Blog

  • เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.41 น.

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา 40% วอนประชาชนหยุดกักตุนหลังพิษสงครามทำนักท่องเที่ยวหนีหายกว่า 20%

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะบริเวณเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า พบว่ามีประชาชนและผู้ประกอบการนำรถเข้าแถวรอคิวเติมน้ำมันเป็นระยะทางยาว ส่งผลให้สถานการณ์ในช่วงเช้าที่ผ่านมาน้ำมันดีเซลในปั๊ม ปตท. บางแห่งหมดลงชั่วคราว

    ล่าสุด รถบรรทุกน้ำมันได้เดินทางมาถึงพื้นที่ท่องเที่ยวเขาหลักแล้ว ทำให้ประชาชนที่เฝ้ารอแห่นำรถไปเข้าแถวรอคิวอย่างเนืองแน่น อย่างไรก็ตามคาดว่าน้ำมันล็อตนี้จะหมดลงในเวลาอันรวดเร็วเนื่องจากความต้องการที่พุ่งสูงเกินปกติ ขณะที่บรรยากาศในเขตอำเภอเมืองพังงายังคงเป็นปกติ ไม่พบการต่อแถวที่รุนแรงเท่าพื้นที่ท่องเที่ยว

    นายการันย์ พฤกษ์รังษี รองประธานหอการค้าจังหวัดพังงา และผู้บริหารปั๊มน้ำมัน ปตท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานีบริการได้รับการจัดสรรน้ำมันจากคลังลดลงประมาณ 30–40% จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการหน้าลานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประจำที่เป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้งและชาวสวนที่ต้องซื้อน้ำมันใส่แกลลอนไปใช้งาน ซึ่งทางปั๊มได้ขอความร่วมมือให้ลดปริมาณการซื้อลงชั่วคราวเพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงทุกคน

    ด้านภาคการท่องเที่ยวสะท้อนความกังวลว่า ขณะนี้จังหวัดพังงาได้รับผลกระทบจากพิษสงครามจนนักท่องเที่ยวขอยกเลิกการเดินทางไปแล้วกว่า 20% และหากปัญหาน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเขาหลักยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จะส่งผลกระทบต่อแผนส่งเสริม ‘ไทยเที่ยวไทย’ ทันที เพราะนักท่องเที่ยวจะขาดความเชื่อมั่นในการเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่

    /////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/952848&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Mcu4vj1SOXEbwjMWA8d-g

  • วธ.ดัน 4 เส้นทางท่องเที่ยวศรัทธา เชื่อมวัฒนธรรม-สร้างรายได้ชุมชน

    วธ.ดัน 4 เส้นทางท่องเที่ยวศรัทธา เชื่อมวัฒนธรรม-สร้างรายได้ชุมชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/135244&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jiJaUZGwEj1e9Vg2iPzwz

  • กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1


    16/03/2569 | 25 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ โรงแรมนนทบุรี พาเลซ จังหวัดนนทบุรี นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 โดยมี นางสาวริตยา รอดนิ่ม รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะวิทยากร และผู้แทนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    การจัดประชุมในครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยนำแนวคิด D-HOPE (Decentralized Hands-On Program Exhibition) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ขายสินค้า มาเป็นการสร้าง “โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 100 ชุมชน จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น ซึ่งรุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 มีนาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นักวิชาการพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการ รวมทั้งสิ้น 52 ชุมชน โดยมีสาระสำคัญในการดำเนินงาน ดังนี้ :

    – การยกระดับชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้บริหารจัดการชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในชุมชน ให้สามารถออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวที่ดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นออกมาสร้างจุดเด่น (Champ) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

    – กลยุทธ์การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Hands-On) เน้นการจัดกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชนได้โดยตรง ซึ่งนอกจากจะสร้างความประทับใจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยวในพื้นที่

    – สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายรายได้สู่ 3,680 หมู่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้และเกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

    นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “การพัฒนาทักษะด้านการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติจริง จะช่วยให้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีศักยภาพพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามแผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดให้แก่ประชาชนในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง”

