Blog

  • น้ำท่วมใต้ เศรษฐกิจเสียหาย 5 แสนล้านบาท : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 2 ธ.ค. 68

    น้ำท่วมใต้ เศรษฐกิจเสียหาย 5 แสนล้านบาท : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 2 ธ.ค. 68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/YRzmP4GmplQ&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cFdy5VY92Mc2YVAXxLwpt

  • น้ำท่วมใต้ทำเศรษฐกิจอัมพาต คาด 30 วันแรกเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน

    น้ำท่วมใต้ทำเศรษฐกิจอัมพาต คาด 30 วันแรกเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน


    ม.หอการค้าฯประเมินน้ำท่วมภาคใต้กระทบเศรษฐกิจ 10 จังหวัด ฉุด GDP ทั้งปีโตแค่ 1.9 % มองปี’69 ยังชะลอตัวจากปัจจัยเสี่ยงกำแพงภาษี มีผลให้ส่งออกไม่ขยายตัว  

    รศ.ดร. ธนวรรธน์  พลวิชัย   อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการสำรวจผลกระทบสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า ภาพรวมมีผลกระทบทั้งหมด 10 จังหวัดโดยเฉพาะที่หาดใหญ่ จ.สงขลา  มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรอบเวลา 30 วัน อยู่ที่กว่า 4 หมื่นล้านบาทในภาคบริการและท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักสุดคิดเป็นมูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท รองลงเป็นเกษตรกรรม 1.07 หมื่นล้านบาทและการผลิตและสาธารณูปโภค 6,840 ล้านบาท

    ทั้งนี้ได้พิจารณาปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 ลงเหลือ 1.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2 %  โดยมีสาเหตุหลักจากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ภาคใต้ ถือเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจเนื่องจากหาดใหญ่ ถือเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าใหญ่ของภาคใต้

    นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบอื่น ๆ กดดัน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ ที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 32.8 ล้านคน จากเดิมคาดไว้ 33 ล้านคน  ขณะที่พฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวลดลง รวมถึงอุปสงค์ภาครัฐในช่วงไตรมาส 3/68 ที่ลดลงเกือบ 4% ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ ส่งผลให้มีการปรับลด GDP ของปีนี้ลงเหลือ 1.9%

    สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี  2569  มีแนวโน้มชะลอตัวลงขยายตัวได้ 1.6% โดยมีปัจจัยลบจากความเสี่ยงกำแพงภาษีสหรัฐ การค้าโลกชะลอตัว ที่อาจมีผลให้ส่งออกกลับมาติดลบ 1%  หนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงสุญญากาศการเมืองในช่วงจัดตั้งรัฐบาลมีผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570  และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา

    ทั้งนี้ในเรื่องปัจจัยการเมืองไตรมาสแรกของปีหน้าแม้ยังมีความกังวลด้านเสถียรภาพแต่ก็เป็นดาบสองคมจเศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากเม็ดเงินหมุนเวียนช่วงเลือกตั้งราว 5-6 หมื่นล้านบาท แต่ในไตรมาสสุดท้ายเสี่ยงเกิด “สุญญากาศงบประมาณ” จากความล่าช้าของงบปี 2570 ซึ่งอาจฉุด GDP ลง -0.32% หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/38112&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wvlq_YOGiQNm3HVdb5lDN

  • สหรัฐฯ รับมอบตำแหน่งประธาน G20 ปีหน้า พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-เพิ่มความเจริญรุ่งเรือง : อินโฟเควสท์

    สหรัฐฯ รับมอบตำแหน่งประธาน G20 ปีหน้า พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-เพิ่มความเจริญรุ่งเรือง : อินโฟเควสท์

    สหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่งประธานกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติหรือ G20 เป็นเวลา 12 เดือน เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) โดยประกาศชัดว่าจะเดินหน้าแผนงานที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศสมาชิก แม้กำลังเผชิญความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประธาน G20 ที่เพิ่งพ้นวาระ

    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การเป็นประธาน G20 ในรอบนี้จะเน้นผลักดันการปฏิรูปที่จำเป็น และนำ G20 กลับไปสู่ภารกิจหลักด้านเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อประเทศสมาชิก

    ทั้งนี้ สหรัฐฯ วางกรอบการทำงานไว้สามด้านสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจผ่านการลดภาระด้านกฎระเบียบ การสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมและมีเสถียรภาพ และการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

    ความตึงเครียดยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐฯ ไม่เข้าร่วมประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ และกล่าวหาแอฟริกาใต้ว่าใช้อำนาจประธานกลุ่ม G20 เป็นอาวุธทางการเมือง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การประชุมสุดยอด G20 ในปีหน้าที่ไมอามีซึ่งจะจัดขึ้นที่รีสอร์ตสนามกอล์ฟของเขานั้น จะไม่เชิญแอฟริกาใต้เข้าร่วม

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550642&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mKXjWJrBdeXDPnIMnxsk6

  • เทรนด์หลักสูตรใหม่ ‘ม.กรุงเทพ’ ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ ‘ม.กรุงเทพ’ ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    การศึกษา

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ ‘ม.กรุงเทพ’ ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    01 ธ.ค. 2025 เวลา 16:38 น.

    การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคมเกิดขึ้นแทบจะรายวัน คำถามที่ก้องอยู่ในใจของนักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมากคือ “จะเลือกเรียนอะไรดี?” “ปริญญาใบไหนที่จะไม่หมดอายุในอีก 4 ปีข้างหน้า?”

    ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการลงทุนกับการศึกษาคือการลงทุนเพื่ออนาคต และไม่มีใครอยากเลือกเส้นทางที่อาจกลายเป็นทางตัน

    ท่ามกลางความไม่แน่นอน สถาบันการศึกษาบางแห่งได้เริ่มเปลี่ยนมุมมอง พวกเขาไม่ได้มองแค่การ “สอน” ความรู้ที่มีอยู่ แต่กำลัง “ออกแบบ” หลักสูตรเพื่อสร้าง “คน” ที่อุตสาหกรรมในอนาคตกำลังมองหาอย่างจริงจัง เป็นการสร้างบุคลากรที่ไม่ได้มีแค่ความรู้ในตำรา แต่มีทักษะ ทัศนคติ และประสบการณ์ที่พร้อมจะก้าวเข้าไปขับเคลื่อนโลกที่กำลังจะมาถึง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    เจาะกลยุทธ์ ‘Denla Group’ สร้าง Ecosystem การศึกษา สู่มหาวิทยาลัยโลก

    ‘ม.กรุงเทพ’ สร้างคนที่โลกอนาคตต้องการ 6  หลักสูตรสุดล้ำ! ไม่ได้สอนแค่ตำรา

    วิศวกร AI ที่เป็น CEO ได้

    อ.ภัทรารัตน์ ตั้งนิสัยตรง ผู้อำนวยการหลักสูตรวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และการเป็นผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่าปัญหาใหญ่ที่ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญ ไม่ใช่เพียงความต้องการวิศวกร AI แต่เป็นวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรด้านนี้  ข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ระบุว่า ประเทศไทยขาดแคลนวิศวกร AI ถึงปีละ 80,000 ตำแหน่ง แต่ทักษะด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวกลับไม่เพียงพออีกต่อไป วิศวกรแบบดั้งเดิมมักเก่งเรื่องเทคโนโลยี แต่ขาดทักษะการเป็นผู้ประกอบการ เช่น การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการวางแผนธุรกิจ ทำให้ไอเดียดีๆ หลายอย่างไม่สามารถเกิดขึ้นจริงในเชิงพาณิชย์ได้

    “ม.กรุงเทพได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สร้างหลักสูตรที่ผสมผสานความรู้ด้านวิศวกรรม AI  เข้ากับทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยใช้ปรัชญา “ล้มให้เร็ว เรียนรู้ให้เร็ว” (fail fast, learn fast) ทำให้นักศึกษาได้เริ่มสร้างไอเดียธุรกิจและออกไปพูดคุยกับลูกค้าตัวจริงตั้งแต่ปี 1 พวกเขาไม่ได้เรียนแค่ทฤษฎี แต่เรียนรู้จากโลกการทำงานจริงๆ ผ่านการลงมือทำและแก้ไขปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอด 4 ปี” อ.ภัทรารัตน์ กล่าว

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    เชี่ยวชาญ AI เข้าใจความเป็น ‘คน’

    เป้าหมายของหลักสูตรดังกล่าว ไม่ได้เพียงผลิตวิศวกร แต่เป็นการสร้างบุคลากรสายพันธุ์ใหม่ บัณฑิต จะเป็นนวัตกร AI ที่มีหัวใจและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งคำว่ามีหัวใจ หมายถึงความลึกซึ้งกว่าแค่ความรู้สึก เพราะผู้ประกอบการที่ดีต้องเข้าใจคน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดและสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้จริง

    “หลักสูตรนี้จะช่วยแก้ปัญหาสำคัญของวงการวิศวกร เพราะบัณฑิตวิศวกรรมที่เก่งเชิงเทคนิค ส่วนใหญ่จะขาดทักษะด้านการสื่อสาร พรีเซนเตอร์ไอเดีย หรือนวัตกรรมที่คิดค้นไม่ได้ รวมถึงความเป็นผู้ประกอบการ  ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการหลอมรวมความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมจาก สจล. โดย 2 ปีแรกเด็กจะเรียนที่สจล. เข้ากับความแข็งแกร่งด้านความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณผู้ประกอบการของ ม.กรุงเทพ จากการเรียนที่ม.กรุงเทพ ไป 2 ปีสุดท้าย แต่เด็กจะได้เรียนจากอาจารย์ทั้ง 2 สถาบัน บ่มเพาะความเป็นวิศวกร AI และความเป็นผู้ประกอบการ” อ.ภัทรารัตน์ กล่าว

