Blog

  • สงครามตะวันออกกลางเริ่มกระทบท่องเที่ยวพัทยา : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 15 มี.ค. 69

    สงครามตะวันออกกลางเริ่มกระทบท่องเที่ยวพัทยา : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 15 มี.ค. 69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/FFTv3xh4E7Y&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SJBupjHmrLUjX8DynjeOr

  • ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า ท่องเที่ยว

    ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า ท่องเที่ยว

    ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่ จ.นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวชายแดน

    เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รอง ผวจ.นราธิวาส ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมและความเรียบร้อย การเปิดด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่เชื่อมต่อกับด่านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ที่ทางจังหวัดนราธิวาสได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งประสานผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อประสานไปยังรัฐบาลมาเลเซีย เรื่องขอให้พิจารณาปรับเวลาเปิดด่านพรมแดน ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดนราธิวาสให้กลับมาเปิดในเวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศมาเลเซีย หรือ เวลา 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นเวลาเดิมก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. 2562

    ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยของประเทศมาเลเซีย ได้ตอบรับแนวทางตามข้อเสนอดังกล่าว และเห็นชอบให้เปิดด่านรันตูปันยัง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ด่านเปิงกาลันกูโบร์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.ตากใบ และด่านบูกิตบุหงา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แว้ง ในเวลา 06.00 น. ตามเวลาในประเทศมาเลเซีย หรือตรงกับเวลา 05.00 น. ของประเทศไทย โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ด่านพรมแดนทั้ง 3 ด่าน จะเปิดพร้อมกันในเวลา 05.00 น. แต่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จะปิดเวลา 21.00 น. ส่วนด่านพรมแดนตากใบและด่านบูเก๊ะตา จะปิดในเวลา 18.00 น. พร้อมกันทุกวัน ตั้งแต่วันนี้

    โดยมีนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก และรองนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ร่วมให้การต้อนรับ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ทราบข่าวและแห่เดินทางเข้าออกระหว่างพรมแดนทั้ง 2 ฟากฝั่ง และได้สร้างความพึงพอใจให้กับพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเป็นอย่างมาก นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้ดียิ่งขึ้นโดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/south/2920151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xomc0Esv7YHuj7aPriChj

  • ทะเลเดือด! นักวิ่งบิกินีแน่นหาดชะอำ รันวงการท่องเที่ยวเพชรบุรีรับหน้าร้อน

    ทะเลเดือด! นักวิ่งบิกินีแน่นหาดชะอำ รันวงการท่องเที่ยวเพชรบุรีรับหน้าร้อน

    ภูมิภาค

    ทะเลเดือด! นักวิ่งบิกินีแน่นหาดชะอำ รันวงการท่องเที่ยวเพชรบุรีรับหน้าร้อน

    วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.43 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีชชะอำ จ.เพชรบุรี นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปล่อยตัวและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันวิ่งรายการ ‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2026’ (ชะอำ บิกินี บีชรัน 2026) ครั้งที่ 17 โดยมี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี และ นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก พร้อมคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ

    บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจาก 10 ประเทศทั่วโลก ต่างพร้อมใจกันสวมใส่ชุดบิกินีและชุดแฟนซีสุดเซ็กซี่มาร่วมสร้างสีสันรับอรุณริมทะเล โดยมีการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) 21.1 กิโลเมตร และระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายและความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

    นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการความร่วมมือระหว่างจังหวัดเพชรบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก เทศบาลเมืองชะอำ และพันธมิตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงฤดูร้อน (High Season) รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

    “ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และภาคบริการในพื้นที่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ชายหาดชะอำในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับสากล และแสดงถึงศักยภาพของจังหวัดเพชรบุรีในการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดกิจกรรมระดับประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม” นายพลกฤต กล่าว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/469254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XyY2rD7oTBOI1gda5eLeR

  • “นิพนธ์” เปิดมหกรรมไท้เก๊กมังกรหาดใหญ่ ดึงกว่า 2,000 คนร่วมฟื้นพลังเมืองท่องเที่ยว

    “นิพนธ์” เปิดมหกรรมไท้เก๊กมังกรหาดใหญ่ ดึงกว่า 2,000 คนร่วมฟื้นพลังเมืองท่องเที่ยว

    นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมไท้เก๊กมังกรหาดใหญ่ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

    พร้อมทั้งสร้างพื้นที่ให้ประชาชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และเชื่อมโยงสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

    ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน จากทั่วประเทศ รวมถึงผู้ร่วมกิจกรรมจากประเทศมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกิจกรรมสร้างสุขภาพที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนและสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่หาดใหญ่ได้อย่างคึกคัก

    นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังจากอำเภอหาดใหญ่และหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลาเผชิญเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่

    ซึ่งทุกฝ่ายได้ร่วมกันฟื้นฟูและช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ จนสถานการณ์กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

    “การจัดกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญว่า หาดใหญ่กลับมาพร้อมแล้ว ทั้งในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ การต้อนรับนักท่องเที่ยวและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดสงขลากลับมาคึกคัก และเดินหน้าต่อในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้”นายนิพนธ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/739406&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lc7Lury_CwQ2CNbSCtj9C

  • นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    15 เวลา 11.50 น. ณ ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569

    โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม รวมทั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมประชุมในรูปแบบ online ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ onsite และ online โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

    นายกรัฐมนตรี ยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต  การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน

    นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์  ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท   ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
     

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกรัฐมนตรี ยังหารือกับผู้ค้าน้ำมันพิจารณาบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ

    ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้แยกช่องทางการจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรมหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือการเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชน

    นายกรัฐมนตรีย้ำว่า หน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ

    “สิ่งสำคัญที่สุด ในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้” นายกรัฐมนตรียืนยัน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทยยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยหากนำน้ำมันดิบที่มีอยู่มาก จะสามารถรองรับความต้องการได้ประมาณ 96 วัน   ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและการกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ เปรียบเสมือนตู้เอทีเอ็มที่แม้จะมีเงินสำรองจำนวนมาก แต่หากประชาชนกังวลและแห่ถอนเงินพร้อมกัน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีเงินไม่เพียงพอ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/614605&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18_EoKPQDe-jsbgLrVOaKf

  • คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ต้อนรับนักเรียน รร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เปิดโลกอาชีพสายภาษา

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ต้อนรับนักเรียน รร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เปิดโลกอาชีพสายภาษา

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ต้อนรับนักเรียน รร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เปิดโลกอาชีพสายภาษา ต่อยอดอาชีพมัคคุเทศก์และงานบริการโรงแรมระดับสากล

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมอบรมเชิงวิชาการเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ ภายใต้หัวข้อ “Empowering Languages, Inspiring Careers” ให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายศิลป์ภาษา จากโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวน 54 คน พร้อมคณะครู เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดมุมมองให้นักเรียนเห็นว่า ทักษะทางภาษาเป็นกุญแจสำคัญในการต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดงานอีเวนต์ และธุรกิจบริการระดับสากล
    u
    นักเรียนได้ร่วมเรียนรู้ผ่านการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการจากคณาจารย์ของคณะฯ โดยมี อาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม หัวหน้าทีมการตลาดและประชาสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “เปิดโลกเส้นทางอาชีพมัคคุเทศก์” ซึ่งช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของมัคคุเทศก์ในฐานะอาชีพที่ต้องใช้ความสามารถด้านภาษา การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน รวมถึงกิจกรรมทดสอบความรู้ทางภาษาและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เรียนรู้ทักษะงานบริการในธุรกิจโรงแรมผ่านกิจกรรม และ Workshop “การปูเตียงโรงแรมมาตรฐานระดับ 5 ดาว” โดยมี อาจารย์ปรัทยุมน เลปนานนท์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหาร เป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิคการปฏิบัติงานตามมาตรฐานโรงแรมระดับสากล เพื่อสะท้อนทักษะพื้นฐานในสายงานบริการที่ต้องอาศัยความละเอียด ความเป็นมืออาชีพ และการทำงานเป็นทีม 
    3_0
    อาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกการทำงานต้องการบุคลากรที่มีความสามารถด้านภาษาและเข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดอีเวนต์ การบริการโรงแรม และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นหนึ่งในเส้นทางอาชีพที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เรียนสายภาษาได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยที่มุ่งปลุกพลัง–สนับสนุน–ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน ให้เห็นเส้นทางอาชีพในอนาคต และเตรียมความพร้อมสู่การเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างมีเป้าหมาย”

    บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างคึกคัก นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วม ทำให้เข้าใจภาพจริงของการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ขณะที่ คณะครูจากโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญได้สะท้อนความประทับใจว่า “กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้นักเรียนได้เห็นแนวทางการศึกษาต่อที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำทักษะด้านภาษาไปต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต”
    q
    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งนำโดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ที่พร้อมให้มหาวิทยาลัยเป็นเครือข่ายพันธมิตรทางการศึกษาที่สนับสนุนโรงเรียนต่างๆ ผ่านการจัดกิจกรรมบริการวิชาการที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และ ได้รู้จักทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานที่เป็นสากลมากขึ้น และพร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนในเครือข่ายทั้งระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน สร้างแรงบันดาลใจด้านอาชีพ และเตรียมกำลังบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของประเทศในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9878434/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01V6ginxHzPVwuA6zbEHtA

  • ปลัดท่องเที่ยวฯ ยินดี ผลสำรวจอินไซต์ท่องเที่ยวปี 2026 ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยึด“Tourism Hub” ของภูมิภาค

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ยินดี ผลสำรวจอินไซต์ท่องเที่ยวปี 2026 ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยึด“Tourism Hub” ของภูมิภาค

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ยินดี ผลสำรวจอินไซต์ท่องเที่ยวปี 2026 ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยึด“Tourism Hub” ของภูมิภาค


    14/03/2569 | 98 |

    (14 มี.ค. 69) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 217 ล้านคน บนแพลตฟอร์ม ทริปดอทคอม ปรากฏว่า ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง 

    ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า ในการจัดอันดับ Global 100 Must-Visit Destination ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับมากถึง 33% ของจุดหมายปลายทางทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยครองแชมป์จุดหมายปลายทางระดับโลก

    นอกจากนี้ ประเทศไทยยังครองสัดส่วนสูงในหลายหมวดหมู่การท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค เช่น 57% ของจุดหมายปลายทางด้าน Family-Friendly Destination สำหรับการท่องเที่ยวกับครอบครัว 50% ของจุดหมายปลายทางในหมวด ชายหาดและเกาะยอดนิยม 41% ของกิจกรรมท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาค
    36% ของจุดหมายปลายทางด้าน อาหารและร้านอาหารยอดเยี่ยม พร้อมกันนี้ ข้อมูลยังชี้ว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา การจองทริปเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 24% บนแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งสถิติทั้งหมดนี้สะท้อนถึง ความสำเร็จและความทุ่มเทของรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกและพลังขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงประเทศไทยยังมีจุดแข็งทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

    นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวได้แสดงแนวโน้มสำคัญว่า นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ตอบโจทย์ตลาดโลกในอนาคต

    “ข้อมูลอินไซต์จากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคและระดับโลก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และนำประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวนัทรียา กล่าว


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/485381&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zY68EOd1lAADFPdwjGgeC

  • “อรรถกร” บอกแนวทางโหวต ปธ.สภา “กล้าธรรม” กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

    “อรรถกร” บอกแนวทางโหวต ปธ.สภา “กล้าธรรม” กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

    “อรรถกร” บอกแนวทางโหวต ปธ.สภา “กล้าธรรม” กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

    วันที่ 15 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 08.05 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม เปิดเผยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ว่า วันนี้จะมีการหารือต่อในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวานนี้ได้มีการหารือกันไปแล้ว ว่าอยากจะทำงานและมีแนวทางอย่างไร

    ส่วนแนวทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะงดออกเสียงหรือไม่เห็นด้วย นาย อรรถกร ย้อนถามสื่อทีเล่นทีจริงว่า “มีให้เลือกสองทางหรือ”

    ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหรือพรรคกล้าธรรมจะโหวตเห็นด้วย นาย อรรถกร กล่าวว่าขอเวลา จะสรุปกันก่อนประชุม โดยมติจะเป็นเอกภาพ

    และเมื่อถามย้ำอีกว่าจากการหารือในเบื้องต้นเมื่อวานนี้ ทิศทางสส. นั้นไปทางไหนระหว่างเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นาย อรรถกร กล่าวว่า “กลางๆ ”

    ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่ากลางๆหมายถึงงดออกเสียงใช่หรือไม่ นาย อรรถกร กล่าวว่ายังไม่ได้พูดนะครับแต่ก็กลางๆ เพราะมีความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่หลากหลาย ก็เลยได้ให้การบ้านกลับไปคิดหนึ่งคืน

    นาย อรรถกร ยังเปิดเผยด้วยว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไม่ได้บังคับ แต่ถามใจตั้งแต่วันแรก ก็อยากให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143421&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OCrviQWHp2kMK8XkHUkG1

