Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดใจ! “น้องพลอย” สส.อายุน้อยที่สุดในสภาฯ ลั่นไม่กดดันเงา “เนวิน” พร้อมลุยงานการศึกษา

    เปิดใจ! “น้องพลอย” สส.อายุน้อยที่สุดในสภาฯ ลั่นไม่กดดันเงา “เนวิน” พร้อมลุยงานการศึกษา

    “พลอย-ณัฐธิดา” หลานสาวครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ตบเท้าเข้ารายงานตัว สส.บุรีรัมย์ เขต 2 เผยความรู้สึกตื่นเต้นหลังเป็นสมาชิกสภาฯ สมัยแรก ย้ำทำการบ้านหนักหวังพิสูจน์ฝีมือช่วยเหลือชาวบ้าน ชูธงดันวาระการศึกษาเพื่อคนรุ่นใหม่

    วันที่ 5 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เล็กอุดากร สส.บุรีรัมย์ เขต 2 วัย 25 ปี สส.อายุน้อยที่สุด หลานนายเนวิน ชิดขอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรายงานตัวถึงความรู้สึก ที่ได้เป็นสส.ครั้งแรกว่า รู้สึกตื่นเต้นมากและดีใจที่ชาวบ้านเขต 2 จังหวัดบุรีรัมย์ เลือก ลำดับตนเข้ามา ส่วนการทำงานหลังจากนี้ อันดับแรกคงเข้าไปศึกษางานก่อน สามารถพัฒนาอะไรได้บ้าง และสามารถพัฒนาพื้นที่อย่างไรได้บ้าง

    เมื่อถามว่าเข้ามาทำงานในสภาแล้วจะการผลักดันวาระใดเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส. ณัฐธิดา กล่าวว่า หลังเข้าสภาก็อยากจะดูเหตุการณ์ของประเทศก่อน ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ตนอยากผลักดันเรื่องการศึกษา และในฐานะสส. สมัยแรกก็ขอให้สื่อช่วยแนะนำเรื่องการให้สัมภาษณ์

    เมื่อถามว่ามีการติวเข้มหรือทำการบ้านในเรื่องใดเป็นพิเศษ น.ส. ณัฐธิดา ยอมรับว่าเตรียมตัวหนักอยู่เพราะไม่เคยทำงานสายนี้แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และจากการลงพื้นที่ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านในเขต2 จังหวัดบุรีรัมย์ได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงาน

    เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่เป็นสส.อายุน้อยที่สุดและถูกจับตา น.ส. ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องที่ถูกจับตามอง แต่กังวลว่าจะสามารถทำอย่างที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะทำเต็มที่ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ถูกจับตามองที่เป็นหลานของนายเนวินชิดชอบผู้ใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าไม่กังวลเท่าไหร่เพราะตนชินแล้วหลังจากมีข่าวออกไป ก็รู้สึกชินมาสักพักแล้ว และขณะนี้ปรับตัวได้แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/133010&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2i_7BSfYQYusjnG705J1jG

  • ‘อิหร่าน’ หลังสิ้น ‘คาเมเนอี’ ประเทศจะเดินไปในทิศทางใด

    ‘อิหร่าน’ หลังสิ้น ‘คาเมเนอี’ ประเทศจะเดินไปในทิศทางใด

    การถึงแก่อสัญกรรมของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก่อให้เกิดกระบวนการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองของประเทศ แนวโน้มการคว่ำบาตร และเศรษฐกิจที่กำลังตึงเครียด

    คาเมเนอี ขึ้นมามีอำนาจหลังจากอยาตอลเลาะห์ รูฮุลลอฮ์ โคไมนี ถึงแก่อสัญกรรมในปี 1989 และรับช่วงต่อรัฐปฏิวัติที่ยังคงอยู่ในช่วงรวมอำนาจหลังสงครามอิหร่าน-อิรัก

    คาริม ซัดจัดปูร์ นักวิเคราะห์นโยบายจากมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ (CEIP) ระบุในผลการศึกษาเกี่ยวกับคาเมเนอีว่า เขาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างชัดเจน เพราะเขาขาดคุณสมบัติทางศาสนาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในขณะนั้น แต่หลายเดือนก่อนที่โคไมนีเสียชีวิต รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไข โดยระบุว่าผู้นำเพียงแค่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์อิสลาม และมีความสามารถทางการเมืองและการบริหารจัดการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้คาเมเนอีได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

    เมื่อเวลาผ่านไป สำนักงานของผู้นำสูงสุดก็รวบรวมอำนาจเหนือสถาบันสำคัญอื่นๆ ของอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดีจะเปลี่ยนไปผ่านการเลือกตั้ง แต่คาเมเนอียังคงควบคุมกองทัพ ตุลาการ กิจการกระจายเสียงของรัฐ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ (ตามมาตรา 110)

    ‘อิหร่าน’ หลังสิ้น ‘คาเมเนอี’ ประเทศจะเดินไปในทิศทางใด

    คาเมเนอีสนับสนุน “เศรษฐกิจแห่งการต่อต้าน” เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก เขายังคงระมัดระวังในการมีปฏิสัมพันธ์กับชาติตะวันตก และปราบปรามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า “แนวทางที่เน้นความมั่นคงมาก่อนของเขา” ขัดขวางการปฏิรูป

    บทบาทของคาเมเนอีเผชิญกับบททดสอบหลายครั้ง อาทิ ในปี 2009 การประท้วงครั้งใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการโกงการเลือกตั้งถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ต่อมาในปี 2022 การประท้วงเกี่ยวกับสิทธิของผู้หญิงปะทุขึ้น และความท้าทายครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ปีก่อน เมื่อความไม่พอใจทางเศรษฐกิจลุกลามกลายเป็นการก่อความไม่สงบทั่วประเทศ และมีผู้ประท้วงบางส่วนเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้โค่นล้มสาธารณรัฐอิสลาม