    ในยุคที่ AI ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การสร้าง “นวัตกรที่มีหัวใจ” จึงไม่ใช่แค่จุดขายของหลักสูตร แต่เป็นเกราะป้องกันสำคัญต่อความเสี่ยงทางจริยธรรมของเทคโนโลยี เป็นหลักประกันว่านวัตกรรมแห่งอนาคตจะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรับใช้และยกระดับมวลมนุษยชาติ

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    เรียนรู้ผ่าน Incubation Program

    อ.ภัทรารัตน์ กล่าวอีกว่าหลักสูตรนี้ผนวกผ่าน Incubation Program (โครงการบ่มเพาะธุรกิจ) เข้าไปตั้งแต่อยู่ปีที่ 1 ซึ่งมีโครงสร้าง 3 ส่วน คือ 1.Talks เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI 2.Workshops การฝึกฝนทักษะจำเป็น เช่น การวางแผนการเงินและการพัฒนาไอเดีย และ 3.Events เวทีที่นักศึกษาจะได้นำเสนอแผนธุรกิจของตนเองต่อนักลงทุนตัวจริง

    วิศวกร AI ทั่วไปอาจถามว่า “ฉันจะใช้เทคโนโลยีอะไรสร้างสิ่งนี้ได้บ้าง?” แต่วิศวกรที่จบจากม.กรุงเทพจะถามว่า “นวัตกรรมชิ้นนี้จะช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นได้อย่างไร?” นี่คือการเปลี่ยนนิยามของวิศวกรจากผู้สร้างเทคโนโลยีไปสู่นักแก้ปัญหาเพื่อมนุษย์อย่างแท้จริง อยากชวนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ความเป็นนวัตกร AI ที่หลักสูตรนี้

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    นักการตลาดดิจิทัลที่ทำงานจริง

    ขณะที่ “หลักสูตรการตลาดดิจิทัล” อีกหนึ่งหลักสูตรที่ให้ความสำคัญกับการลงมือทำจริง มากกว่าทฤษฎีในห้องเรียน ดร.กิตติภูมิ ศุภมนตรี ผู้อำนวยการหลักสูตรการตลาดดิจิทัล กล่าวว่าหากไปถามนักศึกษาที่เรียนม.กรุงเทพว่าเรียนเป็นอย่างไร พวกเขาอาจไม่ได้ตอบว่า “เรียนหนัก” แต่จะตอบว่า “งานเยอะ” เพราะสิ่งที่ได้เรียนรู้ในหลักสูตรการตลาดดิจิทัล ไม่ใช่การท่องจำเพื่อสอบ แต่เป็นการทำงานจริง

    “หลักสูตรการตลาดดิจิทัล ม.กรุงเทพ เป็นสนามจำลองที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง เช่น เมื่อนักศึกษาเสนอไอเดียแคมเปญสุดสร้างสรรค์ อาจเจอคำถามเรียบง่ายแต่ทรงพลังจากลูกค้าตัวจริงว่า “ไอเดียที่จะใช้ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอาจดีมาก แต่รู้ไหมว่าค่าตัวเขาเท่าไหร่?” คำถามแบบนี้จะหล่อหลอมให้นักศึกษาคิดอย่างรอบด้านและปฏิบัติได้จริงภายใต้ข้อจำกัดทางธุรกิจ ดร.กิตติภูมิ กล่าว

    โครงงานของนักศึกษากว่า 70% เป็นโจทย์ที่ได้รับมอบหมายจากลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมจริงๆ เช่น แบรนด์ดังอย่าง AMD นักศึกษาต้องทำวิจัยตลาดจริง วางแผนจริง และสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ใช้งานได้จริง จนมีหลายโปรเจกต์ที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อไปใช้งานต่อ ทำให้พวกเขาสะสมผลงานระดับมืออาชีพ (Portfolio) ที่จับต้องได้ และพร้อมทำงานทันทีที่เรียนจบ หรืออาจจะถูกดึงตัวไปทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    สอนใช้เทคโนโลยี เป็น ‘นาย’ AI

    ดร.กิตติภูมิ กล่าวต่อไปว่าหลักสูตรดังกล่าว เปิดรับนักศึกษามา 8-9 รุ่น และมีการปรับตัวตลอดเวลาเพื่อให้ก้าวทันโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI  สถาบันการศึกษาบางแห่งอาจกังวลหรือปิดกั้นการใช้เครื่องมือ AI แต่ “ม.กรุงเทพ” กลับมีมุมมองที่สวนกระแส “หลักสูตรการตลาดดิจิทัล” ไม่เพียงไม่ห้ามการใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT แต่ยังสอนให้นักศึกษารู้จักใช้งานอย่างชาญฉลาด เข้าใจข้อจำกัด และมีจริยธรรมในการนำไปใช้