  • เทรนด์ใหม่ “น็อคทัวริซึม” เที่ยวหลบลมร้อนยามค่ำคืน | เดลินิวส์

    เทรนด์ใหม่ “น็อคทัวริซึม” เที่ยวหลบลมร้อนยามค่ำคืน | เดลินิวส์

    มุ่งเน้นการสัมผัสบรรยากาศยามราตรี เช่น การดูดาว ชมแสงเหนือ เดินชมเมืองยามค่ำคืน หรือซาฟารีตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในตอนกลางวันและหาประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน

    และนี่คือหนึ่งในสินค้าทางการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่นำเสนอการท่องเที่ยวในภาคกลางคืนแบบหลบเลี่ยงความร้อนแรงของแสงแดดในช่วงกลางวัน และฟินกับยามค่ำคืนอันสงบเงียบกับ FROM DUSK TILL DAWN” 60 เส้นทางท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีความพิเศษภายใต้แนวคิด An Unforgettable Magical Night” มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานกับกิจกรรมท่องเที่ยวยามค่ำคืนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ โรงแรมระดับลักชัวรีที่มีการจัดกิจกรรมยามค่ำคืน ทั้งดูดาว ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ ส่องสัตว์ ดินเนอร์ใต้แสงไฟพร่วงพราว ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งช่วงพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า มนต์เสน่ห์แห่งแสงจันทร์ แสงดาว ค่ำคืนชวนฝัน ไปจนถึงเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด กับ 5 เส้นทาง ตัวอย่างที่เหมาะสำหรับกลุ่มคู่รักและครอบครัว

    ออกสตาร์ทด้วย Radiant Sunset family Voyage, Pattaya” เส้นทางพัทยา 2 วัน 1 คืน จุดหมายที่รวมความสุขของคนทุกวัย ทั้งธรรมชาติ ศิลปะ กิจกรรมสร้างสรรค์ และบรรยากาศริมทะเล เริ่มที่ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” พบสัตว์กว่า 300 ชนิดที่มีดาวเด่นอย่าง “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระขวัญใจใครหลายคน ยามค่ำคืนมีกิจกรรมส่องสัตว์ในบรรยากาศเร้นลับน่าตื่นเต้น เข้าพักที่ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” โรงแรมธีมอวกาศแห่งแรกของไทย มาพร้อมสวนน้ำและแอสโตรคลับ แล้วออกมาท่าเรือบาลีฮายขึ้นเรือ “โอเชียน สกาย พัทยา” ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ไฮไลต์ตกหมึกสด ๆ และดินเนอร์ซีฟู้ดบนดาดฟ้าเรือท่ามกลางแสงดาวนับพัน

    เปิดโลกแห่งจินตนาการที่ “อาร์ต อิน พาราไดซ์ พัทยา” พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติแห่งแรกของไทย ที่ทำให้ผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลป์ ก่อนปิดทริปด้วยการออกอจญภัยบนเรือ “แบล็กเพิร์ล พัทยา” เรือท่องเที่ยวธีมโจรสลัดที่มีการแสดงบนเรือ พร้อมผจญภัยกับโลกใต้ทะเลหรือพายคยัค

    Enchanted Sky Family Adventure, Khao Yai” เส้นทางเขาใหญ่พาครอบครัวผจญภัย 2 วัน 1 คืน ท่ามกลางป่าไม้และทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เริ่มต้นที่ “หอศิลป์ทิพย์พิมาน” แกลเลอรีศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันและแรงบันดาลใจ เช็กอินที่ “เม มาต้า แกลมปิ้ง” วิลล่าไพรเวทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่มีกิจกรรมเด่นยามค่ำคืนอย่างล้อมวงรอบกองไฟ จิบชาอุ่น ๆ ระหว่างปิ้งมาร์ชเมลโล่ ชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แล้วออกไปอจญภัยที่ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ร่วมกิจกรรมส่องสัตว์เรียนรู้วิถีชีวิตสัตว์ป่าในธรรมชาติ

    เช้าวันรุ่งขึ้นมุ่งหน้าสู่ “รูทเซอร์ เขาใหญ่” สวนสนุกสำหรับเด็กและครอบครัวที่เต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ ปิดท้ายที่ “ไทรสุก เขาใหญ่” ลิ้มลองไอศครีมโฮมเมดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและสัตว์ป่า พร้อมพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและธรรมชาติ

    Nightfall Serenity, Chiang Mai- Chiang Rai” เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย 4 วัน 3 คืน ดินแดนแห่งขุนเขา หมอกบาง และแมกไม้เขียวขจี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติและฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แถมด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เริ่มต้นที่เชียงรายกับ “วัดร่องเสือเต้น” วัดสีน้ำเงินสุดวิจิตร แล้วออกไป “สวรรค์บนดิน” เพลินกับการชงชาแบบดั้งเดิมและจิบชาอุ่น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ ต่อด้วย “สตาร์ดอย คอฟฟี่ แอนด์ ฟาร์มสเตย์” บ้านพักท่ามกลางขุนเขาที่มีดวงดาวนับพันให้ชื่นชมยามค่ำคืน

    ทักทายเช้าวันใหม่ด้วยการ “นั่งรถชมเมืองเชียงแสน” สัมผัสเส้นทางปรัวะติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ผ่านวัด วิถีชีวิตชาวบ้าน และตลาดท้องถิ่น แล้วไปเข้าพักที่ “ไร่รื่นรมย์” บ้านพักท่ามกลางไร่ออร์แกนิก ขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้ารอเวลาพระอาทิตย์ตกและค่ำคืนแห่งดวงดาว

    สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของ “หมู่บ้านแม่กำปอง” ชุมชนที่อยู่ท่ามกลางป่าที่โอบล้อมด้วยสายหมอกและเสียงน้ำตก เช็คอินที่ “ละ ลานนา” รีสอร์ทสไตล์ล้านนาที่ผสมผสานความเรียบง่ายและหรูหรา เพลิดเพลินกับดินเนอร์ใต้แสงดาว รุ่งขึ้นไปเสริมสิริมงคลที่ “วัดโลกโมฬี” วัดเก่าแก่กลางเมืองเชียงใหม่ ปิดท้ายด้วย “ข้าวโซอิ” ข้าวซอยในสไตล์ฟิวชั่นที่นำเมนูอาหารเหนือมาเล่าเรื่องใหม่

    Seaside Starlight Escape, Phuket – Phang Nga” เส้นทางภูเก็ต-พังงา 3 วัน 2 คืน ที่จะพาไปดื่มด่ำความรักท่ามกลางคลื่นและดวงดาว ณ ดินแดนแห่งทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด และทิวทัศน์อันงดงาม ของภูเก็ตและพังงา เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันเติมเต็มเวลาดี ๆ

    เริ่มต้นที่ “สะพานไม้หาดในทอน” สะพานไม้ที่ทอดตัวยาวสู่ชายหาดสีขาว ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ก่อนจะไปเชคอินที่ “ทิมเบอร์ โซไซตี้” ที่พักท่ามกลางป่าสวนยางที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันผสมผสานความสะดวกสบาย เดินเล่นรอบ ๆ สวนยางซึมซับความงดงามของป่า แล้วจึงออกมาดินเนอร์ที่ “ดารา ควิซีน” สัมผัสอาหารร่วมสมัยก่อนจะขึ้นไปชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว โดยมีกล้องดูดาวขนาดใหญ่พร้อมวิทยากรที่จะชวนชมกลุ่มดาว

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นที่ “ชุมชนบ้านสามช่องเหนือ” สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ดินลัดเลาะตามซอยเล็ก ๆ ท่ามกลางหมู่บ้านไม้แบบดั้งเดิม เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งงานฝีมือและกิจกรรมสร้างสรรค์ แล้วอย่าลืมหามุมถ่ายรูปสุดประทับใจในบรรยากาศอบอุ่น เปลี่ยนบรรยากาศไปพักที่ “บ่อแสนวิลล่า” ที่พักท่ามกลางทะเลสาบที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติแสนงดงาม

    เริ่มต้นวันสุดท้ายด้วยอาหารท้องถิ่นที่ “ครัวต้นฝนพังงา” อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านสดใหม่ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างแกงส้มปลา ใบเหลียงผัดไข่ และเมนูอาหารทะเลสดจากอ่าวพังงา แล้วออกเดินทางไป “บียอนด์ สกายวอล์ค นางชี” จุดชมวิวยอดนิยมของเสม็ดนางชี ดื่มด่ำกับทิวทัศน์หมู่เกาะหินปูนในทะเลอันดามัน

