Blog

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • นักศึกษาวิศวกรรมระบบราง SPU ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการรถไฟฟ้า เรียนรู้การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่ 🚝✨ – คณะวิศวกรรมศาสตร์

    นักศึกษาวิศวกรรมระบบราง SPU ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการรถไฟฟ้า เรียนรู้การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่ 🚝✨ – คณะวิศวกรรมศาสตร์

    Related Posts

    ค่าเทอมสาขา

    คณะ/สาขาวิชา ลักษณะการกู้ยืมฯ เทอม 1 ตลอด หลักสูตร
    คณะบริหารธุรกิจ
    วิศวกรรมโยธา 1 46,600 41,600 359,400
    วิศวกรรมโยธา – การจัดการงานก่อสร้าง 1 46,600 41,600 359,400
    วิศวกรรมโยธา (นอกเวลาราชการ) 1 45,600 40,600 365,900
    วิศวกรรมไฟฟ้า 2 44,600 39,600 361,400
    วิศวกรรมไฟฟ้า – ระบบควบคุมอัตโนมัติและหุ่นยนต์ 2 44,600 39,600 361,400
    วิศวกรรมไฟฟ้า (นอกเวลาราชการ) 2 38,600 33,600 370,400
    วิศวกรรมเครื่องกล 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล – เทคโนโลยีอาคาร 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล (เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่) 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล (นอกเวลาราชการ) 2 45,600  40,600 373,400
    วิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการ 2 45,600  40,600 362,000
    วิศวกรรมอุตสาหการ – การจัดการวิศวกรรม 2 45,600  40,600 362,000
    วิศวกรรมระบบราง 1 50,600  45,600 355,000

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/engineer/spusoe-re-mrta-ol/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20aJJzX8dcyJ-7z0GoxyOA

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67722/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jg09ifevvZz0x2SET6qd9

  • นร.นอกระบบ ร่วมน้อมรำลึก พระพันปีหลวง

    นร.นอกระบบ ร่วมน้อมรำลึก พระพันปีหลวง

    พระราชวงศ์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย “พระพันปีหลวง” นักเรียนการศึกษานอกระบบเข้ากราบพระบรมศพฯ ซาบซึ้งชีวิตไม่ถูกทอดทิ้ง ทรงสร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษา ช่วยคนยากจนอ่านออกเขียนได้ มีอนาคตที่ดี

    เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานในการบําเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเช้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายแด่พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเวลา 11.00 น. นายเกษม วัฒนชัย  องคมนตรี เป็นประธานในการบําเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพฯ ในการถวายภัตตาหารเพล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายแด่พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเวลา 17.00 น. และเวลา 19.00 น. นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    ในการนี้ ราชสกุลกุญชร ราชสกุลเรณุนันท์ ราชสกุลทินกร ราชสกุลวัชรีวงศ์ ราชสกุลชุมแสง ราชสกุลสนิทวงศ์ ราชสกุลนิลรัตน์ ราชสกุลอรุณวงษ์ ราชสกุลกปิตถา ราชสกุลปราโมช ราชสกุลบรรยงกะเสนา ราชสกุลอิศรเสนา ราชสกุลรังสิเสนา ราชสกุลยุคันธร ราชสกุลรัชนีกร ราชสกุลรองทรง ร่วมในการพระพิธีธรรมรับพระราชทานฉันเพล และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม

     สำหรับบรรยากาศของวันที่ 30 ของการเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางมาถึงจุดคัดกรองพื้นที่สนามหลวงตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์ เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ เบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ชัยนาท, จ.ชัยภูมิ, จ.ชุมพร, จ.เชียงราย, จ.ศรีสะเกษ, ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท, หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก, คณะนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง, ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP พร้อมด้วย น.ส.สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา, น.ส.นุชรี อยู่วิทยา  กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ TCP พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน, มูลนิธิพึ่งตนเพื่อชาติ, เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงเรียนนวมินทราชินูทิศสตรีวิทยาพุทธมณฑล, โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์, โรงแรมเซ็นทารา  วอเตอร์เกต พาวิเลียน กรุงเทพฯ, ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก, กรมพลาธิการทหารบก เป็นต้น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