    “เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างคนที่สามารถเป็น “ผู้ริเริ่ม” และ “ผู้ตัดสินใจ” ได้โดย AI เป็นเพียงผู้ช่วยที่ทรงพลัง ไม่ใช่คนที่จะเชื่อทุกอย่างที่เครื่องมือบอก เพราะมนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและใช้งานเครื่องมือใหม่ๆ ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ทักษะที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ไม่ใช่แค่การกดปุ่มสั่งงาน AI ต้องมีความสามารถในการยืนหยัด ปกป้อง และถกเถียงแนวคิดที่ได้มากับผู้เชี่ยวชาญในโลกธุรกิจจริงได้” ดร.กิตติภูมิ กล่าว

    นี่คือการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานจริง ที่ซึ่งประสบการณ์กับลูกค้าและทักษะการใช้เครื่องมือล่าสุด มีค่ามากกว่าความรู้ทางทฤษฎีในตำรา

    อย่างไรก็ตาม หลักสูตรนี้ตอบโจทย์นักศึกษารุ่นใหม่อย่างตรงจุด ที่หลายคนมีความฝันอยากจะมีธุรกิจหรือช่องคอนเทนต์เป็นของตัวเอง แต่การสร้างคอนเทนต์ให้มีส่วนร่วม นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ที่นี่สอนให้คิดไกลกว่านั้น คือการวางโมเดลธุรกิจ  และการสร้างรายได้ เพื่อให้ช่องหรือธุรกิจนั้นสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    ประชาคมโลกขนาดย่อมในห้องเรียน

    ดร.นิธิวดี จรรยาสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน และหัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (มุ่งเน้นธุรกิจจีน) กล่าวว่า การรู้ภาษาจีนคือตัวสร้างสมดุลที่สำคัญระหว่างวัฒนธรรมธุรกิจโลกตะวันออกและตะวันตก หลักสูตรบริหารธุรกิจ (BBA) ที่เน้นการใช้ภาษาจีนและอังกฤษเพื่อธุรกิจระหว่างประเทศของ ม.กรุงเทพ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมสำหรับเวทีโลก

    “ความแตกต่างของการเรียนรู้ในหลักสูตรดังกล่าว จะเป็นการเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นประชาคมโลกขนาดย่อม ห้องทดลองมีชีวิตสำหรับการพัฒนาธุรกิจข้ามวัฒนธรรม เรียนรู้และสร้างเครือข่ายจากนักศึกษาหลากหลายเชื้อชาติที่มาเรียนร่วมกัน และการรับโจทย์จากธุรกิจ ผู้ประกอบการจริงๆ พวกเขาจะมี ต้นทุนของแต่ละชาติมาผสมผสาน  ก่อให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบผสมผสานที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในห้องเรียนที่มีแต่วัฒนธรรมเดียว”

    การเรียนการสอนจะมุ่งเน้นการลงมือทำผ่าน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ การค้าระหว่างประเทศ, ธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business), ธุรกิจบันเทิง (Entertainment Business) และอีกสองกลุ่มอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก นักศึกษาจะได้แก้โจทย์จริงจากบริษัทพันธมิตร และเรียนรู้การใช้เครื่องมือทางธุรกิจในต่างแดนแต่คนไทยอาจยังไม่คุ้นเคย เช่น แพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซของจีนอย่าง เสี่ยว หงชู (Xiaohongshu) ซึ่งเป็นความรู้เฉพาะทางที่สร้างความได้เปรียบในตลาด

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    อาชีพหลากหลาย ไม่จำกัดแค่พนักงาน

    ดร.นิธิวดี  กล่าวต่อว่า เป้าหมายสูงสุดของหลักสูตรคือการสร้างบุคลากร Mobility ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์การทำงานต่างประเทศ แต่เป็นบุคลากรที่มีความคล่องตัวสูง สามารถดำเนินธุรกิจในบริบทสากลได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ไม่ว่าจะเปิดบริษัทในไทยโดยมีคู่ค้าเป็นชาวต่างชาติ หรือย้ายไปสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ  ดังนั้น การศึกษาด้านบริหารธุรกิจในศตวรรษที่ 21 ต้องเรียนรู้ทฤษฎี ผ่านการบ่มเพาะวิธีคิดแบบสากล (Global Mindset) การฝึกฝนทักษะความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม และการติดอาวุธด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อนำทางในโลกที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงถึงกัน

    “ธุรกิจในยุคใหม่ที่กว้างไกลกว่าเดิม นักศึกษาไม่ได้ตั้งเป้าเป็นพนักงานออฟฟิศ พวกเขาพร้อมประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อสร้างเส้นทางของตัวเอง เช่น การเป็น KOL ที่เจาะตลาดวงการบันเทิงจีนโดยตรง หลักสูตรดังกล่าว เหมาะสำหรับคนที่มองกว้าง และต้องการสร้างอาชีพที่ไร้พรมแดน คว้าโอกาสในอุตสาหกรรมที่หลากหลายด้วยทักษะภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เข้าใจการทำธุรกิจของประเทศต่างๆ”

