Blog

  • ผู้ว่าฯ เชียงรายตรวจพนังกั้นน้ำแม่สายเสร็จ 100% ผนึกทุกภาคส่วนรับฤดูน้ำหลาก สร้างความมั่นใจประชาชนและย่านเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯ เชียงรายตรวจพนังกั้นน้ำแม่สายเสร็จ 100% ผนึกทุกภาคส่วนรับฤดูน้ำหลาก สร้างความมั่นใจประชาชนและย่านเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    จ.เชียงราย เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนอย่างเต็มกำลัง หลังการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสาย อ.แม่สาย แล้วเสร็จครบ 100% ภายในเวลาเพียง 45 วัน จากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ กองทัพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอุทกภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่

    เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คณะฝ่ายความมั่นคง ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของพนังกั้นน้ำบริเวณหัวฝายใกล้วัดถ้ำผาจม หน้าด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 และบริเวณซอย 12 ชุมชนแม่สาย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

    ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดได้วางแผนรับมืออุทกภัยตั้งแต่ต้นปี โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำในครั้งนี้เป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูน้ำหลาก ขณะที่โครงการระยะกลางและระยะยาวอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกองพลพัฒนาที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลแม่สาย เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ รวมถึงการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรจากกองทัพภาคที่ 3 ทำให้สามารถซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ได้รับความเสียหายแล้วเสร็จภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนครึ่ง

    จากการประเมินตามหลักวิชาการ พนังกั้นน้ำที่ก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถช่วยรองรับปริมาณน้ำหลากได้ในระดับหนึ่ง และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน รวมถึงช่วยปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอแม่สาย

    นอกจากนี้ จังหวัดเชียงรายยังเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทั้งในระดับวอร์รูมและการปฏิบัติจริง ครอบคลุมระบบแจ้งเตือนภัย การอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิง และการดูแลด้านสาธารณสุข พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากเกินขีดความสามารถของพนังกั้นน้ำ

    สำหรับแผนระยะยาว จังหวัดเตรียมดำเนินโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำถาวร วงเงินประมาณ 39 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ส่วนโครงการระยะกลาง วงเงิน 39 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมธนารักษ์ เพื่อรื้อถอนสิ่งกีดขวางและดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ต่อไป

    ภายหลังการตรวจติดตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ร่วมงานเลี้ยงขอบคุณกำลังพลทหาร เจ้าหน้าที่ และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติภารกิจจนสำเร็จ ณ หอประชุมมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย เพื่อแสดงความขอบคุณและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2569 อย่างเต็มรูปแบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1615102&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35VYlGHOZxAjax294nmSOn

  • สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

    สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

    สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

    พันเอก ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) พร้อมนายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1031752&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F8N-u9PuFwTwdqLPXwDEO

  • เลือกตั้งผู้ว่า : ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569 แบบเรียลไทม์ – BBC News ไทย

    เลือกตั้งผู้ว่า : ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569 แบบเรียลไทม์ – BBC News ไทย

    .

    Published

    เวลาอ่าน: 2 นาที

    การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.

    คุณผู้อ่านสามารถติดตามผลการนับคะแนนเบื้องต้น และอัพเดทผลคะแนนอย่างเป็นทางการที่จะมีการอัพเดทแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่องได้ที่นี่

    โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผลการเลือกตั้งทั้ง กทม. หรือแยกดูผลการเลือกตั้งรายเขต ได้ผ่านระบบตรวจสอบผลคะแนนของบีบีซีไทย ที่สามารถเลื่อนกดที่หน้าแผนที่ได้

    รายงานผลการเลือกตั้งเรียลไทม์ จะเริ่มขึ้นในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 28 มิ.ย. 2569

    ที่มา: กกต.

    ⁨⁨ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569

    Skip วิดีโอสั้น and continue reading

    วิดีโอสั้น

    • .

    • .

    • ภาพการหาเสียงของมัลลิกา

    • .

    • Thailand's People party's supporters at the rally on Feb 6, 2026.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c20ykye07x8o&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0e-XPVImVf3-eiUJmuxAix

  • งบปี 70 เข้าสภาฯ พรุ่งนี้ นายกฯ กำชับ รมต.แจงให้ สส.- ปชช. เข้าใจเพื่อรับมือเศรษฐกิจ

    งบปี 70 เข้าสภาฯ พรุ่งนี้ นายกฯ กำชับ รมต.แจงให้ สส.- ปชช. เข้าใจเพื่อรับมือเศรษฐกิจ

    วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.33 น.

