Blog

  • สู้ต่อไป.! เปิดเงินรางวัลฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7 สี มีอะไรบ้าง

    สู้ต่อไป.! เปิดเงินรางวัลฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7 สี มีอะไรบ้าง

    สู้ต่อไป.! เปิดเงินรางวัลฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7 สี มีอะไรบ้าง

    TenAkapol

    9 พฤศจิกายน 2568 ( 15:30 )

    สำหรับฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี ปี 2025 ถือว่าปีนี้เป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ และเงินรางวัลที่ได้รับของแต่ละทีมมีอะไรบ้างไปดูกัน

    สำหรับฟุตบอลนักเรียน สำหรับฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี ปี 2025 หรือ ฟุตบอลรายการขาสั้นชื่อดังบอล 7 สี เรียกได้ว่าสร้างปรากฏการณ์สนามแตก ที่ประชาชนแฟนบอลให้ความสนใจ แห่เข้าชมรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างโรงเรียนหมอนทองวิทยา จากจังหวัดฉะเชิงเทรา กับ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท จนล้นสนามศุภชลาศัย ทั้งนี้ทีมผู้จัดเปิดเผยรายละเอียดรางวัลทุนการศึกษา ตั้งแต่ทีมที่คว้าแชมป์ชนะเลิศ, รองชนะเลิศฯ  ตลอดจนผู้ฝึกสอนและนักกีฬายอดเยี่ยม ดังนี้ 

    อย่างไรก็ดีการแข่งขันดังกล่าวจบด้วยทาง โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ชนะ โรงเรียนหมอนทองวิทยา 2-1 คว้าแชมป์สมัยแรกในรายการนี้ได้สำเร็จ และเป็นคู่ชิงที่มีผู้ชมเข้าชมมากสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลนักเรียนด้วย

    ส่วนเงินรางวัลทุนการศึกษาฟุตบอลนักเรียน 7 คนแชมป์กีฬา 7 สี มีทั้งหมดดังนี้

    • ทีมชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษา 200,000 บาท
    • ทีมรองชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษา 70,000 บาท
    • ทีมอันดับสาม ได้รับทุนการศึกษา 40,000 บาท
    • ทีมอันดับสี่ ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท
    • ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้รับทุนการศึกษา  10,000 บาท
    • ดาวซัลโว หรือ ผู้ทำประตูสูงสุด ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท
    • นักฟุตบอลยอดเยี่ยม ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็ก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sport.trueid.net/detail/LOBv7Aa1d1wO&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DDJa-jGmzpYnbfABV5POq

  • หรือไทยควรออกกฎคุมเข้มอินฟลูเอนเซอร์ให้รับผิดชอบคำพูดตัวเองแบบจีน

    หรือไทยควรออกกฎคุมเข้มอินฟลูเอนเซอร์ให้รับผิดชอบคำพูดตัวเองแบบจีน

    ยุคนี้ใครๆ ก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์กันได้ และยังสามารถให้ข้อมูล ให้คำแนะนำอะไรก็ได้กับฟอลโลเวอร์ แต่คำแนะนำผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพหรือการเงินจากคนที่เรียกตัวเองว่า อินฟลูเอนเซอร์ อาจนำมาสู่ความเสียหายเป็นวงกว้าง

    ผลการศึกษาล่าสุดของมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธเผยให้เห็นด้านมืดของวัฒนธรรมดิจิทัลที่กำลังเฟื่องฟูนี้อีกครั้ง โดยพบว่า อินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียสามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านจิตใจ สุขภาพ และความปลอดภัยได้

    อย่างเคสที่กำลังเป็นที่ถกเถียงในบ้านเรา เรื่องนมที่จำหน่ายในประเทศไทยว่า “นมไทยส่วนมากไม่ใช่นมแท้ มันคือนมผงผสมบลา บลา บลา”

    หลังจากที่คลิปถูกเผยแพร่ ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนกในหมู่ผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์นมไทย จนผู้เชี่ยวชาญต้องออกมาโต้แย้งคำพูดดังกล่าว

    เรื่องนี้มีกรณีศึกษาที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อเร็วๆ นี้คือ ที่จีน ทางการเพิ่งออกกฎหมายบังคับให้บรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ที่ต้องการทำคอนเทนต์ พูดคุย หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นและเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนหรือประเด็นด้านวิชาชีพ เช่น ด้านการแพทย์ กฎหมาย การศึกษา หรือการเงิน จะต้องมีหลักฐานวุฒิการศึกษาในสาขาวิชาชีพนั้นๆ อย่างเป็นทางการ ก่อนจะโพสต์เนื้อหา กฎหมายนี้เพิ่งบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

    ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ ภาระความรับผิดชอบไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะอินฟลูเอนเซอร์เท่านั้น แต่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเอง อาทิ Douyin Weibo หรือ Bilibili ก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและข้อมูลที่อินฟลูเอนเซอร์นำเสนอ เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าข้อมูลเหล่านี้เชื่อถือได้ มีการอ้างอิงอย่างถูกต้อง และมีการขึ้นคำเตือนต่างๆ เพื่อชี้แจงอย่างชัดเจน