    กิจกรรมในครั้งนี้ยังรวมถึงการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนเพื่อรับมือกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคต และการเตรียมความพร้อมในการจัดงานนิทรรศการโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อประกาศศักยภาพของชุมชนท่องเที่ยวไทยสู่สายตาสาธารณชนต่อไป

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/338380&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JebcqiGwm9L0yWntTcQ3F

  • นักท่องเที่ยวจีนหาย S2O หันดึง มาเลเซีย เวียดนาม เข้าไทย พร้อมแตกแบรนด์ใหม

    นักท่องเที่ยวจีนหาย S2O หันดึง มาเลเซีย เวียดนาม เข้าไทย พร้อมแตกแบรนด์ใหม

    แม้ภาพรวมท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเต็มที่ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้จัด S2O Songkran Music Festival งานเทศกาลดนตรีที่เคยดึงดูดชาวจีนเข้ามาจำนวนมาก ได้ปรับกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาแทน 

    วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาล S2O Songkran Music Festival กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ยังไม่เห็นสัญญาณบวกมากนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและนโยบายในจีนที่สนับสนุนให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น มิหนำซ้ำยังมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภาคตะวันออกเข้ามาทำให้หลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบรอบด้าน 

    ในฐานะของผู้จัด S2O Songkran Music Festival ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้นักท่องเที่ยวจีนจะไม่มา แต่งานยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่สนใจในเทศกาลดนตรีและนิยมเดินทางเข้ามาร่วมเทศกาลดนตรีในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 

    ขณะเดียวกันการจัดงานในปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่อีกหนึ่งปี ในพื้นที่ใหม่บริเวณถนนรัชดาภิเษก ตรงข้าม อสมท. ภายใต้ชื่อ S2O Land ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ถึง 30,000 คนต่อวัน และหนึ่งในไฮไลต์ของงานปีนี้คือโต๊ะ VVIP ราคา 15 ล้านบาทต่อวัน รองรับผู้เข้างานกลุ่มใหญ่ 70–75 คน อยู่ในโซนใกล้เวทีหรือ DJ มากที่สุด ซึ่งหลังจากเปิดจำหน่ายบัตรแบบ 3 วันและบัตร VIP ขายหมดเร็วมาก 

    ประเมินว่าผู้เข้าร่วมงานจะเป็นคนไทยประมาณ 60% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40% และจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ราว 2,200 ล้านบาท อ้างอิงจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ในปีที่ผ่านมาประมาณ 22,000 บาทต่อคนต่อวัน

    อีกทั้งยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งในภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าอีเวนต์ระดับนานาชาติอย่าง S2O จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงที่ตลาดบางส่วนยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่

    ด้าน ปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทยังได้เปิดตัวเทศกาลดนตรีใหม่ ภายใต้ชื่อ K2O Songkran Music Festival ซึ่งถือเป็นการแตกแบรนด์ครั้งแรกภายใต้จักรวาล S2O เพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มแฟนคลับ K-Pop ที่กำลังเติบโตอย่างมากในตลาดเอเชีย

    โดยเทศกาลใหม่จะยังคง DNA ของ S2O ที่มีบรรยากาศสงกรานต์แบบไทย แต่ผสานเข้ากับสไตล์โชว์ของเกาหลี ด้วยไลน์อัปศิลปินประกอบด้วย RIIZE, KISS OF LIFE, FIFTY FIFTY, LNGSHOT รวมถึงศิลปิน T-POP อย่าง Daou Pittaya และ Special Guest Offroad Kantapon

    “จริงๆแล้วการเปิดตัว K2O เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจต่อจาก S2O และได้เห็นศักยภาพของตลาด K-Pop ในไทยที่แข็งแรงมาก และเชื่อว่าการนำเสนอในรูปแบบสงกรานต์แบบ S2O จะทำให้ K2O กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด” ปุลิน ย้ำ 