    การปกครองอาจยังไม่เปลี่ยน

    “คาเมเนอีตายแล้ว นี่คือวันที่ดีที่สุดของผม” มาซูด โกดรัต อาบาดี วิศวกรชาวอิหร่านที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสหรัฐ หลังเดินทางออกจากอิหร่านตอนที่เขาอายุ 27 ปี กล่าว

    “ผมเชื่อว่าการตายของเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์ชาติเรา … ในระยะยาว ผมหวังว่าช่วงเวลานี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ” อาบาดีกล่าวกับซีเอ็นบีซี

    นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ความรู้สึกที่คล้ายกันนี้ปรากฏให้เห็นทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หลังจากผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ซึ่งเห็นได้จากการที่ชาวอิหร่านลงถนน และเฉลิมฉลอง

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ความรื่นเริงที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

    สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) กล่าวว่า

    “การโค่นล้มอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านไม่เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม คือ ระบอบการปกครอง” บ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสอันจำกัดสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจในทันที

    ‘อิหร่าน’ หลังสิ้น ‘คาเมเนอี’ ประเทศจะเดินไปในทิศทางใด

    เปลี่ยนผู้นำ ≠ เปลี่ยนประเทศ

    การถึงแก่อสัญกรรมของคาเมเนอีในการเปลี่ยนผ่านผู้นำเพียงแค่ 2 ครั้ง นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 ถือเป็นช่วงเวลาที่ CFR อธิบายว่าเป็น “เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์” แต่ผลลัพธ์ที่ได้มานั้นยังไม่แน่นอน

    ชาวอิหร่านบางคนคาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำจะช่วยบรรเทาการปราบปรามและการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจำได้ แต่ CFR บอกว่า ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดจากการหาใครสักคนมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่ ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะเกิดเสรีภาพทางการเมืองหรือเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในทันที หลังจากการเปลี่ยนผ่าน

    ในกรณีที่ผลลัพธ์ออกมาเป็น “ลัทธิเดิม” ซึ่งก็คือ “ลัทธิคาเมเนอีที่ไม่มีคาเมเนอี” นั้น นักลงทุนและภาคครัวเรือนอาจยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน เพราะผู้นำคนใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้งานใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามปรับนโยบายเศรษฐกิจด้วยทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด และความตึงเครียดทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงมากขึ้น

    แม้การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจะนำไปสู่การครอบงำทางทหารที่เข้มแข็งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจ 

    CFR ชี้ว่า แม้โมเดลการปกครองที่เน้นความมั่นคงอาจให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและการจัดการเศรษฐกิจ แต่อาจประสบปัญหา “เศรษฐกิจบิดเบือนอย่างรุนแรง” นำไปสู่ “ภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องและค่าเงินล่มสลาย”

    มาร์โค ปาปิก หัวหน้านักวางกลยุทธ์ของบีซีเอรีเสิร์ช แสดงจุดยืนที่คล้ายคลึงกัน โดยบอกว่า “เศรษฐกิจอิหร่านอาจหยุดชะงัก ถ้าผู้นำสูงสุดคนต่อไปไม่มีท่าทีเปิดกว้างมากขึ้นในการเจรจากับสหรัฐ”

    ปาปิกบอกว่า เมื่อใดที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านแทนที่ด้วยผู้นำสายแข็งอีกคนที่ไม่ต้องการเจรจากับสหรัฐและจะโจมตีในภูมิภาคต่อเนื่อง เมื่อนั้นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐจะกลายเป็นการลงโทษ และอิหร่านอาจกลับไปสู่ “ยุคกลาง”

    คีต ฟิตซ์เจอรัลด์ กรรมการผู้จัดการ Sea-Change Partners กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมามากกว่านั้น

    “การสังหารคาเมเนอีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้ด้วยตัวมันเอง ลองคิดว่าเปลี่ยนหลอดไฟดูสิ ถ้าจะเปลี่ยนมัน คุณต้องเอาหลอดไฟที่เสียออกก่อน แต่การทำแบบนั้นยังไม่ใช่การเปลี่ยนหลอดไฟ ต้องแทนที่อันเก่าด้วยอันใหม่”

    ฝ่ายค้านยังไม่ใช่ทางเลือก

    ด้านอาลี เจ.เอส. อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองเชิงยุทศาสตร์จากศูนย์ปฏิบัติการทางทหารร่วมของนาโต บอกว่า ฝ่ายค้านอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศยังคงกระจัดกระจาย และขาดผู้นำที่เป็นเอกภาพ

    เธอบอกว่า การนำเข้าบุคคลสำคัญทางการเมืองจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ หรือทางเลือกอื่นใด คนเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถืออย่างจำกัดในสายตาคนในประเทศ และเสี่ยงซ้ำรอยการทดลองในอดีตที่นำชนชั้นนำจากภายนอกเข้ามา และจบลงไม่ดี

