Blog

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (8 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (8 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (8 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (7 มี.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 30 สตางค์ต่อลิตร

    ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 69 

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 39.14 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.04 บาท (โออาร์)
    • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 49.54 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 30.55 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 30.18 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 28.34 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 26.29 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (8 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/653219&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Gpiwim9BeGRA3OWGzKLq0

  • ระยองจัดมหกรรมพลัง “บวร” ขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง

    ระยองจัดมหกรรมพลัง “บวร” ขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/133469&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vJrI42ez6QHvxl8n7X6Kb

  • เชียงใหม่-พุทธศาสนิกชนร่วมเสริมสิริมงคล“ตักบาตรโชติกา” ห่มผ้าพระเจดีย์หลวง ก้าวสู่ปีที่ 4 มหาบุญล้านนา | TOPNEWS

    เชียงใหม่-พุทธศาสนิกชนร่วมเสริมสิริมงคล“ตักบาตรโชติกา” ห่มผ้าพระเจดีย์หลวง ก้าวสู่ปีที่ 4 มหาบุญล้านนา | TOPNEWS

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมมหาบุญ “ตักบาตรโชติกา” และพิธีถวายผ้าห่มพระธาตุเจดีย์หลวง ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 เพื่อสืบสานประเพณีล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญเสริมสิริมงคล

    เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ตักบาตรโชติกา” พร้อมพิธีถวายผ้าห่มพระธาตุเจดีย์หลวง โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมทำบุญกันเป็นจำนวนมาก

    นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับอนุญาตจากทางวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ให้จัดกิจกรรมตักบาตรโชติกา ทุกวันเสาร์ เวลา 7.00 น. รอบพระธาตุเจดีย์หลวง มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และในปี 2569 ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการจัดกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของล้านนา พร้อมทั้งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงใหม่

    สำหรับเดือนมีนาคม 2569 ทางสมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเป็นพิเศษทุกวันเสาร์ โดยได้รับเมตตาจากพระเกจิชื่อดังมาร่วมรับบิณฑบาต สำหรับภายในพิธีวันนี้ได้รับเมตตาบารมีจาก พระราชวชิรสิทธิ (อัมพร กตปุญฺโญ) รักษาการณ์แทนเจ้าคณะจังหวัด เชียงใหม่ – ลำพูน – แม่ฮ่องสอน (ธ) เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์และสามเณร รวม 29 รูป ลงรับบิณฑบาต จากนั้นมีพิธีแห่ผ้าห่มรอบองค์พระธาตุเจดีย์หลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมพิธี

    ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเสริมสิริมงคล ทุกวันเสาร์ ตักบาตรโชติกา ตลอดเดือนมีนาคม 2569 พบพระเกจิอาจารย์ พระคณาจารย์เมตตามารับบิณฑบาต ออกโรงทาน หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมตักบาตร เพื่อสืบสานบุญกุศลและแบ่งปันความความสุขร่วมกัน ปัจจัยและสิ่งของจากการตักบาตร ส่วนหนึ่งถวายให้กับวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และอีกส่วนหนึ่งนำไปช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ วัดดอนจั่น

    หากท่านไม่ได้เตรียมอาหารมา ทางสมาคมฯ มีโต๊ะจำหน่ายอาหารแห้ง โดยรายได้ทั้งหมด แบ่งถวายวัดเจดีย์หลวง บริจาคให้โรงพยาบาลนครพิงค์ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์

    กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนศรัทธาในพระพุทธศาสนา และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญ เสริมสิริมงคล และร่วมสืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1509192&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CcMoAAw9V6Go3d21LAowC

  • Netflix เนรมิตแกรนด์ไลน์ใจกลางกรุง ต้อนรับซีรีส์ ONE PIECE: มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์

    Netflix เนรมิตแกรนด์ไลน์ใจกลางกรุง ต้อนรับซีรีส์ ONE PIECE: มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์

    เหล่านากามะโปรดทราบ! Netflix ผสานความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร จัดใหญ่เอาใจแฟนๆ วันพีซ (One Piece) กับอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ “GRAND LINE IN THAILAND” เปลี่ยนสวนลุมพินีให้กลายเป็นเส้นทางทะเลในตำนานเพื่อต้อนรับการมาของซีรีส์ ‘วันพีซ: มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์’ ชวนแฟนๆ และผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยมาร่วมกางใบเรือมุ่งสู่แกรนด์ไลน์ด้วยกันพร้อมโอกาสพิเศษสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือโจรสลัดในโลกแห่งวันพีซอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน   

    ภายในงานเหล่านากามะจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษที่ถอดแบบมาจากโลกวันพีซ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพพลาดไม่ได้กับจุดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้โพสท่าเคียงข้างกับตัวละครที่คุณชื่นชอบกับการเซลฟี่กับลูฟี่ (LUFFY WEFIE) ที่เปิดโอกาสให้ได้ถ่ายภาพมุมกว้างร่วมกับกัปตันลูฟี่ในท่า “หมัดยางยืด…ดดด” อันเป็นเอกลักษณ์ และจุดนัดพบช็อปเปอร์ (CHOPPER MEETING POINT) ที่มาพร้อมความพิเศษซึ่งรอให้ทุกคนมาค้นพบด้วยตนเอง  

