Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “สส.บูม” เดินหน้า เร่งจัดระเบียบกัญชา หาจุดสมดุลเพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ประชาชน และกอบกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

    “สส.บูม” เดินหน้า เร่งจัดระเบียบกัญชา หาจุดสมดุลเพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ประชาชน และกอบกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

    “สส.บูม” เดินหน้าผลักดันจัดระเบียบกัญชา เรียกร้องรัฐบาลเร่งอุดช่องว่างการควบคุม หวังสร้างสมดุลระหว่างการใช้ทางการแพทย์กับสิทธิประชาชน พร้อมกอบกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย หลังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญเผชิญปัญหาการใช้ในที่สาธารณะ กระทบคุณภาพชีวิตและความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    ​เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.เขต 1 กรุงเทพมกานคร พรรคประชาชนเปืดเผยว่า ในฐานะ สส. กทม เขต 1 ผมได้รับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายกัญชาในปัจจุบัน ผมเข้าใจดีว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ และมีศักยภาพในการเป็นพืชเศรษฐกิจหากได้รับการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อสุขภาพ หรือผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

    ​แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้ คือ “สภาวะสุญญากาศทางการควบคุม” โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยวสำคัญอย่างถนนข้าวสาร สีลม และเยาวราช ที่ควรเป็นหน้าตาต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่กลับมีการใช้กัญชาในพื้นที่สาธารณะอย่างเสรีจนเกิดมลภาวะทางกลิ่น สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย และทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ​ปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งต่อสังคมและเศรษฐกิจ:

    • ​ความเสี่ยงต่อเยาวชน: การเข้าถึงที่ง่ายดายและขาดมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ทำให้เยาวชนตกอยู่ในความเสี่ยง
    • ขาดการจัดพื้นที่ (Zoning) ที่ชัดเจน: ทำให้เกิดการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิในการสูดอากาศบริสุทธิ์ของประชาชนทั่วไป
    • ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวบั่นทอน: ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย

    ​ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง “ประโยชน์ทางการแพทย์” และ “สิทธิของประชาชน” ผมขอเรียกร้องไปยังคณะรัฐบาลชุดใหม่ ให้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาจัดระเบียบอย่างเร่งด่วน ดังนี้:

    1) ​ตีกรอบและสนับสนุนการใช้เพื่อ “การแพทย์และสุขภาพ” อย่างถูกต้อง: พร้อมสร้างกลไกการควบคุมที่รัดกุม คุ้มครองทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการ

    2) ​กำหนดพื้นที่การใช้งาน (Zoning) อย่างชัดเจน: การใช้กัญชาควรอยู่ภายในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือสถานบริการที่จัดไว้เฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยและไม่กระทบผู้อื่น

    3) ​บังคับใช้กฎหมายควบคุมการสูบในที่สาธารณะอย่างจริงจัง: เพื่อเป็นการเคารพสิทธิในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป และกอบกู้ภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทย

    4) ​ปกป้องเยาวชนขั้นเด็ดขาด: เพิ่มมาตรการตรวจสอบ กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่จำหน่ายให้เยาวชน พร้อมสร้างช่องทางด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบการกระทำผิด

    ​การเริ่มต้นของรัฐบาลชุดใหม่ คือโอกาสสำคัญในการนำกัญชากลับเข้าสู่ระบบที่ควรจะเป็น ทำให้ทุกคนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน

    ​ในฐานะผู้แทนราษฎร เขต 1 กรุงเทพมหานคร ผมยืนยันว่าจะทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันเรื่องนี้ในสภาอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดระเบียบที่เป็นรูปธรรมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ ”สส. พรรคประชาชนกล่าว“

    อ้างอิงจาก :

    https://www.facebook.com/share/p/188RMidNbb/?mibextid=wwXIfr

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/284145&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Psr0lMI4q5Pae71hGgIVJ

  • เตือนไทยเสี่ยง “ถดถอยเชิงเทคนิค” หากราคาน้ำมันแตะ 120 ดอลลาร์ เกิน 6 เดือน

    เตือนไทยเสี่ยง “ถดถอยเชิงเทคนิค” หากราคาน้ำมันแตะ 120 ดอลลาร์ เกิน 6 เดือน

    KKP ประมาณการณ์ GDP โต 1.8% แต่เตือนไทยเสี่ยง “ถดถอยเชิงเทคนิค” หากน้ำมันพุ่งแตะ 120 ดอลลาร์สหรัฐ ยืดเยื้อ เกิน 6 เดือน

