจุดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ส่วนการปล่อยเงินเข้าระบบผ่าน QE ไม่ช่วยให้จีดีพีฟื้น

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569  “โอกาส-ทางรอด ยุคเศรษฐกิจผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก หัวข้อ “นโยบายการเงิน รับมือวิฤติสงคราม และการเงินโลก” ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่ต้องรับมือกับสงคราม และความผันผวน คนอยากให้ ธปท.เข้ามาช่วย แต่ต้องทำความเข้าใจว่าหน้าที่ของนโยบายการเงิน และการคลังต่างกันชัดเจน โดยนโยบายการเงินดูแลหลักคือด้านเสถียรภาพใน 2 ด้าน คือ 1.เสถียรภาพระบบการเงิน ระบบการเงินมีความเข้มแข็ง ซึ่งไม่ใช่ว่าธนาคารพาณิชย์ต้องมีกำไรสูงสุด แต่จะต้องมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์ไม่มีปัญหา ระบบการชำระเงินไม่มีปัญหา

    และด้านที่ 2 เสถียรภาพด้านราคา หรือ ดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ 1-3%  และถ้าจำเป็นจะต้องหลุดให้หลุดกรอบในด้านต่ำ เพราะการหลุดกรอบด้านสูง เงินเฟ้อที่สูงจะส่งผลต่อค่าครองชีพของคนให้สูงเกินไป แต่หลุดด้านต่ำค่าครองชีพอาจจะไม่กระทบมาก แต่อย่างไรก็ตามอยู่ในกรอบดีที่สุด

    “นโยบายการเงินยุคผม ยังมีอีกหน้าที่ที่ผมเน้นคือ การช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะนโยบายการเงินจะมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย หรือค่าเงิน ซึ่งกระทบกับคนเป็นวงกว้าง ในขณะที่นโยบายการคลัง มีหน้าที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยให้เศรษฐกิจโต เกิดผลเร็ว แต่อยู่ระยะสั้น นโยบายการเงิน มีหน้าที่ช่วยประคับประคอง โดยการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. จะทำผ่านเครื่องมือหลักที่สำคัญที่สุด คือ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)”

    ทั้งนี้ที่ผ่านมาสังคมอาจจะคาดหวังให้ ธปท. ทำมากมาย แต่ ธปท. มีเครื่องมือไม่ได้มากอย่างที่คิด เหมือนในขณะนี้ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ไม่สามารถที่จะหยุดเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในด้านราคา และด้านการผลิต หรือที่ด้านอุปทานได้ ในขณะนี้ราคาน้ำมันขึ้นไปมาก เงินเฟ้อสูง แต่การขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงได้ อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อขึ้นไปสูงจริงๆ บางประเทศก็ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดในด้านความต้องการสินเชื่อ ซึ่งทำได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจก็จะชะลอลงตามด้วย

    “การขยายตัวของเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเราคาดว่าโต 2.3% เป็นอย่างไร โต 2.3% เศรษฐกิจไม่ดีนะครับ แต่ไม่ได้แย่เท่ากับการเกิดสงครามให้ช่วงแรก ที่ห่วงว่าสินค้าจำเป็นจะขาดแคลน น้ำมันขาดแคลน ปุ๋ยขาดแคลน พลาสติกขาดแคลน ไม่ใช่ราคาสูงขึ้นอย่างเดียว  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จีดีพีปีนี้ของไทยอาจจะต่ำมาก 1.5% แต่เศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวได้ดี หาแหล่งซื้อน้ำมัน ปุ๋ยใหม่ได้เร็ว และที่ดีที่สุด ราคาน้ำมันดิบโลกลดลงเร็วกว่าที่คิดมาก ทำให้เศรษฐกิจปรับขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่ใช่เข้าสู่เศรษฐกิจดี เรามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ลดลงเรื่อยๆ มีปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข การขยายตัวของเศรษฐกิจยังเป็น K-Shape มีการจัดสรรทรัพยาการที่เหลื่อมล้ำ จะเห็นได้ว่า เอสเอ็มอียังเข้าถึงทรัพยาการได้น้อยกว่ารายใหญ่ คนจนถูกระทบจากเศรษฐกิจมากกว่าคนรวย การส่งออกกระจุกตัวในบางภาค”