    ในอนาคตมีแผนขยายแบรนด์เทศกาลดนตรีไปยังแนวเพลงอื่น เช่น POP, ROCK และ T-POP ตามความต้องการของตลาด และขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดัน S2O Songkran Music Festival ให้เป็นแบรนด์ไทยที่สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบัน S2O ได้ขยายการจัดงานไปยังหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีแผนขยายไปยังภูมิภาคละตินอเมริกาในอนาคต

    ผู้จัดงานยังชี้แจงถึงประเด็น ‘บัตรรีเซล’ ซึ่งมีผู้กว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตเพื่อนำไปขายต่อในราคาสูงเกินจริง โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรอีเวนต์อย่าง Eventpop พัฒนาระบบ ‘ตลาดซื้อขายบัตรมือสอง’ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการขายต่อดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ของแพลตฟอร์มเท่านั้น โดยมีการลงทะเบียนและใช้บัตรจริงที่เชื่อมกับระบบ ซึ่งสามารถกำหนดเพดานราคาการขายต่อได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์

    ทั้งนี้ เมื่อบัตรเข้าสู่ระบบตลาดซื้อขาย ราคาจะปรับตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย แม้ว่าผู้จัดงานจะตั้งราคาจำหน่ายช่วงแรกให้เข้าถึงได้ง่าย แต่เมื่อมีการขายต่อในตลาดรอง ราคาที่ปรับสูงขึ้นจึงไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เนื่องจากรูปแบบการขายบัตรของงานต้องออกแบบให้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เช่น ไม่ต้องระบุชื่อผู้ถือบัตร เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงบัตรได้สะดวก คล้ายๆ การซื้อตั๋วภาพยนตร์ ซึ่งทำให้ในบางกรณีเกิดการนำบัตรไปขายต่อในตลาดมือสองได้ง่าย

    วุฒิธร กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทศกาลดนตรี S2O เติบโตมาจนถึงวันนี้ คือประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับ ทั้งความสนุก บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์, ศิลปิน, โชว์และโปรดักชันระดับโลก รวมถึงการบริหารจัดการ และการนำอัตลักษณ์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยมาผสานกับดนตรีระดับโลก ทำให้ S2O แตกต่างจากเทศกาลดนตรีทั่วไป และสามารถขยายการเติบโตไปสู่ต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/s2o-k2o-expand-asia-kpop/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KJ-ADZs8_FLX7Dz34vtW_

  • ‘ตูน อาทิวราห์’ พร้อมครอบครัวและเพื่อน วิ่งการกุศลเพื่อส่งต่อการศึกษาให้เด็กไทย

    ‘ตูน อาทิวราห์’ พร้อมครอบครัวและเพื่อน วิ่งการกุศลเพื่อส่งต่อการศึกษาให้เด็กไทย

    เรียกว่าทั้งอบอุ่น ทั้งสนุก และเต็มไปด้วยพลังแห่งการให้ สำหรับงานวิ่งการกุศลสุดน่ารักแห่งปี! “Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026” จัดขึ้นโดย มูลนิธิก้าวคนละก้าว

    นำโดยร็อกสตาร์ใจบุญ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ที่ได้เนรมิตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ให้กลายเป็นโลกแห่งความสดใสของตัวการ์ตูนขวัญใจมหาชนอย่าง ‘ชินจังจอมแก่น’ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักของเหล่านักวิ่งและแฟนคลับชินจังกว่า 10,000 คน ที่มาร่วมออกกำลังกายสร้างสุขภาพที่ดี เพื่อระดมทุนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กไทยในโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6”

    อีกหนึ่งโมเมนต์ใจฟู! คือการปรากฏตัวของ ครอบครัวคงมาลัย แบบฟูลทีม นำทัพโดย คุณพ่อตูน คุณแม่ก้อย ที่จูงมือ “น้องทะเล” และ “น้องเวลา” มาร่วมวิ่งในระยะ 1.5 กิโลเมตร ท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากแฟน ๆ ที่ต่างเอ็นดูความอบอุ่นของบ้านคงมาลัยแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม

    ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ประธานกรรมการ มูลนิธิก้าวคนละก้าว กล่าวว่า “ดีใจมากครับ ที่งาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทุก ๆ คน งานนี้เราอยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกคนสามารถมาร่วมออกกำลังกายไปด้วยกัน ทั้งเด็ก ๆ ครอบครัว และคนที่รักการวิ่ง ผมเชื่อว่าพลังเล็ก ๆ จากการ ‘ก้าว’ ของทุกคนจะสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ขาดแคลน และหวังว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพไปพร้อมกับการแบ่งปันให้สังคมครับ”

    นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันจากเหล่าศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่มาร่วมวิ่งและสร้างความสนุกให้กับ แฟน ๆ อย่างคับคั่ง อาทิ ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง, เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ, จูดี้-จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์, โจอี้-ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ, UrboyTJ-จิรายุทธ ผโลประการ, ฟิลลิปส์-ณัทธนพล ทินโรจน์, ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย, ป๊อก วง Zeal-ต่อยศ จงแจ่ม, แจ๊ค-จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม, บิว The Voice-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ, เซน Paper Planes-นครินทร์ ขุนภักดี, สมุย- สมุทร แก้ววัน, มอส-พิเชษฐ์ เปรียบยอดยิ่ง, ปอ-นันทชัย เตชะศรีวิเชียร และ ดาร์ลิ่ง-อารดา อารยวุฒิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/entertainment-news/964158/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TRQSe75GHaeBt97Qavd0t

  • ผลวิจัยชี้ “โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์” ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

    ผลวิจัยชี้ “โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์” ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

    นักวิทยาศาสตร์ เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้การหมุนของโลกช้าลงในอัตราที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เมื่อเทียบกับช่วง 3.6 ล้านปีที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่าระยะเวลาของ 1 วันกำลังยาวนานขึ้น

    งานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าการละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกและธารน้ำแข็งบนภูเขาทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลทำให้การหมุนของโลกช้าลง เนื่องจากเมื่อมวลน้ำจากการละลายของน้ำแข็งไหลจากบริเวณขั้วโลกไปยังเส้นศูนย์สูตร ผลกระทบจะคล้ายกับนักสเก็ตลีลาที่หมุนตัวช้าลงเมื่อเหยียดแขนออก

    “โมสตาฟา เคียนี ชาห์วานดี” (Mostafa Kiani Shahvandi) จากภาควิชาอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเวียนนา กล่าวว่า สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนก่อนหน้านี้คือเคยมีช่วงเวลาในอดีตที่สภาพภูมิอากาศทำให้ความยาวของวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับเดียวกันหรือไม่

    ผลวิจัยชี้

    ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อความยาวของวันอย่างไร

    งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยเวียนนาและสถาบันเทคโนโลยี ETH Zurich ประสบความสำเร็จในการสร้างแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงความยาวของวันในอดีต โดยใช้ซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในทะเลที่เรียกว่า “เบนทิก ฟอรามินิเฟอรา” (Benthic Foraminifera)

    องค์ประกอบทางเคมีในฟอสซิลเหล่านี้สามารถใช้บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในอดีต ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณการเปลี่ยนแปลงของความยาวของวันได้

    งานวิจัยก่อนหน้านี้ พบว่า ในช่วงปี 2000 – 2020 ความยาวของวันบนโลกเพิ่มขึ้น 1.33 มิลลิวินาทีต่อศตวรรษ จากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

    อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Geophysical Research: Solid Earth นักวิทยาศาสตร์พบว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความยาวของวันในปัจจุบันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง 3.6 ล้านปีที่ผ่านมา

    “เบเนดิกต์ โซจา” (Benedikt Soja) ศาสตราจารย์ด้านภูมิสารสนเทศอวกาศจาก ETH Zurich กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความยาวของวันในปัจจุบันสามารถอธิบายได้เป็นหลักจากอิทธิพลของกิจกรรมมนุษย์

