Blog

  • คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ‘ต่อยอดความคิดสู่อนาคต’ ชวนสำรวจ ‘การพัฒนามนุษย์’ ผ่านเลนส์เศรษฐศาสตร์ – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ‘ต่อยอดความคิดสู่อนาคต’ ชวนสำรวจ ‘การพัฒนามนุษย์’ ผ่านเลนส์เศรษฐศาสตร์ – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี รวมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายทอดแนวคิด และสำรวจการพัฒนามนุษย์ผ่านกรอบเศรษฐศาสตร์

         คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี ครั้งที่ 46 ภายใต้หัวข้อ “มองการพัฒนามนุษย์ผ่านการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์” เน้นการสำรวจการพัฒนาชีวิตของคนทุกเจเนอเรชัน และทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย เพื่อสร้างองค์ความรู้และนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี รศ. ดร.พีระ เจริญพร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตประธานกรรมการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา บรรยายปาฐกถาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ห้อง 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

         รศ. ดร.พีระ เจริญพร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า การศึกษาไม่ใช่เพียงกระบวนการถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม เมื่อมองผ่านเศรษฐศาสตร์ การลงทุนด้านการศึกษาไม่เพียงส่งผลต่อบุคคล แต่ยังส่งผลต่อผลิตภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และอนาคตของประเทศโดยรวม

         นอกจากนี้ รศ. ดร.พีระ ยังเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงของหลายประเด็นสำคัญกับการพัฒนามนุษย์ ทั้งทักษะดิจิทัล ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา บทบาทครัวเรือน สภาพแวดล้อมทางสังคม และสุขภาพรวมถึงครอบครัว ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญต่อการออกแบบนโยบายสาธารณะ

         ด้าน รศ. ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ นำเสนอปาฐกถาพิเศษ เจาะลึกการพัฒนามนุษย์ผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์ ตั้งแต่รากฐานความเป็นมนุษย์ ประวัติศาสตร์และพัฒนาการของเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงหลักสำคัญในการสร้างศักยภาพของคน พร้อมชี้ให้เห็นเงื่อนไขและบทเรียนที่สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของบุคคลทั่วไป การปาฐกถาครั้งนี้จึงช่วยจุดประกายความคิด เปิดมุมมองใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพชัดเจนว่าการพัฒนามนุษย์สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาสังคมและนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม

       ทั้งนี้ กิจกรรมในงานสัมมนาวิชาการ ได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยใน 4 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

         ทักษะดิจิทัลและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา โดย ผศ. ดร.เฉลิมพงษ์ คงเจริญ และ ผศ. ดร.ธร ปีติดล ร่วมเสวนากับ คุณวรดร เลิศรัตน์ โดยศึกษาถึงผลกระทบของความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลต่อการศึกษาไทย วิเคราะห์ทั้งการเข้าถึงอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต ทักษะดิจิทัลของครูและนักเรียน รวมถึงความเหมาะสมของหลักสูตรและปัจจัยสังคมอื่น ๆ เพื่อเสนอแนวทางนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ

         จากห้องเรียนของลูก สู่ภาระหนี้ของพ่อแม่ โดย อาจารย์ ดร.สัณห์สิรี โฆษินทร์เดชา ร่วมเสวนากับ รศ. ดร.วีระชาติ กิเลนทอง โดยกล่าวถึงกระทบของการลงทุนในการศึกษาของบุตรหลานต่อภาระหนี้ของครัวเรือนเกษตรกรไทย พบว่าครัวเรือนที่มีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามีแนวโน้มชำระหนี้ตรงเวลา แต่ไม่เพิ่มรายได้หรือวางแผนทางการเงินมากขึ้น ชี้ถึงความจำเป็นในการออกแบบนโยบายสนับสนุนการชำระหนี้

         Silver Hair and Healthy Growth: ปู่ย่าตายายกับสุขภาพเด็กไทยวัยเรียน โดย รศ. ดร.ภัททา เกิดเรือง ร่วมเสวนากับ รศ. ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ โดยสำรวจผลกระทบของโครงสร้างครัวเรือนและสภาพเศรษฐกิจ-สังคมต่อภาวะโภชนาการเด็ก พบว่าเด็กในครัวเรือนขยายหรือครัวเรือนข้ามรุ่นมีภาวะโภชนาการดีกว่า ขณะที่เด็กในครัวเรือนพ่อ/แม่เลี้ยงเดี่ยวมีโภชนาการต่ำกว่า และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุช่วยส่งเสริมความสูงของเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี

          บทสนทนาว่าด้วยการพัฒนามนุษย์ ระหว่างเศรษฐศาสตร์และความรู้ในสาขาวิชาอื่น โดย รศ. ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์, รศ. ดร.ศิริจิต สุนันต๊ะ และ ผศ. ดร.ภาคภูมิ แสงกนกกุล ดำเนินรายการโดย ผศ. ดร.ตฤณ ไอยะรา

         งานสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อค้นพบทางวิชาการ สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดแนวคิดในการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tu.ac.th/tu02300369/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FhRjPnLGfRSmdmifGcHYj

