Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ภูมิใจไทย ยัน 5 เสียงพรรคเศรษฐกิจ – ประชาธิปไตยใหม่ และพรรคใหม่ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี

    ภูมิใจไทย ยัน 5 เสียงพรรคเศรษฐกิจ – ประชาธิปไตยใหม่ และพรรคใหม่ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2913831&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ic_1jQ07W4bAnFm5fMIVa

  • กระทรวง อว. โดย สอวช. และ UNDP จับมือขับเคลื่อนนวัตกรรมนโยบาย ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย 

    กระทรวง อว. โดย สอวช. และ UNDP จับมือขับเคลื่อนนวัตกรรมนโยบาย ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย 

    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ลงนามความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมนโยบาย ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวของประเทศไทย โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. และ Ms. Niamh Collier-Smith ผู้แทน UNDP ประจำประเทศไทย เป็นผู้กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงาน ณ ห้องประชุมหว้ากอ 2 สอวช.

    ดร.สุรชัย กล่างถึงบทบาทของ สอวช. ที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่ง และมีคณะรัฐมนตรีจากหลายกระทรวง รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนเข้าร่วม โดยสภานโยบายจะมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ความร่วมมือในครั้งนี้จึงสะท้อนความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ นวัตกรรม และแนวปฏิบัติในระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การพัฒนาระยะยาวของประเทศไทย ภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือในประเด็นสำคัญหลายด้าน และจะช่วยให้ขยายผลการดำเนินงานเดิม พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ และเร่งสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

    ความร่วมมือนี้จะมุ่งเน้น 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1) นวัตกรรมนโยบาย 2) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 3) การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและความยืดหยุ่น 4) การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมและการพัฒนาทักษะแรงงานสีเขียว และ 5) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างครอบคลุม ภายใต้ความร่วมมือนี้ทั้งสองหน่วยงานจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ร่วมออกแบบแนวทางดำเนินงาน และระดมความเชี่ยวชาญและเครือข่าย เพื่อส่งเสริมเส้นทางการพัฒนาในระยะยาวของประเทศร่วมกันต่อไป

    ด้าน Ms. Niamh Collier-Smith ผู้แทน UNDP ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง UNDP และ สอวช. จะเสริมสร้างการลงทุนของประเทศไทยในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนเรื่องที่สำคัญของประเทศไทย มีการนำนวัตกรรมมาสร้างการทำงานที่มีผลเชิงบวกต่อผู้คนและโลก และยังมุ่งสนับสนุนให้ประชาชนสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีช่วยลดช่องว่างในด้านความเหลื่อมล้ำได้

    ความร่วมมือในครั้งนี้จะตอบโจทย์การทำงานผ่านความร่วมมือในโครงการต่าง ๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การเติบโตที่ครอบคลุม และความครอบคลุมทางสังคม รวมถึงการทำงานผ่านแพลตฟอร์มนวัตกรรมนโยบายอย่าง Thailand Policy Lab (TP Lab) ซึ่งจัดตั้งร่วมกันระหว่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและ UNDP โดยมีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ สอวช. ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของ TP Lab ในด้านการออกแบบนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยให้เกิดการพัฒนานโยบายและบริการสาธารณะที่ตอบโจทย์ มีข้อมูลรองรับ และเท่าทันอนาคต โดย สอวช. และ UNDP จะร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ควบคู่กับการสร้างความสามารถในการปรับตัว เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/998518&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ajoVRUNx1mBE-r-gUnCsN

  • ชื่นชมความซื่อสัตย์พนักงานเซเว่นฯ ทำดี พบลอตเตอรี่ถูกรางวัล รีบตามหาเจ้าของและนำส่งคืนเจ้าของทันที – บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)

    ชื่นชมความซื่อสัตย์พนักงานเซเว่นฯ ทำดี พบลอตเตอรี่ถูกรางวัล รีบตามหาเจ้าของและนำส่งคืนเจ้าของทันที – บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)

    ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น สาขา ศรีสมเด็จ (NEL 12136) จังหวัดร้อยเอ็ด เกิดเหตุลูกค้าทำ ” ลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัล ” ตกหล่นบริเวณเคาน์เตอร์แคชเชียร์โดยไม่รู้ตัว ในขณะนั้น คุณวัลยา ใสสานัง ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน กำลังปฏิบัติการหน้าร้านสาขา และสังเกตเห็นลอตเตอรี่ตกค้างอยู่บนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ จึงเก็บรักษาไว้และประสานผู้จัดการร้าน เพื่อตรวจสอบดูกล้องวงจรปิด จนสามารถยืนยันว่าเป็นของลูกค้าที่เพิ่งออกจากร้านไป