    ทำไมวันที่ยาวนานขึ้นอาจเป็นปัญหา

    “โซจา” เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความยาวของวันมากกว่าผลกระทบจากดวงจันทร์ ภายในปลายศตวรรษที่ 21 พร้อมเสริมว่า แม้การเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในระดับมิลลิวินาที (Milliseconds ) และมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรง แต่ก็อาจสร้างปัญหาในโลกที่พึ่งพาเทคโนโลยีอย่างมากได้

    การวัดเวลาที่แม่นยำมีความสำคัญต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบ GPS และระบบการนำทางในอวกาศ ซึ่งใช้ เวลามาตรฐานอะตอมที่อิงกับความถี่การสั่นของอะตอมบางชนิด

    ผลวิจัยชี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/862502&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oSv0JmLG6vG8SxxVGX23l

  • ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 ตรวจผลสลากออมสิน ถ่ายทอดสดผลการออกเลขสลาก สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) รางวัลเพื่อการศึกษา สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท งวด 16 มี.ค. 69

    • หวยออมสิน 16 มีนาคม 2569 ตรวจผล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ดิจิทัล 1 ปี : คลิกที่นี่

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี งวดนี้ออกอะไร

    หวยออมสินออกกี่โมง? 

    การออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท จะออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ธนาคารออมสิน จะทำการออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ทุกวันที่ 16 ของเดือน

    โดยจะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ Facebook Live : 9 MCOT ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/check-lottery/614622&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Q-NxCPEpQ-w6ZYSdF-Dt1

  • ทลายคลังพัสดุ! สรรพสามิตภาค 9 บุกศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ยึดบุหรี่เถื่อน 7 หมื่นซอง ปรับยับ 42 ล้าน | เดลินิวส์

    ทลายคลังพัสดุ! สรรพสามิตภาค 9 บุกศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ยึดบุหรี่เถื่อน 7 หมื่นซอง ปรับยับ 42 ล้าน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 มี.ค.) เจ้าหน้าที่สรรพสามิตสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 หลังสืบสวนผ่านระบบออนไลน์ พบความเคลื่อนไหวการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนผ่านช่องทางพัสดุไปรษณีย์ จึงได้บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา และสำนักงานสรรพสามิตสาขาหาดใหญ่ เข้าตรวจสอบภายในศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้า ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    จากการตรวจสอบพบกล่องพัสดุจำนวน 709 ชิ้น ภายในบรรจุบุหรี่เถื่อนจากต่างประเทศที่ไม่ได้เสียภาษี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดและอายัดไว้เพื่อนำไปตรวจสอบรายละเอียดเส้นทางการขนส่ง ทั้งต้นทางและปลายทาง ว่ามีการส่งมาจากที่ใด และกระจายไปยังพื้นที่ใดบ้าง เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง และตัดวงจรการค้าบุหรี่เถื่อนผ่านระบบออนไลน์

    เบื้องต้นพบของกลางเป็นบุหรี่เถื่อนจากต่างประเทศ จำนวนกว่า 70,000 ซอง คิดเป็นมูลค่าค่าปรับประมาณ 42,000,000 บาท

    ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา สาขาหาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5690961/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JF5SDcxG3RaG6rVNMfemn

  • จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร

    สภาผู้บริโภคแนะรัฐบาล แก้วิกฤตน้ำมัน หลังมาตรการตรึงราคากำลังจะสิ้นสุด 17 มี.ค.นี้ เกิดกรณีกักตุนน้ำมัน ชะลอขายรอปรับราคา เร่งลดภาษีสรรพสามิตดีเซลชั่วคราวเพื่อลดภาระประชาชน

    กรณีรัฐบาลประกาศ ตรึงราคาน้ำมันเป็นเวลา 15 วัน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ทำให้เกิดบรรยากาศตื่นตระหนกในหลายพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากพากันนำแกลลอนและถังน้ำมันไปต่อคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการ เพราะกังวลว่าหลังพ้นมาตรการ ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสถานีบริการน้ำมันบางแห่ง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ติดป้าย “น้ำมันหมด” ส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันในระยะสั้น สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการกักตุนและการฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมัน พร้อมใช้มาตรการทางภาษีเพื่อบรรเทาภาระประชาชน

    จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร : รสนา โตสิตระกูล

    ตรึงราคา 15 วัน ทำให้เกิดพฤติกรรมกักตุน

    รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริกรสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า การที่รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน และใกล้เวลาครบกำหนด ทำให้ผู้ค้าน้ำมันและประชาชนต่างเข้าใจว่าหลังหมดมาตรการ ราคาน้ำมันจะต้องปรับขึ้น เพียงแต่ยังไม่รู้ราคาที่แน่ชัด จึงเกิดพฤติกรรมกักตุน โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันบางแห่งที่ชะลอการขายหรือปิดปั๊ม เพื่อรอขายในช่วงที่ราคาปรับขึ้น

    สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนมากรีบนำแกลลอนและถังมาเข้าแถวหน้าปั๊มน้ำมัน เพราะไม่มั่นใจว่าราคาน้ำมันในวันถัดไปจะปรับขึ้นมากเพียงใด

    อย่างไรก็ตาม รสนา ระบุว่า ประเทศไทยยังไม่ได้เผชิญภาวะน้ำมันขาดแคลน เนื่องจากรัฐบาลเองเคยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 90 วัน และยังมีน้ำมันสต็อกเก่าอย่างน้อย 60 วัน ซึ่งไม่ควรปรับขึ้นราคาตามราคาน้ำมันดิบในปัจจุบัน

    เสนอกำกับราคาน้ำมัน – ลดภาษีดีเซลชั่วคราว

    รสนา กล่าวว่า การปล่อยให้เกิดการอั้นน้ำมันหรือปิดปั๊ม โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อาจทำให้เกิดความโกลาหลและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น การขนส่งสินค้าอาจสะดุด สินค้าเกษตรเสี่ยงเสียหาย เกษตรกรอาจไม่มีน้ำมันสำหรับเครื่องสูบน้ำหรือรถเกี่ยวข้าวนาปรัง ปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามไปกระทบเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน

    “รัฐบาลควรเข้าใจจิตวิทยามวลชนและเข้ามา แก้วิกฤตน้ำมัน ไม่ใช่ปล่อยสถานการณ์ให้ดำเนินไปเอง ราวกับประเทศไม่มีรัฐบาล” รสนากล่าว

    สำหรับมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้วิกฤตราคาน้ำมัน ที่รัฐบาลควรทำคือการกำกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ ไม่ให้ปรับราคาน้ำมันที่เป็น “สต็อกเก่า” หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันที รัฐบาลควรประกาศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเท่ากับราคาที่จะปรับขึ้น เพื่อป้องกันการกักตุนและสกัดไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันฉวยโอกาสขึ้นราคาหน้าปั๊ม

    “ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.92 บาทต่อลิตร รัฐบาลสามารถทยอยลดภาษีดังกล่าวลงเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลาย” รสนาย้ำพร้อมยกตัวอย่าง ช่วงวิกฤตราคาน้ำมันปี 2556 สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลเคยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.99 บาทต่อลิตร โดยลดการเก็บภาษีสรรพสามิตลงเหลือเพียง ลิตรละ 1 สตางค์ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้

    นอกจากนี้ รัฐบาลควรกำกับบริษัท ปตท. ซึ่งมีหุ้นในโรงกลั่นน้ำมัน 4 จาก 6 โรงกลั่นในประเทศ ให้ร่วมมือในการกระจายน้ำมันไปยังต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของประชาชน ทั้งในเรื่องความกลัวน้ำมันขาดแคลน และความกังวลว่าราคาจะสูงจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้

    “หากรัฐบาลดำเนินมาตรการเช่นนี้ จึงจะสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนก่อน ตามที่มักกล่าวว่า ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ และต้องได้รับการดูแลก่อน” รสนากล่าว


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    รื้อ ‘โครงสร้างพลังงาน’ ทางรอดไทย ในวิกฤตสงคราม