    ซีเอ็นบีซีระบุ ฝ่ายค้านอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศมีความหลากหลาย แต่ก็มีความกระจัดกระจายอย่างมาก ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มนิยมระบอบกษัตริย์ที่สนับสนุนเรซา ปาห์ลาวี โอรสของอดีตชาห์ ซึ่งหลายเป็นผู้ลี้ภัยหลังเกิดการปฏิวัติปี 1979 และพำนักอยู่ในสหรัฐ, กลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายสาธารณรัฐและประชาธิปไตยฆราวาสที่กระจายอยู่ทั่วทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ, กลุ่มฝ่ายค้านชาวเคิร์ดที่ปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนตะวันตกของอิหร่าน และองค์การมูจาฮิดีนประชาชนแห่งอิหร่าน (MEK) ซึ่งมีเครือข่ายทางการเมืองที่จัดตั้งขึ้นในต่างประเทศ แต่มีความน่าเชื่อถืออย่างจำกัดภายในอิหร่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1223801&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jwl484-7NDntS1FE2nP-U

  • แผนนรก! อดีตพี่เขยไทย หลอกเมียเก่าดึงน้องสาววัย 15 ช่วยเลี้ยงหลาน ก่อนบีบคอข่มขืนยับ ย้ำแค้นเมียทิ้ง | เดลินิวส์

    แผนนรก! อดีตพี่เขยไทย หลอกเมียเก่าดึงน้องสาววัย 15 ช่วยเลี้ยงหลาน ก่อนบีบคอข่มขืนยับ ย้ำแค้นเมียทิ้ง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ต้นอ้อ-ชลิดา พะละมาตย์ หรือที่รู้จักในชื่อ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” มูลนิธิเป็นหนึ่ง ผู้เป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือสังคมและผู้เสียหายในคดีต่างๆ ได้พาสองพี่น้องชาวลาวคือ นางสาวฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี และน้องสาวชื่อเด็กหญิงแดง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ที่ถูกอดีตพี่เขยซึ่งเป็นคนไทยล่วงละเมิดทางเพศ เดินทางมายังสำนักงานเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวนครพนม (บพด.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อแถลงถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยมี นายวีระศักดิ์ ทิพย์วงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ร่วมรับฟังด้วย

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ บพด.ได้แยกน้องแดงผู้ถูกกระทำไปไว้อีกห้องหนึ่ง เพราะไม่อยากให้เด็กได้รับรู้เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเองอีก แต่จะมีพี่สาวคือ นางสาวฟ้าเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟังเป็นเบื้องต้น

    ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า สองพี่น้องเป็นคนเมืองไกสอน แขวงสะหวันนะเขต  สปป.ลาว ได้ร้องขอความเป็นธรรมมายังมูลนิธิเป็นหนึ่ง เนื่องจากน้องสาวอายุ 15 ปี ถูกอดีตพี่เขยบีบคอทำร้ายร่างกายและข่มขืน ในช่วงเวลาประมาณตีสาม วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่าน ในบ้านของผู้ถูกกล่าวหา

    นางสาวฟ้า เล่าว่า ได้ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ตั้งแต่อายุแค่ 15 ปี และอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายเสือ (นามสมมุติ) ที่เป็นคนไทยจนมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 7 ขวบและคนเล็กอายุ 4 ขวบ ต่อมาได้จบการครองคู่แบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตนจึงหอบเสื้อผ้าออกมาเช่าบ้านอยู่ แต่ไม่ไกลจากบ้านอดีตสามี เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งฝ่ายชายรับเลี้ยงดูบุตรทั้งสอง ส่วนตนก็ไปเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง และได้สามีใหม่

    ก่อนเกิดเหตุประมาณสองสัปดาห์ อดีตสามีได้ติดต่อไปยังพ่อแม่ของตนที่อยู่ สปป.ลาว ทาง Facebook เสนอให้น้องสาวตนคือน้องแดงมาช่วยเลี้ยงหลาน จะได้มีค่าขนมเดือนละ 2,000-3,000 บาท เพราะอยู่ที่ฝั่งลาวก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ผู้เป็นแม่ก็หวังดีให้น้องแดงไปช่วยเลี้ยงหลานให้พี่สาว แต่ตนพยายามห้ามว่าอย่ามาเด็ดขาด เพราะชีวิตคู่กับเขาจบกันไม่ดี กลัวน้องจะเกิดอันตราย แต่ทางแม่ก็ยังยืนยันให้น้องสาวข้ามมาฝั่งไทย ยอมรับว่าข้ามมาโดยผิดกฎหมาย 

    อยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุการณ์อันเลวร้าย ในคืนวันเกิดเหตุขณะตนทำงานอยู่ น้องสาวได้เดินมาหาและร้องไห้ บอกว่าโดนผัวเก่าพี่บีบคอและข่มขืน ตนจึงโทรฯ ไปหาอดีตสามีว่า “ทำไมทำกับน้องแบบนี้ เขาคือเด็กบริสุทธิ์ ไม่เคยมีแม้กระทั่งแฟน มาย่ำยีน้องทำไม” ฝ่ายอดีตสามีตอบมาว่า เดี๋ยวหาเงินไปสู่ขอ ซึ่งตนไม่ต้องการ และได้พูดต่อว่า “แค้นเค้าไม่มาลงที่เค้า ทำไมวางแผนเอาน้องมาข่มขืนแบบนี้” จากนั้นได้โทรฯ ไปที่ สภ.ธาตุพนม เพื่อปรึกษาในการจะดำเนินคดีอดีตสามี ขณะจะแจ้งรายละเอียด ว่า บ้านฝ่ายชายอยู่ตรงไหน เหตุเกิดยังไง ตำรวจผู้รับโทรศัพท์ตอบสวนกลับมาว่า ตำรวจต้องจับคุณกับน้องสาวกลับประเทศ เพราะมาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงก็ต้องจับส่งกลับประเทศ ตนจึงตอบกลับไปว่ายอมกลับประเทศ แต่ขอความเป็นธรรมให้น้องสาวก่อนได้ไหม จะให้ผู้กระทำลอยนวลไปแบบนี้ โดยที่ไม่มีความผิดเลยหรืออย่างไร