    โลกดิจิทัลที่หมุนเร็วทำให้ทั้งอาจารย์และหลักสูตรต้อง “รีสกิล” อยู่ตลอดเวลา “ม.กรุงเทพ” มหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ ต้องอัปเดตเครื่องมือและเนื้อหาการสอนให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยมีการนำเครื่องมือใหม่ๆ ที่องค์กรชั้นนำในต่างประเทศมาบรรจุไว้ในหลักสูตร เชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการจริงมาร่วมพัฒนาหลักสูตร ปั้นบัณฑิตรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมและก้าวนำคนอื่นอยู่เสมอ

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    เทรนด์หลักสูตรใหม่ 'ม.กรุงเทพ' ฉีกทุกกฎการเรียนแบบเดิมๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1210095&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BohvGQZJ1fAEuS5zfyg1x

  • น้ำท่วมคือวิกฤต! สภานโยบายมอบ อว. เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ด้าน “สุรศักดิ์” ชง “คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ” เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่

    น้ำท่วมคือวิกฤต! สภานโยบายมอบ อว. เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ด้าน “สุรศักดิ์” ชง “คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ” เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่

    น้ำท่วมคือวิกฤต! สภานโยบายมอบ อว. เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ด้าน “สุรศักดิ์” ชง “คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ” เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่

    วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2568 โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองประธาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ในฐานะเลขานุการสภานโยบาย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมสภานโยบายฯ ได้มีมติในนโยบายที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ

    การประชุมครั้งนี้ได้มีมติและข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญหลายประการ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการอุทกภัย การพัฒนากำลังคน การยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

    โดยช่วงต้นของการประชุม ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. รายงานผลการดำเนินงานการบริหารจัดการปัญหามหาอุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งนายสุรศักดิ์ รมว.อว. ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้และอีกหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนการเรียนสอนของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ รวมถึงการสอบ TGAT/TPAT ระหว่างวันที่ 13 – 15 ธันวาคมนี้เนื่องจากสนามสอบในหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดย อว. ได้มีการหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อพิจารณาให้มีการเลื่อนสอบในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การเยียวยานักศึกษาผู้ประสบอุทกภัยโดยการคืนค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนซึ่งจำเป็นต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดเพดาน ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือแรงงานในพื้นที่ด้วยการหาตำแหน่งงานและ Upskill Reskill

    ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ กล่าวสนับสนุน โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยยังขาดระบบบริหารจัดการอุทกภัยที่เป็นเอกภาพ และชี้ตัวอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ซึ่งสะท้อนความไม่พร้อม พร้อมสั่งการให้กระทรวง อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นแกนหลักในการทำงานแบบเร่งด่วน โดยเน้นการถอดบทเรียนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โดยอาจเชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศดังกล่าวมาให้ความเห็น พร้อมจัดทำคู่มือเตรียมพร้อมสำหรับภาครัฐและประชาชน รวมถึงการบูรณาการการทำงานและเชื่อมโยงข้อมูลภัยพิบัติผ่าน Data Exchange โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาสาภาคประชาชนตามที่มีการเสนอในที่ประชุมด้วย

    “การถอดบทเรียนเพื่อทำข้อเสนอในครั้งนี้ควรแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน นอกจากนี้สิ่งที่น่าห่วงคือ หากกรุงเทพมหานครเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ความเสียหายจะสูงระดับ “ล้านล้านบาท” ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้าอย่างจริงจัง” รองนายกรัฐมนตรีย้ำ

    ด้าน ดร.สุรชัย ได้นำเสนอหลักการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อใช้ต่อจากแผนเดิมที่จะสิ้นสุดลงในปี 2570 โดยมีหลักการสำคัญคือ การนำแนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อแก้โจทย์ของประเทศที่ซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมระบุ Theme และ Mission ที่วัดผลได้จริง นอกจากนี้ยังเร่งออกแบบระบบขับเคลื่อนใหม่ตั้งแต่ระดับนโยบาย แผน อววน. ไปจนถึงแผนปฏิบัติการของหน่วยงาน

    ดร.สุรชัย ได้นำเสนอแนวทางการนำ อววน. ไปขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ โดย สอวช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำกรอบพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พ.ศ. 2569–2575 และกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พ.ศ. 2569-2578เพื่อขับเคลื่อนทั้งสองอุตสาหกรรมให้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนของประเทศ โดยมีเป้าหมายผลักดันไทยผู้ประกอบการไทยให้มีความสามารถทัดเทียมนานาประเทศพร้อมวางแผนระยะยาวให้ไทยสามารถสร้างเทคโนโลยีได้เองและเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีได้ในอนาคต