    วันต่อมาลูกค้ากลับมาตามหาลอตเตอรี่ที่ร้าน ตรวจสอบยืนยันการเป็นเจ้าของจริงจากภาพกล้องวงจรปิด จึงได้ส่งมอบลอตเตอรี่ให้กับลูกค้าไป ลูกค้ากล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ บอกว่า “ เป็นของสำคัญมาก และทำใจไว้แล้วว่าไม่น่าจะได้คืน ”

    คุณวัลยา กล่าวว่า “ ดีใจมากค่ะที่ได้คืนของให้ลูกค้า เพราะมันไม่ใช่ของเรา เราก็อยากให้เจ้าของเขาได้คืน จะได้ไม่เสียใจ หนูเชื่อว่าการทำดีช่วยให้เราอิ่มใจค่ะ เมื่อเห็นเขามีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วยค่ะ ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cpall.co.th/dna-goodness-24hrs/a-winning-lottery-ticket-has-been-found-find-the-owner-immediately/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EWVRYl2GnqIyIfRXImxof

  • “เสนาฯ” ร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่ เปิด “เสนา พารค์แกรนด์ รามอินทรา 2” ให้นิสิตสถาปัตย์ จุฬาฯ 150 คน ดูงาน เชื่อมห้องเรียนกับสนามจริง

    “เสนาฯ” ร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่ เปิด “เสนา พารค์แกรนด์ รามอินทรา 2” ให้นิสิตสถาปัตย์ จุฬาฯ 150 คน ดูงาน เชื่อมห้องเรียนกับสนามจริง

    กรุงเทพฯ, วันที่ 20 ก.พ. – นางสาวศรีวรัตน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาโครงการ และผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยนายพงษ์พันธ์ โตเนียม ผู้อำนวยการ สำนักบริหารโครงการแนวราบ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดโครงการ “เสนา พาร์ค แกรนด์ รามอินทรา 2 (SENA PARK GRAND RAMINDRA 2)” ให้การต้อนรับ ผศ.ดร.เทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร คณะอาจารย์ และนิสิตชั้นปีที่ 1 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายวิชาวัสดุและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม กว่า 150 คน เข้าศึกษาดูงานภาคสนาม เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจกระบวนการก่อสร้างในแต่ละระยะจากไซต์งานจริง ตั้งแต่งานโครงสร้าง ระบบงานวิศวกรรม ไปจนถึงรายละเอียดงานสถาปัตยกรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การออกแบบและเขียนแบบก่อสร้างอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับการปฏิบัติจริง ซึ่งสะท้อน Core Value ขององค์กรในด้าน Knowledge Sharing ที่ให้ความสำคัญกับการแบ่งปันองค์ความรู้จากภาคธุรกิจสู่สถาบันการศึกษา เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่สู่ภาควิชาชีพด้านสถาปัตยกรรมและอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน

    โครงการ “SENA PARK GRAND RAMINDRA 2” เป็นบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมภายใต้แนวคิด ‘Live Green, Stay Grand’ ตั้งอยู่ใน Green District ที่ใหญ่ที่สุดบนถนนรามอินทรา ภายใน SENA Park Avenue โดดเด่นด้วย Private Park กว่า 10 ไร่ ผสานพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เข้ากับ SENA Park Residences และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย โครงการนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเสนาในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยรายแรกที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับบ้านทุกหลังในทุกโครงการ และต่อยอดสู่แนวคิด “บ้านพลังงานเป็นศูนย์” (SENA Zero Energy House) พร้อมยกระดับสู่โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมรายแรกที่ติดตั้ง Solar Cell ขนาด 7 kW ควบคู่แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนคุณภาพสูงครบทุกหลัง ช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 85% รองรับการใช้พลังงานสะอาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง* และเตรียมความพร้อมสำหรับ EV Charger ในทุกหลัง ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวทางการออกแบบที่ผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างลงตัว ทำให้การใช้ชีวิตแบบ Low Carbon เป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจทั้งความคุ้มค่าและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