    รุ่งขึ้นวันต่อมามีกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจร่วมกับนักข่าวไม่ทราบสังกัด มาที่บ้านอดีตสามี เจตนาเพื่อมาจับตนกับน้องสาวส่งกลับประเทศ โดยไม่มีการสอบถามหรือช่วยเหลือในทางคดี นางสาวฟ้าและน้องแดงจึงพากันหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ก่อนจะร้องขอความเป็นธรรมไปยังมูลนิธิเป็นหนึ่ง

    ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เล่าเสริมว่าเบื้องต้นจะใช้ที่ว่าการอำเภอธาตุพนม เป็นที่แถลงข่าว ต่อหน้านายอำเภอ แต่ห้องประชุมไม่ว่างจึงเปลี่ยนมาใช้สถานที่เทศบาลตำบลธาตุพนม เพราะสองพี่น้องไม่มั่นใจเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน และมีความกลัวว่าจะถูกส่งกลับประเทศ โดยผู้ก่อเหตุย่ำยีน้องสาวลอยนวล

    โดยทางด้าน บพด.นครพนม ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหาย ด้วยการนำตัวสองพี่น้องไปอยู่ในความดูแล พร้อมเป็นธุระในการพาไปตรวจร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม  ส่วนกรณีที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น จะประสานทางยังตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยไม่ไปขัดกับกฎหมาย

    ต่อจากนั้นต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ได้พานางสาวฟ้าไปพบกับ พ.ต.ท.วิศาล ใจศิริ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ธาตุพนม เพื่อแจ้งความเป็นเบื้องต้นแทนน้องสาว ที่ต้องสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชีพ เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน ซึ่งพนักงานสอบสวน ยืนยันสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้แน่นอน

    ด้าน พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม เปิดเผยว่าในเบื้องต้น จากการสอบถามร้อยเวร ยังไม่มีการแจ้งความใดๆ แม้จะผ่านมาเกือบสัปดาห์ ถ้าหลักฐานไปถึงไหนก็ดำเนินคดีได้ โดยเฉพาะทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเบื้องต้นจะไปเชิญตัวนายเสือ ผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริง ถ้าไม่มาก็จะออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5656705/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FDzP2LX9GXh1Cj66T4Z1C

  • ถอดรหัสเด็กยุคใหม่! ทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ

    ถอดรหัสเด็กยุคใหม่! ทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ

    ถอดรหัสเด็กยุคใหม่! ทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ

    เจาะลึกเวที CP ALL Education Forum 2026 เมื่อ ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’ คือทางรอดในยุคที่ AI เข้ามาท้าทายคนรุ่นใหม่

    ในวันที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าการปรับตัวของมนุษย์ คำถามในใจของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่ “จะเรียนอะไร?” แต่คือ “จะเหลือที่ยืนตรงไหนในโลกที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวินาที”

    CP ALL Education Forum 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมานี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Future-Ready People คนที่โลกอนาคตเลือก” เพื่อเป็นเข็มทิศ ให้แก่เด็กไทยยุคใหม่ ว่าโลกในปัจจุบันนั้นไม่มีเส้นทางเดินที่ตายตัวอีกต่อไป และโลกไม่ได้เลือกแค่ “คนเก่ง” แต่เลือกคนที่ “พร้อมจะปรับตัว” และทักษะเดียวที่จะทำให้เราอยู่รอดและเติบโตได้อย่างสง่างามคือ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”

    CP ALL Education Forum 2026

    คลื่นยักษ์ AI และสภาวะอัจฉริยภาพไร้พรมแดน

    ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้สะท้อนภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและน่ากังวลไปพร้อมกัน โดยชี้ให้เห็นว่าเด็ก Gen Alpha จะเป็นคนรุ่นแรกที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง และเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของ AGI (Artificial General Intelligence) ไปจนถึงระดับ Super Intelligence

    “ระดับความอัจฉริยภาพในโลกยุคนี้จะไม่จำกัดแค่ปัญญาของมนุษย์อีกต่อไป” ดร.ไกรยสเตือน พร้อมกล่าวว่าในขณะที่มนุษย์เรียนจบแล้วมักหยุดพัฒนา แต่ AI ไม่เคยหยุดเรียนรู้

    ความท้าทายนี้บีบให้มนุษย์ต้องนิยามคำว่า “การศึกษา” ใหม่ การเรียนในโรงเรียนไม่ใช่ทางออกสำหรับตลอดชีวิต เพราะความรู้เหล่านั้นอาจล้าสมัยตั้งแต่วันที่รับปริญญา!

    นอกจากนี้ ดร.ไกรยส ยังได้ฉายภาพความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ที่เป็นกำแพงสำคัญ แม้อินเทอร์เน็ตจะดูเหมือนเข้าถึงง่าย แต่ต้นทุนการเข้าถึงของเด็กบางกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กยากจนสะท้อนความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลต่อโอกาสในการพัฒนาศักยภาพให้เท่าทันโลก

    ถอดรหัสเด็กยุคใหม่! ทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ

    ถอดรหัสทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ?

