Blog

  • “น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม” ดูซีรีส์ตอนแรกพร้อมโชว์พิเศษ “Girl Rules : The 1st Rule”

    “น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม” ดูซีรีส์ตอนแรกพร้อมโชว์พิเศษ “Girl Rules : The 1st Rule”

    Entertainment. 10 มี.ค. 2026 เวลา 2:16 น. “น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1224549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hEd5HIwxIuMy31r2tflCg

  • UNIX พื้นฐานแน่น-ผลตอบแทนสวย! – สยามรัฐ

    UNIX พื้นฐานแน่น-ผลตอบแทนสวย! – สยามรัฐ

    บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) หุ้นไอพีโอน้องใหม่ หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย และผู้นำเทรนด์กระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/134019&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ef_vuqhsK3tCVbnRpj_HT

  • คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ PolyU ฮ่องกง

    คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ PolyU ฮ่องกง

    Skip to content

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ศรันยา เสี่ยงอารมณ์ รองคณบดีฝ่ายวิรัชกิจและสื่อสารองค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับผู้บริหาร School of Design, The Hong Kong Polytechnic University นำโดย Prof. Kun-Pyo Lee คณบดี Prof. Henry Duh รองคณบดี School of Design เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

    ความร่วมมือภายใต้ MoU นี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายวิชาการระหว่างประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษาและการพัฒนางานวิจัยร่วมกัน ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยังได้เยี่ยมชมอาคาร Jockey Club Innovation Tower ของ School of Design พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองสถาบัน

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/291946/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_nAPWqtWsXOFKRYw0EsxS

  • ข่าวดีชาวเคหะฯ มอบทุนเรียนฟรี ปวช.-ปวส. พร้อมสวัสดิการระหว่างเรียน จบไปมีงานทำ

    ข่าวดีชาวเคหะฯ มอบทุนเรียนฟรี ปวช.-ปวส. พร้อมสวัสดิการระหว่างเรียน จบไปมีงานทำ

    การเคหะแห่งชาติ หนุนการศึกษาเยาวชนจับมือ CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ มอบทุนการศึกษาหลักสูตร ปวช. และ ปวส. ประจำปีการศึกษา 2569 ให้แก่เยาวชนในชุมชนการเคหะแห่งชาติได้เรียนฟรีตลอดหลักสูตร พร้อมสวัสดิการมีรายได้ระหว่างเรียน สร้างโอกาสสู่การมีงานทำและอนาคตที่มั่นคง

    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยตระหนักดีว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การเคหะแห่งชาติร่วมกับ CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ และเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถพัฒนาทักษะวิชาชีพ มีงานทำ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเอง รวมถึงดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง โดยภายหลังการลงนามความร่วมมือดังกล่าวได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

    ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปีการศึกษา 2569 CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยผู้สนใจเข้าสมัครเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะได้เรียนฟรี พร้อมรับทุนสนับสนุนค่าเทอม ตลอดหลักสูตร ส่วนผู้สนใจสมัครเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จะได้รับทุนการศึกษาจาก CP ALL ตลอดหลักสูตร  ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตรจะได้รับสวัสดิการแบบจัดเต็มโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ได้แก่ ค่าแรกเข้า ค่ากิจกรรมเสริมหลักสูตร ค่าเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ ค่าลงทะเบียนเรียน และบัตรนักศึกษา เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาทักษะวิชาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และต่อยอดสู่การมีงานทำที่มั่นคงในอนาคต

    การจัดการเรียนการสอนดำเนินการโดยวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ในรูปแบบระบบทวิภาคี โดยมีการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการและนักธุรกิจยุคใหม่ ตลอดหลักสูตรผู้เรียนสามารถเรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน และมีโอกาสได้งานทำทันทีหลังสำเร็จการศึกษา ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าศึกษาได้ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ซอยงามวงศ์วาน 23 จังหวัดนนทบุรี โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2821 2576, 0 2821 2559 และ 0 2821 2555 ต่อ 1

    นายทวีพงษ์ กล่าวย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของการเคหะแห่งชาติในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่เยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชน พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2919144&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TMSeryj-D9LOe40eteAVS