    KKP Research ปรับเพิ่มประมาณการอัตราเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิม 1.6% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจปรับดีขึ้น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างความเสี่ยงใหม่ที่น่ากังวลอย่างมาก โดยเฉพาะต่อประเทศไทยที่มีความเปราะบางต่อราคาพลังงานโลกสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

    ราคาน้ำมันพุ่ง: ความเสี่ยงสำคัญที่กระทบไทยมากกว่าใครในภูมิภาค

    ไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงประมาณ 6.5% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค ส่งผลให้เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ไทยจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น KKP Research ประเมินว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

    (1) ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ  จากผลกระทบผ่านทางการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคที่จะชะลอตัวลง

    (2) ด้านเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะราคาพลังงานมีน้ำหนักค่อนข้างมากในตะกร้าสินค้าของคนไทย กระทบต่อค่าครองชีพและการบริโภคของประชาชน

    (3) ด้านดุลการค้า ดุลการค้าของไทยจะปรับตัวลดลงจากค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลน้อยลงและกดดันให้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า

    ในกรณีฐาน KKP Research ประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะเป็น “การเปลี่ยนแปลงชั่วคราว” และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น น่าจะปรับตัวลดลงกลับสู่ระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเวลาไม่นานนัก อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หรือลุกลามกลายเป็นสงครามภูมิภาค และราคาน้ำมันค้างสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด หรือเกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ (เช่น ปุ๋ย) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยก็จะรุนแรงขึ้น

    KKP Research ประเมินว่าในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบค้างสูงกว่าระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาเรลต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือนมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิคโดยจะขยายตัวต่ำกว่า 0.7% และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 2% ได้

    เศรษฐกิจไทยปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 3 ปัจจัยสำคัญ

    สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา (ก่อนเกิดสงคราม) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก

    ปัจจัยแรก คือ ภาคการท่องเที่ยว หลังจากที่นักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลงอย่างมากในปี 2568 จากความกังวลด้านความปลอดภัย สถานการณ์เริ่มดีขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน เมื่อนักท่องเที่ยวจีนหันมาเลือกไทยแทนญี่ปุ่น หลังความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้น

    KKP Research จึงปรับเพิ่มประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ในกรณีฐาน ขึ้นเป็น 35.1 ล้านคน และที่น่าสนใจคือการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ไม่ได้กระจุกอยู่แค่นักท่องเที่ยวจีน แต่ยังมีสัญญาณที่ดีจากนักท่องเที่ยวอาเซียน ยุโรป อินเดีย และรัสเซียอีกด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง

    ปัจจัยที่สอง คือ การส่งออกและการผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องและสูงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นในการขับเคลื่อนภาคการผลิต เนื่องจาก HDD มีมูลค่าเพิ่มในประเทศสูงกว่าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

    อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าการเติบโตของการส่งออกส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนเส้นทางซัพพลายเชน คือการนำสินค้าจากประเทศอื่นผ่านไทยเพื่อส่งออกต่อ มากกว่าการผลิตจริงในประเทศ จึงไม่ได้หนุนเศรษฐกิจไทยได้เต็มที่นัก

    ปัจจัยที่สาม คือ เสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงมากขึ้น จากการจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ซึ่งลดความเสี่ยงจากความวุ่นวายทางการเมืองที่เคยกดดันเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ค้างคาอยู่นาน ทั้งด้านการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การยกระดับผลิตภาพ และการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)

    อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังมีอยู่หลายด้าน ทั้งความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตที่ยังเผชิญแรงกดดันจากสินค้าราคาถูกนำเข้า หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงกดดันการบริโภคในประเทศ และภาวะสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ยังตึงตัว ตราบใดที่สินเชื่อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ การบริโภคและเศรษฐกิจในประเทศก็ยังไม่สามารถขยายตัวได้ดีนัก