    ยกตัวอย่าง เมื่อมีการเผยแพร่เนื้อหาบนแพลตฟอร์ม อินฟลูเอนเซอร์จะต้องระบุแหล่งข้อมูลว่ามาจากไหน ศึกษาหรือวิจัยเมื่อไหร่ และหากมีการใช้ภาพ หรือคลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นโดย AI ก็ต้องเน้นย้ำว่าเป็น AI ไม่ใช่ของจริง ซึ่งทางแพลตฟอร์มจะต้องให้ความรู้กับอินฟลูเอนเซอร์เกี่ยวกับความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ เมื่อแชร์เนื้อหาบนออนไลน์ด้วยเช่นกัน

    นอกจากนี้ สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (CAC) ยังแบนโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อาหารเสริม และอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อป้องกันการโฆษณาสินค้าที่แฝงมาในรูปแบบคลิปวิดีโอให้ความรู้

    อินฟลูเอนเซอร์ที่ฝ่าฝืนอาจถูกระงับบัญชี หรือปรับไม่เกิน 100,000 หยวน

    ทางการจีนบอกว่า จุดประสงค์ของกฎนี้คือ เพื่อควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่อินฟลูเอนเซอร์ถูกมองว่าเป็นเสมือนผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปกป้องสวัสดิการสาธารณะ และเพิ่มความน่าเชื่อถือของเนื้อหาออนไลน์

    ชาวจีนหลายคนยินดีกับความเคลื่อนไหวนี้ โดยระบุว่า กฎหมายฉบับนี้อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการพูดคุยกันทางออนไลน์ และถึงเวลาแล้วที่ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจะเข้ามามีบทบาทในการพูดคุยบนโลกออนไลน์ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมองว่า กฎใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงการควบคุมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ การจำกัดการสื่อสาร ตลอดจนเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก ถึงขั้นห่วงว่า กฎนี้จะเปลี่ยนโซเชียลมีเดียจากพื้นที่เสรีในการแลกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่ถูกรัฐควบคุม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/china-requires-influencers-hold-degrees-speak-finance-health-law&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rBqkz-46DS2MgAotryipG

  • นิด้าโพลเช็ค เสียงคนเหนือยังไร้คนเหมาะสมนั่งนายกฯ เท้งรั้งอันดับ 2

    นิด้าโพลเช็ค เสียงคนเหนือยังไร้คนเหมาะสมนั่งนายกฯ เท้งรั้งอันดับ 2

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “กระแสการเมือง ภาคเหนือ” ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเลือกตั้งใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี รวม 2,000 ตัวอย่าง ครอบคลุมทุกอาชีพและระดับการศึกษา โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ภายใต้ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 และระดับความเชื่อมั่น 97%

    นิด้าโพลเช็ค เสียงคนเหนือยังไร้คนเหมาะสมนั่งนายกฯ เท้งรั้งอันดับ 2

    ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า เมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคเหนือจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ 36.6% ระบุว่ายังไม่พบคนที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ 21.5% ระบุว่าเลือก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) จากพรรคประชาชน ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาผู้ที่มีชื่อเสนอชิงตำแหน่งนายกฯ
     

    ตามมาด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการสนับสนุน 13.9% ส่วน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 5.9% ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย อยู่ที่ 4.15% และ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย 3.25%

    บุคคลอื่น ๆ ที่มีชื่อปรากฏในผลสำรวจ ได้แก่ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (2.5%), นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (1.95%), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (1.85%), นายจาตุรนต์ ฉายแสง (1.7%), นายชัยเกษม นิติสิริ (1.25%), และ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (1%) ขณะที่อีก 2.4% ระบุชื่ออื่น ๆ และ 0.2% ไม่ตอบหรือไม่สนใจ

    ส่วนเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนเหนือจะเลือกหากมีการเลือกตั้งในวันนี้ พบว่า 28.4% ยังไม่พบพรรคที่เหมาะสม ขณะที่ 28.1% ระบุว่าจะเลือก พรรคประชาชน ตามด้วย พรรคเพื่อไทย 16.6% และ พรรคภูมิใจไทย 10.4% ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับ 5.15% และ พรรครวมไทยสร้างชาติ 3.25% ขณะที่ พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคเศรษฐกิจ ได้รับ 2.9% และ 2.0% ตามลำดับ
     

    ทั้งนี้ ยังมีผู้ตอบอีก 1.15% ที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ และ 1.85% ระบุพรรคอื่น ๆ เช่น พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย รวมถึงกลุ่มไม่ประสงค์ใช้สิทธิ (No Vote) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) ส่วน 0.2% ไม่ตอบหรือไม่สนใจ

    ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนในภาคเหนือจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในช่วง “รอดูท่าที” ทางการเมือง ขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยมีแนวโน้มว่า “เท้ง–ณัฐพงษ์” กำลังเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ถูกจับตามองในพื้นที่ภาคเหนือมากที่สุดในเวลานี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/733157&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fmyBaiHbpOVSiF0Eb1epu

  • “ธรรมนัส” ปลุกกระแส “โกลก” ต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว ปชช.ตะโกนลั่น ธรรมนัส สู้ๆ

    “ธรรมนัส” ปลุกกระแส “โกลก” ต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว ปชช.ตะโกนลั่น ธรรมนัส สู้ๆ