  • ‘วัดตากฟ้า’ จัดทอดผ้าป่า ‘กองทุนรัตนภัตต์’ สนับสนุนการศึกษาพระ-เณร | เดลินิวส์

    ‘วัดตากฟ้า’ จัดทอดผ้าป่า ‘กองทุนรัตนภัตต์’ สนับสนุนการศึกษาพระ-เณร | เดลินิวส์

    พระเทพปัญญาภรณ์ (ริด ริตเวที) เจ้าอาวาสวัดตากฟ้า พระอารามหลวง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานผ้าไตรในการทอดผ้าป่ากองทุนพระราชทาน “กองทุนรัตนภัตต์” ทอดถวาย ณ วัดตากฟ้า พระอารามหลวง อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 2 เม.ย.2569 โดยมีน.ส.ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ “กองทุนรัตนภัตต์” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 จากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯมาที่วัดตากฟ้า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2549 เพื่อทอดพระเนตรการจัดการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ณ สำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้า ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 1 พระองค์ได้ทอดพระเนตรการเรียนการสอนของพระภิกษุสามเณรอย่างใกล้ชิด โดยพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน10,000 บาท เพื่อเป็นค่าภัตตาหารสำหรับพระภิกษุสามเณรผู้ศึกษาเล่าเรียน ณ วัดตากฟ้า ต่อมาในวันที่ 12 ต.ค. 2549 พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานนามว่า “กองทุนรัตนภัตต์” ซึ่งแปลว่า “อาหารอันมีค่าดุจแก้ว” และ“กองทุนรัตนภัตต์” จึงเกิดขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา

    พระเทพปัญญาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น “กองทุนรัตนภัตต์” จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นค่าภัตตาหาร และส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณรวัดตากฟ้า ซึ่งมีพระภิกษุสามเณรมาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ในพระอารามแห่งนี้เป็นจำนวนมาก และกองทุนนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณและพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ที่ร่วมกันอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรผู้ใฝ่ศึกษา เพื่อให้พระพุทธศาสนาดำรงมั่นคงด้วย

    สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทอดผ้าป่า “กองทุนรัตนภัตต์” โดยบริจาคเข้าบัญชี “กองทุนรัตนภัตต์” ธ.กรุงไทย สาขาตากฟ้า เลขที่บัญชี 626-0-03116-5 หรือสอบถามได้ที่โทร.08-1973-1935 พระเทพปัญญาภรณ์ และโทร. 08-0106-4414 พระมหาทวีศักดิ์ อุทยชีวี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5675218/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EJLL-xqufHk-_yBYHIRtD

  • กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด

    กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด

    กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด


    10/03/2569 | 61 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด

    วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมด่วนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก กอง ศูนย์ และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการยกระดับมาตรการประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก

    สืบเนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการด่วนให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิกฤตพลังงานในประเทศไทย กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้เร่งวางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทันที ดังนี้ :

    – มาตรการ Work From Home: ให้หมุนเวียนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่ (WFH) ในสัดส่วนร้อยละ 20 – 30 ของจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด โดยกำชับว่าต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

    – ปรับรูปแบบการประชุมเป็น Online: ให้การประชุมของจังหวัดเปลี่ยนจากรูปแบบ Onsite เป็นแบบ Online ทั้งหมด พร้อมทั้งให้รายงานผลกลับมาว่ามาตรการนี้ช่วยประหยัดงบประมาณลงไปได้เท่าไหร่

    – ยกเลิกการตรวจราชการแบบลงพื้นที่: ให้เปลี่ยนมาใช้การตรวจราชการและติดตามงานผ่านระบบออนไลน์แทน เพื่อลดการใช้พลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทาง

    – ยกระดับการอบรมสู่ระบบออนไลน์: ปรับรูปแบบการจัดอบรมสัมมนาให้เป็นระบบออนไลน์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและที่พัก

    – ปรับแผนการอบรมเชิงรุก: ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการฝึกอบรม ให้พิจารณาปรับแผนโดยการเคลื่อนย้ายวิทยากรไปหาผู้อบรมในพื้นที่แทนการให้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภาพรวม

    – มาตรการ Carpool (ทางเดียวกันไปด้วยกัน): กำชับการใช้รถยนต์ราชการให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยต้องจัดที่นั่งให้เต็มความจุก่อนจึงจะพิจารณาใช้รถคันใหม่ เน้นการรวมกลุ่มเดินทางไปพร้อมกัน และงดการเดินทางไปที่เดียวกันด้วยรถหลายคัน

    – ควบคุมและสรุปค่าใช้จ่ายน้ำมัน: มอบหมายให้กองคลัง (กค.) สรุปรายงานค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบผลและหาทางลดค่าใช้จ่ายน้ำมันของจังหวัดในการเดินทางอย่างจริงจัง

    – ลดการใช้พลังงานในงานบำรุงรักษา: ให้ลดการใช้น้ำมันสำหรับเครื่องตัดหญ้าภายในบริเวณหน่วยงาน โดยพิจารณาดำเนินการเฉพาะจุดที่สำคัญและจำเป็นเท่านั้น