    ความท้าทายระยะสั้น: กองทุนน้ำมันและพื้นที่ทางการคลังที่จำกัด

    ความท้าทายที่จะเกิดขึ้นทันทีในระยะสั้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น คือ ภาระผูกพันของรัฐบาลในการตรึงราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ประชาชนรับได้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่งจะสามารถลดหนี้กว่า 1.2 แสนล้านบาท ที่สะสมมาจากช่วงวิกฤตราคาน้ำมันปี 2565 ได้สำเร็จ แต่ปัจจุบันกำลังแบกภาระอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่สูงถึงราว 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน เพื่อรักษาราคาดีเซลปลีกไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร และภาระภาครัฐจะสูงขึ้นหากน้ำมันค้างสูงเป็นเวลานาน

    นอกจากนี้ ภาระการอุดหนุนค่าไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยในปี 2565-2566 ที่ราคาพลังงานแตะระดับสูง ภาระอุดหนุนค่าไฟฟ้าสะสมอยู่ที่ราว 1.35 แสนล้านบาท และยังคงเป็นหนี้ค้างอยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การพุ่งขึ้นของราคา LNG จะทำให้ กฟผ. ลดหนี้ได้ยากขึ้น แม้ภาระเหล่านี้จะไม่ถูกนับรวมในหนี้สาธารณะอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นภาระผูกพันที่รัฐต้องค้ำประกัน ซึ่งบั่นทอน “พื้นที่ทางนโยบาย” ที่มีอยู่อย่างจำกัด

    แนวโน้มดอกเบี้ย: ธปท. ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น

    หลังการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) KKP Research สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในท่าทีการสื่อสารของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยปรับจุดยืนให้สมดุลมากขึ้น หันมาให้น้ำหนักกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อมากกว่าเดิม แทนแนวคิดเดิมที่เน้น “รักษาพื้นที่นโยบาย” แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และเงินบาทแข็งค่าขึ้น

    อย่างไรก็ตาม กนง. ยังคงระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย โดยแถลงการณ์ล่าสุดระบุว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบัน “รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างเพียงพอแล้ว” หากไม่มีผลกระทบเชิงลบเพิ่มเติม

    KKP Research คงประมาณการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% สำหรับปี 2569 และ 2570 และปรับการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก จากปี 2570 เป็นปี 2571 เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่เห็นได้ชัดของ กนง. และคาดว่า กนง. อาจปรับดอกเบี้ยลงต่ำกว่าที่ประเมินไว้ได้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอลงมากกว่าคาด โดยเฉพาะหากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อกว่าที่ประเมิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/739444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MimOlFp9HEuMrAyAgTvW3

  • นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ รับมือน้ำมันแพง เล็งชงครม.จ่อขยับดีเซล

    นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ รับมือน้ำมันแพง เล็งชงครม.จ่อขยับดีเซล

    วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ

    รับมือน้ำมันแพง

    เล็งชงครม.จ่อขยับดีเซล

    หลังสิ้นสุดโปรตรึงราคา

    หลายจังหวัดยังโกลาหล

    รอต่อคิวหน้าปั๊มแต่ไก่โห่

    กองทุนน้ำมันติดลบทะลุ 1.2 หมื่นล้าน ยอมกลืนเลือดอุ้มดีเซลต่อ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้นตรึงราคาขายปลีกหน้าปั๊ม ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ขณะที่ นายกฯอนุทิน เรียกถกทีมเศรษฐกิจฝ่าฟันวิกฤตสู้รบตะวันออกกลาง ด้านศุภจี สุธรรมพันธุ์ยันมีแผนรับมือของแพง เพื่อช่วยประชาชนจ่อนำเข้าครม.อนุมัติอังคารนี้ กอ.รมน.โดดช่วยสำรวจตลาดห้ามกักตุนพลังงาน/สินค้า ต่างจังหวัดยังอลเวงต่อคิวหน้าปั้มแต่ไก่โห่

    เมื่อวันที่ 16 มีนาคม มี รายงานข่าวจาก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เร่งใช้งบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลสูงสุด 18.31 บาทต่อลิตร เพื่อสกัดราคาขายปลีกไม่ให้พุ่งเกิน 30 บาทต่อลิตร หลังราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนหนัก กระทบต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพประชาชน โดยย้ำเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา พร้อมยึดหลักสะท้อนต้นทุนจริง และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนข้ามกลุ่ม

    สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า กบน. ได้ออกประกาศฉบับที่ 21 พ.ศ.2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน เงินชดเชย เงินคืนจากกองทุน และเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)และพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562

    มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มจนเกินระดับที่เหมาะสม ซึ่งกำหนดไว้ที่มากกว่า 30 บาทต่อลิตร หากปล่อยให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

    แค่มาตรการระยะสั้น

    อย่างไรก็ตาม กบน. ระบุว่า การแทรกแซงราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น โดยยังคงยึดหลักการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของพลังงาน เพื่อไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม (Cross Subsidy)

    สำหรับโครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุน และเงินชดเชยใหม่ พบว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ B20 ได้รับเงินชดเชย 18.31 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียมต้องส่งเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร

    ในส่วนของกลุ่มแก๊สโซฮอล์ กำหนดให้ E20 ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 9.85 บาทต่อลิตร รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ได้รับ 8.37 บาทต่อลิตร ส่วน E85 ได้รับ 2.28 บาทต่อลิตร

    ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน กำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้าส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร

    กองทุนติดลบพุ่ง1.2หมื่นล้าน

    ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงิน และบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 พร้อมยกเลิกประกาศฉบับที่ 20 ก่อนหน้า และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.2569 เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศ และการนำเข้า รวมถึงกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนในกรณีส่งออก เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน

    ส่วนสถานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 15 มี.ค.2569 พบว่า บัญชีกองทุนน้ำมันติดลบ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท ขณะที่บัญชี LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท

    หนูรับมือวิกฤตพลังงาน

    ก่อนหน้านี้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรมว.มหาดไทย เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อประชุมรับมือสถานการณ์พลังงานจากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ประกอบด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า นายอนันต์แก้วกำเนิด ผอ.สำนักงบประมาณ นายลวรณแสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

    ยังออกพรบ.เงินกู้ไม่ได้

    โดยนายเอกนิติ เปิดเผยว่า เรื่องปัญหาน้ำมันยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถออกพรก.เงินกู้ชดเชยกองทุนน้ำมันได้ เนื่องจาก ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการณ์

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีเรื่องรับมือวิกฤติพลังงาน กรณีราคาสินค้าเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันว่า ยังไม่มีอะไร แต่จะมีมาตรการออกมา ขอให้รอฟังศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.)พร้อมยอมรับว่าพรุ่งนี้ตนจะมีการเสนอมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

    เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนเกิดความกังวลเริ่มกักตุนสินค้าอุปโภค บริโภค จะให้ความมั่นใจประชาชนได้อย่างไร นางศุภจี ไม่ได้ตอบคำถาม แต่พยักหน้ารับ ก่อนขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

    ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิเสธตอบคำถาม ว่ารัฐบาลอาจจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กู้เงิน ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อตรึงราคาน้ำมันหรือไม่ โดยระบุเพียงว่า ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

    เพิ่มรอบรถขนส่งน้ำมัน

    ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เรียกตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมการประชุมด่วน เพื่อหารือประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการรับมือเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า

    ภายหลังการประชุมกระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันได้ข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติในการเร่งระบายน้ำมันสู่สถานีบริการ เช่น การระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน การเพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังไปยังพื้นที่เป้าหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเชื่อมั่นว่าจากมาตรการเร่งด่วนทั้งหมดนี้ จะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการที่ขาดแคลน และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนคลายความกังวลและมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ

    ห้ามกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง

    พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ได้มีข้อสั่งการให้ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จัดตั้งชุดตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายและการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

    ทั้งนี้ ให้ กอ.รมน.จังหวัด ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อาทิ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานพลังงานจังหวัด ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน แหล่งเก็บสำรองน้ำมัน รวมถึงติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุน การฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย

    การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ได้มอบหมายให้ เสนาธิการทหารบก/เลขาธิการ กอ.รมน. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงในทุกมิติ โดยเฉพาะการดูแล ความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน

    กอ.รมน.จะดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการด้านพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

    ปตท.ติดตามน้ำมันใกล้ชิด

    ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการจัดหาพลังงานในตลาดโลก ปตท. และบริษัทในกลุ่มได้ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนและภาคเศรษฐกิจ

    ในด้าน การจัดหาน้ำมันดิบ ปตท. มีหน่วยงานธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ทั่วโลกมีประสบการณ์และอยู่ในตลาดค้าขายน้ำมันดิบ บริหารจัดการโดยการเปลี่ยนท่าเรือรับผลิตภัณฑ์นอกช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ๆ ทั่วโลกมาเพิ่มเติม เช่น จากทางแอฟริกา อเมริกา พร้อมประสานงานกับพันธมิตรทางการค้า โดยยืนยันแผนการส่งมอบที่ชัดเจนต่อเนื่อง และยังคงจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งมีการกำลังการผลิตกว่า 60% ของประเทศ สามารถผลิตได้ตามแผ