    บนเวที CP ALL Education Forum 2026 เป็นเวทีที่เปิดโอกาสรวบรวมความคิดจากหลายภาคส่วน  เพื่อค้นหา “ทักษะ” ที่โลกต้องการในอนาคต โดย โพสต์ทูเดย์ ขอรวบรวมไว้ดังต่อไปนี้

    • เมื่อโลกไม่ได้เลือกแค่ ‘คนเก่ง’ แต่เลือกคนที่ ‘พร้อมปรับตัว

    นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ได้วางรากฐานทางความคิดที่น่าสนใจผ่าน “ปรัชญาหมากล้อม” และ “การศึกษาแนวมนุษยนิยม” โดยมองว่าการสร้างคนก้าวทันโลกอนาคตต้องเน้นการเติบโตอย่างสมดุล ในมุมมองของเขา โลกยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงคนที่จดจำทฤษฎีได้แม่นยำ หรือคนที่ฉลาดเพื่อหวังจะเอาชัยชนะเท่านั้น  แต่ต้องการคนที่ “คิดเป็น ปรับตัวเป็น และใช้เทคโนโลยีอย่างมีคุณค่า” รวมไปถึงรู้จักความเป็น “กลุ่ม”

    “หมากล้อมสอนให้รู้ว่า การเดินหมากเม็ดเดียวไม่มีค่า ต้องอยู่ร่วมกันจึงจะมีพลัง”

    โดยมองว่า การศึกษาที่ดีนั้นไม่ได้เน้นที่การเอาชนะ แต่เมื่อแพ้จะต้องรู้ว่าผิดพลาดที่ตรงไหน เพราะมนุษย์จะสามารถเรียนรู้บทเรียนได้จากการแพ้เท่านั้น อีกทั้งหมากล้อมยังฝึกให้รู้จักตัวเองว่า “ไม่เก่งที่สุด” แต่สอนให้เข้าใจโลกและเข้าใจคน

    นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

    การศึกษาที่ดีจึงต้องเน้นที่ EQ ด้วยไม่ใช่ IQ อย่างเดียวที่หวังเพียงแต่จะเอาชนะเท่านั้น

    นอกจากนี้ การปรับตัวที่ว่านี้ไม่ใช่แค่การเดินตามเทคโนโลยี แต่ควรจะต้อง “ปรับตัว” ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

    • Human-Centric Skills  จุดแข็งที่ AI เลียนแบบไม่ได้

    สอดคล้องกับมุมมองของ ดร.ไกรยส ที่ระบุว่าในขณะที่งานที่ทำซ้ำๆ กำลังถูก  AI แย่งชิงไป ทักษะที่จะทำให้มนุษย์ยังคงมีมูลค่าคือ Human-Centric Skills

    ดร.ไกรยส สรุปไว้ชัดเจนว่า องค์กรในอนาคตต้องการคนที่สามารถนำเสนอ ความคิดสร้างสรรค์, การทำงานเป็นทีม, ความยืดหยุ่นทางปัญญา และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

    ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ อินฟลูเอนเซอร์และนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มองว่า ทักษะการสื่อสารและการขาย เป็นสิ่งสำคัญที่สุด “ต่อให้เราเก่งแค่ไหน แต่ถ้าเราสื่อสารหรือขายของไม่เป็น สิ่งที่เราทำก็ไร้ค่า” ความเก่งในโลกยุคใหม่จึงต้องมาคู่กับการสื่อสารที่สร้างแรงกระเพื่อมได้จริง

    • การเรียนรู้ตลอดชีวิตควรเป็น DNA ใหม่ของเด็กสมัยนี้

    หากถามว่าทักษะใดสำคัญที่สุดในยุคนี้ คำตอบบนเวที CP ALL Education Forum คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ต้องอยู่ในระดับ DNA!

    ดร.ศรประภา สิริภัทรวิช ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เน้นย้ำว่า “ถ้าเราหยุดเรียนรู้เมื่อไหร่ เท่ากับเราเป็นคนที่ตายไปแล้ว” เพราะในโลกที่อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์อาจเกิน 100 ปี การเกษียณอายุที่ 60 ปีจะไม่มีอยู่อีกต่อไป

    การเรียนรู้ตลอดชีวิตในบริบทนี้ไม่ใช่เพียงการเข้าคอร์สอบรม แต่คือความสามารถในการปรับตัวและเปิดรับสิ่งใหม่ ดั่งที่ ดร.ศรประภา เล่าถึงประสบการณ์การเป็นครูและผู้บริหารที่ต้องปรับตัวเข้าสู่โลก Social Media อย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากการเผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่ได้เตรียมใจไว้

    ถอดรหัสเด็กยุคใหม่! ทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ

    • โรงเรียนไม่ได้สอนความล้มเหลว!

    คนรุ่นใหม่อย่าง แจ็คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย และ ม๊าเดี่ยว ทั้งคู่สะท้อนว่าเส้นทางชีวิตไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แจ็คกี้ตัดสินใจออกจากความมั่นคงของค่ายใหญ่เพื่อมาเปิดบริษัทดูแลตัวเอง เพราะเขาเชื่อในการสร้างความมั่นคงด้วยมือของตัวเองและการกล้าท้าทายสิ่งที่รัก

    “ไม่แปลกที่เราจะสับสนกับอนาคต… สิ่งสำคัญคือจะทำหรือไม่ทำ” แจ็คกี้ให้ข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจ ขณะที่ม๊าเดี่ยวเสริมว่า โรงเรียนมักสอนแต่เรื่องความสำเร็จ แต่ชีวิตจริงสอนให้เราต้องรับมือกับ ความล้มเหลว

    “ถ้าเราล้มเหลวเร็ว เราจะเรียนรู้เร็ว และเติบโตได้อย่างมั่นคง”

    ในขณะเดียวกัน แนวคิดความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวัน จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาพลังใจในโลกที่กดดัน การเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร และการหาความสุขจากสิ่งที่ทำ คือเกราะคุ้มกันชั้นดีในยุคปัจจุบัน