    – งดการศึกษาดูงานต่างประเทศ: ปฏิบัติตามข้อสั่งการรัฐบาลอย่างเคร่งครัดในการงดเดินทางศึกษาดูงานหรืออบรมในต่างประเทศ โดยให้เปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน

    – การแต่งกายให้เหมาะสมกับฤดูกาล เพื่อลดการใช้พลังงานที่เกินความจำเป็น

    กรมการพัฒนาชุมชนพร้อมร่วมใจกับรัฐบาลในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อร่วมฝ่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้ โดยกำชับให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังภายใต้มาตรการที่กำหนด เพื่อให้งานบริการประชาชนยังคงความทั่วถึงและรวดเร็ว อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานในทุกสถานการณ์

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/334882&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_-Rnr0MMD5rkIpKUKCs9F

  • เปิดเลขมงคล “หลวงปู่สวน” เกจิดังแห่งวัดหนองไผ่ ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    เปิดเลขมงคล “หลวงปู่สวน” เกจิดังแห่งวัดหนองไผ่ ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    คอหวยแห่ส่องเลขมงคล “หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ” เกจิดังแห่งวัดหนองไผ่ ละสังขาร  ศิษยานุศิษย์ร่วมอาลัย

    บรรยากาศที่วัดหนองไผ่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังการละสังขารของ พระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์ หรือ “หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ” เจ้าคณะตำบลหลักเขต และเกจิอาจารย์สายเมตตามหานิยมชื่อดัง โดยมีคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาร่วมกราบสรีระสังขารเพื่อแสดงความอาลัย

    ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    หลวงปู่สวนได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 19.19.29 น. ณ กุฏิเจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ สิริอายุ 77 ปี พรรษา 57 หลังจากก่อนหน้านี้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    ขณะนี้ทางคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดอยู่ระหว่างหารือเพื่อกำหนดวันและรูปแบบพิธีทางศาสนา เพื่อให้สมเกียรติแก่หลวงปู่สวนต่อไป

    เปิดประวัติ “หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ”

    หลวงปู่สวน มีนามเดิมว่า สวน กริดรัมย์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2491 ที่ตำบลสวายจีก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดชุมพรวิสัย

    ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 ณ วัดหนองปรือ โดยมีพระอธิการวิโรจน์ วัดสนวนใน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ณ วัดสร้อยทอง เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

    หลังจากนั้นท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน และเรียนรู้วิชาจากครูบาอาจารย์หลายรูป จนเป็นที่เคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก

    เส้นทางนักปกครองคณะสงฆ์

    ด้วยวัตรปฏิบัติที่งดงาม หลวงปู่สวนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะสงฆ์ เริ่มจากการเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลักเขตในปี พ.ศ. 2524 ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2529

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ท่านได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ ควบคู่กับตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลหลักเขต และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์

    คอหวยตีเลขมงคลจากประวัติหลวงปู่

    ท่ามกลางความอาลัยรักของศิษยานุศิษย์ ชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคบางส่วนได้นำตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่สวนมาตีเป็นเลขมงคลตามความเชื่อ เช่น

    • สิริอายุ: 77 ปี
    • พรรษา: 57
    • เวลาละสังขาร: 19.19.29 น.

    ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลของผู้ศรัทธา ซึ่งนำไปใช้เป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคตามความนิยมของคอหวยเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9877470/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ib4UDAHr5jTzro-wSahms

  • “เปียงยาง-ปักกิ่ง” เตรียมกลับมาเดินรถไฟโดยสาร 12 มี.ค.นี้ หวังฟื้นสัมพันธ์เศรษฐกิจ

    “เปียงยาง-ปักกิ่ง” เตรียมกลับมาเดินรถไฟโดยสาร 12 มี.ค.นี้ หวังฟื้นสัมพันธ์เศรษฐกิจ

    เกาหลีเหนือเตรียมกลับมาเดินรถไฟโดยสารเชื่อมกรุงเปียงยาง-กรุงปักกิ่งอีกครั้งในรอบ 6 ปี โดยจะเริ่มเดินรถเที่ยวแรกในวันที่ 12 มี.ค. นี้ หวังฟื้นฟูการคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจกับประเทศพันธมิตร

    กระทรวงรวมชาติเกาหลีของเกาหลีใต้ ระบุว่า เกาหลีเหนือและจีนเตรียมกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟเชื่อมกรุงเปียงยาง-กรุงปักกิ่ง อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ โดยถือเป็นการสิ้นสุดการระงับการเดินรถที่ยาวนานถึง 6 ปี นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

