Blog

  • กรมพัฒนาธุรกิจฯ ย้ำงานแฟรนไชส์ฯ ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    กรมพัฒนาธุรกิจฯ ย้ำงานแฟรนไชส์ฯ ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ สร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้เป็นประธานเปิดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสสร้างอาชีพและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตสูง

    เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจจากส่วนกลางสู่ภูมิภาคสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดท้องถิ่น นำแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม บริการและความงาม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้เลือกสรรแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับความสนใจและศักยภาพของตนเอง พร้อมเจรจาซื้อขายธุรกิจได้โดยตรงกับเจ้าของแฟรนไชส์ (Business Matching) พร้อมโปรโมชันส่วนลดแพ็กเกจแฟรนไชส์สูงสุด 30 % เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ว่างงานและผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถเข้าถึงการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่มาร่วมออกบูธให้คำแนะนำและสนับสนุนเงินทุน พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน โปรโมชันและส่วนลดแฟรนไชส์ราคาพิเศษเฉพาะภายในงานอีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4,149 แบรนด์ โดยเป็นแฟรนไชส์ไทยจำนวน 686 แบรนด์และธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ รวมทั้งสิ้น 571 แบรนด์ ผลการเจรจาธุรกิจซื้อแพ็กเกจภายใน 1 ปียอด 114,203,673 บาท สั่งซื้อแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4,313,900 บาท ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953 อีเมล franchisedbd@gmail.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2908613&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S2HPmlK06wmeeZguTbvPp

  • โซเชียลแห่ชื่นชม! ‘ตำรวจช่าง’ แก้เหตุระทึก ช่วยหยุดรถเมล์เบรกไม่อยู่ไว้ได้ในเสี้ยววินาที | เดลินิวส์

    โซเชียลแห่ชื่นชม! ‘ตำรวจช่าง’ แก้เหตุระทึก ช่วยหยุดรถเมล์เบรกไม่อยู่ไว้ได้ในเสี้ยววินาที | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 69 สมาชิกผู้ใช้แอปพลิเคชันติ๊กต็อก bikerridert3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ระทึกขณะเข้าช่วยเหลือรถโดยสารประจำทางที่เกิดปัญหาเบรกขัดข้อง พร้อมระบุแคปชันว่า “เมื่อรถเมล์เบรกไม่อยู่ แต่ตำรวจช่างเอาอยู่ เมื่อรถเมล์เบรกไม่อยู่ ตำรวจช่างช่วยได้! ติดตามเหตุการณ์เมื่อรถเมล์เบรกไม่อยู่ แต่ตำรวจช่างเข้ามาจัดการอย่างมืออาชีพ! #ตำรวจช่าง #จราจรโครงการพระราชดำริ”

    ในคลิปปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจช่างจราจรโครงการพระราชดำริ พยายามช่วยกันควบคุมสถานการณ์และหาทางหยุดรถเมล์คันดังกล่าว แม้ระหว่างปฏิบัติการสลิงที่ใช้ลากรถจะขาด แต่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างมีสติและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ก่อนจะสามารถพารถเมล์เข้าจอดชิดข้างทางได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายร้ายแรง

    ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่างจราจรโครงการพระราชดำริ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ความเสียสละ และการตัดสินใจที่รวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนการทำงานของตำรวจที่ยืนหยัดดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง.

    @bikerridert3 เกือบไปแล้ว สลิงรถลากหลุด รถเมล์ไม่มีเบรกแล้ว #ตำรวจช่าง #ตํารวจจราจรโครงการพระราชดําริ ♬ เสียงต้นฉบับ – Biker rider T

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5513642/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MVHauBBVccHOnLpBnTgT1

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    11

    ascw

    สมุทรสงคราม///ชาวรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายบังคับพักรถทุก 4 ชั่วโมง