    นายวิทัย  กล่าวว่า การใช้นโยบายการเงินเพื่อรับมือความซบเซา และความผันผวนของเศรษฐกิจ ซึ่งเน้นการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ตั้งแต่ผมเข้ามาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งลงมาเหลือ 1% และเพิ่มมาตรการเฉพาะจุด เพื่อช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว โดยอัตราเงินเฟ้อในขณะนี้มาจากด้านอุปทาน และในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยปรับตัวเร็ว น้ำมันลดลงเร็วกว่าคาด ทำให้คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยในปีนี้จะต่ำลงกว่า 2.8% ที่คาดไว้ และตลอดทั้งปีนี้จะไม่เห็นเดือนไหนที่เงินเฟ้อของไทยขึ้นไปเกิน 4.5% การใช้นโยบายการเงินจึงสามารถมองข้ามเงินเฟ้อในขณะนี้ไปได้ ดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม  และเมื่อข้ามไปถึงเดือน เม.ย.ปีหน้า จากฐานปีนี้ที่สูงขึ้น เราจะเห็นอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลง ซึ่งทำให้เงินเฟ้อวันนี้อยู่ในระดับที่ไม่น่าห่วง

    ส่วนที่มีคำถามจากนักเศรษฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีมาต่อเนื่องว่า ธปท. ทำไมไม่ปล่อยเงินเข้าระบบ หรือการทำ QE ประเทศไทยควรทำหรือไม่ นายวิทัย กล่าวว่า การใส่เงินเข้าไปในระบบ จะต้องพิจารณาด้วยว่าเงินที่ ธปท. ปล่อยเข้าไปจะไปอยู่ที่ไหน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เมื่อ ธปท.ปล่อยเงินไปผ่านธนาคารพาณิชย์ เงินออกไปแทบทั้งหมดจะกลับเข้ามาที่ ธปท. ผ่านตลาดซื้อคืนในวันรุ่งขึ้น กลายเป็นเงินฝากของระบบธนาคารพาณิชย์ที่ธปท. เงินไม่ได้เข้าระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ปล่อยเงินผ่านการซื้อพันธบัตรระยะยาว ก็ไม่ได้กระทบต่อเนื่องจนทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลดลงได้ ดังนั้นการทำ QE  หรือ การปล่อยเงินเข้าระบบแบบในต่างประเทศ จึงทำไม่ได้ผลดีในประเทศไทย

    ส่วนการดูแลค่าเงินบาทของธปท. การขึ้นลงของค่าเงินบาทเป็นการแลกเปลี่ยนเงินตามความต้องการของตลาดเป็นหลัก ธปท.ไม่ได้อยู่ในวงจรนั้น ธปท.จะเข้าไปต่อดูแลหรือแทรกแซง เมื่อค่าเงินบาทมีความผันผวนทั้งในทางอ่อนค่า และแข็งค่าที่มากและเร็วเกินไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการและะเสถียรภาพทางการเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่า ธปท.จะแทรกแซงเท่าไรก็ได้ แต่ธปท.จะทำแต่นโยบายการเงินอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องดูเกณฑ์ระดับสากล เช่น เกณฑ์ควบคุมการแทรกแซงค่าเงินของสหรัฐฯ ซึ่งต้องแทรกแซงได้ไม่เกิน 2% ของจีดีพี ทำให้เราทำได้ตามความเหมาะสมเพื่อไม่กระทบกับด้านอื่นๆ เช่น อัตราภาษีหรือการกีดกันการค้าการลงทุนจากสหรัฐฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/44608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jpopCFhWIaKvZEJWi5aUI