    เร่งรัฐปลดล็อกอุปสรรค หนุน โซลาร์ครัวเรือน ก่อนวิกฤตน้ำมันลาม

    หลายจังหวัดติดป้าย ‘น้ำหมดหมด-รอน้ำมันมาส่ง-เติมไม่เกิน 500 บาท’ เสียงสะท้อนห่วง วิกฤตน้ำมัน ขาดแคลน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/160369_fuel-crisis_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WIte9WnOuH2x7YRHzSQub

  • ส่อง บำนาญ สส.-สว.  สวัสดิการพรีเมียมจากภาษีประชาชน

    ส่อง บำนาญ สส.-สว. สวัสดิการพรีเมียมจากภาษีประชาชน

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.49 น.

    เป็นที่ฮือฮากันอย่างมากกับการปักหมุดแรกในการกลับมาทำหน้าที่ สส. ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี โดยระบุว่าจะเร่งดำเนินการ 3 ข้อคือ 1.ยกเลิกอาหารกลางวันสส. 2.ลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน และ 3.ปรับลดกองทุนบำนาญ สส.

    “แนวหน้าออนไลน์” เจาะลึกเรื่อง สวัสดิการหรือบำนาญผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยรายละเอียดเรื่องนี้อยู่ในพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

    สำหรับพระราชบัญญัติกองเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2556 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 มี 28 มาตรา รายละเอียด ในมาตรา 5 และมาตรา6 ระบุว่า

    มาตรา 5 ให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

    มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ดังต่อไปนี้

    (1) การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ

    (2) การจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

    (3) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีทุพพลภาพ

    (4) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่กรรม

    (5) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร

    (6) สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด

    มาตรา 6 กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

    (1) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

    (2) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี

    (3) เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกําหนด

    (4) เงินที่โอนมาจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2543

    (5) เงินและทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน

    (6) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค

    (7) ดอกผลของเงินกองทุน

    ส่วนผู้ที่จะได้รับสวัสดิการตามพรบ.ฉบับนี้ ในมาตรา 16 ระบุว่าสมาชิกรัฐสภาซึ่งได้ส่งเงินเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และจํานวนอัตราเงินทุนเลี้ยงชีพอันจะพึงได้รับจากกองทุนนั้น ให้นําระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งการเป็นสมาชิกรัฐสภาของผู้นั้นมาคิดคํานวณด้วย

    สมาชิกรัฐสภาที่จะมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเป็นบุคคลที่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตําแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

    สำหรับรายละเอียดการดำเนินการ ได้มีระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ฉบับล่าสุดระบุใน ข้อ 29 ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามข้อ 27 มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเป็นรายเดือน

    โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลาสองเท่าของเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    (1) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่ถึง 12 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 30 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลาสี่เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ

    (2) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 12 เดือน แต่ไม่ถึง 48 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 30 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    (3) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 48 เดือน แต่ไม่ถึง 96 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 35 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    (4) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 96 เดือน แต่ไม่ถึง 144เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ ๔๐ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    (5) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 144 เดือน แต่ไม่ถึง 192 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 45 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    (6) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 192 เดือน แต่ไม่ถึง 240 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 50 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    (7) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 240 เดือน แต่ไม่ถึง 288เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 55 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    (8) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 288 เดือนขึ้นไป ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 60 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย

    ส่วนค่ารักษาพยาบาล ข้อ32 ในการแก้ไขล่าสุดระบุว่า อนุมัติจ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 130,000 บาท/ปี

    กรณีทุพลภาพเดิม ระบุว่ามีการจ่ายให้ 5,000 บาทต่อเดือน แต่ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567ได้มีการแก้ไขเป็น 15,000 บาท/เดือน

    สำหรับการช่วยเหลือทุนการศึกษาบุตร ข้อ45 ระบุไว้ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาภายหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุน

    ในกรณีการให้การศึกษาบุตรสําหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้เพียงคนที่หนึ่งและคนที่สอง ทั้งนี้ ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/953010&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mwPJ1F0ePOsO2U6OweegM