  • คัด 9 หุ้นเด่นปันผลสูง เกราะป้องกันพอร์ตฝ่าพายุสงครามลากยาว

    คัด 9 หุ้นเด่นปันผลสูง เกราะป้องกันพอร์ตฝ่าพายุสงครามลากยาว

    ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มลากยาว การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อปัจจัยลบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สมรภูมิเดียว แต่กระทบมาสู่วิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

    ชนวนเหตุสงคราม เมื่อเส้นทางพลังงานถูกปิดกั้น

    ปัจจุบันสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ดำเนินเข้าสู่วันที่ 30 และสถานการณ์มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้นอย่างน่ากังวล เมื่อกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมวงด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือการขู่ปิดช่องแคบ Bab al-Mandab ในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญถึง 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 5% ของอุปทานโลก

    ซ้ำร้าย ฝั่งรัสเซียยังเผชิญกับปัญหาการส่งออกน้ำมันที่หยุดชะงักไปแล้วกว่า 40% จากเหตุโดรนโจมตี และเตรียมงดส่งออกน้ำมันเป็นเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน นี้ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวต่ำลง

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แรงกดดันผ่านเงินเฟ้อและต้นทุน

    ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า หากสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบต่อไทยอาจไม่ใช่มิติทางการทหารโดยตรง แต่จะส่งผ่านทางราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น จากบทเรียนในอดีต (เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน) ปัจจัยเหล่านี้เคยฉุดให้ GDP ของไทยชะลอตัวลงจาก 4.4% เหลือเพียง 1.5-1.9% พร้อมกดดันการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ 

    ขณะเดียวกัน “ภูวดล ภูสอดเงิน” ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง มองว่า ความกังวลเรื่องการขาดแคลนเรือและตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงค่าระวางเรือที่มีความเสี่ยงจาก War-risk surcharge อาจทำให้ต้นทุนสินค้าทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามมา

    กลยุทธ์การลงทุน คัดหุ้นเด่นสู้ศึกยืดเยื้อ

    เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจลากยาวไปจนถึงกำหนดการสำคัญ เช่น เส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน ในวันที่ 6 เมษายน นี้ บล.เอเซีย พลัส ได้ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ ดังนี้

    • บริหารสภาพคล่อง: แนะนำให้ ถือเงินสดในระดับ 30% ขึ้นไป เพื่อลดความผันผวนรวมของพอร์ตและเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการเข้าซื้อเมื่อตลาดปรับฐาน
    • เลือกสะสมหุ้นปันผลสูง (Selective Buy): เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมีอัตราการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกัน (Hedge) ในช่วงที่ราคาหุ้นผันผวน โดยกลุ่มหุ้นที่แนะนำ ได้แก่ KTB, BBL, GUNKUL, GULF, BGRIM, ICHI, CPF, NER , OR

    หุ้นปันผลสูง หลุมหลบภัยที่แข็งแกร่ง

    สอดคล้องกับ “ภูวดล ภูสอดเงิน” ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง ระบุว่า ในภาวะที่ดัชนี SET Index ผันผวนและเผชิญแรงกดดัน สังเกตเห็นสัญญาณที่น่าสนใจว่า แม้หุ้นไทยจะย่อตัวตามภูมิภาคในกรอบ 1,430-1,450 จุด แต่ กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นปันผลสูง (SETHD) กลับปรับตัวบวกสวนทางตลาด สะท้อนถึงการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยและผลตอบแทนที่จับต้องได้ในรูปของเงินปันผล

    แม้สงครามจะสร้างเมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนปกคลุมตลาดหุ้น แต่การเลือกปรับพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดชัดเจนอย่าง หุ้นปันผลสูง ควบคู่ไปกับการรักษาระดับเงินสดให้เหมาะสม คือกลยุทธ์ที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถ “อยู่รอด” และ “เติบโต” ได้ท่ามกลางวิกฤตที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/740170&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yrjeB1a2f6vQu85g9FjRT

  • เกิดอะไรขึ้น? “พนักงานสตาร์บัคส์ที่สวยที่สุด” ประกาศ “จบการศึกษา” จุดดราม่าสนั่น วิวพุ่ง 50 ล้าน

    เกิดอะไรขึ้น? “พนักงานสตาร์บัคส์ที่สวยที่สุด” ประกาศ “จบการศึกษา” จุดดราม่าสนั่น วิวพุ่ง 50 ล้าน

    ไวรัลสนั่น! “พนักงานสตาร์บัคส์ที่สวยที่สุด” ประกาศลาออก ยอดวิวพุ่งกว่า 52 ล้าน จุดดราม่าถกสนั่นโซเชียล

    กลายเป็นกระแสไวรัลที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงในญี่ปุ่น เมื่อ “อันจุย มินามิ” นักแสดงสาวที่เคยถูกชาวเน็ตยกให้เป็น “พนักงานสตาร์บัคส์ที่สวยที่สุด” ออกมาประกาศผ่านโซเชียลว่าเธอขอ “จบการเป็นพนักงานพาร์ตไทม์” อย่างเป็นทางการ