    PR-NEWS-ONE-PIECE-GRANDLINE-THAILAND-SPACEBAR-Photo V02.jpg

    นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวแกรนด์ไลน์ (NAKAMA’S YARD) ลานกิจกรรมสำหรับพักผ่อนหย่อนใจซึ่งมีบริการให้ยืมเสื่อลวดลายวันพีซสุดพิเศษโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเพียงแสดงบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียน เหมาะสำหรับการนั่งปิกนิกและสังสรรค์กับเพื่อนพ้องก่อนออกผจญภัย  

    PR-NEWS-ONE-PIECE-GRANDLINE-THAILAND-SPACEBAR-Photo V03.jpg

    สำหรับไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือการสวมบทบาทเป็นกัปตันเรือกับกิจกรรมเรือปั่นโจรสลัด (PIRATE PEDAL BOAT) ที่ต้องใช้พลังแรงขาในการขับเคลื่อนเรือเพื่อไปพบกับ “ลาบูน” วาฬไอร์แลนด์ในตำนานที่กะพริบตาได้ดั่งมีชีวิต เพื่อนรักที่กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้พบเป็นตัวแรกเมื่อเข้าสู่แกรนด์ไลน์ซึ่งลอยเด่นอยู่กลางบึงน้ำรอต้อนรับเหล่าโจรสลัดทุกคน โดยมีทัพเรือจากซีรีส์มาให้เลือกได้ถึงสามแบบไม่ว่าจะเป็นเรือ Going Merry เรือในตำนานของกลุ่มหมวกฟาง หรือแฝงตัวในองค์กรลับกับเรือ Baroque Works ตลอดจนยืนหยัดพิทักษ์ความยุติธรรมบนเรือรบ Marine ของกองทัพเรือ   

    อย่าพลาดโอกาสอุ่นเครื่องความสนุกก่อนใคร! กับกิจกรรม GRAND LINE IN THAILAND ซึ่งเปิดให้เข้าร่วมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ สวนลุมพินี บริเวณบึงน้ำใกล้จุดบริการเช่าเรือปั่น ตั้งแต่วันที่ 8-15 มีนาคมนี้ 

    มาร่วมสนุกกันให้เต็มที่ก่อนกระโจนเข้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่ในซีรีส์ ‘วันพีซ: มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์’  เมื่อลูฟี่และกลุ่มหมวกฟางต้องมุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์ เส้นทางทะเลในตำนานอันน่ามหัศจรรย์และเต็มไปด้วยอันตราย รวมถึงการเผชิญหน้ากับเกาะประหลาดและศัตรูใหม่ที่น่าเกรงขามอย่างองค์กรอาชญากรรมบาร็อคเวิร์คส์ในภารกิจค้นหาสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สตรีมพร้อมกัน 10 มีนาคมนี้ที่ Netflix เท่านั้น 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/culture/pr-news-one-piece-grandline-thailand&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0USeZRSQrEMJmDkYlmKPP8

  • วัดศรีสุพรรณเปิด “Silver Wellness” ฟื้นภูมิปัญญาล้านนา สู่ศูนย์สุขภาพชุมชนวัวลาย | TOPNEWS

    วัดศรีสุพรรณเปิด “Silver Wellness” ฟื้นภูมิปัญญาล้านนา สู่ศูนย์สุขภาพชุมชนวัวลาย | TOPNEWS

    เชียงใหม่ – วัดศรีสุพรรณ  โดยมูลนิธิวัดเงิน ร่วมกับบริษัท ศรีชัยยะปุระ จำกัด เปิดโครงการ “Silver Wellness” ศูนย์สุขภาพภูมิปัญญาล้านนาแห่งใหม่ของชุมชนวัวลาย มุ่งสืบสานองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยล้านนา พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพของจังหวัด เชียงใหม่

    พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ เปิดเผยว่า โครงการ Silver Wellness เกิดจากแนวคิดในการอนุรักษ์และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนวัวลาย โดยเฉพาะศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบล้านนา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดจากหมอพื้นบ้านและครูภูมิปัญญามาอย่างยาวนาน

    “วัดศรีสุพรรณเป็นศูนย์กลางของชุมชนวัวลาย ทั้งด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น  และได้รับการพัฒนาศัยภาพสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2567

    การจัดตั้ง Silver Wellness จะช่วยรวบรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพล้านนา เช่น การนวดอัตลักษณ์ล้านนา นวดตอกเส้น การย่ำขาง จู้ทราย ย่างยา เผายา เช็ดแหพิธีสู่น้ำขาง ฯลฯ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสภูมิปัญญาเหล่านี้” เจ้าอาวาสกล่าว

    วัดศรีสุพรรณถือเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในย่านชุมชนวัวลาย ซึ่งเป็นแหล่งหัตถกรรมเครื่องเงินเก่าแก่ของล้านนา โดยวัดมีชื่อเสียง

    จากอุโบสถเงินแห่งแรกของโลก ที่สร้างและตกแต่งด้วยงานหัตถศิลป์โลหะของช่างฝีมือชุมชนวัวลาย และยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมวัฒนธรรมของชุมชน รวมทั้งกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น ถนนคนเดินวัวลาย และกิจกรรมทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมล้านนา