  • ดันโปงลางกาฬสินธุ์ ซอฟต์พาวเวอร์ บพท. บูมเศรษฐกิจเมืองรอง

    ดันโปงลางกาฬสินธุ์ ซอฟต์พาวเวอร์ บพท. บูมเศรษฐกิจเมืองรอง

    ดันโปงลางกาฬสินธุ์ ซอฟต์พาวเวอร์ บพท. บูมเศรษฐกิจเมืองรอง

    บพท.-อว. หนุนวิจัยวัฒนธรรมกาฬสินธุ์ ปั้น “ศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง” และผ้าไหมแพรวา ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระจายรายได้สู่ชุมชนยั่งยืน

    11 กรกฎาคม 2569 เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมมือคณะวิจัย บพท. และ อว. เปิดโมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำเยาวชนวง ศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง โชว์ซอฟต์พาวเวอร์ดนตรีพื้นบ้านและผ้าไหมแพรวา เพื่อถอดรหัสทุนวัฒนธรรมชุมชน ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หวังสร้างมูลค่าและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายกีรติการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ ได้ให้การต้อนรับคณะวิจัยแผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก และเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) การแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่

    การแสดงของเยาวชนจาก ‘วงศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง’

    ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่การแสดงของเยาวชนจาก ‘วงศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง’ นักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 4 เฉลิมพระเกียรติ สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ที่มาในชุดภูไทกาฬสินธุ์ ทอจากผ้าไหมแพรวาอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมจัดเต็มการแสดงหลากหลายชุด อาทิ รำเอิ้นขวัญ และ ฟ้อนภูไทกาฬสินธุ์ สะท้อนภาพจำ “มาถึงเมืองกาฬสินธุ์ถิ่นโปงลางจะพลาดชมโชว์โปงลางไปได้ยังไง”

    สำหรับการแสดงดังกล่าวอยู่ภายใต้การบ่มเพาะ และควบคุมการฝึกซ้อมโดย ครูพยุงศักดิ์ นันรักษา ครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ และ ครูพัชระ เทียนศรี ครูผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี ซึ่งถือเป็นบุคลากรต้นน้ำในการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมไปสู่เยาวชน 

    การแสดงของเยาวชนจาก ‘วงศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง’

    • เปิดโมเดลวิจัย: เปลี่ยน ‘ทุนชุมชน’ เป็น ‘ทุนชาติ’

    การลงพื้นที่ของคณะวิจัยในครั้งนี้ อยู่ภายใต้โครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยเป็นการขับเคลื่อนโครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ดำเนินงานโดย มูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน

    โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานและแนวคิดที่ว่า “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ” และ “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ” โดยมุ่งหวังที่จะถอดรหัสวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น ดนตรีโปงลาง ผ้าไหมแพรวา และวิถีชีวิตชาวภูไท นำมาบริหารจัดการและแปรรูปให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นเมืองรอง ให้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ แผนงานวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้จากภาคีเครือข่ายความร่วมมือระดับนโยบาย ประกอบด้วย:

    1. กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)
       
    2. สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.)
       
    3. หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)
       
    4. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

    การขยับตัวของท้องถิ่นร่วมกับภาควิชาการในครั้งนี้ จึงน่าจับตามองอย่างยิ่งว่า “ทุนวัฒนธรรมโปงลาง” ของกาฬสินธุ์ จะสามารถกระจายรายได้และสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใด จะต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้มานำเสนอในลำดับต่อไป 

    การแสดงของเยาวชนจาก ‘วงศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง’ การแสดงของเยาวชนจาก ‘วงศรีศิลป์ถิ่นโปงลาง’

    ข่าวล่าสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378980111&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Q0y6k-c-PfcRhwELUqYxC