    “ธรรมนัส” นำทีมกล้าธรรม ลุย “สุไหงโก-ลก” ปลุกท่องเที่ยวชายแดนใต้ ชู “โกลก” ต้องกลับมาคึกคักอีก ด้าน ปชช.ตะโกน “ผู้กองธรรมนัสสู้ ๆ” สนั่นเวที

    เมื่อวันที่ 9 พ.ย.68 เวลา 11.00 น. ที่ลานคนเดินสนามกีฬามหาราช เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่จากพรรคกล้าธรรมลงพื้นที่ ประกอบด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ, นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พม., นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม และนางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ท่ามกลางประชาชนกว่า 1,000 คน มารอต้อนรับแน่นลานสนามกีฬา

    โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้เปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า สนองพระปณิธาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

    โดยกระทรวงเกษตรฯ มุ่งลดจำนวนสัตว์จรจัด ตัดวงจรโรคระบาด และสร้างความมั่นใจด้านสาธารณสุขให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงชายแดนใต้

    จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวช่วงหนึ่งว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงภารกิจราชการ แต่คือ การลงมาฟังประชาชนจริง ๆ การมาของคณะรัฐมนตรี 5 คน จาก 4 กระทรวง นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีรัฐมนตรีลงพื้นที่สุไหงโก-ลกพร้อมกันขนาดนี้ พี่น้องจะได้เห็นโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน เกษตร การศึกษา การพัฒนาสังคม และการท่องเที่ยว ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีขอยืนยันว่า ทุกปัญหาที่พี่น้องสะท้อนมา จะถูกสั่งการและแก้ไขทันที ไม่ว่าจำเป็นเรื่องการศึกษา ศ.ดร.นฤมล ก็จะช่วยผลักดันการเรียนรู้และอาชีพในพื้นที่ ส่วนท่านอัครา พรหมเผ่า ก็ดูแลพี่น้องกลุ่มเปราะบาง คนชรา ผู้พิการ

    “ในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมในฐานะที่กำกับการท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นประธานบอร์ดบริหารกองทุนกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้คุยกับพี่น้องไว้แล้วว่า วันที่ 31 ธันวาคมนี้ ท่านอรรถกร รมว.ท่องเที่ยว จะมาร่วม Countdown กับพี่น้องชาวสุไหงโกลก เราจะส่งเสริมให้ สุไหงโกลก, สุคิริน และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ กลับมามีชีวิตชีวา เพราะสมัยผมเป็นเด็ก ๆ ด่านโกลก ตอนเย็นวันศุกร์-อาทิตย์ คนมาเที่ยวแน่นเลย แขกบ้านแขกเมืองมาพักเต็มไปหมด แต่ตอนนี้มันซบเซาไปเยอะ ดังนั้น เราจะทำให้โกลกกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดนที่คึกคักอีกครั้ง เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมไทย–มาเลเซีย สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราจะร่วมกันขับเคลื่อนเป็นองคาพยพเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวนราธิวาส และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ทุกคน

    ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และ พม. ได้มอบโฉนดเพื่อการเกษตร โฉนดยางพารา เมล็ดพันธุ์พืช ต้นกล้า พันธุ์โค–กระบือ และถุงยังชีพ พร้อมบริการจากหน่วยงานรัฐ อาทิ ผ่าตัดทำหมันสุนัข ฉีดวัคซีนฟรี ฝึกอาชีพระยะสั้น ซ่อมรถจักรยานยนต์ ตัดผมฟรี และบูธส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐ

    นอกจากนี้ ยังมีบูธกิจกรรมจากหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษา อาทิ การผ่าตัดทำหมัน (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและได้รับแจ้งให้มารับบริการ)​ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถ Walk in มารับบริการได้ จำนวน 200 ตัว, การฝึกอาชีพระยะสั้น ซ่อม จยย., เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และบริการตัดผมฟรี มาให้บริการประชาชนด้วย

    อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนหลายพัน รอต้อนรับ ร.อ.ธรรมนัส อย่างอบอุ่น พร้อมร่วมกันตะโกน “ผู้กองธรรมนัสสู้ ๆ” และเสียงปรบมือดังสรั่นทั่วลานสนามกีฬา

    นอกจากนี้ ยังมีป้ายผ้าผืนใหญ่ที่เขียนข้อความว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด ธรรมนัสย่อมชนะอธรรม สู้ ๆ” และ “แม่ดงรวมใจ ธรรมนัส สู้” พร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบ และขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142314&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw154jm81_CDoqhQGkDKyRgN

  • “ธรรมนัส-นฤมล” ลงพื้นที่ปัตตานี ฟังเสียงครูปลายด้ามขวาน ย้ำต้องได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี

    “ธรรมนัส-นฤมล” ลงพื้นที่ปัตตานี ฟังเสียงครูปลายด้ามขวาน ย้ำต้องได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/109210&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vp8Lfdnec9BG6ya4PsUp7