    ดร.สุรชัย ยังได้นำเสนอข้อเสนอ “Quick Big Win” เรื่อง มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (มาตรการยกเว้นภาษี R&D 300%) ตามที่คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง เพื่อการติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามนโยบายยุทธศาสตร์ และแผน ววน. ภายใต้สภานโยบายเป็นผู้เสนอ ซึ่งผลการติดตามและประเมินผลที่ผ่านมาพบว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วงปี 2558 – 2562 สามารถกระตุ้นการลงทุนด้าน R&D ของภาคเอกชน และเกิดผลกระทบเชิงบวกจากผลของโครงการวิจัยและพัฒนา เช่น เพิ่มกำไร เพิ่มยอดขาย และเพิ่มมูลค่าการจ้างงาน ซึ่งโดยรวมแล้ว รัฐยังคงได้ประโยชน์ไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของภาคเอกชนและเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อมาตรการภาษี 300% สิ้นสุดลง การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนก็ลดลงเรื่อย ๆ จนทำให้ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาของทั้งประเทศลดลง สภานโยบายจึงได้มีมติเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้มีการดำเนินการมาตรการดังกล่าวต่อไป

    ศ.ดร.ศุภชัย ได้นำเสนอการขอขยายระเวลาการดำเนินโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ (พ.ศ. 2570–2574) โดยที่ประชุมสภานโยบาย มีมติเห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งจะผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง Reskill/Upskill/New Skill ปรับระบบประเมินทักษะ (Micro-credential / Alt. Transcript) พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการกำลังคนเชิงระบบ รองรับความต้องการของตลาดแรงงานที่ต้องการกำลังคนที่มีทักษะสูง ทันสมัย และทำงานได้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/977790&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JxS58UXwvL2_RPK5nkyiO

  • สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 จัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสดุดี “ศตวรรษามหาธีรราชานุสรณ์” ครบรอบ 100 ปี – OBEC

    สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 จัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสดุดี “ศตวรรษามหาธีรราชานุสรณ์” ครบรอบ 100 ปี – OBEC

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือวันคล้ายวันสวรรคตฯ ซึ่งในปีนี้ครบรอบ 100 ปี “ศตวรรษามหาธีรราชานุสรณ์” โดย นายลิขิต เพ็งประสิทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 มอบหมายให้ นายยุทธนา พรทิพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 เป็นประธานในพิธี ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ค่ายลูกเสืออำเภอกันทรลักษ์ สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 โดยมี นางธัญรดา บุญโต ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา พร้อมด้วยบุคลากรทางการลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ หน่วยงาน ทหาร ตำรวจ มาร่วมประกอบพิธี จำนวน 400 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/23229&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lYWeTl2GOs8xiUYJscb78

  • ม.หอการค้า ชี้น้ำท่วมใต้ ซัดเศรษฐกิจพัง 4 หมื่นล้าน เอกชนขอเงินสดเยียวยา

    ม.หอการค้า ชี้น้ำท่วมใต้ ซัดเศรษฐกิจพัง 4 หมื่นล้าน เอกชนขอเงินสดเยียวยา

    นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ จากการประเมินผลกระทบเบื้องต้นทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วมใน 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 2.19 ล้านกว่าคน และครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 789,695 ครัวเรือนมูลค่าความเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.22% ของ GDP

    โดยความเสียหายในสัปดาห์แรก (21-30 พ.ย.) ซึ่งเป็นช่วงวิกฤต มีผลกระทบเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 ล้านบาท เมื่อแยกตามภาคส่วน ความเสียหายสูงสุดคือภาคการท่องเที่ยวและบริการ: ประมาณ 22,500 ล้านบาท ภาคเกษตรกรรม ประมาณ 10,700 ล้านบาท ภาคการผลิตและสาธารณูปโภค ประมาณ 7,000 ล้านบาท

    ธุรกิจชะงัก-ขาดความเชื่อมั่นระยะยาว

    สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ 10 จังหวัดเกิดภาวะอัมพาต ธุรกิจการค้า การบริการ และการคมนาคมต้องหยุดชะงักชั่วคราว ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต้องปิดกิจการชั่วคราวถึง 6 ใน 10 

    นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกกิจกรรมระดับชาติ เช่น การสัมมนาหอการค้า และการย้ายการแข่งขันซีเกมส์ออกนอกพื้นที่จังหวัดสงขลาทั้งหมด ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเป็นเจ้าภาพกิจกรรมระดับนานาชาติในระยะยาว

    ผู้ประกอบการต้องการ “เงินสด” มากกว่า “หนี้สิน”

    จากผลการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการกว่า 70% ประเมินว่าต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวมากกว่า 1 เดือน เนื่องจากทรัพย์สินและสต็อกสินค้าเสียหาย ขาดสภาพคล่อง และโครงสร้างพื้นฐาน (ถนน ไฟฟ้า ประปา) เสียหายหนักผู้ประกอบการส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการเงินเยียวยาโดยตรง (Cash Compensation) มากกว่าการใช้มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากต้องการเงินสดเพื่อซ่อมแซมและซื้อสินค้าใหม่ ไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มเติม

    เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อกู้วิกฤต

    ทั้งนี้มีการเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคใต้ ดังนี้

    • ฉีดเงินเยียวยาโดยตรงเร่งประกาศมาตรการและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาทันที
    • เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ประปา และเส้นทางคมนาคมให้กลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็ว
    • เร่งฟื้นฟูพื้นที่และทำความสะอาด ระดมทีมเข้าบำรุงรักษาและทำความสะอาดในพื้นที่ประสบภัย

    “สำหรับมาตรการสินเชื่อ ถูกมองว่าเป็นเพียง ทางเลือกเสริม ที่จะเข้ามาสนับสนุนการฟื้นฟูในระยะยาว ตั้งแต่เดือนที่สองเป็นต้นไป หลังจากการจ่ายเงินเยียวยารอบแรกได้เริ่มต้นแล้ว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/645526&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw259OMe19_U47tVRY3VO1jt

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2568 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2568 – InterGold

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 10.36 น.

    กลยุทธ์ : อย่าหลุด 4200
    แนวรับ : $4,100  หรือ  62,800 บาท
    แนวต้าน : ไร้แนวต้าน

    ข่าว :

    .

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนหลังดัชนีภาคการผลิต ISM ลดลงแรงสู่ระดับ 48.2 ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องยาวนานและต่ำสุดในรอบหลายเดือน ทำให้นักลงทุนคาดว่า Fed จะต้องลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม BOJ วันที่ 19 ธ.ค. สร้างแรงกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่วนบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังหุ้น–คริปโตปรับตัวร่วง ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าทองคำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Bond Yields สหรัฐฯ ปรับขึ้นแตะ 4.09% เป็นแรงกดดันสำคัญที่ยังถ่วงราคาทองในระยะสั้น

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :

    .

    ภาพรวมราคาทองคำยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นจากแรงหนุนทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ นโยบายการเงินที่อาจผ่อนคลายมากขึ้น และสภาวะ Risk-off ในตลาด ทำให้ทองคำได้รับสถานะ Safe Haven อย่างเต็มตัว แต่สัญญาณจากตลาดบอนด์และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอย่าง MACD เริ่มเตือนถึงความเป็นไปได้ของแรงขายทำกำไรในระยะสั้น โดยระดับ $4,200 เป็นจุดวัดใจสำคัญ หากราคายืนเหนือได้ ทรงขาขึ้นยังแข็งแรง แต่หากหลุดจะเปิดทางให้ราคาปรับลงทดสอบแนวรับลึกกว่าเดิม

    กลยุทธ์ :

    .

    กลยุทธ์หลักคือ “อย่าให้ราคาหลุด $4,200” เพราะเป็นเส้นแบ่งระหว่างภาวะขาขึ้นกับสัญญาณขายทางเทคนิค หากยืนเหนือระดับนี้ได้สามารถถือลุ้นต่อให้ราคาขึ้นทำกำไรได้ แต่ถ้าหลุดลงมาให้ระวังแรงเทขายที่จะฉุดราคาไปสู่โซนแนวรับ $4,100 / 62,800 บาท ซึ่งเป็นจุดเหมาะสำหรับคนที่รอจังหวะเข้าซื้อของถูก โดยรวมยังให้น้ำหนักขาขึ้น แต่ต้องบริหารความเสี่ยงตามสัญญาณ Technical ที่เริ่มส่งสัญญาณเตือน

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก


    stdClass Object ( [priceLogAPIId] => 1 [createDate] => 2025-12-02T10:36:31.22 [bidPrice99] => 66207 [bidPrice99Diff] => -3 [offerPrice99] => 66262 [offerPrice99Diff] => -3 [bidPrice99Lv1] => 66207 [bidPrice99Lv1Diff] => -3 [offerPrice99Lv1] => 66262 [offerPrice99Lv1Diff] => -3 [bidPrice99Lv2] => 66197 [bidPrice99Lv2Diff] => -3 [offerPrice99Lv2] => 66272 [offerPrice99Lv2Diff] => -3 [bidPrice99Lv3] => 66212 [bidPrice99Lv3Diff] => -3 [offerPrice99Lv3] => 66257 [offerPrice99Lv3Diff] => -3 [bidPrice96] => 63884 [bidPrice96Diff] => -3 [offerPrice96] => 63944 [offerPrice96Diff] => -3 [bidPrice96Lv1] => 63884 [bidPrice96Lv1Diff] => -3 [offerPrice96Lv1] => 63944 [offerPrice96Lv1Diff] => -3 [bidPrice96Lv2] => 63874 [bidPrice96Lv2Diff] => -3 [offerPrice96Lv2] => 63954 [offerPrice96Lv2Diff] => -3 [bidPrice96Lv3] => 63889 [bidPrice96Lv3Diff] => -3 [offerPrice96Lv3] => 63939 [offerPrice96Lv3Diff] => -3 [bidCentralPrice96] => 63850 [bidCentralPrice96Diff] => 0 [offerCentralPrice96] => 63950 [offerCentralPrice96Diff] => 0 [usdBuy] => 31.978 [usdBuyDiff] => 0 [usdSell] => 32.008 [usdSellDiff] => 0 [AUXBuy] => 4224.4 [AUXBuyDiff] => -0.22 [AUXSell] => 4224.88 [AUXSellDiff] => -0.2 [statusSystem] => 1 )