    โพสต์ดังกล่าวกลับได้รับความสนใจเกินคาด มียอดเข้าชมทะลุ 52 ล้านครั้ง พร้อมจุดชนวนดราม่าในโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งเสียงวิจารณ์และกำลังใจที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

    หน้าหวานแต่สายแข็ง ดีกรีนางงาม-นักสู้ตัวจริง

    นอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่น อันจุย มินามิ ยังมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา โดยในปี 2024 เธอคว้าตำแหน่ง “Miss Water Angel” ของญี่ปุ่น และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ ทั้งคาราเต้ เคนโด้ และนุนชัก

    เส้นทางพาร์ตไทม์ของเธอเริ่มตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายปีที่ 3 ซึ่งเธอเผยว่า ได้เรียนรู้และเติบโตจากงานนี้อย่างมาก ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของชีวิต

    คำว่า “จบ” จุดชนวนดราม่า ชาวเน็ตถกสนั่น

    ต้นเหตุของกระแสดราม่าเกิดจากโพสต์เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่เธอเขียนเล่าความรู้สึกหลังลาออก พร้อมใช้คำว่า “จบการทำงาน” ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักในแพลตฟอร์ม X

    บางความคิดเห็นมองว่า การลาออกจากงานพาร์ตไทม์ไม่ควรถูกเรียกว่า “จบ” พร้อมตั้งคำถามว่าเป็นการสร้างกระแสหรือไม่ เช่น “แค่ลาออกไม่ใช่เหรอ จะเรียกว่าจบทำไม” หรือ “เรื่องเล็กแบบนี้ต้องประกาศขนาดนี้เลยหรือ”

    อีกฝั่งส่งกำลังใจ มองเป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

    ในขณะเดียวกัน แฟนคลับและผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทำงานพาร์ตไทม์ ต่างออกมาปกป้องและให้กำลังใจเธอจำนวนมาก โดยมองว่า นี่คืออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของชีวิตที่ควรถูกจดจำ

    หลายคนแสดงความคิดเห็นว่า “ยินดีด้วยกับการจบอีกบทหนึ่งของชีวิต” และ “อย่าไปสนใจคำวิจารณ์ เดินหน้าต่อไป” สะท้อนถึงแรงสนับสนุนที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

    เจอดราม่าแต่ไม่สะเทือน เดินหน้าชีวิตเต็มตัว

    แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่อันจุย มินามิ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจ ล่าสุดเธอสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และกำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานอย่างเต็มตัว

    นอกจากนี้ เธอยังแชร์ภาพการเข้าร่วมรายการโทรทัศน์ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความมั่นใจและทัศนคติที่ดี โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับกระแสลบที่เกิดขึ้นมากนัก

    สรุป

    กรณีของ “อันจุย มินามิ” สะท้อนให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดีย ที่สามารถเปลี่ยนเรื่องเล็กให้กลายเป็นกระแสใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะมีทั้งเสียงวิจารณ์และกำลังใจ แต่เธอยังคงเดินหน้าต่ออย่างมั่นใจ และใช้โอกาสนี้ก้าวสู่บทใหม่ของชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9881074/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_KJpPFtVleMv7E41-P7A5

  • เงินเดือนทหารเกณฑ์ล่าสุด ปี 69 สั่งจ่ายวันไหน หักอะไรบ้าง

    เงินเดือนทหารเกณฑ์ล่าสุด ปี 69 สั่งจ่ายวันไหน หักอะไรบ้าง

    เปิดเงินเดือน ทหารเกณฑ์ล่าสุด ปี 69 สั่งจ่ายวันไหนบ้าง โดยวันที่ 20 มีนาคม 2569 ทางเพจ กองทัพบก ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ในช่วงเดือนเมษายนนี้ พร้อมเปิดเผยรายละเอียดโครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนของทหารเกณฑ์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับรายได้และสิทธิประโยชน์ที่กำลังพลจะได้รับในแต่ละเดือน

    สำหรับโครงสร้างรายได้ของทหารเกณฑ์ แบ่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ เงินเดือนพื้นฐาน 1,630 บาท เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว 6,490 บาท และเบี้ยเลี้ยงประจำ 2,880 บาท ซึ่งรวมเป็นรายได้ต่อเดือนก่อนหักค่าใช้จ่าย

    อย่างไรก็ตาม จะมีการหักค่าประกอบเลี้ยงสำหรับอาหาร 3 มื้อ ในอัตราวันละ 70 บาท หรือประมาณ 2,100 บาทต่อเดือน ทำให้ยอดเงินสุทธิที่โอนเข้าบัญชีอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน โดยยังไม่รวมสวัสดิการด้านอื่น ๆ

    นอกจากนี้ กองทัพบกยังจัดสวัสดิการเพิ่มเติมให้กับกำลังพล ทั้งที่พักโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการดูแลด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในทุกสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นี่คือสรุปข้อมูลการเปิดรับสมัคร รายละเอียดเงินเดือน และกำหนดการจ่ายเงินของทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์)ประจำปี 2569 ครับ

    📅 กำหนดการตรวจเลือกทหารกองประจำการ 2569

    กองทัพบกกำหนดการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ดังนี้:

    • ช่วงเวลาตรวจเลือก: วันที่ 1 – 12 เมษายน 2569 (ยกเว้นวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันจักรี)

    • สถานที่: ตามสถานที่ที่กำหนดในหมายเรียก (สด.35) ของแต่ละเขต/อำเภอ

    • กลุ่มเป้าหมาย: ชายไทยที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2548) หรือผู้ที่เกิด พ.ศ. 2540 – 2547 ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก หรือการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จ

    💰 โครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทน

    เงินเดือนทหารเกณฑ์ ทหารกองประจำการจะได้รับรายได้รวมสูงสุดประมาณ 11,000 บาท (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

    รายการ

    จำนวนเงิน (บาท)

    เงินเดือนพื้นฐาน

    1,630

    เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว

    6,490

    เบี้ยเลี้ยงประจำ (วันละ 96 บาท)

    2,880

    รวมรายได้ต่อเดือน (ก่อนหัก)

    11,000

    🍽️ รายการหักและเงินสุทธิ

    • ค่าประกอบเลี้ยง (อาหาร 3 มื้อ): หักวันละ 70 บาท (ประมาณ 2,100 บาท/เดือน)

    • เงินสุทธิคงเหลือ: จะโอนเข้าบัญชีประมาณ 8,000 – 8,900 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับจำนวนวันในแต่ละเดือนและสวัสดิการเพิ่มเติม)

    🏦 ปฏิทินการจ่ายเงินเดือนทหารเกณฑ์ 2569

    โดยปกติเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงของทหารกองประจำการจะโอนผ่านระบบ e-Social Welfare เข้าบัญชีธนาคารในช่วงต้นเดือนถัดไป ดังนี้:

    เงินเดือนประจำเดือน

    วันที่เงินเข้าบัญชี (โดยประมาณ)

    มีนาคม 2569

    8 เมษายน 2569

    เมษายน 2569

    8 พฤษภาคม 2569

    พฤษภาคม 2569

    9 มิถุนายน 2569

    มิถุนายน 2569

    7 กรกฎาคม 2569

    กรกฎาคม 2569

    7 สิงหาคม 2569

    สิงหาคม 2569

    7 กันยายน 2569

    กันยายน 2569

    7 ตุลาคม 2569

    ตุลาคม 2569

    6 พฤศจิกายน 2569

    พฤศจิกายน 2569

    8 ธันวาคม 2569

    ธันวาคม 2569

    8 มกราคม 2570

    🛡️ สิทธิประโยชน์และสวัสดิการอื่นๆ

    เงินเดือนทหารเกณฑ์ นอกเหนือจากเงินตอบแทน กองทัพยังมอบสวัสดิการเพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิต ได้แก่:

    • ที่พัก: จัดเตรียมที่พักอาศัยภายในหน่วยกรมกองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    • เครื่องแต่งกาย: สนับสนุนเครื่องแบบและอุปกรณ์ส่วนตัวฟรี

    • การรักษาพยาบาล: สิทธิการรักษาฟรีผ่านสถานพยาบาลของกองทัพ

    • การศึกษา: โอกาสในการเรียนต่อ กศน. เพื่อเพิ่มวุฒิการศึกษาขณะประจำการ

    • ต่อยอดอาชีพ: สิทธิพิเศษในการสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก หรือบรรจุเป็นข้าราชการทหารในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2923478&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2E49T26LlawwVn_7BTDIPD

  • อัปเดตเทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 ผีเสื้อนับพันกลางป่าแก่งกระจาน

    อัปเดตเทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 ผีเสื้อนับพันกลางป่าแก่งกระจาน

              เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 สีสันนับพันโบยบินกลางป่า บรรยากาศสดชื่นสุดฟิน สายเที่ยวธรรมชาติห้ามพลาด เก็บภาพสวย ๆ แล้วจะหลงรักไม่รู้ตัว

              ชวนเปิดประสบการณ์เที่ยวธรรมชาติสุดว้าวกับเทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แหล่งดูผีเสื้อชื่อดังที่เต็มไปด้วยสีสันนับพันตัวโบยบินท่ามกลางผืนป่า บรรยากาศร่มรื่น สดชื่น เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและคนรักธรรมชาติ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติแบบเพลิน ๆ ที่นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาด สำหรับปีนี้ผีเสื้อออกมาอวดโฉมแล้วหรือยัง มาอัปเดตไปพร้อมกันเลย

    เทศกาลดูผีเสื้อ
    แคมป์บ้านกร่าง 2569

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 อัปเดต

              ข้อมูล่าสุดจากเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park ได้อัปเดตการมาเยือนของเทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 ที่ตอนนี้ผีเสื้อเริ่มบินมาให้ยลโฉมแล้ว และจะมีจำนวนเยอะมากขึ้นเมื่อเข้าช่วงเดือนเมษายน

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง คืออะไร

              เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง คือปรากฏการณ์ธรรมชาติประจำปีที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนของทุกปี บริเวณแคมป์บ้านกร่าง ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายนของทุกปี ผีเสื้อมากกว่า 250 สายพันธุ์นับพันตัว จะพากันออกมาโบยบินและลงดูดแร่ธาตุตามริมลำธาร ดินโป่ง และบริเวณชื้นแฉะ สร้างภาพที่สวยงามและหาดูได้ยากในระดับโลก