    ด้านนาง จิตติมาพร นิลมัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีชัยยะปุระ จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือกับวัดศรีสุพรรณในครั้งนี้ มีเป้าหมายในการนำภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของล้านนามาพัฒนาเป็นรูปแบบเวลเนสที่สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก

    “บริษัทศรีชัยยะปุระมีแนวคิดในการพัฒนาโมเดล Wellness บนฐานภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงศาสตร์การแพทย์แผนไทย สมุนไพร การทำสมาธิ และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โครงการ Silver Wellness จึงเป็นการนำองค์ความรู้ของชุมชนมาพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้และศูนย์บริการด้านสุขภาพที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนาอย่างแท้จริง”

    บริษัท ศรีชัยยะปุระ จำกัด เป็นองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาองค์ความรู้และกิจกรรมเวลเนสจากภูมิปัญญาไทย โดยมุ่งเน้นการผสมผสานศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม เช่น สมุนไพรไทย การนวดไทย การทำสมาธิ และการฟื้นฟูสุขภาพตามแนวคิดธาตุ เพื่อพัฒนาเป็นโปรแกรมเวลเนสที่สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเรียนรู้วัฒนธรรม

    ภายใต้ขื่อ เมืองสุขภาพ ศรีชัยยะปุระ ( Srichaiyapura Wellness)  ตั้งอยู่ที่เมืองเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี  เปิดดำเนินการมา 3 ปี ปัจจุบันได้รับมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข  เป็น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร ประจำปี 2567 และ มาตรฐาน เวลเนส อัตลักษณ์ไทย ประจำปี 2568 เป็น แห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี

    ทั้งนี้ โครงการ Silver Wellness ยังตั้งเป้าพัฒนาให้เป็น ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาและแผนไทยอัตลักษณ์ล้านนา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ และเชื่อมโยงการท่องเที่ยววิถีชุมชนย่านวัวลาย ซึ่งเป็นแหล่งหัตถกรรมเครื่องเงินสำคัญของเชียงใหม่

    การจัดตั้ง Silver Wellness จึงถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันชุมชนวัวลายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ครบในทุกด้านของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต

    ปภัชญา ศรีวิเชียร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กาญจนบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1508948&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1niwO2WBHnFCktxwlFlpr_

  • เปิดตัว “ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร” สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ชูเสน่ห์พหุวัฒนธรรม 3 ศาสนา ริมสายน้ำประวัติศาสตร์ สัมผัสอัญมณีเลอค่า-เสื่อกกจันทบูร พร้อมเมนูอาหารถิ่น UNSEEN กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน | TOPNEWS

    เปิดตัว “ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร” สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ชูเสน่ห์พหุวัฒนธรรม 3 ศาสนา ริมสายน้ำประวัติศาสตร์ สัมผัสอัญมณีเลอค่า-เสื่อกกจันทบูร พร้อมเมนูอาหารถิ่น UNSEEN กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน | TOPNEWS

    เปิดตัว “ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร” สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ชูเสน่ห์พหุวัฒนธรรม 3 ศาสนา ริมสายน้ำประวัติศาสตร์ สัมผัสอัญมณีเลอค่า-เสื่อกกจันทบูร พร้อมเมนูอาหารถิ่น UNSEEN กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน

    ในโอกาสนี้ ประธานและคณะได้ร่วมสักการะพระแก้วมรกตและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดโบสถ์เมือง วัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย ที่มีทับหลังศิลปะบาปวนอันล้ำค่า พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม “ชาติพันธ์จันทบูร” จากวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

    จากนั้นได้เยี่ยมชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น อาทิ การทอเสื่อกกจันทบูร มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ ประจำปี 2567 และ การทำอัญมณี

    ซึ่งจันทบุรีเป็นแหล่งพลอยสำคัญของโลก รวมถึงชมการสาธิตอาหารพื้นบ้านตามโครงการ “1จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรท้องถิ่น

    นอกจากนี้ ได้ร่วมเทศกาลบูชาดาว เที่ยวเมืองจันทร์ สานสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย – เวียดนาม 2569 ณ วัดเขตร์นาบุญญาราม โดยมี พระบริหารวชิรอนัมพรต เจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบุญญาราม

    คณะกรรมการวัดเขตร์นาบุญญาราม อาจารย์คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ไพ่ยิปซีและผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย ให้การต้อนรับ

    สำหรับพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ เป็นหนึ่งในพิธีกรรมตามความเชื่อโบราณที่ผสมผสานหลักโหราศาสตร์และความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา

    อันสะท้อนถึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยกิจกรรมดังกล่าวนับเป็น Unseen Thailand ของจังหวัดจันทบุรี

    และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยและเวียดนาม

    ด้าน นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การเปิดตัวชุมชนในครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ได้มาสัมผัสความสุขที่จันทบุรี ตามแนวคิด “สุขทุกวันที่จันทบุรี” และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1509324&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-QX77Xtn7jGJAH4zI8iQ2

  • ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ก.พ. แตะ 53.0 ฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 5  แรงหนุนท่องเที่ยว

    ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ก.พ. แตะ 53.0 ฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 5 แรงหนุนท่องเที่ยว

    ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ก.พ. แตะ 53.0 ฟื้นต่อเนื่องเดือนที่ 5  แรงหนุนท่องเที่ยว

    นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 6,623 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 53.0 จากความคาดหวังต่อแนวทางนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะต่อไปที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น 

    อย่างไรก็ตาม ปัญหาภาระค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ชะลอตัวยังคงส่งแรงกดดันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างต่อเนื่องกระทบความกังวลของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ 

    สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ระดับ 53.0 โดยปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 52.6 ในเดือนก่อนหน้า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 59.4 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 58.4 ในเดือนก่อนหน้า 

    โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีอยู่ในระดับเชื่อมั่นคาดว่ามาจาก 

    • ประชาชนมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม ทิศทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และความคาดหวังต่อมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 
    • การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนและมีแนวโน้มต่อเนื่องจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมีนโยบายการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ จะช่วยเพิ่มรายได้และการจ้างงานในประเทศ
    • การส่งออกยังเติบโต ได้ต่อเนื่องในระดับสูง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสินค้าเกษตรกลุ่มอาหารและผลไม้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น 

    ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 43.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 43.9 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่นที่ระดับต่ำกว่า 50 โดยมีปัจจัยลดทอนระดับความเชื่อมั่น อาทิ ความไม่แน่นอนด้านมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันต่อภาคการผลิต และการค้าทั้งในประเทศและการส่งออก 

    รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการที่มีความผันผวนส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงยังเป็นแรงกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม 

    อย่างไรก็ตาม หลายปัจจัยเสี่ยงข้างต้นทั้งภายในและภายนอกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางค่อนข้างเร็วและผันผวน ซึ่งจะส่งผลต่อระดับความเชื่อมั่นจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

    นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์

    นอกจากนี้ มติที่ประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงปลายเดือน ก.พ.69 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน อาจช่วยผ่อนคลายความกังวลของประชาชนได้ในระยะถัดไป

    ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า ด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุด คิดเป็น 49.01% รองลงมา คือ มาตรการของภาครัฐ 13.20% การเมือง 10.66% เศรษฐกิจโลก 8.12% ราคาสินค้าเกษตร 7.90% สังคม/ความมั่นคง 7.53% ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 1.65% ปัจจัยอื่น ๆ 1.01% และ ภัยพิบัติ/โรคระบาด 0.92%

    ขณะเดียว ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อยู่ในช่วงเชื่อมั่นทุกภูมิภาค โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ 54.3 และ 51.5 ตามลำดับ 

    ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภาคกลางทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 50.9 กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและภาคเหนือ แม้ปรับตัวลงเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 57.2 และ 52.1 ตามลำดับ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/653208&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0upgc6kTkzX28a-_IXp4JT

  • เปิดสนามบินสากลบ่อแก้วอย่างเป็นทางการ เชื่อมเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำสู่ภูมิภาค | เดลินิวส์

    เปิดสนามบินสากลบ่อแก้วอย่างเป็นทางการ เชื่อมเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำสู่ภูมิภาค | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีพิธีเปิดใช้งาน “สนามบินสากลบ่อแก้ว” อย่างเป็นทางการ โดยมีนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายสมสะหวาด เล่งสะหวัด อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเหล็กไหล สีวิไล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง พลจัตวา แป้นคำ บุดจันแพง เลขาธิการคณะบริหารงานพรรคแขวงบ่อแก้ว รวมทั้งผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    นางเทียนทอง โสภา ผู้อำนวยการสนามบินสากลบ่อแก้ว รายงานว่า สนามบินตั้งอยู่ที่บ้านใหญ่สีเมืองงาม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร จัดอยู่ในสนามบินขนาดกลางตามมาตรฐาน Code 4C สามารถรองรับอากาศยานขนาด Airbus A320 หรือ Boeing 737 ได้ โดยมีทางขับ (Taxiway) จำนวน 3 เส้น ได้แก่ Alpha, Bravo และ Charlie พร้อมลานจอดอากาศยานขนาดประมาณ 130 x 220 เมตร รองรับหลุมจอดรวม 4 หลุม สามารถจอดเครื่องบิน A320 หรือ B737 ได้พร้อมกัน 2 ลำ และเครื่องบินขนาดเล็กอย่าง ATR-72 หรือ MA-60 อีก 2 ลำ

    ด้านอุปกรณ์ภาคพื้นสนามบินมีการเตรียมความพร้อมอย่างครบครัน ทั้งรถบันไดขึ้นลงเครื่องบิน รถเติมน้ำมันและรถถ่ายน้ำเสีย รถสายพานลำเลียงสัมภาระ รถลากจูงอากาศยาน และรถนำทาง (Follow Me) รวมถึงมีการเตรียมรองรับอากาศยานรุ่น C-909 ในอนาคต
    สำหรับอาคารผู้โดยสารมีจำนวน 1 หลัง แบ่งพื้นที่ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีเคาน์เตอร์เช็คอินสำหรับสายการบินภายในประเทศ 8 เคาน์เตอร์ และระหว่างประเทศ 10 เคาน์เตอร์ พร้อมประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) จำนวน 4 ประตู และสะพานเทียบเครื่องบินหรือ “งวงช้าง” จำนวน 2 ชุด รองรับผู้โดยสารในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ 250 คน สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และ 384 คน สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมทั้งมีห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge

    ส่วนในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระจำนวน 10 เครื่อง เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน 9 เครื่อง เครื่องตรวจแบบมือถือ 30 เครื่อง และเครื่องตรวจวัตถุระเบิด 2 เครื่อง พร้อมระบบควบคุมการเข้าออกด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง

    จากการวิเคราะห์ศักยภาพด้านการเดินทางและการลงทุน คาดว่าในอนาคตจะมีการเปิดเส้นทางบินภายในประเทศเชื่อมต่อจากบ่อแก้วไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง หัวพัน เชียงขวาง สะหวันนะเขต และจำปาสัก ขณะที่เส้นทางบินระหว่างประเทศมีศักยภาพเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญในภูมิภาค เช่น กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ ของประเทศไทย ฮานอย และโฮจิมินห์ ของเวียดนาม คุนหมิง กวางโจว และฮ่องกง ของจีน รวมทั้งพนมเปญ และเสียมราฐ ของกัมพูชา

    ขณะนายเหล็กไหล ระบุว่า การพัฒนาการบินพลเรือนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของ สปป.ลาว โดยเฉพาะด้านการค้าและการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนโยบายการเชื่อมโยงภูมิภาคตามแผนพัฒนาประเทศระยะปี 2026-2030 ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มการขนส่งทางอากาศเฉลี่ยปีละประมาณ 0.8 เปอร์เซ็นต์

    ทั้งนี้ ภายในพิธีได้มีการมอบใบรับรองการเป็นสนามบินสากลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกอบพิธีลั่นฆ้อง 9 ครั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเปิดใช้งานสนามบินแห่งใหม่ของแขวงบ่อแก้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5665090/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PNoyVC6vlylXE66CwWSC2

  • สงครามอิหร่าน เขย่า  4 เสาเศรษฐกิจ  ’ดูไบ-อาบูดาบี’  จากฮับสู่พื้นที่เสี่ยง

    สงครามอิหร่าน เขย่า 4 เสาเศรษฐกิจ ’ดูไบ-อาบูดาบี’ จากฮับสู่พื้นที่เสี่ยง

    สงครามอิหร่านเขย่า 4 เสาเศรษฐกิจ ‘ยูเออี’ ฮับการเงิน AI อสังหาฯ การบิน ’ดูไบ-อาบูดาบี’ จากศูนย์เศรษฐกิจสู่เขตเฝ้าระวัง นักลงทุนและมหาเศรษฐีชั่งน้ำหนักเรื่องความปลอดภัยกับภาษี

    สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง อิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ที่ลุกลามมาถึงน่านฟ้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงต่อ “ดูไบ” และ “อาบูดาบี”

    จากเดิมที่ดูไบและอาบูดาบีถูกมองว่าเป็น “เกาะแห่งความปลอดภัย” ท่ามกลางภูมิภาคที่ผันผวน แต่ภาพของขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นเหนือตึกระฟ้าทำให้นักลงทุน กลุ่มคนทำงานระดับหัวกะทิและกลุ่มมหาเศรษฐีที่เคยหนีความขัดแย้งเข้ามาสร้างสร้างการเติบโตให้ภูมิภาคนี้ ซึ่งกำลังตั้งคำถามและลังเลที่จะเข้ามาในเมืองแห่งเศรษฐกิจ

    การหลั่งไหลเข้ามาของเหล่ามหาเศรษฐี ผู้จัดการกองทุน และธนาคารระดับโลกในช่วงที่ผ่านมา เคยทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าความเสี่ยงจากการอยู่ใกล้กับภูมิภาคที่ผันผวนที่สุดในโลกนั้นเป็นเรื่องที่พอมองข้ามกันได้  

     แต่ในระยะสั้นนี้ ความเชื่อดังกล่าวดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อสหรัฐ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าทำสงครามกับอิหร่าน จนเมื่อคืนวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศเตือนชาวเมืองดูไบเรื่องขีปนาวุธที่กำลังพุ่งเข้ามา พร้อมทั้งกำชับให้ประชาชนรีบหาที่หลบภัยโดยด่วน

    เมื่อ ‘ความปลอดภัย’ สำคัญกว่า ‘ภาษี’

    เสน่ห์ของ UAE ที่ดึงดูดคนเก่งจากทั่วโลกคือการเป็นเมือง “ปลอดภาษี” แต่ในวันนี้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าผลประโยชน์ทางการเงิน

     อัชวิน อานิล ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางานในกลุ่มธุรกิจกองทุน Private Equity, สินเชื่อ และ Venture Capital กล่าวว่าผู้สมัครงานกว่า 50% เริ่มลังเลหรือถอนตัวจากการย้ายมาทำงานที่นี่ เพราะแม้จะยอมรับความเสี่ยงในตลาดเงินได้ แต่ไม่มีใครยอมรับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตได้

    ในขณะที่เมืองเคยเป็นจุดหมายของ Digital Nomad และเศรษฐีหนีภาษี แต่ปัจจุบันกลุ่มแชทของชาวต่างชาติกลับเต็มไปด้วยคำถามเรื่องเส้นทางอพยพไปยังโอมานหรือซาอุดีอาระเบียแทน

    ในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากน้อยเพียงใดที่กำลังคิดจะย้ายออก หรือตัดสินใจยกเลิกการย้ายเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ต่อจากนี้ 

    แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือ กลุ่มคนที่เคยมองว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นเพียงทางเลือกที่หอมหวานสำหรับการใช้ชีวิตแบบ “ปลอดภาษี” เริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงอีกด้านที่ต้องแลกมาแล้ว

     ภาสกร ทาสกุปตะ (Bhaskar Dasgupta) ผู้บริหารสำนักงานครอบครัว Sun Foundation ในเอมิเรตส์กล่าว “ภูมิศาสตร์คือตัวแบบความเสี่ยงขั้นพื้นฐานที่สุด ซึ่งสงครามเป็นเพียงตัวขับเน้นให้ความเสี่ยงนั้นชัดเจนขึ้น ซึ่ง UAE ใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้าง ‘ตัวซับแรงกระแทก’ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ ระบบโลจิสติกส์ และการทูต ช่วงเวลาเช่นนี้แหละที่จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าสิ่งที่ลงทุนไปทั้งหมดนั้น จะคุ้มค่าและได้ผลจริงหรือไม่”

    4 เสาหลักเศรษฐกิจ UAE สะเทือน

    สงครามอิหร่าน เขย่า  4 เสาเศรษฐกิจ  ’ดูไบ-อาบูดาบี’  จากฮับสู่พื้นที่เสี่ยง

    เดิมพันมหาศาลของ ‘ธนาคารโลก’ แห่งตะวันออกกลาง

    ยูเออีไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตน้ำมัน แต่เป็น “นายธนาคารของโลก” ที่ถือครองเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และดึงดูดกลุ่มธุรกิจการเงินยักษ์ใหญ่ให้เข้ามาปักหลัก จนกลายเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญของโลกและก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของศูนย์กลางการเงินโลกอย่าง ลอนดอน นิวยอร์ก และฮ่องกง 

    อาบูดาบีมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นขุมพลังหลักในการลงทุนทั่วโลก

    นับตั้งแต่ต้นปี 2567 จำนวนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในดูไบพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว มีบริษัทกว่า 100 แห่ง เข้ามาตั้งสำนักงาน รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Millennium Management, ExodusPoint, Balyasny  และ Brevan Howard แต่การเติบโตde]y’นี้ “เปราะบาง” เพราะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นส่วนบุคคลของเหล่านักเทรดระดับโลก

    นักลงทุนเหล่านี้ยอมรับความเสี่ยงในตลาดหุ้นได้ แต่ “ความไม่ปลอดภัยในชีวิต” คือสิ่งที่พวกเขารับไม่ได้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เราอาจเห็นปรากฏการณ์สมองไหลครั้งใหญ่

    สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Brookfield Asset Management, KKR & Co. และ BlackRock ต่างกำลังเร่งเครื่องเพื่อปิดดีลธุรกิจในภูมิภาคอ่าวอาหรับให้มากขึ้น ขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley และ Goldman Sachs ก็ได้สร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง โดยส่งผู้บริหารระดับสูงเข้ามาใช้เวลาและลงพื้นที่ในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    นายธนาคารระดับสูงรายหนึ่งให้ความเห็นว่า เหตุการณ์รุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจนำไปสู่การ “รีเซ็ต” หรือการหยุดชะงักของกิจกรรมการของไพรเวทอิควิตี้ในระยะสั้นได้

    คอนเนอร์ เทสคีย์ ซีอีโอของ Brookfield กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า ตะวันออกกลางกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ บนเวทีโลก  และยืนยันว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการร่วมทุนมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ระหว่าง Brookfield กับกองทุนความมั่งคั่งของกาตาร์ เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) 

     นายธนาคารรายหนึ่งที่ทำงานให้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทเล่าว่า ในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวสำหรับการประชุมทางโทรศัพท์ในช่วงสุดสัปดาห์ ข่าวการโจมตีด้วยขีปนาวุธระลอกแรกก็เริ่มแพร่กระจายออกมา เขาเผยว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ความรู้สึกที่มีต่อโลกทั้งใบก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเขาขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะในขณะที่ความขัดแย้งยังคงดำเนินอยู่

    มาร์ติน โรล ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจครอบครัวระดับโลกที่มีลูกค้าอยู่ในภูมิภาคนี้ และนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบัน INSEAD กล่าวว่า “สำหรับพื้นที่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญต่อความยืดหยุ่น ความเข้มแข็ง และความสามารถในการยืนหยัดรักษาสถานะเดิมเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยย้ำเตือนให้ตระหนักถึงตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของพวกเขาด้วย”

    โดรนถล่มหัวใจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน AI

    ความฝันของ UAE คือการเป็นฮับ AI และศูนย์ข้อมูลของโลก แต่เหตุการณ์ล่าสุดได้สร้างรอยร้าวให้ความฝันนี้

    บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง “อเมซอน”  ออกประกาศแจ้งเตือนลูกค้าว่าศูนย์ข้อมูล 3 แห่งในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตี โดย 2 แห่งใน UAE ถูกพุ่งชนโดยตรง 