  • ตลาดคอนโดฯเบียด  ‘อพาร์ตเมนต์ -หอพัก’ ลดฮวบ นับถอยหลังธุรกิจเสือนอนกิน

    ตลาดคอนโดฯเบียด ‘อพาร์ตเมนต์ -หอพัก’ ลดฮวบ นับถอยหลังธุรกิจเสือนอนกิน

    ตลาดคอนโดฯเบียด ‘อพาร์ตเมนต์ -หอพัก’ ลดฮวบ นับถอยหลังธุรกิจเสือนอนกิน

    การลงทุนพัฒนาอพาร์ตเมนต์หรือหอพักในปัจจุบันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจไปแล้ว จริงอยู่ที่อาจจะมีบางทำเลที่มีหอพัก และอพาร์ตเมนต์เปิดให้บริการใหม่ รวมไปถึงมีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารประเภทนี้ใหม่ในทุกๆ ปี แต่ถ้าย้อนไปช่วง 20-30 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็น1 ในธุรกิจเสือนอนกิน คนมีเงินหรือมีแนวคิดทางธุรกิจจะลงทุนเพื่อก่อสร้างหอพัก และอพาร์ตเมนต์เป็นส่วนใหญ่

    โดยเฉพาะในทำเลที่เป็นชุมชน หรือในทำเลที่ไม่ไกลจากสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาระดับไหนก็ตามแต่ถ้าเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาอาจจะมีจำนวนมากกว่าชัดเจน หรือทำเลที่ไม่ไกลจากแหล่งงานเกินไป

    จำนวนห้องอาจจะไม่มากนักต่อ 1 อาคารอาจจะเพียง 30-50 ห้อง สูงสุดไม่เกิน 70 ห้อง มีแค่บางอาคารเท่านั้นที่มากกว่า 100 ห้อง แต่ว่าอาคารหอพักและอพาร์ตเมนต์เหล่านี้อาจจะมีเจ้าของเป็นคนเดียว ครอบครัวเดียว หรือกลุ่มเดียวกัน และบางทำเลมีหลายเจ้าของ นักลงทุนเข้ามาลงทุนในทำเลเดียวกัน

    บางทำเลมีมากถึงหลักหมื่นห้องเช่น รอบๆ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เอแบค มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือธุรกิจบัณฑิต เป็นต้น รวมไปถึงในทำเลที่เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ เช่น พื้นที่รอบ นิคมอุตสาหกรรม ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ทั่วประเทศไทย หรือในทำเลที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เป็นต้น เพราะมีคนวัยทำงานจำนวนมากที่เข้ามาทำงานและต้องการที่พักอาศัย

    ค่าห้องพักอาจจะไม่สูงมากโดยอาจจะเริ่มที่ 1,500 บาทถึงไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งช่วง 10 กว่าปีก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หรือปลดหนี้สินเชื่อที่เอามาลงทุนได้ในเวลาที่ไม่นานเกินไป และสามารถทำให้เจ้าของหอพัก อพาร์ตเมนต์ ต่างๆ สามารถนำเงินมาต่อเงินได้เรื่อยๆ ปัจจุบันความนิยมของหอพัก และอพาร์ตเมนต์

      อาจจะลดน้อยลงไป หลายๆ อาคารที่เคยคึกคักมีสภาพทรุดโทรมเหมือนเจ้าของไม่สนใจในการดูแล หลายๆ แห่งขายแล้วโดนทุบไปเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม  แต่ก็มีไม่น้อยที่ยังอยู่และมีคนเข้าพักเต็มหรือเกือบเต็มโดยเฉพาะในทำเลที่ไม่ไกลจากแหล่งงานต่างๆ ไม่ไกลจากสถาบันการศึกษา และมีค่าเช่ารายเดือนที่ไม่สูงเกินไป

     ความนิยมของหอพัก แฟลต อพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพมหานครอาจจะลดลง และแทนที่ด้วยโครงการคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นในทำเลเดียวกัน หอพัก แฟลต และอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพมหานครอาจจะอาจจะมีการเพิ่มขึ้นของอาคารใหม่ๆ ที่ลดลงแต่ถ้าเป็นในส่วนของปริมณฑลรอบๆ กรุงเทพมหานครแล้วยังมีอาคารใหม่ๆ เกิดขึ้นมากกว่า ในส่วนของจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทยยังคงมีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารที่เป็นแฟลต อพาร์ตเมนต์ และหอพักเพิ่มขึ้น

    โดยเฉพาะจังหวัดที่ภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวมากๆ เช่น ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เป็นต้น รวมไปถึงจังหวัดที่มีสถาบันการศึกษาหลายแห่ง หรือจังหวัดขนาดใหญ่ของแต่ละภาคในประเทศไทย เช่น ภูเก็ต นครราชสีมา เชียงใหม่ เป็นต้น

     ในทางกลับกันก็มีหอพัก แฟลต และอพาร์ตเมนต์จำนวนไม่น้อยเช่นกันที่เลิกกิจการแล้วขายที่ดินพร้อมอาคารไปแล้ว เพราะได้เงินจำนวนมากจากการขายที่ดินพร้อมอาคาร เนื่องจากราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในทำเลที่ไม่ไลจากสถานีรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ

    ทั้งในเมืองชั้นใน และพื้นที่กรุงเทพมหานครรอบนอก อีกทั้งกิจการหอพัก แฟลต และอพาร์ตเมนต์ที่ดำเนินกิจการมาก็หลายปีจนอาจจะคืนทุนและแทบไม่มีต้นทุนใหม่ๆ อะไรแล้ว หรือไม่มีคนสืบทอดในการดูแลกิจการเพราะลูกลหานไม่อยากรับหน้าที่ในการดูแลต่อเนื่อง แต่ต้องการขายเพื่อเอาเงินมากกว่า

     หลายทำเลมีโครงการคอนโดมิเนียมมาเป็นคู่แข่งโดยตรง เช่น รอบมหาวิทยาลัย รอบๆ นิคมอุตสาหกรรม และในจังหวัดใหญ่บางจังหวัด บางทำเลรอมหาวิทยาลัยมีคอนโดมิเนียมเปิดขายรวมแล้วไม่ตํ่ากว่า 20,000 ยูนิตในช่วง 10  ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้เช่าให้ความสนใจกับคอนโดมิเนียมมากไม่ต่างจากหอพัก หรืออพาร์ตเมนต์ แม้ว่าค่าเช่าอาจจะสูงกว่าก็ตามแต่สิ่งอำนวยความสะดวกหรือการดูแลรักษาความปลอดภัยดีกว่าจึงดีรับความสนใจจากลุ่มลูกค้าที่แทบจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ที่เช่าหอพักและอพาร์ตเมนต์ส่งผลให้หลายๆ ทำเลทั้งอพาร์ตเมนต์และหอพักเริ่มหายไป การขออนุญาตก่อสร้างใหม่ก็ลดลง แต่หลายทำเลทั่วประเทศไทยก็ยังมีอพาร์ตเมนต์ และหอพักใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นรูปแบบของที่พักระยะสั้น

    หน้า 20  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,147 วันที่ 9 -12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/643563&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UCSuNosBjLfFVlCrpPPQM

  • “สยามทีวีเปิดศึกชิงตลาดปลายปี! แคมเปญ ‘ลดสนั่นเมือง ชนทุกห้าง ท้าพิสูจน์’ ลดสูงสุด 70% พร้อม 7 แคมเปญเสริม | TOPNEWS

    “สยามทีวีเปิดศึกชิงตลาดปลายปี! แคมเปญ ‘ลดสนั่นเมือง ชนทุกห้าง ท้าพิสูจน์’ ลดสูงสุด 70% พร้อม 7 แคมเปญเสริม | TOPNEWS

    สยามทีวีจุดกระแสความคึกคักในตลาดปลายปี จัดแคมเปญยักษ์ “ลดสนั่นเมือง ชนทุกห้าง ท้าพิสูจน์” แคมเปญหลักประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใต้คอนเซปต์ “ท้าพิสูจน์ความคุ้มค่าเหนือระดับ” ตอกย้ำจุดยืนผู้นำตลาดค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่กล้าชนทุกห้างด้วยราคาสุดคุ้มและโปรโมชั่นแรงที่สุดแห่งปี!

    นางสาวระพีภัทร ปลื้มพิทักษ์กุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เชียงใหม่สยามทีวี จำกัด กล่าวว่า “ตลอดกว่า 45 ปีของสยามทีวี เราเติบโตมาพร้อมกับความเชื่อมั่นของลูกค้าทั่วภาคเหนือ วันนี้เรายังคงยืนหยัดในพันธกิจ ‘คุ้มครบ จบทุกความต้องการ’ ไม่ใช่แค่เรื่องราคาที่กล้าเทียบทุกห้าง แต่คือการยกระดับประสบการณ์การช้อปให้เหนือความคาดหมาย ทั้งในด้านคุณภาพสินค้า การบริการหลังการขายที่ครบวงจร

    และสิทธิพิเศษที่ลูกค้าจะได้รับในทุกครั้งที่มาช้อปกับเรา แคมเปญ ‘ลดสนั่นเมือง ชนทุกห้าง ท้าพิสูจน์’ จึงเป็นมากกว่าแค่โปรโมชั่น แต่เป็นคำเชิญชวนให้ลูกค้าทุกคนมาท้าพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ความคุ้มค่าที่แท้จริงอยู่ที่นี่ เราพร้อมมอบความสุขและความคุ้มค่าครั้งใหญ่ส่งท้ายปี เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจสยามทีวีมาตลอด 45 ปี และต้อนรับก้าวต่อไปของการเป็นผู้นำด้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีอันดับหนึ่งของภาคเหนือ”


    ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถสัมผัสความคุ้มค่าจัดเต็ม ลดสูงสุดถึง 70% ทั้งร้าน พร้อมลดเพิ่มอีก 20%* และสิทธิพิเศษ ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก และสินค้าไอทีครบทุกแบรนด์ชั้นนำ

    และในโอกาสฉลองครบรอบ 45 ปี สยามทีวี ยังจัดกิจกรรม “ช้อปสนุก ลุ้นรางวัลใหญ่” ให้ลูกค้าทุกการซื้อมีสิทธิ์ลุ้นรับ สมาร์ททีวีจอใหญ่ 45 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 450,000 บาท ฟรี!