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง ดูช่วงไหนดี

    • ช่วงเดือนมีนาคม เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาล ผีเสื้อเริ่มออกมาให้เห็นบ้างแล้ว จำนวนยังไม่หนาแน่นมาก เหมาะกับคนที่อยากหลีกเลี่ยงฝูงนักท่องเที่ยว

    • ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เป็นช่วงไฮซีซั่นที่ผีเสื้อออกมาหนาแน่นที่สุด สีสันสวยที่สุด แต่นักท่องเที่ยวก็เยอะตามกัน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์คนแน่นมากเป็นพิเศษ

    • ช่วงเดือนมิถุนายน ปลายฤดูกาล ผีเสื้อเริ่มลดจำนวนลงแต่ยังพอชมได้ ฝนเริ่มตกบ้าง อากาศเย็นกว่าเดิม นักท่องเที่ยวน้อยลงมาก

    *** แนะนำว่าให้ดูผีเสื้อช่วงเช้าก่อนเวลา 10.00 น. จะดีที่สุด แสงแดดอ่อน อากาศเย็นสบาย ผีเสื้อออกมาหากินและบินเล่นคึกคักที่สุด ถ่ายภาพได้สวยมาก รวมถึงโทรสอบถามสภาพอากาศของแต่ละวันก่อนเข้าชมด้วยก็ดี เพราะจะได้รู้ว่าวันนี้ผีเสื้อมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง จุดชม

              สำหรับจุดชมผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง แนะนำให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชม ได้แก่ 

    • ริมลำธารหน้าค่ายเยาวชน จุดที่ง่ายและดีที่สุดสำหรับคนทั่วไป เดินจากที่จอดรถแคมป์บ้านกร่างเพียงไม่กี่นาที จะเจอผีเสื้อรอต้อนรับริมลำธารทันที ไม่ต้องเดินไกล

    • เส้นทางดูผีเสื้อ กม.0-กม.18 เริ่มจากด่านตรวจเขาสามยอดถึงแคมป์บ้านกร่าง พบผีเสื้อได้ตลอดสองข้างทาง สามารถขับรถชมได้อย่างสบาย

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569

    • โป่งดิน กม.10-12 จุดที่มีผีเสื้อหนาแน่นเป็นพิเศษเพราะดินมีแร่ธาตุสูง ผีเสื้อลงดูดแร่ธาตุพร้อมกันทีละหลายสิบถึงร้อยตัว เป็นภาพที่ประทับใจมาก

    • เส้นทางลำธาร 1, 2, 3 เดินเท้าเข้าไปประมาณ 2.5 กม. เป็นเส้นทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง จุดชมผีเสื้อที่สวยงามมาก แต่ต้องออกกำลังขาเดินหน่อยนึง

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่พักและกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ

              ใครที่มาเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานช่วงหน้าร้อนนี้ นอกจากจะได้ดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง แล้ว ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจช่วงนี้ด้วยเช่นกัน เช่น 

    • กางเต็นท์ค้างคืน แคมป์บ้านกร่างมีพื้นที่กางเต็นท์ค้างคืน บรรยากาศป่าสมบูรณ์ ดาวเต็มฟ้า อากาศเย็นสบาย แนะนำอย่างยิ่งสำหรับสายแคมป์ปิ้ง

    • เขาพะเนินทุ่ง จุดชมทะเลหมอกสุดฮิต ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ห่างจากแคมป์บ้านกร่างไม่ไกล

    • เขื่อนแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สวยงาม เหมาะนั่งชมวิว ปิกนิก หรือกางเต็นท์ริมน้ำ

    • ล่องแพหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย สัมผัสวิถีชุมชนชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในพื้นที่

    • ถ่ายภาพสัตว์ป่า แก่งกระจานมีสัตว์ป่าหลากชนิด อาทิ เนื้อทราย กระทิง นกหายาก รวมถึงผีเสื้อกลางคืนที่สวยงาม

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง ข้อแนะนำ

              ก่อนจะไปเที่ยวดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 นี้ มีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้เที่ยวสนุกมากยิ่งขึ้น 

    • เส้นทางบางส่วนเป็นดินลูกรังและทางเดินในป่า รองเท้าที่กระชับและกันลื่นจะสะดวกกว่ามาก

    • บริเวณริมลำธารมียุงและแมลงมาก ควรทายากันแมลงก่อนออกเดิน

    • ผีเสื้อจะถูกดึงดูดด้วยสีสดและกลิ่น ถ้าอยากให้ผีเสื้อมาเกาะตัว ลองใส่เสื้อสีสด ๆ หรือทาครีมบำรุงมือหอม ๆ ดู

    • ภายในแคมป์มีร้านขายของแต่ไม่ครบ ควรเตรียมน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวมาจากข้างนอก

    • ห้ามจับหรือรบกวนผีเสื้อ ห้ามทิ้งขยะในป่า และห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าอุทยาน