    จัดหาก๊าซธรรมชาติ

    สำหรับ การจัดหาก๊าซธรรมชาติ ขอความร่วมมือผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและเมียนมาผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มกำลัง และเลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงประจำปีออกไปก่อน พร้อมจัดหา Spot LNG เพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มอบหมาย เพื่อทดแทนปริมาณก๊าซ LNG ที่ขาดหายไป

    ในส่วนสถานีบริการน้ำมัน คลังน้ำมัน เปิดทำการตลอด 7 วัน ระดมรถขนส่งน้ำมัน มายังสถานีบริการอย่างต่อเนื่องโดยแต่ละรอบใช้เวลา 12-24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระยะทาง ซึ่งจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในช่วงนี้ ปริมาณจำหน่ายในสถานีบริการ PTT Station เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ทำให้รอบขนส่งต้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บางสถานีบริการไม่มีน้ำมันจำหน่ายในบางช่วงเวลา ทั้งนี้ ทาง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ประสานทุกหน่วยเพื่อบริหารจัดการรองรับความต้องการอย่างเต็มที่ ในท้ายนี้ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด หลีกเลี่ยงการกักตุน และสถานีบริการ PTT Station พร้อมดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

    แม่สอดเข้าแถวยาว 3 กม.

    ผู้สื่อข่าวรายงานความวุ่นวายบริเวณปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 5 อำเภอแนวชายแดน จ.ตาก โดยเฉพาะใน อ.แม่สอด พบขบวนรถจำนวนมากจอดรอคิวจนล้นออกมานอกถนนยาวไปไกลกว่า 3 กิโลเมตร บางรายมารอตั้งแต่เย็นวานนี้ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องน้ำมันไม่เพียงพอ

    บรรยากาศยิ่งสายยิ่งตึงเครียด หลังหลายปั๊มสั่งงดเติมน้ำมันทุกชนิดให้กับรถจากฝั่งเมียนมา เพื่อสำรองไว้ให้คนในพื้นที่ก่อน จนเกิดเหตุกระทบกระทั่งและพยายามแซงคิวกันหลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองต้องสนธิกำลังเข้าดูแลความเรียบร้อยป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท ล่าสุดช่วงสายที่ผ่านมาปั๊มทุกแห่งในแม่สอดต้องขึ้นป้าย “น้ำมันหมด” และปิดให้บริการชั่วคราวเพราะน้ำมันสำรองเกลี้ยงทุกชนิด

    มีรายงานว่าในช่วงบ่ายจะมีรถขนส่งนำน้ำมันล็อตใหม่เข้ามาเสริมในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใจเย็นและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดสรรน้ำมันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    อ่างทองเกิดวิกฤตดีเซล

    ด้านสถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยเฉพาะบริเวณปั๊ม ปตท. ไผ่ล้อม อ.เมือง พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด ประชาชนนำรถมาเข้าแถวรอคิวตั้งแต่เช้าจนน้ำมันดีเซลหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่มารอคิวหลายรายต้องผิดหวังหลังตระเวนหาปั๊มตั้งแต่ริมถนนสายเอเชียเข้ามาถึงตัวเมืองแต่พบว่าน้ำมันหมดเกลี้ยงแทบทุกที่

    จากการสำรวจสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ พบสถานการณ์ให้บริการดังนี้ ปั๊มบางจาก (สหกรณ์การเกษตรโพธิ์ทอง) ประกาศน้ำมันหมดทุกชนิด งดให้บริการชั่วคราว อยู่ระหว่างประสานจัดหา , ปั๊มบางจาก (ป่าโมก) น้ำมันดีเซล และแก๊สโซฮอล์ 95 หมดชั่วคราว และปั๊มบางจาก (แยกบ้านรอ) ดีเซล (ธรรมดา/พรีเมียม) และแก๊สโซฮอล์ 95 หมดเกลี้ยง เหลือเพียงแก๊สโซฮอล์ 91, E20 และ 97 (พรีเมียม) ในปริมาณจำกัดเท่านั้น