    อย่างน้อย 2 บริษัท รวมถึงอเมซอนได้ออกประกาศแจ้งเตือนลูกค้าที่ดำเนินธุรกิจใน UAE โดยแนะนำให้สำรองข้อมูลสำคัญไว้ในพื้นที่ “นอกตะวันออกกลาง” เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

    ดีนา อารักจี  นักวิเคราะห์จาก Control Risks บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงกล่าวว่า “หากศูนย์ข้อมูลหลายแห่งในประเทศเดียวได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดที่กำลังดำเนินอยู่พร้อม ๆ กัน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยเฉพาะในด้านขีดความสามารถในการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล” 

    สะเทือนตลาด ‘อสังหาริมทรัพย์-หุ้น’

    ดูไบกลายเป็นผู้นำโลกในการขายบ้านมูลค่าเกิน 10 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 350-360 ล้านบาท โดยราคาอสังหาพุ่งสูงขึ้นกว่า 70% นับตั้งแต่ปี 2562 โดยก่อนหน้านี้มหาเศรษฐีทั่วโลกต่างแย่งกันกว้านซื้อวิลล่าและเพนท์เฮาส์หรู แม้ความตึงเครียดจะเริ่มก่อตัว แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป

     นายหน้าอสังหาเริ่มพบว่าผู้ซื้อเริ่มใช้กลยุทธ์ “รอดูสถานการณ์” และหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Emaar Properties ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการดาวน์ทาวน์ดูไบและตึก Burj Khalifa ต่างก็ราคาหุ้นลดลง 5% ขณะที่ราคาพันธบัตรของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว และ Aldar Properties ซึ่งผู้พัฒนาเบอร์หนึ่งของอาบูดาบี ร่วงลงถึง 10% ภายในเวลาเพียง 2 วันหลังตลาดเปิดทำการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มเทขายทรัพย์สินในกลุ่มนี้ออกมาแล้ว

    ในสถานการณ์จริงภายใต้การโจมตี UAE สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธเกือบทั้งหมดที่พุ่งเป้าเข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในขณะที่มีการสกัดกั้นวัตถุระเบิดบนท้องฟ้า บริการส่งอาหารและการใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปได้ตามปกติ 

    อย่างไรก็ตาม ภาพความเสียหายที่ปรากฏออกมา เช่น เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในโรงแรมบนเกาะหรู “ปาล์ม จูไมราห์”   อาจเป็นภาพลักษณ์ที่สลัดออกไปจากความทรงจำของผู้คนได้ยาก

    ‘การบิน-การท่องเที่ยว’  เครื่องยนต์หลักชะงัก

    ดูไบและอาบูดาบีทุ่มงบมหาศาลเปลี่ยนเมืองทะเลทรายให้เป็นจุดเชื่อมต่อการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสนามบินที่หนาแน่นที่สุดและสายการบินเอมิเรตส์เป็นเรือธง แต่ว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่

     การปิดน่านฟ้าเหนือดูไบ อาบูดาบี และโดฮาทำให้นักท่องเที่ยวตกค้างเต็มสนามบิน และท้องฟ้าที่เคยหนาแน่นกลับเงียบเหงา ฝูงบินของเอมิเรตส์กระจัดกระจายอยู่ตามสนามบินทั่วโลก และทำได้เพียงเที่ยวบินอพยพเพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง ทำให้ภาพนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอย่างไร้ทางออกกลายเป็นรอยด่างพร้อยสำคัญของฮับการบินที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้

    ปัจจุบันมีทั้งเจ้าของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ เจ้าของทีมกีฬา และทายาทตระกูลดังที่มีทรัพย์สินนับพันล้านดอลลาร์ ต่างพากันย้ายมาพำนักถาวรใน UAE  แต่เมื่อเที่ยวบินพาณิชย์ต้องหยุดให้บริการนานหลายวันจากเหตุการณ์ความไม่สงบ มหาเศรษฐีบางส่วนจึงตัดสินใจหันไปใช้บริการ “เครื่องบินเช่าเหมาลำส่วนตัว” เพื่อเดินทางออกจากพื้นที่ โดยไปขึ้นเครื่องที่เมืองมัสกัตในโอมาน หรือกรุงริยาดในซาอุดีอาระเบียแทน

    “ในวินาทีนี้ พวกเขาเริ่มตระหนักแล้วว่า การไปอยู่ที่บ้านหลังที่สอง (ในประเทศอื่น) จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายนั้นปลอดภัยกว่า” 

    ชาร์ลส์ โรบินสัน  ผู้ก่อตั้ง EnterJet แพลตฟอร์มจองเจ็ตส่วนตัว ให้สัมภาษณ์ว่า “ในวินาทีนี้ พวกเขาเริ่มตระหนักแล้วว่า การไปอยู่ที่บ้านหลังที่สองในประเทศอื่น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายนั้นปลอดภัยกว่า” 

    บททดสอบ UAE สู่ความแข็งแกร่ง

    โรเบิร์ต ซัลเตอร์ จากบริษัท Blick Rothenberg กล่าวว่าคำถามคือ ดูไบจะสามารถทำให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางการค้าที่แท้จริง ซึ่งสามารถยืนหยัดผ่านพ้นอุปสรรคหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้ไปได้หรือไม่? หรือว่าสถานการณ์มันจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จนผู้คนพากันตัดสินใจละทิ้งเมืองนี้ไปจริง ๆ?