    ราคาทอง

    2 ธันวาคม 2568 | 10:36:31


    ประเภท รับซื้อ ขายออก
    LBMA
    99.99% (Baht)

    66,212

    -3.00

    66,257

    -3.00

    InterGold
    96.5% (Baht)

    63,889

    -3.00

    63,939

    -3.00

    สมาคมฯ
    96.5% (Baht)

    63,850

    0.00

    63,950

    0.00

    Gold Spot
    (USD)

    4,224

    -0.22

    4,225

    -0.20

    ค่าเงินบาท
    (USDTHB)

    32

    0.00

    ราคาทองคำย้อนหลัง

    ความเคลื่อนไหวกองทุนทองคำ

    2 ธันวาคม 2568 | 10:33:02


    SPDR (ton) (USD) HUI (USD)

    1,050.01

    4.58

    218.53

    0.67

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-02-dec-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qhNdiSt-RH7C76MoyG-e1

  • ‘

    นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่น ได้กล่าวต่อที่ประชุมเศรษฐกิจที่จัดโดยซาอุดีอาระเบียว่า “จงหุบปากซะ” แต่เธอไม่ได้พูดจาหยาบคายแต่อย่างใด มันเป็นคำพูดจากการ์ตูนมังงะชื่อดังเรื่องหนึ่ง

    “ฉันเข้าใจว่ามังงะและอนิเมะญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมากในซาอุดีอาระเบีย อย่างเรื่อง ‘กัปตันซึบาสะ’ ‘วันพีซ’ และ ‘ดาบพิฆาตอสูร’ ผุดขึ้นมาในใจ” ทาคาอิจิกล่าวในงานเมื่อวันจันทร์

    “แต่วันนี้ ฉันอยากจะขอยืมคำพูดที่มีชื่อเสียงจาก ‘ผ่าพิภพไททัน’ มาสรุปสุนทรพจน์ของฉัน ‘จงหุบปากซะ แล้วลงทุนทุกอย่างกับฉัน!!’” ทาคาอิจิกล่าว

    ทาคาอิจิกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม FII PRIORITY Asia 2025 ซึ่งเป็นโครงการที่แยกตัวออกมาจากโครงการ Future Investment Initiative (FII) ประจำปีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกขนานนามว่า “ดาวอสในทะเลทราย”

    ทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันในการดึงดูดการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ซึ่งหดตัวลงในไตรมาสที่สาม

    การประชุมสองวันในโตเกียวยังมีมาซาโยชิ ซอน ผู้ก่อตั้ง SoftBank ร่วมด้วย ซึ่งกล่าวว่าเขาร้องไห้กับการขายหุ้น Nvidia บริษัทชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตามรายงานของ Bloomberg News

    ซอนกล่าวว่า “ผมไม่ต้องการขายหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว ผมแค่ต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อลงทุนใน OpenAI” และโครงการอื่น ๆ “ผมร้องไห้ที่จะขายหุ้น Nvidia”

    Agence France-Presse

    Photo by JUNG Yeon-je / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/38103&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yxsHzT8kk2j4Evvx-2XG_

  • คลัง-แบงก์ชาติ ประสานนโยบาย ลุยกระตุ้นศก.ไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    คลัง-แบงก์ชาติ ประสานนโยบาย ลุยกระตุ้นศก.ไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมประสานนโยบาย เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโตระยะยาว รับมือปัญหาเชิงโครงสร้าง

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยถือว่ากินบุญเก่ามานาน เพราะที่ผ่านมา ไม่มีการลงทุนใหม่เกิดขึ้น รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกกว่า 60-70% เมื่อมีปัญหาเรื่องภาษีสหรัฐฯ เศรษฐกิจไทยจึงมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้นแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาลในช่วง 4 เดือน จึงเน้นไปที่การวางรากฐานการเติบโตให้ได้ในระยะยาว

    สอดประสานนโยบาย

    ทั้งนี้มองว่านโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง จะต้องสอดประสานกัน เพื่อเดินหน้าในการฟื้นและกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยโยบายการเงิน ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องมีอิสระในเชิงเครื่องมือ แต่ในแง่มุมของเศรษฐกิจในฐานะที่รับผิดชอบนโยบาย ทั้งกระทรวงการคลัง และ ธปท.จะต้องสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    ปรับบทบาทแก้ศก.

    ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธปท. และกระทรวงการคลัง ทำงานสอดประสานกันด้วยดีมาตลอด โดยหลังจากนี้ ธปท. จะมีการปรับบทบาท ไม่ได้ดูเพียงนโยบายการเงิน หรือด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแต่เพียงอย่างเดียว แต่พร้อมที่จะใช้เครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ขับเคลื่อนนโยบายการเงิน ควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/01/599282/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ot2BvIgh02YwNUINz65W1