    ถอดรหัสเด็กยุคใหม่! ทักษะแบบไหนที่โลกอนาคตต้องการ

    • อนาคตอาจจะยาก แต่ทุกคนเลือกได้

    งาน CP ALL Education Forum 2026 ครั้งนี้ ให้คำตอบที่ชัดเจนแก่คนรุ่นใหม่ว่า “อนาคตและอุปสรรคเป็นสิ่งที่ต้องเจอ แต่ทุกคนสามารถกำหนดหรือเลือกได้”  ผ่านการไม่หยุดพัฒนา

    ท่ามกลางกระแส AI ที่ถาโถม หากมนุษย์สามารถผสานความฉลาดทางเทคโนโลยี เข้ากับ ความลึกซึ้งทางอารมณ์และจริยธรรม หรือที่เรียกว่า “มนุษยนิยม”  ได้ มนุษย์จะไม่ใช่แค่คนที่ “ถูกเลือก” แต่จะเป็นคนที่ “เลือก” จะมีชีวิตอย่างทรงคุณค่าในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลใบนี้ได้อย่างแน่นอน.

    #CPALLEducationForum2026 #ซีพีออลล์สร้างคน #FutureReadyPeople

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/738876&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iEqwbALCzFoGNdlnp87Nr

  • มอบข้าวหอมมะลิ ตอบแทนน้ำใจคนไทย บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วย ในสถานการณ์ที่ รพ.ทั่วประเทศ โลหิตสำรองคงคลังต่ำกว่าเกณฑ์มาก

    มอบข้าวหอมมะลิ ตอบแทนน้ำใจคนไทย บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วย ในสถานการณ์ที่ รพ.ทั่วประเทศ โลหิตสำรองคงคลังต่ำกว่าเกณฑ์มาก

    มอบข้าวหอมมะลิ ตอบแทนน้ำใจคนไทย บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วย ในสถานการณ์ที่ รพ.ทั่วประเทศ โลหิตสำรองคงคลังต่ำกว่าเกณฑ์มาก

    วันนี้, 10:56น.

         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอพลังคนไทยช่วยกันบริจาคโลหิต หลังพบโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ เผชิญกับสถานการณ์โลหิตสำรองคงคลังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาก ส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วย พร้อมทั้ง มอบข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัม ให้แก่ผู้บริจาคโลหิต ในกิจกรรม “ตอบแทนน้ำใจคนไทย” ระหว่างวันที่ 5 – 6 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์

         รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โลหิตของประเทศไทย ปัจจุบันพบว่าการบริจาคโลหิตยังไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม ของทุกปี โรงพยาบาลทั่วประเทศ ต้องเผชิญกับสถานการณ์โลหิตสำรองคงคลังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ สาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สำคัญ อาทิ

    • เป็นช่วงหลังเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ประชาชนจำนวนมากยังอยู่ในช่วงพักผ่อน หรือปรับตัวหลังวันหยุดยาว ทำให้จำนวนผู้มาบริจาคโลหิตลดลง

    • สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ภาวะฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ มีอาการเจ็บป่วย ทำให้ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ จนกว่าร่างกายจะหายเป็นปกติ

    • เป็นช่วงเปิดภาคการศึกษา ไม่มีหน่วยรับบริจาคโลหิตในสถานศึกษา

    • หลายคนมีข้อจำกัดในด้านเวลาที่ไม่สะดวก ที่จะมาบริจาคเลือด

         จากสถิติการจัดหาโลหิตของโรงพยาบาลทั่วประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568  ที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณการจัดหาโลหิตลดลงมากถึง 32,780 ยูนิต

              – เดือนกุมภาพันธ์ 2568 โรงพยาบาลทั่วประเทศจัดหาโลหิตได้ 238,431 ยูนิต

              – เดือนกุมภาพันธ์ 2569 โรงพยาบาลทั่วประเทศจัดหาโลหิตได้ 205,651 ยูนิต

         และโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ ได้ออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่ ประชาชนทั่วไป ก็ได้ประกาศผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก เพื่อขอรับบริจาคโลหิตให้กับผู้ป่วย ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวญาติ หรือเพื่อน เป็นสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ที่โลหิตสำรองคงคลังกำลังเริ่มขาดแคลนแล้ว ทั่วประเทศ

         ขณะที่สถิติการเบิกขอใช้โลหิตของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ในช่วงเดือน 1 เดือนที่ผ่านมา มีการเบิกขอใช้โลหิตเฉลี่ย จำนวนมากถึง 8,500 ยูนิตต่อวัน แต่สามารถจ่ายโลหิตได้เฉลี่ย จำนวน 3,200 ยูนิตต่อวัน หรือ เพียงร้อยละ 38 เท่านั้น ส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงร่วมกับ สโมสรไลออนส์สากลภาค 310 ดี และภาคีเครือข่ายเชิญชวนคนไทยร่วมแสดงพลังน้ำใจ บริจาคโลหิตในกิจกรรม “ตอบแทนน้ำใจคนไทย” ระหว่างวันที่ 5 – 6 มีนาคม 2569  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์  ผู้บริจาคโลหิต จะได้รับข้าวหอมมะลิแท้ ตราเสือ 5 กิโลกรัม 1 ถุง ตอบแทนน้ำใจคนไทย (จำนวนจำกัด 1,400 ถุง) ที่ได้ร่วมกันบริจาคโลหิตในวันที่สถานการณ์โลหิตสำรองคงคลังทั่วทั้งประเทศ มีระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาก ให้สามารถพลิกฟื้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีปริมาณโลหิตสำรองที่เพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ

          “เพราะการรักษารอไม่ได้  อุบัติเหตุไม่เลือกเวลา  ผู้ป่วยไม่เลือกวัน เลือดต้องมีสำรองก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/159729&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fmNieajtqY2udR_WoAenl