    พร้อมตื่นตากับ 7 แคมเปญเสริมสุดคุ้ม ที่หมุนเวียนตลอดเดือนพฤศจิกายน ได้แก่
    1. “ดับเบิ้ลเดย์ 11.11 Flash Sale ลดสนั่นเมือง” ดีลแรงสุดในรอบเดือนแห่งปี
    2. “ลดสนั่นเทศกาลเครื่องทำน้ำอุ่นนานาชาติ” รวมสุดยอดเครื่องทำน้ำอุ่นราคาพิเศษจากแบรนด์ดังทั่วโลก
    3. “ลดสนั่นเครื่องซักผ้า–อบผ้า” โปรแรง ปั่นราคา ถูกสุดท้าลมหนาว
    4. “Toshiba EXPO 2025” เปิดประสบการณ์นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น
    5. “TCL Super Birthday ฉลอง 21 ปี” พบดีลเด็ดเฉพาะสยามทีวีเท่านั้น
    6. “Hitachi Premium Living Fair” เทคโนโลยีเพื่อชีวิตครอบครัวยุคใหม่
    7. “SONY Festival 2025” รวมทีวีและความบันเทิงสุดล้ำจากโซนี่

    พบกับความคุ้มค่าครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ สยามทีวีดิจิตอลสโตร์ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ เชียงใหม่, จอมทอง, ลำพูน และลำปาง หรือช้อปสะดวกออนไลน์ที่ www.siamtv.com โปรแรงส่งไวทั่วไทย อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้! *เงื่อนไขโปรโมชั่นเป็นไปตามที่บริษัทและผู้ให้บริการทางการเงินกำหนด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1384291&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZJMjn9_MviE44UdWnLd8A

  • อีเมลหลอกลวง: วิกฤตโลกที่ขโมยเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

    อีเมลหลอกลวง: วิกฤตโลกที่ขโมยเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

    วิกฤตอีเมลหลอกลวงที่โลกต้องเผชิญ

    ในยุคดิจิทัลที่เราใช้อีเมลเป็นเครื่องมือสื่อสารหลัก ความมืดมิดของโลกไซเบอร์กำลังคุกคามเราทุกวัน ด้วยอีเมลหลอกลวงกว่า 3.4 พันล้านฉบับที่ถูกส่งทั่วโลกในแต่ละวัน สถิติที่น่าสะเทือนใจนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผู้คนสูญเสียเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

    การศึกษาจาก Trend Micro บริษัทรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำของโลก เผยให้เห็นความจริงที่น่าตกใจ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของการโจมตีทางไซเบอร์เริ่มต้นจากอีเมล ทำให้อีเมลกลายเป็น ‘ประตูหน้า’ สำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่ต้องการเจาะเข้าสู่ระบบต่างๆ

    ฟิชชิ่งและการหลอกลวงทางอีเมล: เข้าใจให้ลึกซึ้ง

    คำว่า ‘ฟิชชิ่ง’ หมายถึงการหลอกลวงที่ซับซ้อนที่ผู้ร้ายสวมรอยเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร บริษัทเทคโนโลยี หรือหน่วยงานราชการ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและเงิน การโจมตีแบบนี้ไม่ได้อาศัยแค่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ใช้การจัดการทางจิตวิทยาเป็นอาวุธหลัก

    อีเมลหลอกลวงมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การหลอกรัก ที่ผู้ร้ายสร้างความสัมพันธ์เสมือนจริงเป็นเดือนๆ ก่อนเรียกเงิน ไปจนถึงการหลอกเรื่องการลงทุน ที่สัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ และการแอบอ้างเป็นเจ้านายเพื่อสั่งโอนเงินด่วน

    ตัวเลขที่สะเทือนใจของวิกฤตโลก

    ข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นว่าทุกปีมีผู้คนประมาณ 608 ล้านคน หรือ 1 ใน 12 คนของประชากรโลกตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว ผู้บริโภคสูญเสียเงินไป 12.5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน

    สำหรับองค์กรต่างๆ ความเสียหายจากการโจมตีฟิชชิ่งยิ่งร้ายแรงกว่า ค่าเสียหายเฉลี่ยจากการรั่วไหลข้อมูลอยู่ที่กว่า 4 ล้านดอลลาร์ต่อครั้ง และเมื่อเป็นการโจมตีผู้บริหารระดับสูงที่เรียกว่า ‘วาฬฟิชชิ่ง’ ความเสียหายสามารถสูงถึง 47 ล้านดอลลาร์ต่อครั้ง

    Google เพียงแต่บริษัทเดียวต้องปิดกั้นอีเมลฟิชชิ่งประมาณ 100 ล้านฉบับทุกวัน แต่ก็ยังมีอีเมลหลอกลวงจำนวนมากที่หลุดเข้าถึงเหยื่อได้สำเร็จ

    ใครเสี่ยงมากที่สุด: ข้อมูลที่อาจทำให้คุณต้องตกใจ

    ข้อมูลการวิจัยล่าสุดเผยให้เห็นความจริงที่คาดไม่ถึง คนรุ่นใหม่อายุ 18-40 ปี ที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยี กลับเป็นเหยื่อของฟิชชิ่งถึง 23 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าคนวัย 41-55 ปีที่มีเพียง 19 เปอร์เซ็นต์