    การเปิดไซต์ก่อสร้างจริงในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการเยี่ยมชมทั่วไป แต่เป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่ประสบการณ์ภาคสนาม ให้นิสิตได้เห็นภาพกระบวนการทำงานจริง เข้าใจรายละเอียดเชิงโครงสร้างและวัสดุ รวมถึงการบูรณาการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ากับงานสถาปัตยกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ต้องคำนึงถึงผู้อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กัน

    เสนายังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่สู่ภาควิชาชีพด้านสถาปัตยกรรมและอสังหาริมทรัพย์ ด้วยความเชื่อว่าการสร้างอนาคตที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการหล่อหลอมองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ในวันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/279302&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ojivt0BDmrfDXWzLUOawn

  • เปิดตัว Micron 9650 SSD รุ่นใหม่ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซ PCIe 6.0 ตัวแรกของโลก เร็วแรงระดับ …

    เปิดตัว Micron 9650 SSD รุ่นใหม่ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซ PCIe 6.0 ตัวแรกของโลก เร็วแรงระดับ …

    KODAK กลับมาอีกครั้ง รอบนี้ไม่ได้ทำฟิล์ม แต่ทำ SSD M.2 PCIe 3.0 บน PC เน้นความอึดถึกทน อ่านเขียน 900 TBW ก็ไม่พัง · ความเร็วการอ่าน 28 GB/s หรือ 28,000 MB/s มากกว่าเดิมเท่านึง …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://droidsans.com/micron-9650-ssd-pcie-6/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1or_d8Q5YcmkxpOPoTHDWK

  • ประวัติ “ศุภชัย ใจสมุทร” ผงาดขึ้นแท่นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลอนุทิน

    ประวัติ “ศุภชัย ใจสมุทร” ผงาดขึ้นแท่นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ ศุภชัย ใจสมุทร ลูกหม้อพรรคภูมิใจไทย อดีตที่ปรึกษาประธานสภา “ชัย ชิดชอบ” บิดา “เนวิน” จากเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สะพัดเตรียมขึ้นสู่ว่าที่ รมว.ยธ.

    วันที่ 20 ก.พ. 2569 ภายหลังพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ข่าวการจัดตั้งรัฐบาล และโผคณะรัฐมนตรีก็เริ่มหลุดออกมา โดยตำแหน่งที่น่าสนใจในครั้งนี้ 1 ในนั้น คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีข่าวแพร่สะพัดว่า นายศุภชัย ใจสมุทร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันนั่งในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์) และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง กลับมีชื่อว่าจะได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แทน พลตำรวจโทรุทธพล ที่จะหลุดจากตำแหน่งไปในครั้งนี้

    ประวัติ “ศุภชัย ใจสมุทร”

    สำหรับประวัติ นายศุภชัย ใจสมุทร เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2501 ปัจจุบันอายุ 67 ปี เป็นชาวอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นบุตรของนายบำรุงและนางเจะหวา ใจสมุทร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท จากคณะรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

    ก่อนเข้าสู่วงการเมือง นายศุภชัยมีอาชีพเป็น ทนายความ ทำให้มีความเชี่ยวชาญด้านข้อกฎหมายอย่างมาก เล่นการเมืองครั้งแรกด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ในสังกัดพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองโฆษกพรรคพลังประชาชน

    ต่อมา “กลุ่มเพื่อนเนวิน” แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชน นายศุภชัยซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์) ได้ตัดสินใจมาร่วมสร้างพรรคภูมิใจไทย ในปี 2551 และได้รับบทบาทสำคัญเป็น โฆษกพรรค คนแรกๆ และมักได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องข้อบังคับพรรค กฎหมายการเลือกตั้ง และการแก้ต่างคดีความสำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทย

    นอกจากนี้ยังถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ของนายชัย ชิดชอบ บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ และเคยเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    ต่อมาในปี 2554 นายศุภชัย ได้รับการเลือกตั้ง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการพรรค ต่อมาในปี 2562 ได้รับเป็น สส.บัญชีรายชื่อ อีกสมัย และในปี 2563 ได้รับเลือกเป็นนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย

    กระทั่งในปี 2566 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อเข้าสู่รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี และต่อมาในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์) ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    จนกระทั่งล่าสุดมีข่าวสะพัดว่า ครม.อนุทิน 2 นายศุภชัย จะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแทน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2915478&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03lB_VN4cpTbjof_Q2rdEC

  • “ม.อัสสัมชัญ” ผนึกอุตสาหกรรม EV เปิดศูนย์วิจัยพลังงานใหม่ ปั้นบุคลากรขั้นสูง รับยุค New Energy Vehicle