    งบปี 2570 เข้าสภาฯพรุ่งนี้ นายกฯ กำชับรัฐมนตรีพร้อมชี้แจง-ทำให้ ปชช.เข้าใจเหตุผล ชี้ทิศทางใช้เงินรับมือเศรษฐกิจ เปิดให้ตรวจสอบได้

    เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน

    โฆษกฯ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า

    ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 จัดทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลประชาชนในระยะสั้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

    สำหรับการลงทุนของประเทศ รัฐบาลเห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI การอำนวยความสะดวกผ่าน Thailand Fast Pass ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินงบประมาณทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติม

    แม้งบลงทุนโดยตรงในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต

    โฆษกฯ กล่าวว่าด้วยว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ครอบคลุม 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่

    การสร้างความมั่นคงและภูมิคุ้มกันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน การป้องกันยาเสพติด การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

    การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ

    การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งด้านสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยมีงบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 42,000 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 65,904.3 ล้านบาท เป็นต้น

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งงบบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท และรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท เพื่อให้ภาระทางการคลังสะท้อนอยู่ในระบบงบประมาณอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

    นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงเอกสารประกอบ แผนการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ เพื่อร่วมตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/973650&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lTGHSpPwO3lQoRVl_HP-e

  • กคช. อบรมโครงการประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ   | เดลินิวส์

    กคช. อบรมโครงการประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ   | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้ นายมงคล จันทษี รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ประจำปี 2569 ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

    การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับการจัดการฝึกอบรมแบบปฏิบัติจริง (On-the-Job Training) เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาทักษะของผู้ปฏิบัติงานให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ การประเมิน Eco-Efficiency ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทาง ESG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมฝึกปฏิบัติด้านการจัดเก็บ วิเคราะห์ และประเมินข้อมูล เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถนำหลักการ Eco-Efficiency ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5980851/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw077_rnApj3FFJq_7QtM9ui

  • SPI จับมือโตคิว ศึกษาพัฒนา 700 ไร่ ปั้น “ศรีราชาแห่งอนาคต” รับการลงทุน EEC

    SPI จับมือโตคิว ศึกษาพัฒนา 700 ไร่ ปั้น “ศรีราชาแห่งอนาคต” รับการลงทุน EEC

    SPI จับมือโตคิว ศึกษาพัฒนา 700 ไร่ ปั้น

    SPI จับมือ โตคิว-สห โตคิว ศึกษาพัฒนา 700 ไร่ ปั้นโมเดล “ศรีราชาแห่งอนาคต” รับคลื่นทุนโลก-ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่ EEC

    บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ร่วมกับ โตคิว คอร์ปอเรชั่น (โตคิว) หนึ่งในบริษัทพัฒนาเมืองชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น และบริษัท สหโตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สห โตคิว) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการในพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

    นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนาม มุ่งต่อยอดศักยภาพเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “Modern Working Place” และ “Plenary Living Area” รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่และการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

    นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศรีราชา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    SPI จับมือโตคิว ศึกษาพัฒนา 700 ไร่ ปั้น

    ความร่วมมือระหว่าง SPI, โตคิว และ สห โตคิว ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุน เราเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของทั้งสามองค์กร 

    ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองของญี่ปุ่น ประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศักยภาพของพื้นที่ในศรีราชา จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ที่สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว พร้อมยกระดับศรีราชาสู่จุดหมายสำคัญของนักลงทุนและบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก 

    โดย SPI จะนำศักยภาพด้านการพัฒนาพื้นที่ในศรีราชามาต่อยอดร่วมกับโตคิวซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองมากกว่า 100 ปี ขณะที่ สห โตคิว จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับศักยภาพของศรีราชาสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติในอนาคต

    Mr. Yoshinori Ogata, Executive Officer & Executive General Manager, International Business Division, Tokyu Corporation กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่โตคิวได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาสังคมผ่านการพัฒนาชุมชนและนอกเหนือจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว และยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในประเทศเวียดนาม และออสเตรเลีย โดยนำความเชี่ยวชาญที่เราสั่งสมมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

    สำหรับในประเทศไทย โตคิวได้สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและยาวนานร่วมกับเครือสหพัฒน์(Saha Group) นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในอำเภอศรีราชาเมื่อปี 2557 

    นอกเหนือจากนั้นเรายังได้ร่วมมือกันในโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Redevelopment Project) ซึ่งนำโดยเครือสหพัฒน์ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครอีกด้วย

    การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์อันน่าเชื่อถือของเราขึ้นไปอีกขั้น โดยพื้นที่ที่มีแผนจะพัฒนาในครั้งนี้ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่อยู่ใกล้กับจุดก่อสร้างพื้นที่จุดพักรถบนทางหลวง (Service Area) และจุดขึ้นลงทางด่วนแห่งใหม่ ซึ่งการผสานจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทเข้าด้วยกันจะทำให้เราสามารถร่วมมือกันสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงอย่างแท้จริงในศรีราชา