  • กะซวกไส้ในเศรษฐกิจเขมร ออกมาตีแผ่ผงะข้างในเน่า รอเวลาฌาปนกิจ | TOPNEWS

    กะซวกไส้ในเศรษฐกิจเขมร ออกมาตีแผ่ผงะข้างในเน่า รอเวลาฌาปนกิจ | TOPNEWS

    กะซวกไส้ในเศรษฐกิจเขมร ออกมาตีแผ่ผงะข้างในเน่า รอเวลาฌาปนกิจ

    • เผยแพร่ : 11/07/2026 17:07

    กะซวกไส้ในเศรษฐกิจเขมร ออกมาตีแผ่ผงะข้างในเน่า รอเวลาฌาปนกิจ

    #topupdate #topnews

    อัปเดตคลิปข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1627689&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TasEwyHFYfGQtr2Hq309M

  • “ดีอี” ตรวจงาน “ดีป้า” ชู 5G ลุยแพทย์ฉุกเฉิน-เกษตรอัจฉริยะ ดันเศรษฐกิจ “อุบลราชธานี”

    “ดีอี” ตรวจงาน “ดีป้า” ชู 5G ลุยแพทย์ฉุกเฉิน-เกษตรอัจฉริยะ ดันเศรษฐกิจ “อุบลราชธานี”

    นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) โดยมีวาระสำคัญในการติดตามโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (5G Ambulance) ณ ที่ว่าการอำเภอพิบูลมังสาหาร และกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคอีสานตอนล่าง ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์

    ในช่วงเช้า นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบรถ 5G Ambulance แก่โรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร พร้อมรับชมการสาธิตเทคโนโลยีดิจิทัลที่ติดตั้งภายในรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงรับฟังแนวทางการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Digital Health Application) โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาวมนัสวีช์ ทรัพย์พร้อม นายอำเภอพิบูลมังสาหาร, นายแพทย์ชัยวัฒน์ ดาราสิชฌน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี, นายแพทย์ทนง คำศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร, ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า และนายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า

    นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้กล่าวเน้นย้ำถึงภารกิจของกระทรวงดีอีในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการส่งเสริมความปลอดภัยทางข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ดีป้าเร่งขยายผลโครงการ 5G Ambulance อย่างต่อเนื่อง และให้ความสนใจโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเมืองอัจฉริยะท้องถิ่น (Cloud Transformation) โดยเฉพาะระบบ “กระเป๋าสุขภาพ” ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์จัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยผ่านคลาวด์ได้อย่างแม่นยำ ทดแทนการใช้กระดาษ และเพิ่มประสิทธิภาพการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ป่วย

    ต่อมาในช่วงบ่าย รมช.ดีอี ได้เข้าเยี่ยมนิทรรศการเกษตรอัจฉริยะและเป็นประธานมอบรางวัลในกิจกรรม Digital Agriculture Pitching Day รอบภาคอีสานตอนล่าง พร้อมมอบเทคโนโลยีดิจิทัลแก่ชุมชนในโครงการ OTOD #2 โดยมีนายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุว่า กระทรวงดีอีมุ่งมั่นสนับสนุนเทคโนโลยีตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) หรือ NT ในการสนับสนุนโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล และ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่เป็นตัวกลางในการกระจายผลผลิตทางการเกษตรผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart

    “กิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ชุมชนและเกษตรกรได้ฝึกฝนทักษะการนำเสนอแนวคิด (Pitching) เพื่อขอรับการสนับสนุน ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะและผู้เข้าร่วมทุกท่านที่ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ พร้อมขอบคุณดีป้าและผู้ประกอบการดิจิทัลที่ร่วมกันนำบริการมาช่วยยกระดับชุมชนของไทย” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าว

    ทางด้าน ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ 5G Ambulance และกิจกรรมด้านเกษตรดิจิทัล เป็นประจักษ์พยานถึงการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในหลากหลายมิติ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของกระทรวงดีอีในการใช้ดิจิทัลเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    “ดีป้าให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันและใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นการสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างแท้จริง” ดร.ศุภกร กล่าวทิ้งท้าย

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/845664&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bEWjaXJFNyAngdWPM3Hub

  • ราคาน้ำมันประจำวันที่ 11/07/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    ราคาน้ำมันประจำวันที่ 11/07/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/159877&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XYirzGMrUinDZHRIx_GeE