    “ม.อัสสัมชัญ” ผนึกอุตสาหกรรม EV เปิดศูนย์วิจัยพลังงานใหม่ ปั้นบุคลากรขั้นสูง รับยุค New Energy Vehicle

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/automobile/130412&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0su-6xjOmUjEGmLUTN4Zty

  • ฉะเชิงเทรา เดินหน้านโยบาย “เมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรมอาหาร” เปิดแคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” ตลอดเดือนมีนาคม 2569 | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา เดินหน้านโยบาย “เมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรมอาหาร” เปิดแคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” ตลอดเดือนมีนาคม 2569 | TOPNEWS

    วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) ณ ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว สาขาแสนภูดาษ จังหวัดฉะเชิงเทรา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา, Thailand Gastronomy Network และเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารฉะเชิงเทรา พร้อมผู้ประกอบการท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ ประกาศทิศทางการพัฒนาเมืองภายใต้นโยบาย “วัฒนธรรมอาหารขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น” (Gastronomy-Led Local Economic Development)

    พร้อมเปิดตัวแคมเปญตลอดเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้ชื่อ “มีนา มาแปดริ้ว! FOLLOW THE FLAVOURS TO CHACHOENGSAO: A MONTH OF GASTRONOMIC ESCAPES” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านพลังวัฒนธรรมอาหาร และยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดจริง

    การพัฒนาครั้งนี้ตั้งอยู่บนฐานเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารฉะเชิงเทรา ซึ่งริเริ่มโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยได้รวบรวมและพัฒนาผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ครอบคลุมเกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร คาเฟ่ ขนมพื้นถิ่น และงานคราฟต์ท้องถิ่น มุ่งสร้าง “Signature Invention” หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง

    รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร กล่าวว่า วัฒนธรรมอาหารคือทุนทางปัญญาของจังหวัด หากผู้ประกอบการมีอัตลักษณ์ชัดและเชื่อมโยงกันเป็นระบบ เมืองจะเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานรากอย่างยั่งยืน

    ด้าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา ได้สนับสนุนด้านการสื่อสารการตลาดระดับจังหวัด เพื่อขยายการรับรู้สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวในวงกว้าง โดยนางสาวสิริพรรณ เห็นสุข ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ระบุว่า การพัฒนาเมืองต้องสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการมีตลาดรองรับ แคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจทั้งระบบ

    ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ประธานเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารแห่งประเทศไทย (TGN) กล่าวว่า แนวคิด “Gastronomad – Let Flavours Lead the Way” คือการเชื่อมโยงวัตถุดิบ ฟาร์ม แม่น้ำ งานคราฟต์ ร้านอาหาร และการออกแบบ ให้กลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองที่มีเรื่องเล่าและอัตลักษณ์ชัดเจน

    จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีทำเลใกล้กรุงเทพมหานคร วางตำแหน่งตนเองเป็นเมืองปลายทางสำหรับครอบครัว คนรุ่นใหม่สายสร้างสรรค์ และนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาเยือนได้บ่อย

    กิจกรรมตลอดเดือนมีนาคม 2569 แบ่งออกเป็น 5 ช่วง

    • สัปดาห์ที่ 1 “มีนา มามะ” – มะม่วง มะพร้าว และความสุขของครอบครัว

    • สัปดาห์ที่ 2 “แปดริ้ว พลิ้วหวาน” – เมืองสามน้ำกับขนมหวานมิติใหม่

    • สัปดาห์ที่ 3 “แม่น้ำ ศรัทธา รสชาติ” – เส้นทางบางปะกง Farm-to-River, Bangpakong on a Plate

    • สัปดาห์ที่ 4 “Art of Flavour” – รสชาติเพื่อการออกแบบ และ Food Gift Hunter Week

    • สัปดาห์พิเศษ “Happy Meals, Happy Families”

    แต่ละช่วงสะท้อนมิติของเศรษฐกิจเมือง ตั้งแต่เกษตรกรรม วัตถุดิบพื้นถิ่น วัฒนธรรมแม่น้ำ ไปจนถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด #ตามหารส เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว

    จังหวัดฉะเชิงเทราเน้นย้ำว่า นักท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงผู้บริโภค แต่เป็น “ผู้เล่าเรื่องเมือง” ที่จะช่วยถ่ายทอดประสบการณ์และขยายภาพลักษณ์ของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยแคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” ถือเป็นต้นแบบการบูรณาการนโยบายเมือง ที่ใช้วัฒนธรรมอาหารเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ตลาดอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1494397&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13-8I5WLfA5yuM1QZGrnQ2

  • ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส คว้ารางวัลหนังสือดีเด่น ปี 2569 จาก สพฐ. – ไทยพีบีเอส

    ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส คว้ารางวัลหนังสือดีเด่น ปี 2569 จาก สพฐ. – ไทยพีบีเอส

    The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ผลงานประพันธ์ของ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทหนังสือสารคดี ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม จาก สพฐ.

    เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แถลงข่าวผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ., นายวินัย รอดจ่าย และ นางสุกัญญา งามบรรจง รองประธานคณะกรรมการพิจารณาตัดสินฯ รวมถึง จักรกฤต โยมพะยอม กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ร่วมแถลงข่าว ณ บริเวณหน้าห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

    การประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.เพื่อคัดเลือกผลงานที่พิมพ์เผยแพร่เป็นเล่มบริบูรณ์ครั้งแรกในปี 2568 โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 403 เรื่อง ครอบคลุมหนังสือหลายประเภท ทั้งสารคดี นวนิยาย กวีนิพนธ์ รวมเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน หนังสือการ์ตูนและนิยายภาพ และหนังสือสวยงาม โดยผลการพิจารณารางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 มีหนังสือได้รับรางวัลรวม 54 เรื่อง แบ่งเป็นรางวัลดีเด่น 14 เรื่อง และรางวัลชมเชย 40 เรื่อง

    The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ได้รับรางวัลดีเด่นในกลุ่มหนังสือสารคดี ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าเป็นผลงานที่สะท้อนภาพวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่สั่งสมมากกว่า 30 ปี จากการเดินทางและศึกษาปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    เนื้อหาของหนังสือนำเสนอการวิเคราะห์สถานการณ์สิ่งแวดล้อมร่วมสมัย เชื่อมโยงมิติทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม พร้อมชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตโลกสามด้าน” (Triple Planetary Crisis) ได้แก่ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และวิกฤตมลพิษ ซึ่งกำลังคุกคามความอยู่รอดของมนุษยชาติอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังนำเสนอแนวทางปรับตัวและตัวอย่างความหวังจากหลายพื้นที่ทั่วโลก สะท้อนพลังของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการสร้างความยั่งยืน

    ผู้ได้รับรางวัลจะเข้ารับพระราชทานรางวัลในพิธีเปิดงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และ สัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานและพระราชทานรางวัล ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/awards/52021/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38LK9JnYoskSc5kEERye5c

  • ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน – Wellness และ Pride

    ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน – Wellness และ Pride

    เทรนด์โลกในทุกวันนี้มีกระแสหลักที่ชัดเจนอยู่ไม่กี่แบบ และ 3 สิ่งสำคัญคือ ความยั่งยืน Wellness หรือ Longevity และ ความเท่าเทียมหรือหลากหลาย ในงานสกุล Pride ต่างๆ

    ปีนี้ ภูเก็ตสำเร็จไปอีกขั้น ด้วยว่าสามารถดึงเอางานจัดประชุมระดับยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก , InterPride General Meeting & World Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล และ Global Wellness Summit 2026 ของสถาบันเวลเนสโลก เข้ามาจัดในภูเก็ตได้ภายในปีนี้

    ดังที่ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ได้กล่าวว่า

    “ เราได้ดึงเอาอนาคตโลก เข้ามาอยู่ในเมืองภูเก็ตทั้ง 3 ด้าน”

    ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน - Wellness และ Pride

    สำหรับรายละเอียดทั้ง 3 งาน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เมืองภูเก็ตที่มองไปในระยะ 5 ปีข้างหน้า คือในปี 2566-2570 ที่ผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว นวัตกรรมและการบริการ รวมไปถึงการสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง

    ด้าน นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความสำเร็จของการได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนี้ ไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าภาพเท่านั้น แต่ความสำเร็จจะวัดจากการที่ผู้ประกอบการ นักลงทุนและนักธุรกิจทั้งในภูเก็ตและในประเทศไทย ได้ใช้โอกาสนี้ในการปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกับกระแสโลกด้วยหรือไม่ เนื่องจากทั้ง 3 การประชุมเป็นโอกาสที่ผู้นำในด้านต่างๆ ได้เข้ามาหารือและร่วมประชุมกันในประเทศไทย

    นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม

    ทั้งนี้ รายละเอียดของงานสำคัญทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย

    1. Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก

    หรือ การประชุมระดับนานาชาติด้าน “การท่องเที่ยวยั่งยืน” ซึ่ง GSTC เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรระดับโลก ทำหน้าที่กำหนด มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน (Global Standards for Sustainable Tourism)

    ทั้งนี้ ภาพรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจจากรายงานของ The Business Research Company ระบุว่ามูลค่าของการท่องเที่ยวยั่งยืนนั้น มีมูลค่าหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นกลุ่มท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดในโลก

    สำหรับปีนี้ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนเป็นเจ้าภาพจัดงานและทีเส็บร่วมสนับสนุน

    ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน - Wellness และ Pride

    2. InterPride General Meeting & World Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล

    เป็น การประชุมใหญ่ระดับโลกของเครือข่ายผู้จัดงาน Pride (องค์กรปกป้องสิทธิและความหลากหลายทางเพศ) ที่จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานนี้จะจัดขึ้นในเอเชียด้วย

    สาเหตุและปัจจัยที่ส่งเสริมให้คว้าการจัดงานมาได้สำเร็จนั้น ผู้อำนวยการทีเส็บกล่าวว่า มาจากปัจจัยส่งเสริมเรื่องความสำเร็จของการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย และกำลังเดินหน้าสู่กฎหมายรับรองเพศ รวมถึงสิทธิแรงงานบริการทางเพศ นอกจากนี้ภูเก็ตยังเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรมที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศด้วย

    อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่า การคว้าการจัดงาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 มาได้นั้น หากสามารถเป็นผู้จัดงานที่ดีได้ ก็จะแสดงให้สมาชิกที่มาเข้าร่วมประชุม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคณะกรรมการตัดสิน WorldPride 2030 เทศกาลใหญ่ระดับโลกของชุมชน LGBTQIA+ ได้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยอีกทางหนึ่ง

    3. Global Wellness Summit 2026

    คือ งานประชุมระดับโลกเกี่ยวกับ ธุรกิจและอนาคตของอุตสาหกรรมเวลเนส ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สุดที่รวมผู้นำ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิจัยระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและกำหนดทิศทางอนาคตของธุรกิจสุขภาพและเวลเนสที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก 

    โดยงานประชุมระดับโลกครั้งที่ผ่านมา มีการเชิญผู้นำโลกหลายท่าน อาทิ ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวทิเบต, ดร.ริชาร์ด คาร์โมนา (Dr. Richard H. Carmona)  อดีตหัวหน้าแพทย์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีบทบาทด้านนโยบายสุขภาพระดับชาติในสหรัฐฯ, อดอล์ฟ โอกี (Adolf Ogi) อดีตประธานาธิบดีของสวิตเซอร์แลนด์ และที่ปรึกษาพิเศษของสหประชาชาติ ฯลฯ

    ทั้งนี้ นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม ได้เผยว่า การจัดประชุม Global Wellness Summit 2026 ในภูเก็ต จะต้องมองในภาพใหญ่ขึ้นกว่าเดิม  เพราะแต่ก่อนภูเก็ตเน้นแค่ Wellness Tourism อย่างเดียวมานานกว่า 20 ปี แต่จะทำอย่างไรให้ภูเก็ตเป็นเมืองของ Longevity (เมืองที่คนอายุยืนและสุขภาพดี) นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางและเข้ามาพำนักได้ยาวขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญคือ ประชาชนในภูเก็ตเองก็มีสุขภาพ และชีวิตที่ดีในเมืองของตนเอง

    สำหรับงาน Global Wellness Summit 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 โดยมีหน่วยงานขับเคลื่อนได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ทีเส็บ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ….

    ทั้งนี้ ผู้อำนวยการทีเส็บกล่าวว่า แม้การประชุมทั้งสามงานจะดึงดูดคนให้เข้ามายังภูเก็ตได้ราว 2,100 คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 351.40 ล้านบาทจากการคาดการณ์ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ

    สาระสำคัญ คือ การจัดงานในครั้งนี้ประเทศไทยได้ “ยกวาระโลกเข้ามาไว้ที่ภูเก็ต” ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจและนักลงทุน ได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์และสร้างเครือข่ายก่อเกิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/738291&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xe8XUAHKElG7XRrmvUEkP