    สาเหตุที่น่าสนใจคือคนรุ่นใหม่ใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์บ่อยกว่า ทำให้เจออีเมลหลอกลวงบ่อยขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังมีความเชื่อมั่นในระบบดิจิทัลมากกว่า ซึ่งผู้ร้ายสามารถใช้ประโยชน์จากความเชื่อใจนี้ได้

    ผู้สูงอายุยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญในบางประเภทการหลอกลวง โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ซ่อมคอมพิวเตอร์และการหลอกรัก เพราะพวกเขาอาจรู้สึกโดดเดี่ยวและต้องการความรัก

    รูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลายและซับซ้อน

    การขโมยรหัสผ่านและข้อมูลส่วนตัว

    อีเมลฟิชชิ่งแบบดั้งเดิมจะปลอมเป็นธนาคาร เว็บช้อปปิ้ง หรือบริการคลาวด์ที่คุณใช้อยู่ อีเมลจะบอกว่าบัญชีของคุณมีปัญหา ต้องการให้คุณคลิกลิงก์เพื่อยืนยันตัวตน แต่จริงๆ แล้วเป็นการนำคุณไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบมาให้เหมือนเว็บไซต์จริงทุกประการ

    การวิเคราะห์พบว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของอีเมลฟิชชิ่งจะปลอมเป็น Microsoft และอีก 17 เปอร์เซ็นต์จะใช้ธีมเกี่ยวกับการเงิน เมื่อคุณกรอกรหัสผ่านในเว็บไซต์ปลอม ผู้ร้ายจะได้รหัสผ่านจริงของคุณไปใช้ในทันที

    การหลอกลวงองค์กรและปลอมเป็นเจ้านาย

    การหลอกลวงองค์กรหรื่อ Business Email Compromise เป็นการโจมตีที่ซับซ้อนและสร้างความเสียหายมหาศาล ผู้ร้ายจะศึกษาโครงสร้างองค์กรอย่างละเอียด แล้วปลอมเป็นผู้บริหารระดับสูง เช่น CEO หรือ CFO ส่งอีเมลให้พนักงานในแผนกการเงินเพื่อสั่งโอนเงินด่วน

    ที่ร้ายแรงคือผู้ร้ายจะใส่คำสั่งให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานไปตรวจสอบกับผู้บริหารคนจริง บางครั้งผู้ร้ายยังแก้ไขใบแจ้งหนี้ของซัพพลายเออร์ เปลี่ยนเลขบัญชีให้เป็นบัญชีของตัวเอง

    การหลอกรักและการหลอกลงทุน

    การหลอกรักเป็นการจัดการทางจิตวิทยาที่โหดร้าย ผู้ร้ายจะสร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปหาคู่ ใช้รูปขโมยมาจากที่อื่น แล้วสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อเป็นเดือนๆ เมื่อสร้างความไว้วางใจได้แล้ว จึงเริ่มเรียกเงินด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ญาติป่วย ต้องการเงินเดินทางมาพบ หรือมีโอกาสลงทุนดีๆ

    เหยื่อของการหลอกรักมักสูญเสียเงินเฉลี่ย 2,000 ดอลลาร์ต่อครั้ง และยิ่งไปกว่านั้น คือความเสียหายทางจิตใจที่ยาวนาน รู้สึกถูกหักหลัง อับอาย และกลัวที่จะไว้ใจใครอีก

    การหลอกลงทุนจะสร้างแพลตฟอร์มเทรดดิ้งปลอมที่ดูเหมือนจริง มีเว็บไซต์สวยงาม เอกสารครบถ้วน และรีวิวจากนักลงทุนปลอม เมื่อเหยื่อฝากเงินเข้าไป ระบบจะแสดงว่าเงินเพิ่มขึ้น แต่เมื่อจะถอนเงิน กลับไม่สามารถทำได้ด้วยข้ออ้างต่างๆ

    เทคโนโลยี AI ทำให้การหลอกลวงก้าวหน้าขึ้น

    ปัญหาใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นคือการใช้ปัญญาประดิษฐาตในการหลอกลวง ผู้ร้ายสามารถใช้ AI สร้างเสียงปลอม ภาพปลอม และข้อความที่เหมือนจริงมากขึ้น การพัฒนาเครื่องมือแปลภาษาที่ก้าวหน้าทำให้ผู้ร้ายที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ สามารถสร้างอีเมลหลอกลวงที่ดูเป็นธรรมชาติได้

    นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ยังช่วยให้ผู้ร้ายสามารถหาเป้าหมายที่เหมาะสมได้แม่นยำยิ่งขึ้น และปรับแต่งเนื้อหาให้เข้ากับความสนใจของเหยื่อแต่ละคนได้เป็นรายบุคคล

    วิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

    การป้องกันการหลอกลวงทางอีเมลต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและความตระหนักรู้ของผู้ใช้ สำหรับองค์กร ควรมีการฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำ ติดตั้งระบบกรองอีเมล และกำหนดกระบวนการตรวจสอบการโอนเงินที่เข้มงวด

    สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ควรระมัดระวังอีเมลที่ร้องขอข้อมูลส่วนตัว การคลิกลิงก์ หรือการโอนเงิน ตรวจสอบที่อยู่ผู้ส่งอย่างละเอียด และติดต่อองค์กรนั้นๆ โดยตรงหากมีข้อสงสัย