    “เราจะยังคงเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือสหพัฒน์ต่อไป และพร้อมมุ่งมั่นที่จะเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนร่วมกัน เพื่อผลักดันการเติบโตของเมืองในอนาคต พร้อมทั้งสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ”

    Mr. Masahiko Nishimotoกรรมการผู้จัดการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา สห โตคิว มุ่งมั่นพัฒนาสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยคุณภาพสูงในศรีราชา เพื่อรองรับชาวญี่ปุ่นและครอบครัวที่เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในประเทศไทย เรามองเห็นพัฒนาการและศักยภาพของเมืองแห่งนี้มาโดยตลอด

    ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของทั้งสามองค์กร เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น สห โตคิว จะนำประสบการณ์ในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยให้เช่าในศรีราชาที่สั่งสมมานานกว่า 10 ปี มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง”

    ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้า บนพื้นที่ 700 ไร่ของกลุ่มสหพัฒน์ในศรีราชา โดยมุ่งสร้างต้นแบบเมืองแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Modern Working Place” และ “Plenary Living Area” ที่ผสานการอยู่อาศัย การทำงาน และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่ EEC

    ทั้ง 3 องค์กรมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาแนวทางการสร้างเมืองที่สามารถรองรับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการลงทุนในอนาคต โดยนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาสร้างการพัฒนาที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความต้องการของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนสนับสนุนการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและบุคลากรคุณภาพเข้าสู่พื้นที่

    การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของศรีราชา ที่มุ่งสร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ในระยะยาว พร้อมผลักดันให้ศรีราชาก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติของพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/744579&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2D9zOiER0_d-0KPwHaUEj-

  • สพพ. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระสังฆราชฯ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

    สพพ. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระสังฆราชฯ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

    สพพ. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระสังฆราชฯ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

    พันเอก ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) พร้อมนายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา โดยมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1031924&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eXDxyeb_SPoCPfvYcPFoi

  • ‘บล.กรุงศรี’ ชี้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้น เคาะเป้า ‘ดัชนีหุ้นไทย’ 1,500-1,700 จุด

    ‘บล.กรุงศรี’ ชี้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้น เคาะเป้า ‘ดัชนีหุ้นไทย’ 1,500-1,700 จุด

    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS กล่าวในงานสัมมนา Thailand Investment Forum 2026 The Resilience of Wealth พลิกกลยุทธ์ ฝ่าโลกป่วน สร้างความมั่งคั่ง โดย “กรุงเทพธุรกิจ” ในช่วง The Master’s Strategy : ผ่าสนามการลงทุน 2026 สร้างพอร์ตแกร่ง ว่า ประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก (Global Growth) มีแนวโน้มชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้ในช่วงต้นปี 2569 ด้วยปัจจัยหลักมาจาก ภาวะสงครามและราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและทำให้หลายประเทศถูกปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ

    อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกลับถูกปรับประมาณการ GDP ดีขึ้น เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มมีความชัดเจนและสถานการณ์ในประเทศดีขึ้นเป็นลำดับ

    ในด้าน “เงินเฟ้อและดอกเบี้ย” มองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) น่าจะเลือก “ตรึงดอกเบี้ย” ไว้ก่อนแม้หลายคนจะกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่เราเห็นสัญญาณว่าเงินเฟ้อที่เกิดจาก “ภาษีนำเข้า” (Tariffs) ที่เคยพุ่งสูงในช่วงปีที่แล้วเริ่มคลายตัวลง แม้จะมีมาตรการมาตรา 301 แต่ผลกระทบก็ไม่ต่างจากช่วงต้นปีมากนัก

    นอกจากนี้ Fed ยังให้ความสำคัญกับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานที่ตัดปัจจัยชั่วคราวออก (TMVTC) ซึ่งเทรนด์กำลังลดลงสู่ระดับ 2% ในช่วงปลายปี ผมจึงคาดว่าปีนี้มีโอกาสเห็นการลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง โดย Fed อาจส่งสัญญาณในช่วงงานสัมมนาที่ Jackson Hole ปลายเดือนส.ค. โดยปัจจัยตัดสินใจหลักคือ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการจ้างงานชั่วคราว (เช่น ช่วงฟุตบอลโลก) ที่ทำให้ภาพรวมดูแข็งแกร่งกว่าความเป็นจริง แต่ในรายละเอียดพบว่าการเปิดรับงานใหม่ (Job Demand) มีเทรนด์ลดลง ซึ่งจะสะท้อนผลชัดเจนในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า

