Blog

  • ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-100&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22fH7PZwxrf4r9X7b8_auM

  • นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” เร่งเข้าครม.

    นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” เร่งเข้าครม.


    นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจติดตามความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อเร่งเสนอเข้าครม. โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนกว่า 30 ล้านคน ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไป

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง, นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อหารือความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”

    นายภราดร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมของโครงการ เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว โดยขณะนี้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายและแนวทาง ขณะที่กระทรวงอื่น เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องพิจารณามาตรการเสริมในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย” หรือ “คนละครึ่งพลัส” มีกำหนดเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 มิถุนายน โดยจะครอบคลุมประชาชนหลายกลุ่ม รวมกว่า 30 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.4 ล้านคน และประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดจำนวนที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์รวมเกิน 30 ล้านคน

    นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จะต้องรอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีการนัดประชุมในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันหยุดราชการหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/42379&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dgHFCXcE6-lry-yXi9fRM

  • ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    วันนี้ (30 เม.ย.) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามสถานการณ์ และรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีผู้แทนเข้าร่วมจำนวน 50 คน ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหลีเป๊ะ

    ทั้งนี้ ก่อนการลงพื้นที่ไปยังเกาะหลีเป๊ะ ประธานวุฒิสภาได้เป็นประธานการประชุม รับฟังแนวทางการพัฒนาจังหวัดสตูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการกำหนดนโยบายและการสนับสนุนการพัฒนาในระดับประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000040908&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0O1d7cfuwyRlSQUpWgDROC

  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดอุทัยธานี ปี 2569 | เดลินิวส์

    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดอุทัยธานี ปี 2569 | เดลินิวส์

    ที่ จ.อุทัยธานี ห้องประชุมศาลางกลางจงหวัดฯ  นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุทัยธานี.เป็นประธานมอบรางวัลการประกวดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ระดับจังหวัดฯ ปี 2569 ให้กับกลุ่มกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่าตำบลระบำ อ.ลานสัก ที่ชนะเลิศอันดับ 1 โดยมีสำนักงานเกษตรจ.อุทัยธานี เป็นเจ้าภาพหลักการประกวดฯ

    โดยนายบุญเลิศ เทียนช้าง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า กลุ่มฯ จัดตั้งเมื่อวันที่ 29 ตค 2564 ปัจจุบันมีสมาชิก 170 คน ส่วนปัจจัยที่ทำให้กลุ่มฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ การบริหารงานจัดการกลุ่ม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม 4 ด้าน ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผลประโยชน์ โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เป็นกลไก ในการขับเคล่อนกิจกรรม

    สำหรับกิจกรรมกลุ่มฯ ที่ได้ดำเนินการ 1.การท่องเที่ยวทางน้ำ ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นเรือหางยาว เพื่อไปศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าที่ชายป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ เพื่อส่องสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อาทิ ช้าง วัวแดง วัวกระทิง เก้ง กวาง หมูป่า นกยุง ที่ลงมาแทะเล็มหญ้าและกินน้ำที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา อ.ลานสัก ซึ่งมีจุดบริการท่าเรือ รวม 4 แห่งด้วยกัน

    2.การท่องเที่ยวทางรถยนต์ ให้บริการนำนักท่องเที่ยวขึ้นรถยนต์ เพื่อเดินทางไปยัง เพื่อศึกษาธรรมชาติที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เดินศึกษาธรรมชาติบ้านของเสือ รวมทั้งการศึกษาเรียนรู้สัตว์ป่าเขตห้ามล่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชุมชนบ้านเขาเขียว-บ้านไผ่งาม

    ด้านนางแก้วใจ สารสุวรรณ์ นายก อบต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จอีกด้านมาจาก “พลังไตรภาคี” โดยเฉพาะ อบต.ระบำ  ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศและแรงลมใต้ปีกที่พาชุมชนไปถึงเป้าหมาย โดย อบต.ระบำ ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการวางโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนในด้าน การพัฒนาศักยภาพ จัดอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณจัดทำป้ายสื่อความหมาย การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำนโยบายเชิงรุก บรรจุแผนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เข้าเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบลอย่างยั่งยืน

    ขณะนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนัน ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบาทสำคัญในการสร้างพลังศรัทธาและกระบวนการมีส่วนร่วมและเป็นนักประสานสิบทิศ  ได้กล่าวว่า ต้องประสานความเข้าใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอพยพคนออกจากป่า เพื่อแก้ไขปัญหาคนกับป่า ได้ เป็นสิ่งที่ยาก และเมื่ออพยพคนออกจากป่าได้แล้ว ก็ต้องให้ชาวบ้านอยู่ได้ มีรายได้ ด้วยการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสัตว์ป่า ตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมและผลักดัน ให้เกิดการท่องเที่ยวสัตว์ป่าเชิงนิเวศ นี้ขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอพยพจากป่า มีรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากการให้บริการนำท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า ศึกษาธรรมชาติ  และให้คนชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง

    สำหรับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของชาว ต.ระบำทุกคน ที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจละเสียสละ จนทำให้มีวันนี้ เพราะพวกเราทำด้วยหัวใจคนรักบ้านเกิด พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยความประทับใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5824809/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DOjGYkWD55eMC3S8HqUiX

  • ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    Loading…

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-100&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22fH7PZwxrf4r9X7b8_auM

  • สว.ลุยเกาะล้าน แก้วิกฤตขยะ 1.5 แสนตัน ดันเตาเผาไร้มลพิษฟื้นท่องเที่ยว

    สว.ลุยเกาะล้าน แก้วิกฤตขยะ 1.5 แสนตัน ดันเตาเผาไร้มลพิษฟื้นท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/144698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Pn4096ExJvXR1v6LvHDiI

  • ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งระเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค.2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับสูงขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงหมวดอื่นที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเฉพาะของบางบริษัท ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการผลิตน้ำตาล และปิโตรเลียมหลังปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นไปในเดือนก่อน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป แม้รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นผลชั่วคราวจากการปรับลดเที่ยวบินในช่วงสงคราม 

    นอกจากนี้ การส่งออกไปตะวันออกกลางยังปรับลดลงมากในทุกหมวดสินค้า ส่วนการบริโภคภาคเอกชนแม้มีการเร่งซื้อสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา แต่โดยรวมปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารเป็นหลัก สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่เห็นผลกระทบจากสงครามชัดเจนแต่ลดลงหลังเร่งไปมากในช่วงก่อน

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกและใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านราคาที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้น

    ปราณี สุทธศรี

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นจากการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่โดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 รวมถึงการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคาในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ 

    สำหรับด้านอุปทาน การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตปิโตรเลียมหลังปิดปรับปรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ไปในไตรมาสก่อน ประกอบกับมีการขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการค้าเป็นหลัก สอดคล้องกับการผลิตและการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงปลายไตรมาส สะท้อนจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลางปรับลดลงมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป

    เสถียรภาพเศรษฐกิจในไตรมาส 1 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานที่ลดลงตามค่ากระแสไฟฟ้าที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาข้าว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน 

    อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส แต่การส่งผ่านต้นทุนไปราคาสินค้าและบริการในหมวดเงินเฟ้อพื้นฐานยังจำกัด ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงานปรับแย่ลงจากไตรมาสก่อน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741752&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V3TT8GE7zli5a7qJftX9d

  • ททท. ผนึก 5 ไอดอล ปลุกพลัง “เที่ยวไทยอย่างรับผิดชอบ” สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าเดิม

    ททท. ผนึก 5 ไอดอล ปลุกพลัง “เที่ยวไทยอย่างรับผิดชอบ” สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าเดิม

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านศิลปินที่มีชื่อเสียง” ภายใต้แนวคิด “Responsible Tourism” โดยใช้พลัง Celebrity Marketing ถ่ายทอดบทบาท “คนไทยชวนคนไทยเที่ยวไทย” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นการเดินทาง และตอกย้ำภาพลักษณ์ “เจ้าบ้านที่ดี” ในทุกพื้นที่ตลอดทั้งปี พร้อมมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทย จาก “ผู้รับ” สู่ “ผู้ให้” และตั้งเป้าสร้างการรับรู้ไม่น้อยกว่า 15 ล้านครั้ง

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เปิดเผยว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการผลักดันแนวคิด Responsible Tourism เพื่อยกระดับสู่ “พฤติกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่” ของคนไทย จาก “ผู้รับ” สู่ “ผู้ให้” โดยนำกลยุทธ์ “Celebrity Marketing” มาประยุกต์ใช้ ผ่านความร่วมมือกับศิลปินชื่อดังซึ่งเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ ทำหน้าที่เป็นต้นแบบของการเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เคารพอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมสนับสนุนสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและขยายผลสู่การรับรู้ในวงกว้าง

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.
    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

    โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจาก 5 ศิลปิน ได้แก่ โจอี้ ภูวศิษฐ์, อะตอม ชนกันต์, วง VIIS, วง NEW COUNTRY และวง PERSES (เพอร์เซส) ร่วมถ่ายทอดมุมมองการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีความหมาย ผ่านการลงพื้นที่จริงและการเล่าเรื่องเชิงประสบการณ์ พร้อมเริ่มต้นส่งต่อแรงบันดาลใจผ่าน 3 ศิลปิน ได้แก่