    การใช้การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีต่างๆ ได้อย่างมาก แม้ผู้ร้ายจะได้รหัสผ่านไป ก็ยังเข้าบัญชีไม่ได้หากไม่มีรหัสจากขั้นตอนที่สอง

    เมื่อโลกดิจิทัลก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การรู้เท่าทันภัยคุกคามใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น คำถามคือ หากเทคโนโลยี AI ของผู้ร้ายพัฒนาไปถึงจุดที่แยกแยะไม่ได้ระหว่างของจริงกับของปลอม เราจะสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างไร?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/email-scam-global-crisis-trillion-dollar-fraud&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mDskBIbDGR_1cKTu7nW02

  • คนรุ่นใหม่ ยอมจ่าย! เพื่อซื้อประสบการณ์หรูหรา เพราะคือสิ่งจำเป็นของชีวิต

    คนรุ่นใหม่ ยอมจ่าย! เพื่อซื้อประสบการณ์หรูหรา เพราะคือสิ่งจำเป็นของชีวิต

    คนรุ่นใหม่ ยอมจ่าย! เพื่อซื้อประสบการณ์หรูหรา เพราะคือสิ่งจำเป็นของชีวิต และไม่กังวลว่าจะต้องยืมเงินเพื่อใช้จ่าย 

    ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน หรือ ASEAN Consumer Sentiment Study (ACSS) ประจำปี 2568 ที่จัดทำร่วมกับบริษัท Boston Consulting Group โดยมีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ คือ 

    นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างเพื่อการศึกษา สุขภาพ และคุณภาพชีวิต การใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ และสินค้าหรูหรา ได้เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

    โดยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า 38% ค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์และสินค้าหรูหรา เป็นอันดับ 3  รองจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต

    ซึ่งการใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์มากที่สุด ใน 3 หมวดหลัก คือ ความบันเทิง การรับประทานอาหาร และการท่องเที่ยว โดยการใช้จ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ถูกมองว่า “เป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น” โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้สูงที่มีกำลังซื้อสูง คือ รายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป

    อีกข้อมูลหนึ่ง คือ ทัศนคติเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงิน ของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง พบว่า

    • ชอบใช้เงินในตอนนี้มากกว่ากังวลเรื่องอนาคต 
    • ไม่กังวลว่าจะต้องยืมเงินเพื่อใช้จ่าย 
    • รู้สึกว่าความคาดหวังทางสังคมหรือแรงกดดัน จากคนรอบข้างทำให้การออมเงินเป็นเรื่องยาก

    นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายประจำวัน ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 44% รายงานว่ามีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในด้านการศึกษา สุขภาพ และคุณภาพชีวิต สะท้อนถึงความตระหนักที่เพิ่มขึ้นต่ออายุที่ยืนยาวและความเป็นอยู่ที่ดี โดยกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะเกษียณหลังอายุ 60 ปี

    ทั้งนี้ จำนวนเงินออมที่ต้องการเพื่อการเกษียณอย่างมั่นคงแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป มีเป้าหมายเฉลี่ยที่ 3.9 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งเป้าเฉลี่ยไว้ที่ 10.5 ล้านบาท 

    อย่างไรก็ตาม ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย แนะนำให้วางแผนการเงินอย่างเป็นระบบเพื่อรักษามาตรฐานการครองชีพหลังเกษียณ ทั้งการจัดงบประมาณด้านสุขภาพเชิงป้องกัน การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง และการทำประกันเพื่อคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
      
     

    RELATED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/261084/amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1K553KgxcDPSYd-hNu3Bok

  • ฉากชีวิตแสนสุขของ “แพนด้ายักษ์” ในเฉิงตู น่ารักใจละลายทุกภาพ

    ฉากชีวิตแสนสุขของ “แพนด้ายักษ์” ในเฉิงตู น่ารักใจละลายทุกภาพ

    เฉิงตู, 8 พ.ย. (ซินหัว) — ชมฉากชีวิตกิน นอน และเล่นสนุก อันน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่าแพนด้ายักษ์ในฐานแพนด้ายักษ์เสินซู่ผิงของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งชาติว่อหลง และฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตูในเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

    d21dff0885e84307aa76e358a4f9105f-6b9ca7b0af868.jpg

    ฐานแพนด้ายักษ์เสินซู่ผิง ตั้งอยู่ภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติว่อหลง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเพาะพันธุ์และฟื้นฟูแพนด้ายักษ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติในเทือกเขาชิงไหล ทำให้แพนด้าสามารถปรับตัวและดำรงชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

    ba92bc92e582439882ef6fee65578a2c-109cf8cf64b29.jpg

    ขณะที่ฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู มีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษาพันธุกรรม การเพาะเลี้ยง และการอนุรักษ์พันธุ์ เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรแพนด้าในธรรมชาติ ฐานนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวและนักวิจัยจากทั่วโลกเข้าชม เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลแพนด้าอย่างยั่งยืน

    (บันทึกภาพวันที่ 30 ต.ค. และ 6 พ.ย. 2025)

    a2f77d0ea31f4fe9a80a56308c172c36-7fafbb506b441.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/153/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13q3F-8QCipCZw6NgHyqGs