    • ควรจองจองที่พักล่วงหน้า เพราะช่วงไฮซีซั่น (เมษายน-พฤษภาคม) ที่พักแคมป์เต็มเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและสงกรานต์

    เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569

              ใครอยากเติมความสดชื่นให้หัวใจ ลองแวะมาเที่ยวเทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง 2569 สัมผัสธรรมชาติสวย ๆ ใกล้ชิดแบบหาไม่ได้ง่าย ๆ แล้วจะรู้ว่าความสุขเล็ก ๆ ในป่า ทำให้ทริปนี้พิเศษกว่าที่คิด ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park หรือโทรศัพท์ 0 3277 2312)

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวหน้าร้อน 2569 ที่เที่ยวธรรมชาติ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view299934.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw321qAukMFsZ8NJjce6DbtK

  • นายกฯ ร่วมรำลึก 100 ปี ชาตกาล ครูประชุม รัตนเพียร ยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบผู้สร้างมรดกทางปัญญา

    นายกฯ ร่วมรำลึก 100 ปี ชาตกาล ครูประชุม รัตนเพียร ยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบผู้สร้างมรดกทางปัญญา

    วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.32 น.

    นายกฯ ร่วมรำลึก 100 ปี ชาตกาล “ครูประชุม รัตนเพียร” ยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบผู้สร้างมรดกทางปัญญา เพื่อเป็นกุญแจเปิดประตูแห่งอนาคตให้แผ่นดิน 

    วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่อาคาร RBAC ARENA HALL A มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ซอยลาดพร้าว 107 ถนนลาดพร้าว เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงาน “100 ปี ครูชุม เรืองแสงรักและศรัทธา” เพื่อรำลึกถึงเกียรติประวัติและคุณูปการของนายประชุม รัตนเพียร หรือ “ครูชุม” ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยและบุคคลต้นแบบด้านการสร้างคนผ่านการศึกษา 

    นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวรำลึกถึง “คุณครูประชุม รัตนเพียร” หรือที่ลูกศิษย์เรียกด้วยความรักว่า “ครูชุม” บุคคลผู้มีคุณูปการกับการศึกษาไทย ผู้ได้อุทิศตนกับการ “สร้างคน” หรือการสร้างต้นทุนทางปัญญาให้ลูกศิษย์เพื่อไปสร้างความเจริญ และพัฒนาประเทศชาติ

    นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความผูกพันที่มีต่อครอบครัวรัตนเพียรมายาวนานกว่า 30 ปี โดยระบุว่ามีความใกล้ชิดกับ ดร.ประวิช รัตนเพียร มาตั้งแต่ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง และมีโอกาสได้ร่วมแสดงความยินดีในวาระสำคัญของครอบครัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะในวันก่อตั้งมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) 

    “ผมเห็นชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงแผนงานหรือการลงทุน แต่เกิดขึ้นจากความเชื่อของครูชุมที่ว่า การศึกษาคือ กุญแจเปิดประตูแห่งอนาคต ครูชุมไม่ได้เพียงสร้างสถานที่เรียน แต่ท่านได้สร้างโอกาสให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้ก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” นายกรัฐมนตรีกล่าว

    นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของครูชุมว่า การเปลี่ยนชีวิตนักศึกษาหนึ่งคน คือการเปลี่ยนอนาคตของคนทั้งครอบครัว ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศไทยในภาพรวม ชื่อเสียงและรากฐานที่ครูชุมได้วางไว้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งผ่านสถาบันการศึกษาในเครือ และประทับอยู่ในใจของลูกศิษย์ทั่วประเทศ

    ในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาลนี้ นายกรัฐมนตรียกย่องสิ่งที่ครูชุมสร้างไว้เป็น “มรดกทางปัญญา” ที่ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังอุทิศตนเพื่อสังคม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตภายใต้การนำของครอบครัวรัตนเพียรและคณะผู้บริหาร จะยังคงทำหน้าที่สร้าง “คน” เพื่อสร้างอนาคตของประเทศชาติต่อไป

    ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ประเวช รัตนเพียร อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน สมาชิกครอบครัวรัตนเพียร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน “100 ปี ครูชุม เรืองแสงรักและศรัทธา” อย่างคับคั่ง เพื่อแสดงมุทิตาจิตในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลของครูชุม

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/955799&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1E_qfeUYZsX5auU_cZ3YEA

  • นายกฯ พัทยา เดินหน้าอัปเกรด “แหลมบาลีฮาย” ปั้นท่าเรือสู่แลนด์มาร์กระดับโลก เชื่อมท่องเที่ยว – คุณภาพชีวิต

    นายกฯ พัทยา เดินหน้าอัปเกรด “แหลมบาลีฮาย” ปั้นท่าเรือสู่แลนด์มาร์กระดับโลก เชื่อมท่องเที่ยว – คุณภาพชีวิต

    นายกฯ พัทยา เดินหน้าอัปเกรด “แหลมบาลีฮาย” ปั้นท่าเรือสู่แลนด์มาร์กระดับโลก เชื่อมท่องเที่ยว – คุณภาพชีวิต

    (30 มีนาคม 2569) นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมพิจารณารูปแบบการศึกษาและออกแบบโครงการปรับปรุงและพัฒนาท่าจอดเรืออ่าวพัทยา บริเวณแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 131 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