    อีกหนึ่งจุดนี้สำคัญมาก มองว่าเอเชียกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุน (Investment Boom) รอบใหญ่ในรอบ 20 ปี เราไม่เคยเห็นการเร่งลงทุนขนาดใหญ่ในเอเชียแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2002 ปัจจัยผลักดันมาจาก 3 เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อน 1. AI Infrastructure การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI 2.Reshoring กระแสการย้ายฐานการผลิตเพื่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และ 3.Energy Security ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเทรนด์นี้กำลังทำให้ “ตลาดหุ้นเอเชีย” เริ่มกลับมาน่าสนใจกว่าฝั่งสหรัฐฯ

    ขณะที่ กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นครึ่งปีหลัง 2569 มองกรอบดัชนี SET INDEX ไว้ที่ 1,500-1,700 จุด แม้ช่วงแรกตลาดอาจจะไซด์เวย์ แต่มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีโอกาสปรับตัวมากขึ้น หากการลงทุนภาครัฐเริ่มขับเคลื่อน 

    ดังนั้น หุ้นที่น่าสนใจคือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนและกลุ่มที่เป็น Value Play เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ในฐานะ Value Play ที่ผลประกอบการจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งได้ประโยชน์จากการลงทุนโรงไฟฟ้าที่รองรับการเติบโตของ Data Center และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน). WHA โดยได้ประโยชน์จากทั้งนิคมอุตสาหกรรมและการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1240481&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-GqBn8AP-vJ-4o_AQ9sAI

  • “ผู้การเอ้”ผนึกภาคเอกชนบุกเกาะพยาม ลุยนอมินี-ยาเสพติด-แรงงานเถื่อน ดันท่องเที่ยวปลอดภัย ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    “ผู้การเอ้”ผนึกภาคเอกชนบุกเกาะพยาม ลุยนอมินี-ยาเสพติด-แรงงานเถื่อน ดันท่องเที่ยวปลอดภัย ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    ภ.จว.ระนอง นำกำลังตำรวจ+ภาคธุรกิจและคณะผู้บริหารระดับสูง TEPCoT รุ่น 18 ลงพื้นที่เกาะพยาม รับฟังปัญหาประชาชนและผู้ประกอบการ เร่งแก้ปัญหานอมินี ยาเสพติด และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย พร้อมผลักดันกลไก “กรอ.จังหวัด” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างมั่นคง

    เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมือง จังหวัดระนอง พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง พร้อมด้วย นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายนคร หาญไกรวิไลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร นายสมโชค วงศ์ภิวัฒนา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง คณะผู้เข้าร่วมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT รุ่นที่ 18) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากน้ำ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดระนอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พบปะประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เกาะพยาม

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อนำไปกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดระนอง ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ระดับจังหวัด โดยมุ่งยกระดับศักยภาพ เกาะพยามให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักลงทุนและนักท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัญหาการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี การแพร่ระบาดของยาเสพติด และการลักลอบใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความสงบเรียบร้อยของจังหวัด

    พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดระนองพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดระนองอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/303791&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dwerkXL6kO7PrD5aYb7N9

  • สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน หารือ ประธานาธิบดี-รัฐมนตรี ยกระดับความสัมพันธ์

    สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน หารือ ประธานาธิบดี-รัฐมนตรี ยกระดับความสัมพันธ์

    “สีหศักดิ์” เผย เยือน คาซัคสถาน หารือ ประธานาธิบดี-รัฐมนตรี ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน จับมือ เดินหน้า“พลังงาน-ดิจิทัล” ผลักดัน ทำความตกลง การค้าเสรี

    27 มิ.ย. 69 – ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงผลการเดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ ว่า

    การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมาย เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับคาซัคสถาน ด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน โดยนำภาคเอกชนไทยกว่า 10 บริษัท ร่วมคณะเดินทางด้วย พร้อมจัดการสัมมนาธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

    ระหว่างการเยือนได้พบหารือกับ ประธานาธิบดี และรัฐมนตรีของคาซัคสถาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในหลายมิติ เนื่องจากคาซัคสถานถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียกลาง มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) ซึ่งไทยมีความสนใจผลักดันการจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศดังกล่าว

    นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คาซัคสถานพร้อมสนับสนุนไทยในด้านความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพลังงานสำคัญ ขณะที่ไทยต้องการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

    นอกจากนี้ คาซัคสถานยังมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งไทยสนใจศึกษาความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อนำมาพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีภายในประเทศ

    ขณะที่คาซัคสถาน มองว่าไทยเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน และต้องการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการร่วมลงทุนด้านการผลิตสินค้าอาหาร รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุนในธุรกิจโรงแรม และการพัฒนาบุคลากรด้านการบริการ

    ซึ่งคาซัคสถานมีความสนใจ ส่งบุคลากรมาอบรมและศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว ในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบริการของประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaosod.co.th/politics/news_10301046&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UstHwTTJkt1dGWxPsEQ9e