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ

    ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ

    ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ปักหมุดจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม     แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 ยกขบวนผู้ประกอบการแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ชั้นนำพบปะ   นักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจ หวังเปลี่ยน ‘คนว่างงาน’ เป็น ‘เจ้าของกิจการ’ พร้อมอัดโปรโมชันพิเศษและแหล่งเงินทุนครบวงจร พบกันได้ที่งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 @ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่
    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาส       สร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่   ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตสูง
    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจจากส่วนกลาง          สู่ภูมิภาค และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดท้องถิ่น โดยยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และความงามฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้เลือกสรรแฟรนไชส์ที่เหมาะสม       กับความสนใจและศักยภาพของตนเอง พร้อมเจรจาซื้อขายธุรกิจได้โดยตรงกับเจ้าของแฟรนไชส์ (Business Matching) พร้อมโปรโมชันส่วนลดแพ็กเกจแฟรนไชส์สูงสุด 30 % เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ว่างงานและผู้ที่ต้องการ        มีธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถเข้าถึงการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่มาร่วมออกบูธให้คำแนะนำและสนับสนุนเงินทุน พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน โปรโมชั่นและส่วนลดแฟรนไชส์ราคาพิเศษเฉพาะภายในงานอีกด้วย
    “โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์และประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่        และพื้นที่ใกล้เคียงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
    ปัจจุบัน มีแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4,149 แบรนด์ โดยเป็นแฟรนไชส์ไทย จำนวน 686 แบรนด์ และธุรกิจ   แฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ รวมทั้งสิ้น 571 แบรนด์
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : [email protected]
    #SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/933505/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DGd9uQO4Mtx-zFIm_PcZr

  • คบ.นฤบดินทรจินดา ร่วมเปิดเทศกาล “นฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจชุมชนปราจีนบุรี

    คบ.นฤบดินทรจินดา ร่วมเปิดเทศกาล “นฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจชุมชนปราจีนบุรี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/123761&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-IymNTbqiRytl1TIVbCNq

  • พิพัฒน์ นำทัพ ภูมิใจไทย ปราศรัยสงขลาเขต 6 คนแห่ฟังกว่า 2,500 ชูถนน

    พิพัฒน์ นำทัพ ภูมิใจไทย ปราศรัยสงขลาเขต 6 คนแห่ฟังกว่า 2,500 ชูถนน

    วันนี้ (18 มกราคม) เวลา 13.30 น. พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดสงขลา ท่ามกลางประชาชนกว่า 2,500 คน ที่เดินทางมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก ณ โรงเรียนบ้านม่วง เขตเลือกตั้งที่ 6 ครอบคลุมอำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา สะท้อนกระแสตอบรับเชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อพรรคภูมิใจไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยร่วมเวที ได้แก่ อนุกูล ปรึกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส. เขต 6 เบอร์ 3 และ สรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 2

    พิพัฒน์ กล่าวปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการถนนและถนนวงแหวนหาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา พร้อมย้ำว่า นโยบายเศรษฐกิจที่เข้าถึงประชาชน เช่น “คนละครึ่ง พลัส” ยังคงเป็นนโยบายที่ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้กลับมาอีกครั้ง สะท้อนจากเสียงตอบรับบนเวทีปราศรัย

    บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อประชาชนพร้อมใจกันส่งเสียงเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาพบปะประชาชนในพื้นที่ และลงพื้นที่เดินตลาดในเขตเลือกตั้งที่ 6 ด้วยตนเอง

    พิพัฒน์ ยังกล่าวถึงเหตุผลในการสนับสนุน อนุกูล ปรึกษานุศักดิ์ ว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีพื้นฐานจากภาคธุรกิจ ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองแบบเดิม เนื่องจากนักธุรกิจเข้าใจการบริหารงบประมาณ รู้วิธีสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถผลักดันงบประมาณจากกระทรวงต่าง ๆ มาพัฒนาพื้นที่อำเภอสะเดาและคลองหอยโข่งได้อย่างแท้จริง

    “หน้าที่ของ สส. ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องรู้ว่าจะพูดอย่างไรให้กระทรวงหันมามองพื้นที่เรา และนำงบประมาณมาพัฒนาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้จริง” พิพัฒน์ กล่าว

    ช่วงหนึ่งของการปราศรัย พิพัฒน์ ย้ำว่า อายุไม่ใช่อุปสรรคของการทำงานทางการเมือง สิ่งสำคัญคือหัวใจและความตั้งใจ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกผู้แทนที่พร้อมทำงานจริงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เบอร์ 37 เพื่อร่วมกันพัฒนาตำบล อำเภอ และจังหวัดสงขลาให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน


    เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/phiphat-bhumjaithai-songkhla-roads-economy/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20Xz_oC4l4FGKUcyQKXyVa

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ascw

    22222

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    บ้านเอื้อพร ชุมพร เปิดพื้นที่ปลอดภัย ดูแลเด็กด้อยโอกาสและคุณแม่วัยใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • “สุดารัตน์” ชวนพรรคการเมืองเซ็นต์สัญญา “ไม่โกง” ดันวาระแห่งชาติ

    “สุดารัตน์” ชวนพรรคการเมืองเซ็นต์สัญญา “ไม่โกง” ดันวาระแห่งชาติ

    “สุดารัตน์” ชวนพรรคการเมืองเซ็นต์สัญญา “ไม่โกง” ดันวาระแห่งชาติ

    “สุดารัตน์” ชวนทุกพรรคเซ็นสัญญาประชาคม “ไม่โกง” เพื่อปลุกกระแสปราบโกงวาระแห่งชาติ ลั่นใครโกง ให้อำนาจ”ประชาชน” ไล่ออกทันที พรรคไหนไม่เซ็นต์ประชาชนอย่าเลือก!

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่เดินหาเสียงในย่านเศรษฐกิจจังหวัดอุบลราชธานี พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน เพื่อขอคะแนนเสียงให้ครูอ๊อฟ วิศรุต สวัสดิ์วร ผู้สมัคร สส. เขต 1 หมายเลข 4 พรรคไทยสร้างไทย

    ท่ามกลางบรรยากาศการพูดคุยถึงปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยประชาชนสะท้อนตรงกันว่าค่าครองชีพสูง รายได้ลดลง และต้นตอสำคัญมาจากการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในระบบการเมืองและราชการ

    ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศจุดยืนให้การปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งจะสนับสนุนการให้อำนาจประชาชน 50,000 ราย สามารถถอดถอนนักการเมืองที่โกงชาติ  ไม่ว่าจะเป็นนายก, รัฐมนตรี,สส., สว., และองค์กรอิสระ, ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต“  ถ้าโกง คนเหล่านี้ต้องหลุดจากตำแหน่งโดยน้ำมือของประชาชน โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการเปิดเผยงบประมาณแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความโปร่งใสและปิดช่องทางการทุจริตอย่างเป็นระบบ

    คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำด้วยว่าคนไทยถูกโกงเงินจากคอร์รัปชันปีละกว่า 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศยากจนและด้อยพัฒนา แม้งบประมาณแผ่นดินจะเพิ่มขึ้นเกือบ 4 ล้านล้านบาทต่อปี แต่กลับไม่ถูกนำไปยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

    พร้อมย้ำว่าหากไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีอย่างยาวนาน ซึ่งOECD ได้ประเมินว่าการ คอรัปชั่นของไทย ทำให้ GDP ของประเทศหดหายไปถึง 3% ต่อปี

    หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ย้ำเจตจำนงที่แน่วแน่ในการสร้างการเมืองสุจริต แต่วันแรกที่เข้าสู่การทำงานการเมือง เคยคุมงานกระทรวงใหญ่ที่สำคัญมาแล้ว 4 กระทรวง คุมงบประมาณมากว่า 1 ล้านล้าน โดยไม่มีการทุจริต

    “ดิฉันมีประสบการณ์รู้ว่าจะป้องกันการโกงได้อย่างไร นอกจากนี้ดิฉันไม่โกง ดิฉันสามารถป้องกันไม่ให้คนอื่นมาโกงชาติได้ด้วย”

    นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังชูนโยบายรื้อโครงสร้างรัฐราชการ ด้วยการพักใช้ใบอนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน 1,000 ฉบับ ปฏิวัติการศึกษาให้เรียนฟรีจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 18 ปี และดูแลคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ผ่านคูปองสร้างเด็กไทย และบำนาญประชาชน เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และนำประเทศไทยกลับสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในการเลือกตั้งปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/736651&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V4wUnSrd07_ym9eMVvEd7