    และ Moonlit Romance in Bangkok” เส้นทางกรุงเทพ 2 วัน 1 คืน กับค่ำคืนโรมแมนติกใต้แสงจันทร์ในเมืองกรุง เริ่มต้นที่ “บ้านริมน้ำ ทรงวาด” คาเฟ่ริมน้ำบรรยากาศอบอุ่น ชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกับจิบเครื่องดื่มและขนมไทย ก่อนจะไปนั่งรถบัสชมวิวกรุงเทพยามค่ำคืนกับ “ไทยบัสฟู้ดทัวร์” แล้วไปเช็กอินที่ “ลอยละล่องโฮเทล”

    เริ่มต้นวันใหม่ที่ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ” ร่วมกิจกรรมสังเกตดวงดาวและเรียนรู้จักรวาลไปด้วยกัน แล้วไปต่อที่ “สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพ ชมวิวท้องฟ้าและแสงแดดยามเย็น จบที่ “อัครา สกาย หนุมาน” รูฟท็อปบาร์สุดโรแมนติก ดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ระหว่างชมแสงไฟยามค่ำคืนท่ามกลางดวงจันทร์

    From Dusk till Dawn เป็นหนึ่งใน 11 สินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ Tourism Product Highlight 2026” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเสนอโดยสะท้อนศักยภาพความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย Luxury Voyage Thailand เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหรูหรา มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน Romance in Thailand เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รักและนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยผสานความงดงามของธรรมชาติ บริการระดับ World-class

    Thai Craft Destination สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน “เครื่องดื่มคราฟต์” (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่น และความพิถีพิถันจากผู้ผลิต Local Experience เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม  Worth-Life Balance ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกายและ ใจเพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง 5 Must Do in Thailand เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกที่สะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience

    Travel with Care เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้จะมาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care, Nature Care และ Culture Care ต่อด้วย UNESCO Thailand 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล Krabi Prototype โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดกระบี่ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ และ Rail Rover Thailand 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของประเทศไทย โดยเน้นการเดินทางอย่างช้า ๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต และชุมชนตลอดทาง ติดตามรายละเอียดสินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ “Tourism Product Highlight 2026” เพิ่มเติม ได้ที่ https://tourismproduct.tourismthailand.org หรือ โทร. 1672 Travel Buddy

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5685142/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ar6l5ZMPOZgIBcPn6j04t

  • รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยศูนย์กลางถ่ายทำภาพยนตร์ภูมิภาคเอเชีย

    รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยศูนย์กลางถ่ายทำภาพยนตร์ภูมิภาคเอเชีย

    รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยศูนย์กลางถ่ายทำภาพยนตร์ภูมิภาคเอเชีย

    วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.59 น.

    รัฐบาลเดินหน้าผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชีย เตรียมเข้าร่วมงาน FILMART 2026 ระหว่าง 17-20 มีนาคม ณ ฮ่องกง ตั้งเป้าดึงกองถ่ายฮ่องกง – จีน ลงทุนถ่ายทำในไทยกว่า 1,500 ล้านบาท

    15 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมร่วมออกคูหานิทรรศการในงาน Hong Kong International Film and TV Market (FILMART) ระหว่างวันที่ 17 – 20 มีนาคม 2569 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตั้งเป้าดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์และซีรีส์จากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย คาดสร้างมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวจะนำเสนอข้อมูลศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมประชาสัมพันธ์ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Cash Rebate) สูงสุด 30% รวมถึงการขออนุญาตถ่ายทำ และการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐ ระบบการให้บริการด้านกองถ่าย สถานที่ถ่ายทำที่หลากหลาย สตูดิโอ อุปกรณ์การถ่ายทำ และบุคลากรด้านการผลิตภาพยนตร์ที่มีความพร้อมในการรองรับกองถ่ายจากทั่วโลก

    “สถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ปี 2568 พบว่า กองถ่ายจากฮ่องกงเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเป็น อันดับที่ 7 สร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 302 ล้านบาท ขณะที่กองถ่ายจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ใน อันดับที่ 3 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 372 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสนใจของผู้ผลิตคอนเทนต์จากทั้งสองตลาดที่มีต่อประเทศไทย การเข้าร่วมงาน Hong Kong International Film and TV Market (FILMART) ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชีย พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ผลิตภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์ และผู้ให้บริการด้านการผลิตจากนานาประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/952742&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_ayip6J16SvEmaYkqMo6u