    วันเดียวกัน นายการ์โลส รามิโร มาร์ติเนซ อัลบาราโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐกัวเตมาลา พร้อมด้วย นางชีร์เลย์ เดนนิเซ อากิลาร์ บาร์เรรา เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐกัวเตมาลาประจำประเทศไทย และคณะ เดินทางเข้าถวายราชสักการะพระโกศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โอกาสนี้ นายการ์โลส รามิโร มาร์ติเนซ อัลบาราโด ลงนามในสมุดหลวงถวายความอาลัย ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ทิศตะวันออก

    นางชิดชนก กังแฮ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า วันนี้นำคณะ สกร.ระดับอำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ประกอบด้วยบุคลากร ครู  และผู้เรียนเป็นนักศึกษาระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 120 คน มากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง และน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนที่อยู่รากหญ้า ทรงส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเรียนรู้ในชุมชน เพื่อเติมเต็มความรู้ให้อ่านออกเขียนได้ และนำความรู้ไปประกอบอาชีพ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรือการศึกษานอกระบบ (กศน.) เดิมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเข้ามาเรียนรู้ ซึ่ง สกร.ระดับอำเภออู่ทองจะสืบสาน  รักษา ต่อยอดแนวพระราชดำริด้านการศึกษาอย่างสุดความสามารถ

    “สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระเมตตา มองเห็นพสกนิกรเป็นครอบครัวของพระองค์ ไม่แบ่งชนชั้น ชนชาติ ทรงปรารถนาให้ลูกๆ ของพระองค์มีความสุข อ่านออกเขียนได้ เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดพึ่งพาตัวเอง สกร.ระดับอำเภออู่ทองมีผู้เรียนทั้งหมด 600 คน เป็นเยาวชนยากจน บางคนต้องทำงานเลี้ยงดูครอบครัว พ่อแม่ อีกส่วนช่วงวัยเรียนเกิดความผิดพลาดในชีวิต หลงผิด เมื่อคิดได้อยากกลับเข้าสู่การศึกษาอีกครั้ง เพื่อนำความรู้มาพัฒนาตัวเอง ศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ ให้โอกาสตัวเอง เราได้เติมเต็มความรู้แก่เยาวชนและประชาชน นอกจากวันนี้ สกร.ระดับอำเภออู่ทองจะนำคณะผู้เรียน ในส่วนประชาชนที่รับบริการฝึกอาชีพ  โดยเฉพาะผ้าทอชุมชน เน้นส่งเสริมฝึกฝนอาชีพผ้าทอ เป็นมรดกภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภออู่ทอง ประกอบด้วยลาวเวียง ไทยทรงดำ ลาวครั่ง ไทยจีน ไทยพื้นถิ่น มีกลุ่มทอผ้าใช้เอง เราไปส่งเสริมอาชีพตามแนวพระราชดำริพระพันปีหลวง พัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้” นางชิดชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    น.ส.พิจักขณา นาคแท้ นักศึกษา สกร. ระดับอำเภออู่ทอง จ.สุพรรรณบุรี อายุ 20 ปี กล่าวว่า ครอบครัวขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน ทำให้ตนต้องพักการเรียน แต่การศึกษาสำคัญจึงสมัครเรียนการศึกษานอกระบบ ปัจจุบันตนเป็นนักศึกษาระดับมัธยม ตั้งใจเรียนตามหลักสูตรเพื่อพัฒนาตัวเอง และได้ร่วมฝึกอบรมหลากหลายตามที่สนใจ ทั้งการทำเบเกอรี่ เครื่องดื่ม การทำจักสาน รวมถึงไปเรียนรู้การปลูกผักในสวนผักปลอดสารพิษของท้องถิ่น เพื่อนำความรู้กลับไปประกอบอาชีพ หากสำเร็จการศึกษาจะได้รับคุณวุฒิทางการศึกษา สามารถนำไปใช้ในการสมัครงาน ทำให้มีอนาคตหน้าที่การงานที่ดีขึ้น