    • โจอี้ ภูวศิษฐ์ พาเยือนชุมชนหัวบ้าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์เมืองเก่าและวิถีชีวิตเรียบง่าย พร้อมรณรงค์การท่องเที่ยวที่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น 
    • อะตอม ชนกันต์ นำเสนอเส้นทางสร้างสรรค์ในย่านบางลำพู–ป้อมพระสุเมรุ ส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน 
    • วง VIIS ชวนสัมผัสธรรมชาติในพื้นที่บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานและกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่ผสานความสนุกควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 

    ขณะเดียวกัน วง NEW COUNTRY และ วง PERSES ร่วมสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรม “Responsible Travel Challenge” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และตัดสินใจในสถานการณ์จริง อาทิ การเลือกใช้ไกด์ท้องถิ่น การศึกษาวัฒนธรรมก่อนเดินทาง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการเคารพกฎระเบียบของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกการเดินทางสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามคอนเทนต์ภายใต้โครงการได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ “Amazing Thailand” และสื่อของศิลปิน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อร่วมสร้างเทรนด์การท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ที่ “เที่ยวอย่างใส่ใจ และยั่งยืนไปด้วยกัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2929856&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e7OWjwsK8OZJZKUnF7vOS

  • รีวิว: แจกพิกัดเที่ยว ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

    รีวิว: แจกพิกัดเที่ยว ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/QkLdQoDq6M8k&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bjUnkOJE8ygb2n3-jBcUC

  • เชียงใหม่-เชิญชวนร่วมสืบสานจารีตประเพณี “ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” หนึ่งเดียวในไทย | TOPNEWS

    เชียงใหม่-เชิญชวนร่วมสืบสานจารีตประเพณี “ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” หนึ่งเดียวในไทย | TOPNEWS

    เชียงใหม่เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13–19 พฤษภาคมนี้ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมล้านนาอันทรงคุณค่า และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้คึกคัก

    เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร พระครูสิริธรรมเมธี (พระมหาอุดร ทีปวํโส)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง-แม่ออน เชียงใหม่ (ธรรมยุต) พร้อมด้วยนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และนายนิสิต ส่งศรี รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมด้านการท่องเที่ยว หรือตัวแทน ผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนร่วมงาน

    พระครูสิริธรรมเมธี (พระมหาอุดร ทีปวํโส)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง-แม่ออน เชียงใหม่ (ธรรมยุต) กล่าวว่า “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” นับเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแห่งเดียวในประเทศไทย มีรากฐานจากความเชื่อโบราณในการบูชาเสาหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็นเป็นสุข และการขอฝนให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ โดยกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามปฏิทินล้านนาในช่วงเดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก

    นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ประเพณีดังกล่าวถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สำคัญของจังหวัด และได้รับการบรรจุในปฏิทินท่องเที่ยว “12 เดือน 12 เทศกาล” ซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดให้คงอยู่ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสักการะเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ พร้อมใส่ขันดอกตามจุดที่จัดเตรียมไว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนร่วมสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมล้านนาอย่างใกล้ชิด

    คุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจทองเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดแถลงข่าว“ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ปี2569 ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์แห่งความศรัทธาของชาวล้านนาที่มาอย่างยาวนาน

    ทางสมาคมฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับการประชาสัมพันธ์สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมุ่งหวังให้ประเพณีนี้เป็น “โอกาสอันดีงาม” ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก จังหวัดเชียงใหม่ โดยประเพณีใส่ขันดอกจะเริ่ม วันพุธที่ 13 พฤษภาคม จนถึงวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 และวันออกอินทขิลในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมทั้งต้องการผลักดันให้ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลได้อยู่ในปฏิทินกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด

    “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล” เป็นประเพณีขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ และดลบันดาลให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข การได้มาสักการะเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จึงถือเป็นการเสริมสิริมงคลสูงสุดให้แก่ชีวิตและครอบครัว ในนามของภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่าพลังแห่งความร่วมมือในการเผยแพร่คุณค่าของประเพณีนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเกิดความเข้าใจและประทับใจในศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา

    “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล จึงมิใช่เพียงการสืบสานจารีตประเพณี แต่คือการประกาศความพร้อมของเชียงใหม่ ในการเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือน และ เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่” ขอความร่วมมือพี่น้องทุกท่าน ตลอดจนถึงสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมกันประชาสัมพันธ์งานใส่ขันดอก

    และขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทุกท่าน ร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหรือผ้าไทย เข้าร่วมงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13–19 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00–24.00 น. ของทุกวัน ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สัมผัสเสน่ห์แห่งศรัทธาวิถีล้านนา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1561841&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wEO4GRDbitalga18WI3Zj