  • EMPIRE ผู้ถือหุ้นไฟเขียวเพิ่มทุน RO 145.5 ล้านหุ้น ลุยปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสร้างโซลูชั่นใหม่ ดันรายได้โตต่อเนื่อง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    EMPIRE ผู้ถือหุ้นไฟเขียวเพิ่มทุน RO 145.5 ล้านหุ้น ลุยปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสร้างโซลูชั่นใหม่ ดันรายได้โตต่อเนื่อง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – EMPIRE ผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน Rights Offering จำนวน 145.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท สัดส่วน 3.3334:1 ราคาหุ้นละ 0.50 บาท วันเสนอขาย 3 – 9 เมษายน 2569 เพื่อลงทุนในบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด เสริมแกร่งโครงสร้างธุรกิจ และ เป็นเงินทุนหมุนเวียน เดินหน้าแผนดำเนินงาน เร่งสร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เน้นหาโซลูชั่นใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม พร้อมพิสูจน์ความสำเร็จด้วยการสร้างรายได้ต่อเนื่อง และยกระดับธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ด้านผลประกอบการปี 2568 รายได้รวม 710.69 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 56.87% และ ขาดทุนลดลง 62.54%

    นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยถึงมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 72,750,000 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 363,750,000 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 436,500,000 ล้านบาท และมีมติอนุมัติหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 145,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณากำหนดช่วงเวลาการจัดสรรและจองซื้อเป็นคราวเดียว หรือหลายคราว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิการจัดสรรหุ้น (วันขึ้น XR)

    ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2569 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 145,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนชำระแล้วของบริษัท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตราส่วนการจัดสรร 3.3334 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 0.50 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในวันที่ 16 มีนาคม 2569 และกำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 3 – 9 เมษายน 2569

    ด้านวัตถุประสงค์ในการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนในหุ้นสามัญบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด หรือ Fusion C ผู้ประกอบธุรกิจการจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ (ยกเว้นโปรแกรมเว็บเพจและเครือข่าย) จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาซื้อขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000,000 บาท โดยหลังธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จ Fusion C จะเป็นบริษัทย่อยในเครือเพื่อสร้างการเติบโตให้กับ EMPIRE ส่วนจำนวนเงินที่เหลือ ใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป

    สำหรับทิศทางการดำเนินงานช่วงไตรมาส 1/2569 ในระยะแรกจะมุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกขององค์กร วิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างรอบด้าน พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทิศทางธุรกิจมีความชัดเจน สามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ คณะที่ปรึกษา และ บุคลากรจากหน่วยงานอิสระที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและวางระบบมาตรการกำกับการตรวจสอบให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย คาดว่าแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป

    “การเข้ามารับหน้าที่นี้จากกระบวนการคัดเลือกของคณะกรรมการบริษัท ด้วยความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้โจทย์ธุรกิจอย่างจริงจัง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างท้าทาย แต่เชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน เพื่อเป็นฐานในการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอน ขณะเดียวกันยังคงมุ่งเน้นการจัดระเบียบขององค์กร ผลักดันธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างโซลูชั่นใหม่ รวมถึงการต่อยอดระบบนิเวศน์ทางธุรกิจครบวงจรด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการเสริมสร้างธุรกิจให้เป็นอาณาจักรที่มีการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง และ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดภายใต้หลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด” นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

    ขณะที่ ผลการดำเนินงานของบริษัทประจำปี 2568 มีทิศทางที่ดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มศักยภาพไปสู่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวและมีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวม 710.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 453.04 ล้านบาท จำนวน 257.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56.87% และ มีผลขาดทุนสุทธิ 164.61 ล้านบาท ลดลง 62.54% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 439.04 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทยังอยู่ระหว่างการทบทวนโครงสร้างรายได้ และ มาตรการควบคุมต้นทุน พร้อมประเมินแนวทางปรับสัดส่วนธุรกิจ มุ่งเน้นเพิ่มรายได้และอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคง และ มีความยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/05/622835/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KcKc_SJdslRTQ1P-fRrK8

  • ท่องเที่ยวไทย 2 เดือนแรกปี 69 หดตัว 4.2% จับตาจีนยังครองแชมป์

    ท่องเที่ยวไทย 2 เดือนแรกปี 69 หดตัว 4.2% จับตาจีนยังครองแชมป์

    รายงานล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นปี 2569 (1 ม.ค. – 28 ก.พ.) พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 6,541,710 คน 

    ซึ่งปรับตัวลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่งผลให้รายได้จากตลาดต่างประเทศสะสมอยู่ที่ 322,595 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.6%
     

    ท่องเที่ยวไทย 2 เดือนแรกปี 69 หดตัว 4.2% จับตาจีนยังครองแชมป์

    “จีน” ยังครองแชมป์ อานิสงส์ตรุษจีนดันยอดพุ่ง แม้ภาพรวมจะมีการหดตัวลง แต่ตลาดที่น่าจับตามองที่สุดยังคงเป็น นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งรั้งอันดับหนึ่งด้วยจำนวนสะสม 1,078,089 คน

    โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจาก เทศกาลตรุษจีน ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาวที่ชาวจีนนิยมเดินทางมาพักผ่อนในไทย จากข้อมูลพบว่าในช่วงพีคของการเดินทาง 

    มียอดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยสูงถึง 30,000 คนต่อวัน ก่อนจะเริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 14,000 คนต่อวันในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