    อินิโก เดอ ลูนา  ผู้ก่อตั้ง Nahda Capital Partners ในอาบูดาบีกล่าว “ถามว่านี่คือการทดสอบความแข็งแกร่งครั้งใหญ่ไหม? ใช่ครับ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ถึงขั้นจะทำลายการดำรงอยู่ของประเทศนี้ลงได้ 

    “ UAE  จะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม เพราะวิกฤติครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ได้พิสูจน์อีกครั้งว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ UAE มีความแตกต่าง ทั้งการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และนโยบายระดับชาติที่เน้นความมั่นคงและการลดความขัดแย้ง” 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1224174&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_CH3SKHJX7Gk4-DjZngUw

  • เปิดสนามบินสากลบ่อแก้ว หนุนเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เชื่อมการบินภูมิภาค

    เปิดสนามบินสากลบ่อแก้ว หนุนเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เชื่อมการบินภูมิภาค

    ภูมิภาค

    เปิดสนามบินสากลบ่อแก้ว หนุนเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เชื่อมการบินภูมิภาค

    วันเสาร์ ที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่บ้านใหญ่สีเมืองงาม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพิธีเปิดใช้งาน สนามบินสากลบ่อแก้ว อย่างเป็นทางการ โดยมี สะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย สมสะหวาด เล่งสะหวัด อดีตรองนายกรัฐมนตรี, เหล็กไหล สีวิไล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง และ แป้นคำ บุดจันแพง เลขาธิการคณะบริหารงานพรรคแขวงบ่อแก้ว ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานรัฐและผู้บริหารจาก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    นางเทียนทอง โสภา ผู้อำนวยการสนามบินสากลบ่อแก้ว เปิดเผยว่า สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านใหญ่สีเมืองงาม เมืองต้นผึ้ง ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสนามบินขนาดกลางตามมาตรฐาน Code 4C สามารถรองรับเครื่องบินขนาด Airbus A320 และ Boeing 737 ได้ โดยมีทางขับอากาศยาน (Taxiway) 3 เส้น ได้แก่ Alpha, Bravo และ Charlie พร้อมลานจอดอากาศยานขนาดประมาณ 130 x 220 เมตร รองรับหลุมจอดรวม 4 หลุม สามารถจอดเครื่องบิน A320 หรือ B737 ได้พร้อมกัน 2 ลำ และเครื่องบินขนาดเล็กอย่าง ATR 72 หรือ Xian MA60 อีก 2 ลำ

    ด้านอุปกรณ์ภาคพื้นสนามบินมีการเตรียมความพร้อมครบถ้วน ทั้งรถบันไดขึ้นลงเครื่องบิน รถเติมน้ำมัน รถถ่ายน้ำเสีย รถสายพานลำเลียงสัมภาระ รถลากจูงอากาศยาน และรถนำทาง (Follow Me) รวมถึงมีแผนรองรับอากาศยานรุ่น COMAC C909 ในอนาคต

    สำหรับอาคารผู้โดยสารมีจำนวน 1 หลัง แบ่งพื้นที่รองรับเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีเคาน์เตอร์เช็คอินภายในประเทศ 8 เคาน์เตอร์ ระหว่างประเทศ 10 เคาน์เตอร์ พร้อมประตูขึ้นเครื่อง 4 ประตู และสะพานเทียบเครื่องบินหรือ “งวงช้าง” จำนวน 2 ชุด รองรับผู้โดยสารช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ 250 คน สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และ 384 คน สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ พร้อมห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge

    มาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระ 10 เครื่อง เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน 9 เครื่อง เครื่องตรวจแบบมือถือ 30 เครื่อง และเครื่องตรวจวัตถุระเบิด 2 เครื่อง รวมทั้งระบบควบคุมการเข้าออกด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์และกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง

    ทั้งนี้ จากการประเมินศักยภาพในอนาคต คาดว่าจะมีการเปิดเส้นทางบินภายในประเทศเชื่อมต่อจากแขวงบ่อแก้วไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง หัวพัน เชียงขวาง สะหวันนะเขต และจำปาสัก ขณะที่เส้นทางบินระหว่างประเทศมีแนวโน้มเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญในภูมิภาค อาทิ กรุงเทพมหานคร และ เชียงใหม่ ของไทย ฮานอย และโฮจิมินห์ ของเวียดนาม คุนหมิง กวางโจว และฮ่องกง ของจีน รวมถึงพนมเปญ และเสียมราฐ ของกัมพูชา

    ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาวระบุว่า การพัฒนาการบินพลเรือนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้าและการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนโยบายเชื่อมโยงภูมิภาคตามแผนพัฒนาประเทศช่วงปี 2026–2030 ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มการขนส่งทางอากาศเฉลี่ยปีละประมาณ 0.8 เปอร์เซ็นต์

    ในพิธีเปิดยังได้มีการมอบใบรับรองการเป็นสนามบินสากลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกอบพิธีลั่นฆ้อง 9 ครั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเปิดใช้งานสนามบินแห่งใหม่ของแขวงบ่อแก้วอย่างเป็นทางการ.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468419&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NWNzP2QvdiI24NH3AXl3C