    ทั้งนี้ วันที่ 29 ของการเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีจำนวน 9,346 คน ยอดรวมสะสมตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. – 7 ธ.ค. 68 จำนวนทั้งสิ้น  244,923 คน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/911204/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0K_riiQqzT03fC4R4fpikh

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผนึกชุมชนพุนพิน วางโมเดลพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เขาศรีวิชัย”

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผนึกชุมชนพุนพิน วางโมเดลพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เขาศรีวิชัย”

    การศึกษา

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผนึกชุมชนพุนพิน วางโมเดลพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เขาศรีวิชัย”

    วันจันทร์ ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.38 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาย บุญคงมาก รองคณบดีคณะนิติศาสตร์, รองศาสตราจารย์สิทธิกร ศักดิ์แสง, อาจารย์ทศพร จินดาวรรณ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์จุไรพร ชีพประสพ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรอุมา วงศ์เจริญ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูภณัช รัตนชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และนายเทพพร ฉิมพิมล นักวิชาการโสตทัศนศึกษา จัดทำโครงการห้องเรียนวิศวกรสังคม (ห้องเรียนชุมชน) ภาคเรียนที่ 2/2568 ภายใต้กิจกรรม “มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเขาศรีวิชัย ณ บ้านหัวเขา หมู่ 1 ตำบลศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการสร้างบันไดขึ้นไปยังโบราณสถานเขาศรีวิชัย และจัดทำพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุจำลองให้กับวัดเขาศรีวิชัย เพื่อให้ชุมชนต่อยอดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อไป โดยเชิญวิทยากรจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) นายจารุวัฒ เต็มไพโรจน์ นิติกรชำนาญการ เพื่อให้ข้อมูลในด้านข้อกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ รวมถึงนายไกรสิทธิ์ ประกอบพร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และนายธนวัฒน์ ทองคลองไทร ปราชญ์ชาวบ้านด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ข้อมูลในเชิงพื้นที่ โดยมีพระสามารถ ฐานิสสโร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาศรีวิชัย และพี่น้องชาวบ้านเข้าร่วมรับฟังได้เกิดความเข้าใจและทุกท่านพร้อมที่จะร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามเป้าประสงค์ต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/457832&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PY2qWcBkII3ig-u2CrI6G

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนสฯ สนับสนุนภารกิจมูลนิธิกระจกเงา ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 5 หมื่นบาท

    มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนสฯ สนับสนุนภารกิจมูลนิธิกระจกเงา ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 5 หมื่นบาท

    มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนสฯ สนับสนุนภารกิจมูลนิธิกระจกเงา ช่วยเหลือผู้ประสบ. ฟังข่าว. มูลนิธิฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) นำโดย มร.มาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน มูลนิธิฟูจิฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/energy-sustainability/115548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rACdibvu98bWHvaa9n6KK

  • จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

    จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

    จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น


    8/12/2568 | 67 |

    จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

         นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ บริเวณถนนท่ากว๊าน (บริเวณหน้าโรงแรมชายกว๊าน) เพื่อยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนให้กลายเป็นย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Walk and Wonder – เปิดเฮือน เตวย่าน เล่าขานความภักดี พระพันปีหลวง” มุ่งเน้นการนำเสนอเอกลักษณ์ของย่านท่ากว๊าน วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
         ภายในงานดังกล่าว มีการจัดนิทรรศการสร้างสรรค์ การสาธิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง กิจกรรมเดินชมย่านสร้างสรรค์ (Creative Street Walk) รวมถึงโซนสินค้าผู้ประกอบการชุมชน และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้เหมาะกับทุกช่วงวัย จังหวัดพะเยามุ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และต่อยอดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในอนาคต


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/452164&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uB2TitbUd-obgieqXReC8

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6