    ในการประชุม บริษัท เอสทีเอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (STS Engineering Consultant) ในฐานะที่ปรึกษา ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ มุ่งยกระดับจากพื้นที่สัญจร ให้เป็นพื้นที่สาธารณะรองรับทั้งการเดินทางและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ พร้อมเสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาสู่ระดับสากล

    แนวทางการออกแบบเน้นการจัดระเบียบพื้นที่อย่างชัดเจน แยกเส้นทางสัญจรของรถยนต์และจุดเทียบเรือ เพื่อลดความแออัด เพิ่มความปลอดภัย และความคล่องตัวในการใช้งาน ควบคู่การพัฒนา “Transition Space” เชื่อมต่อท่าเรือโดยสารกับพื้นที่โดยรอบ ช่วยกระจายความหนาแน่นของผู้ใช้งาน และยกระดับประสบการณ์การใช้พื้นที่

    นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวริมชายหาด สร้างความร่มรื่น และนำแนวคิดอารยสถาปัตยกรรม (Universal Design) มาปรับใช้ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียม รองรับทั้งวิถีชีวิตของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และประสานการออกแบบร่วมกับกรมเจ้าท่า เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องตามมาตรฐาน ก่อนเดินหน้าสู่ขั้นตอนดำเนินโครงการ

    โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายพัฒนาท่าเรือแหลมบาลีฮายอย่างรอบด้าน ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน

    Superball th 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69267&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TlYGKGvMFEKj91dqAyYH5

  •  ททท. จัดเสวนา “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ชูวัฒนธรรมอาหารขับเคลื่อนศก.ไทย

     ททท. จัดเสวนา “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ชูวัฒนธรรมอาหารขับเคลื่อนศก.ไทย

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ ‘เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์’ ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหารผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ โดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์แอนด์ยัง (Ernst & Young) บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก

    ภายในงานเสวนาดังกล่าว ททท. ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของ ‘มิชลิน ไกด์’ มานานกว่า 9 ปี ได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแสดงความคิดเห็นบนเวทีเสวนา ได้แก่ นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เชฟ “แทน” ภากร โกสิยพงษ์ จาก ‘โกท’ ร้านอาหารรางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ และ ‘ดาวมิชลิน รักษ์โลก’, เชฟ “โก๋” ไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ จาก ‘แก่น’ และ “กอล์ฟ” เอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์ นักออกแบบและตกแต่งอาหาร หรือ Food Stylist จาก ‘แก่นกรุง’ โดยสองร้านหลังติดอันดับร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภายใต้บริบทของสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย “วัฒนธรรมอาหารไทย” ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    ภายในงานมีการนำเสนอข้อมูลจากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์แอนด์ยัง (Ernst & Young) บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก ซึ่งสะท้อนบทบาทของ ‘มิชลิน ไกด์’ ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว ที่มีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดย 74% ของนักเดินทางใช้การมีร้านอาหารใน ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นปัจจัยในการเลือกจุดหมายปลายทาง และ 76% มีแนวโน้มขยายระยะเวลาการพำนักเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ที่ร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32% หลังได้รับดาวแรก ขณะที่ 60% มีการจ้างงานเพิ่ม และ 58% มีการลงทุนปรับปรุงร้าน และ ด้านวงการอาหาร ที่มีบทบาทในการยกระดับมาตรฐานและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของอาหารสู่ระดับสากล

    ทั้งนี้ อ้างอิงจากการศึกษา สำรวจ และรวบรวมผลการดำเนินงาน ประจำปี 2568 โดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด ที่ ททท. ดำเนินการจัดจ้างในฐานะที่ปรึกษาดำเนินการศึกษา พบว่า รายได้ส่วนเพิ่มของการใช้จ่ายด้านอาหารในร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำโดยคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 รวมเป็นเงิน 822.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากปี 2567 (586.57 ล้านบาท) มูลค่าส่วนเพิ่มของการใช้จ่ายด้านอาหารจากการดำเนินโครงการ The MICHELIN Guide Thailand รวม 8 ปี (พ.ศ. 2561-2568) รวมทั้งสิ้น 3,182.4 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณสนับสนุนโครงการรวม 8 ปี มีความคุ้มค่าถึง 14.7 เท่า

    ผู้ร่วมเวทีเสวนารับเชิญทั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นบุคลากรจากร้านอาหารที่ติดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในหลากหลายประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้มทิศทางการดำเนินงานร้านอาหารในอนาคต, ระบบนิเวศอาหารไทย, ความสัมพันธ์กับเกษตรกรหรือผู้ผลิตท้องถิ่น, บทบาทของร้านอาหารที่มีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ฯลฯ

    ในปี 2569 ททท. มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ผ่านนโยบาย “ก้าวใหม่ท่องเที่ยวไทย” (Thailand Tourism Next) ที่เน้นการยกระดับสู่ความยั่งยืนตามแนวคิดการเน้น “คุณค่า” มากกว่า “ปริมาณ” (Value over Volume) โดยวัฒนธรรมอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน ‘มิชลิน ไกด์’ ยังคงเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนนโยบายของ ททท. โดยช่วยตอกย้ำความเป็นเลิศและมาตรฐานสากลของวงการอาหารในประเทศไทยบนเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/business/138127&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qlOwDibiNIUamlhWq_QuD

  • ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน

    ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน

    ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน

    วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

    กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ชลบุรีตรวจสอบและจับกุมทัวร์เถื่อน ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสการจัดนำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี) ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีผู้จัดรายการนำเที่ยวโดยใช้ชื่อ “ลิตเติ้ลทัวร์” จัดนำเที่ยวพื้นที่พัทยาและเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 28–30 มีนาคม 2569 โดยมีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักท่องเที่ยวผ่านกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์ จากการตรวจสอบพบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว และบุคคลที่ดำเนินการนำเที่ยวก็ไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต

    นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว จึงร่วมกันลงพื้นที่ติดตามพฤติการณ์พบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ได้นำนักท่องเที่ยวประมาณ 40 ราย เดินทางมายังเกาะล้าน พัทยา โดยใช้รถบัสหมายเลขทะเบียน 30-0336 จึงได้ดำเนินการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวในข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับสูงสุดถึง 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวย้ำว่า “กรมการท่องเที่ยวขอย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อความปลอดภัยและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่กรมการท่องเที่ยว สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาทั้ง 8 สาขา หรือศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) โทร 0 2141 3200”

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/955686&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fA0BdUULQkDo6EKgt0TzL

  • สวนนงนุชฯ สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถ รับเทรนด์พลังงาน

    สวนนงนุชฯ สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถ รับเทรนด์พลังงาน

    สวนนงนุชฯ สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถ รับเทรนด์พลังงาน

    เมื่อแลนด์มาร์คสวนสวยระดับโลก อย่าง ‘สวนนงนุชพัทยา’ ขยับตัวสู่ยุคพลังงานสะอาดน้ำมันแพง สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถกว่า 20 ไร่

    • สวนนงนุชพัทยากำลังก่อสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)
    • โครงการดังกล่าวจะเปลี่ยนพื้นที่ลานจอดรถ 20 ไร่ ให้กลายเป็นหลังคาโซลาร์เซลล์ขนาด 3.5 เมกะวัตต์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
    • มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว (Green Destination)

    เมื่อแลนด์มาร์คสวนสวยระดับโลก อย่าง ‘สวนนงนุชพัทยา’ ขยับตัวสู่ยุคพลังงานสะอาดน้ำมันแพง สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถกว่า 20 ไร่

    ในวันที่ราคาน้ำมันกลายเป็น ‘กราฟขาขึ้น’ จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนและสงครามตะวันออกกลาง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่แค่เทรนด์แค่ต่อไป แต่คือ ‘ทางรอด’ ที่จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ระยะยาว คำถามที่น่าสนใจตามมาคือ สถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่นับพันไร่จะปรับตัวอย่างไรให้ทันโลก?

    สวนนงนุชพัทยา ภายใต้การบริหารของ นายกัมพล ตันสัจจา กำลังเปลี่ยนภาพจำจากสวนพฤกษศาสตร์ระดับโลก ให้กลายเป็น ‘Green Destination’ อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเดินหน้าก่อสร้างระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พร้อมติดตั้ง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)

    สวนนงนุชฯ สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถ รับเทรนด์พลังงาน

    พลิกที่จอดรถ 20 ไร่ ให้เป็นแหล่งพลังงานจากแสงอาทิตย์

    ลองจินตนาการถึงลานจอดรถขนาดมหึมาที่เคยร้อนระอุแดดเมืองไทย แต่ถูกแทนที่ด้วย ‘หลังคาโซลาร์เซลล์’ ที่ไม่เพียงแต่ให้ร่มเงากับรถของนักท่องเที่ยวที่มาสวนนงนุชพัทยา แต่ยังทำหน้าที่เก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า

    โครงการนี้ไม่ใช่แค่การติดตั้งแผงโซลาร์แบบผิวเผิน แต่เป็นการวางโครงสร้างระบบผลิตไฟฟ้าขนาด 3.5 เมกะวัตต์ (หรือประมาณ 3,500 กิโลวัตต์) ควบคู่ไปกับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างเดินทาง

    สวนนงนุชฯ สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถ รับเทรนด์พลังงาน

     “เราต้องการให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางมาสวนนงนุชได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมมีจุดบริการชาร์จไฟรองรับ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม ความมั่นคงทางพลังงานทางเลือก  และสนับสนุนแนวคิด การท่องเที่ยวสีเขียว ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” นายกัมพลกล่าว

    โครงการก่อสร้างระบบโซลาร์เซลล์และสถานีชาร์จรถไฟฟ้าดังกล่าว ดำเนินการก่อสร้างมาแล้ว 3เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบภายใน 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสวนนงนุชพัทยาในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัย ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    สวนนงนุชฯ สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ที่จอดรถ รับเทรนด์พลังงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/energy/862743&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3avwYgLX6UzlnvXCGyTvQo