    การกลับมาเปิดเส้นทางเดินรถในครั้งนี้ ถือเป็นการฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมขนส่งสายสำคัญระหว่างพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเกาหลีเหนือและจีน หลังจากเกาหลีเหนือดำเนินมาตรการปิดพรมแดนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563 โดยทางการรถไฟของจีนเปิดเผยกับสื่อว่า รถไฟสายเปียงยาง-ปักกิ่ง จะเริ่มให้บริการเที่ยวแรกในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคมนี้ และจะให้บริการสัปดาห์ละ 4 เที่ยว

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้นการกลับมาเดินรถจะมีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารและจะอนุญาตให้ผู้โดยสารใช้บริการได้เพียง 2 ตู้สุดท้ายของขบวนรถเท่านั้น โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักการทูตหรือผู้ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจของทางการ ในขณะที่ตั๋วโดยสารสำหรับบุคคลทั่วไปอาจมีการพิจารณาเปิดขายในภายหลังหากมีที่นั่งว่างเหลือเพียงพอ

    ปัจจุบัน เกาหลีเหนือยังคงปิดประเทศและยังจำกัดจำนวนและคัดกรองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ทำให้การเดินทางเข้าเกาหลีเหนือของชาวต่างชาติเป็นไปได้ยาก ยกเว้นเพียงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากรัสเซียที่มีข้อตกลงพิเศษกับรัฐบาลเกาหลีเหนือเท่านั้น 

    ทั้งนี้ข้อมูลจากบริษัททัวร์ที่จัดทริปเข้าเกาหลีเหนือ ระบุว่า ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเกาหลีเหนือมากที่สุดเป็นอันดับ 1 

    นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมจากสื่อเกาหลีเหนือว่าทางการได้ประกาศยกเลิกการแข่งขัน “เปียงยาง มาราธอน” (Pyongyang Marathon) ที่กำหนดจะจัดขึ้นในเดือนหน้าแล้วในเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) โดยไม่ได้ระบุเหตุผลที่แน่ชัด โดยรายการวิ่งดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมไม่กี่ประเภทที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากนานาชาติสามารถเดินทางมายังเกาหลีเหนือเพื่อเข้าร่วมได้.

    ที่มา: CNA

    อ่านข่าว เกาหลีเหนือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2919132&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nx10FOxAmZiSspT0CC62V

  • “หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์ “ทรัมป์” ส่งสัญญาณถอย หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ

    “หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์ “ทรัมป์” ส่งสัญญาณถอย หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ

    “ม.ล.ณัฏฐกรณ์” วิเคราะห์ผ่านไทยรัฐนิวส์รูม “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถอย หลังน้ำมันพุ่ง-หุ้นร่วง หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ

    เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล นักวิเคราะห์ข่าวการเมือง วิเคราะห์ประเด็น “เจาะเกมทรัมป์ สัญญาณเลิกสงคราม หลังอิหร่านสู้กลับเดือด” ในรายการไทยรัฐนิวส์รูม โดยระบุว่า ท่าทีของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อคืนนี้แตกต่างจากเมื่อวานซืนอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นราคาที่ต้องจ่ายเล็กน้อย เพื่อสกัดไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเหมือนเป็นการพยายามโน้มน้าวให้ทั่วโลกเห็นด้วยกับปฏิบัติการของสหรัฐ

    อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา ทรัมป์ กลับปรับท่าทีคล้ายกลับหลังหัน โดยระบุว่า ภารกิจทางทหารใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว และปฏิบัติการดำเนินไปเร็วกว่ากำหนดเดิมที่วางไว้ประมาณ 4 สัปดาห์ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวนอย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งขึ้นกว่า 20% หลังทรัมป์ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบิน แต่เมื่อคืนกลับปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นการแกว่งตัวภายใน 2 วัน หรือ 2 days swing ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    พร้อมมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ ต้องปรับท่าทีภายในเวลาเพียงวันเดียว คือแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะความกังวลช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิด ซึ่งจะส่งผลต่อการขนส่งพลังงานของโลก หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง จะไม่ใช่เพียงแค่ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่จะนำไปสู่ภาวะขาดแคลนพลังงาน เพราะไม่สามารถขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติทางทะเลได้ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ “Code RED” (ระดับอันตราย) ที่อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก หรือ Global recession