    ส่อง 5 อันดับแรกและกลุ่มตลาดระยะไกล นอกจากตลาดจีนแล้ว ประเทศที่ส่งออกนักท่องเที่ยวมายังไทยสูงสุด 5 อันดับแรกยังคงเป็นกลุ่มหน้าเดิม ได้แก่ มาเลเซีย (6.16 แสนคน), รัสเซีย (5.04 แสนคน), อินเดีย (4.17 แสนคน) และเกาหลีใต้ (3.12 แสนคน) ตามลำดับ
     

    ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (Long-haul) เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ยังคงรักษากระแสการเดินทางได้ดีในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) โดยแต่ละประเทศมียอดสะสมมากกว่า 200,000 คน ซึ่งช่วยพยุงภาพรวมของอุตสาหกรรมไว้ได้ในระดับหนึ่ง

    เดือนกุมภาพันธ์: สัญญาณการฟื้นตัวที่น่าสนใจ หากพิจารณาเฉพาะสถิติในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะพบสัญญาณที่ค่อนข้างเป็นบวก 

    โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3,263,802 คน เพิ่มขึ้น 4.63% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้ภาพรวมสองเดือนแรกจะติดลบจากการชะลอตัวในเดือนมกราคม 

    แต่ในเดือนกุมภาพันธ์เริ่มมีการขยายตัวที่โดดเด่นขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียและยุโรปที่ยังคงเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลัก
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738909&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IBkKxqNyMSg7wm9DctJGg

  • พัทยาลุยจัดระเบียบขอทานสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    พัทยาลุยจัดระเบียบขอทานสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    พัทยาลุยจัดระเบียบขอทานสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 4 มี.ค.69 ที่หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นางรัชนี วรรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดชลบุรี นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และ พ.ต.ต.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.ชลบุรี เปิดกิจกรรมรณรงค์จัดระเบียบขอทานในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี

    โดยในพิธีการ มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางปาณรดา อัตโตหิ รองปลัดเมืองพัทยา พ.ต.อ.จีรวัฒน์ สุคนธทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนปกครอง รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ก่อนกระจายกำลังลงพื้นที่กวดขันจัดระเบียบขอทานในพื้นที่พัทยา 

    ทั้งนี้ ด้วยศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดชลบุรี มีแผนในการจัดระเบียบขอทาน ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 เป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับศูนย์ฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กรณีพบขอทานในพื้นที่เมืองพัทยา จึงบูรณาการร่วมกับเมืองพัทยา และหน่วยงานภาคีเครือข่ายลงพื้นที่กวดขันจัดระเบียบในครั้งนี้ ซึ่ง

    ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ สำนักสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย (กิจการพิเศษ) ส่วนปกครอง สำนักปลัดเมืองพัทยา ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดชลบุรี ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยแบ่งกำลังออกเป็น 3 ทีม ครอบคลุม 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนเลียบชายหาดพัทยา ถนนพัทยาสายสอง และบริเวณหน้าวัดชัยมงคล พระอารามหลวง 

    อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ปฏิบัติการกวดขันดังกล่าว ทำให้สามารถจับกุมกลุ่มบุคคลขอทานได้จำนวน 9 ราย เป็นชายไทย 3 ราย เป็นหญิงไทย 2 ราย เด็กชายไทย 2 ราย ชายชาวพม่าอีก 1 ราย และหญิงชาวกัมพูชา 1 ราย ซึ่งทั้งหมดได้ถูกนำตัวไปทำประวัติที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468152&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NlURJdKZng9ZmYKrRVbtV

  • เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาซ้ำซาก ท่ามกลางระเบียบโลกเปลี่ยน

    เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาซ้ำซาก ท่ามกลางระเบียบโลกเปลี่ยน

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-86&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oy2HZUuykqVG5om0-P2ng

  • ตัคต์ ราวันชี: เราไม่ได้ส่งข้อความใด ๆ ไปยังสหรัฐฯ

    ตัคต์ ราวันชี: เราไม่ได้ส่งข้อความใด ๆ ไปยังสหรัฐฯ

    ตัคต์ ราวันชี: เราไม่ได้ส่งข้อความใด ๆ ไปยังสหรัฐฯ

    🔹รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์กับเครือข่าย MS NOW ของสหรัฐฯ ระบุว่า

    🔹ข้อความของเราที่ต้องการสื่อถึงโลกคือ อิหร่านกำลังปกป้องตนเอง และพยายามอย่างหนักเพื่อปกป้องประชาชนของเรา สงครามครั้งนี้ถูกบังคับให้เกิดขึ้นกับเรา และเรามีสิทธิ์ป้องกันตัวเอง

    🔹พวกเขาคิดว่าสามารถยุติสงครามได้ภายในไม่กี่วัน แต่พวกเขาคิดผิดอย่างร้ายแรง ขณะนี้เรากำลังปกป้องสังคมของเรา ซึ่งถูกโจมตีอย่างรุนแรงและไร้มนุษยธรรม แม้แต่เด็กนักเรียนก็ถูกสหรัฐฯ และรัฐบาลอิสราเอลโจมตี

    🔹แม้แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและโรงพยาบาลก็ถูกโจมตี และสิ่งที่เรากำลังทำคือการป้องกันตัวโดยชอบธรรม

    🔹เราไม่ได้รับข้อความใด ๆ จากสหรัฐฯ และก็ไม่ได้ส่งข้อความใด ๆ ไปยังสหรัฐฯ เช่นกัน เพราะตอนนี้เรากำลังมุ่งเน้นเพียงการป้องกันตัวเอง ดังนั้นเราไม่ได้ส่งข้อความ และก็ไม่ได้รับข้อความจากสหรัฐฯ หรือจากฝ่ายใดเลย