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    02

    9

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    บ้านเอื้อพร ชุมพร เปิดพื้นที่ปลอดภัย ดูแลเด็กด้อยโอกาสและคุณแม่วัยใส

    คุณหญิงกัลยา คนสีคิ้ว ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บเครนทับรถไฟ ชี้รัฐต้องคุมความปลอดภัยเข้ม–เร่งหาคนรับผิดชอบ

    กองทัพเรือ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วงจรปิดจับนาทีรถไฟพุ่งชนกระบะ ดับ 1 เจ็บ 1 กลางสะเดา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • อาจารย์เชน ตอบทุกคำถามปม ‘กาสิโน-สแกมเมอร์’ เพื่อไทยเอายังไง

    อาจารย์เชน ตอบทุกคำถามปม ‘กาสิโน-สแกมเมอร์’ เพื่อไทยเอายังไง

    “ศ.ดร.ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์การศึกษา ม.มหิดล ชูเป้าไทยไร้จน-ประเทศรายได้สูง ตอบทุกคำถามจากนักศึกษา “กาสิโน-สแกมเมอร์” ลั่นพร้อมชนเต็มที่ ไม่เอาเด็ดขาด ปัญหาชายแดนจะตอบโต้ตามสัดส่วน รักษาอธิปไตยสำคัญที่สุด  ย้ำไม่ฝืนดัน “เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ในวันที่ประชาชนยังคัดค้าน

    18 ม.ค. 2569  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “นโยบายด้านการศึกษา ยกระดับวิจัยและนวัตกรรมไทย” ซึ่งเป็นการกลับมาครั้งแรกหลังจากลาออกจากรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568 เพื่อมาลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

    โดย ศ.ดร.ยศชนัน เริ่มต้นว่า พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High Income Country) โดยเน้นย้ำเรื่องการสร้างความมั่งคั่งที่กระจายสู่ทุกกลุ่ม ผ่านทฤษฎีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Growth)

    ชูนวัตกรรมพลิกโฉมประเทศ-สร้างโรงเรียนเกรดเอทุกจังหวัด

    ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรารับเทคโนโลยีจากต่างชาติมาโดยตลอด จุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยคือการสร้างบุคลากรที่รองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ หากจะผลิตสินค้าขายคน 60 ล้านคนก็ต้องทำ แต่บทบาทภาครัฐต้องดูแลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์และกายภาพควบคู่กันไป รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนการวางรากฐานการศึกษานั้น ควรมีโรงเรียนคุณภาพระดับเกรดเอในแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดให้คนรุ่นใหม่สามารถทำงานและเติบโตในจังหวัดบ้านเกิดของตนเองได้

    โต้ครหาทิ้งงานวิจัย-ย้ำเจตนารมณ์นักบริหาร

    ในประเด็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเปิดใจว่า “หลายคนพยายามบอกว่า วันนี้เราได้นักการเมืองห่วยๆ มาคนหนึ่งชื่อ ยศชนัน แต่เสียนักวิจัยที่ดีไป ซึ่งต้องบอกว่าไม่จริง นักศึกษาและอาจารย์หลายคนในที่นี้เก่งกว่าผมทั้งนั้น สิ่งนี้ทำให้ผมมองว่า จริงๆ แล้วเราขาดคนเข้าใจในระดับบริหารประเทศที่จะนำผลงานเหล่านี้ออกไปสร้างมูลค่า ทำอย่างไรให้ประเทศดีขึ้น รวยขึ้น และสร้างโอกาสให้อาจารย์รุ่นน้องก้าวไปข้างหน้าได้ วันนี้เมื่อมีโอกาส ผมจึงต้องทำ จิตวิญญาณความเป็นนักวิจัยไม่เคยเปลี่ยน แต่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ”

    แก้จนด้วย AI-ดูแลกลุ่มเปราะบางไม่ใช่ประชานิยม

    ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำถึงบทบาทของ AI ที่จะเข้ามาเชื่อมโยงด้านสุขภาพและเป้าหมาย “คนไทยไร้จน” โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและคนพิการ ซึ่งมักเป็นภาระหนักของครอบครัว รัฐบาลต้องรู้พิกัดผู้ป่วยและให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าดูแล โดยเสนอมาตรการเติมเงิน 3,000 บาท ซึ่งไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากอยากให้ประเทศร่ำรวย เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ต้องได้รับการดูแล ใครไม่ทำ เราจะทำแน่นอน