    นอกจากนี้ ยังมีปฏิกิริยาจากยุโรป โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้สั่งเตรียมภารกิจทางทหารเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่แผนของสหรัฐฯ คือให้เรือรบคุ้มกันเรือขนส่งสินค้า เพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบได้ ทั้งนี้ แม้จะมีเรือรบสหรัฐฯ และฝรั่งเศสคุ้มกัน แต่บรรยากาศของการเดินเรือก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะอิหร่านประกาศพร้อมยิงตอบโต้ หากเกิดการปะทะกันจริง การขนส่งสินค้าทางทะเลในภูมิภาคนั้นอาจหยุดชะงักทั้งหมด พร้อมอ้างถึงบทวิเคราะห์ของสื่อสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ทรัมป์ต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยให้เกิดความโกลาหลในการเดินเรือทั่วโลกหรือไม่ หากเรือรบตะวันตกปะทะกับอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ผลกระทบจะลุกลามไปยังเรือสินค้าทุกลำในภูมิภาค

    ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เชื่อว่าแรงกดดันดังกล่าวทำให้ทรัมป์ มีแนวโน้มถอยก่อน เพื่อหวังให้อิหร่านค่อยๆ ผ่อนคลายสถานการณ์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ใช้งานได้ตามปกติ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ มีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ส่งสัญญาณว่า หากประเทศใดขับไล่ทูตของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านอาจเปิดเส้นทางเดินเรือให้ แต่เชื่อว่าไม่มีประเทศใดต้องการมีปัญหากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในเวลานี้ เขาประเมินว่าอิหร่านมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการตัดสินใจว่าจะตอบรับสัญญาณลดความตึงเครียดของสหรัฐฯ หรือไม่ โดยเมื่อคืน ทรัมป์ได้ทอดสะพานผ่านการแถลงข่าวว่าเพียงพอแล้ว และไม่ได้ตั้งเป้าจะกำจัดผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน พร้อมระบุว่าประชาชนอิหร่านควรเป็นผู้เลือกผู้นำของตนเอง หากอิหร่านตอบรับและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ใช้งานได้ตามปกติ บรรยากาศในภูมิภาคอาจนำไปสู่สันติภาพ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะยังคงตึงเครียดก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ มองด้วยว่า ความเชื่อมั่นของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เช่น กาตาร์, บาห์เรน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ความสัมพันธ์ในภูมิภาคเสียหายและยากจะกลับไปเหมือนเดิม และยังประเมินอีกว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอล สามารถสร้างความเสียหายต่อกองกำลังอิหร่านได้มาก ทั้งการสังหารนายทหารระดับสูงจำนวนมาก และการทำลายเรือรบจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นโค่นล้มระบอบการปกครอง

    ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวสรุปว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ระดับหนึ่ง แต่หากเดินหน้าต่อไป ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอาจรุนแรงเกินรับไหว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทรัมป์เริ่มส่งสัญญาณลดระดับความขัดแย้ง ทรัมป์พูดว่า “เราชนะในหลายทางแล้ว แต่ยังชนะไม่มากพอ” คำกล่าวนี้อาจเป็นการเผื่อไว้ หากมีการปฏิบัติการต่อ อย่างไรก็ตาม มีการมองว่าอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเริ่มพักรบ ลดระดับการสู้รบลง เนื่องจากขีปนาวุธสกัดเริ่มลดน้อยลงและผลิตไม่ทัน อีกมุมหนึ่งอาจต้องการให้อิหร่านหยุดการตอบโต้ เพราะลูกจรวดที่ใช้ยิงสกัดเหลือน้อยลง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2919140&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39Sh51eXsljlnCiNuc3Psw

  • HSBC มองเศรษฐกิจอ่าวอาหรับยังแกร่ง แม้ความตึงเครียดอิหร่านปะทุ : อินโฟเควสท์

    HSBC มองเศรษฐกิจอ่าวอาหรับยังแกร่ง แม้ความตึงเครียดอิหร่านปะทุ : อินโฟเควสท์

    ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับ แม้ว่าภูมิภาคดังกล่าวกำลังเผชิญความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน โดยธนาคารยังคงมองว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในระยะยาว

    จอร์จส์ เอลเฮเดอรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HSBC ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ว่า ธนาคารยังคงมีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ต่อกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) รวมถึงความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น และศักยภาพของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมย้ำว่าความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอนาคตของกลุ่มประเทศดังกล่าวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

    ทั้งนี้ กลุ่ม GCC ประกอบด้วยบาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น โดรนและขีปนาวุธของอิหร่านได้โจมตีหลายประเทศในกลุ่ม GCC ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของภูมิภาค ได้รับผลกระทบ

    อย่างไรก็ตาม เอลเฮเดอรีระบุว่า HSBC ยังคงเชื่อว่า ในช่วงหลายปีข้างหน้า ภูมิภาคอ่าวอาหรับจะสามารถกลับมามีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเดินหน้าสู่การเติบโตและความรุ่งเรืองได้อีกครั้ง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/575690&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11Naw2L_mi25VfSqoId5Dg