    สำหรับความกังวลเรื่อง AI แย่งงาน ศ.ดร.ยศชนัน มองว่า AI เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการพัฒนาทักษะคนทั้งระบบ (Reskill/Upskill) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องทำงานตรงสายที่เรียนจบ แต่สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ หากระบบนิเวศนวัตกรรมดีขึ้น ปัญหาการจ้างงานจะหมดไป

    ระบบสาธารณสุขและคมนาคมที่เท่าเทียม

    ในด้านสาธารณสุข หากพื้นที่ใดบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ต้องใช้เทคโนโลยี Telemedicine เข้ามาช่วย พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาให้ลูกหลานในพื้นที่ได้เรียนแพทย์ เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ส่วนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และรถเมล์ติดแอร์นั้น ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า คนต่างจังหวัดจ่ายภาษีเหมือนคนกรุงเทพฯ ดังนั้นการพัฒนาระบบรางและการเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม

    ดึงความเชื่อมั่นตลาดทุน-เศรษฐกิจต้องแข็งแกร่ง

    เมื่อถามถึงแนวทางบริหารหากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงตลาดทุนว่า ความน่าเชื่อถือต้องมาก่อน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ต้องมีรายได้จากต่างประเทศด้วย ไม่ใช่พึ่งพาแค่เศรษฐกิจในประเทศ หากเศรษฐกิจไทยต่ำ ย่อมกระทบทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำคือแก้ทั้งระบบ สร้างความน่าเชื่อถือ และดึงความเชื่อมั่นจากต่างประเทศกลับมาสู่การลงทุน

    จุดยืน “เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” : ไม่เอาเทา-ถ้าประชาชนค้านพร้อมถอย

    ต่อข้อซักถามเรื่อง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า การโจมตีว่าเราสนับสนุนกาสิโนนั้นไม่เป็นความจริง โดยธรรมชาติแล้วพรรคไม่สนับสนุนการพนันออนไลน์หรือธุรกิจสีเทา แต่แนวคิดเรื่องเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนกาสิโนเพียงเล็กน้อยและต้องมีการควบคุมเข้มงวด

    “เรื่องสีเทา เรื่องคอร์รัปชัน เราไม่เอา การมองหน้าผมแล้วนึกถึงกาสิโนนั้นไม่แฟร์ ผมมาจากสายวิชาการ ทำอาชีพสุจริต หากประชาชนไม่สบายใจเพราะกังวลเรื่องสแกมเมอร์หรือปัญหาสังคม เราจะไม่ฝืนทำ คราวที่แล้วเราคิดมากแต่ก็ไม่ได้ทำต่อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้องฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนไม่ให้ทำ ก็ไม่ทำ”

    มาตรการชายแดน : ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

    ส่วนปัญหาความมั่นคงชายแดนและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ศ.ดร.ยศชนัน มีท่าทีชัดเจนว่า “ปัญหากัมพูชาคือแหล่งสแกมเมอร์ เมื่อปราบจากที่หนึ่งก็ย้ายไปอีกที่หนึ่ง สงครามรูปแบบใหม่นี้จะหมดไปต้องปราบให้ครบวงจร”

    สำหรับปัญหาการกระทบกระทั่งชายแดน ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า “หากยิงมาก็ยิงกลับ” โดยเน้นย้ำเรื่องการรักษาอธิปไตยเป็นสำคัญ ได้มีการหารือกับฝ่ายทหารแล้วว่าต้องการงบประมาณเพื่อรักษาชีวิตกำลังพล การตอบโต้ต้องไม่วู่วามแต่ต้อง “ได้สัดส่วน” และคนในพื้นที่ต้องปลอดภัย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อลดความเสี่ยงในการส่งทหารเข้าไปในพื้นที่อันตราย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/933255/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1figW_emvlOr_qX_JPAaBV