    จากสภาวะน้ำมันขาดช่วง ทำให้ประชาชนหลายรายที่พยายามขับรถตระเวนหาปั๊มจนน้ำมันหมดถัง จำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้ที่สถานีบริการเพื่อรอคิวให้รถขนส่งน้ำมันมาถึงจึงจะเดินทางต่อได้ ขณะที่ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่ได้ติดป้ายแจ้งลูกค้าว่า ‘น้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง’ เพื่อลดความวุ่นวายบริเวณหน้าลานบริการ

    ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งยืนยันว่ากำลังเร่งประสานงานกับบริษัทต้นสังกัดเพื่อให้จัดส่งน้ำมันมาเติมโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาคการขนส่งและเกษตรกรรมในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/953046&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Qx5H-SeWhK_Df4fSyjmST

  • น้ำมันดิ่งหลุด $97 หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คลายวิกฤตพลังงาน

    น้ำมันดิ่งหลุด $97 หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คลายวิกฤตพลังงาน

    น้ำมันดิ่งหลุด $97 หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คลายวิกฤตพลังงาน

    สรุปข่าว
    • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 2.7% ลงมาอยู่ที่ระดับ 96.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทันทีหลังมีข่าวการผ่อนปรนมาตรการในตะวันออกกลาง
    • สหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้น้ำมันจากอิหร่านสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง หลังเกิดภาวะตึงเครียดและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026
    • การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดความร้อนแรงของราคาน้ำมันโลกที่เคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ จากผลกระทบของปฏิบัติการทางทหารในช่วงก่อนหน้า

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

    การเพิ่มขึ้นของอุปทาน (Supply) จากอิหร่านที่กลับเข้าสู่ตลาด จะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสพักตัวหรือปรับฐานลงต่อในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกโดยการช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้นและคริปโทฯ) มีการฟื้นตัวจากการคาดการณ์ว่าต้นทุนพลังงานจะลดลง

    ตลาดคลายกังวล! น้ำมัน WTI ร่วงแตะ $96 หลังข่าวดีจากวอชิงตัน

    ข้อมูลล่าสุดจาก The Kobeissi Letter และกราฟราคาจาก TradingView ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลุดระดับสำคัญที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวลดลงกว่า 2.7% ในช่วงเวลาสั้นๆ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดได้รับรู้ปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นการยุติภาวะการขาดแคลนอุปทานที่กดดันตลาดมาอย่างยาวนาน

    เปิดเส้นทางฮอร์มุซ: จุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตพลังงานโลก

    สงครามอิหร่านสหรัฐ ช่องแคบ เฮอร์มุช realistic cinematic no text

    ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของปริมาณการใช้ทั่วโลก การที่สหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้ “น้ำมันอิหร่าน” สามารถผ่านเส้นทางนี้ได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ปิดล้อมพื้นที่และการปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเคยผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสูงขึ้นจนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก

    ย้อนรอยความตึงเครียด: จากสงครามสู่การเจรจาลดความร้อนแรง

    สร้างภาพทรัมป์งัดข้อกับผู้นำอิหร่านมองโกรธกัน realistic cinematic

    วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางปี 2026 เริ่มต้นขึ้นอย่างรุนแรงหลังปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำ จนราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ การผ่อนปรนให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคม 2026 จึงถือเป็นสัญญาณการลดระดับความขัดแย้ง (De-escalation) ที่ตลาดเฝ้ารอคอยมาตลอด 2 สัปดาห์

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค: สัญญาณบวกต่อการสยบเงินเฟ้อ

    การร่วงลงของราคาน้ำมันมาอยู่ที่ระดับ 96.61 ดอลลาร์ จะส่งผลบวกโดยตรงต่อตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกที่กำลังพุ่งสูงขึ้น นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากอุปทานน้ำมันจากอิหร่านและประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซียสามารถไหลเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รุนแรง และส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง

    แหล่งข้อมูล: KobeissiLetter, tradingview


    ผู้เขียนมองว่าแม้ตลาดจะขานรับเชิงบวกในระยะสั้น แต่คำถามสำคัญคือการอนุญาตให้น้ำมันอิหร่านผ่านเส้นทางฮอร์มุซนี้จะเป็นมาตรการชั่วคราวหรือเป็นการถอยทัพอย่างยั่งยืน หากสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ยังไม่สงบลงอย่างถาวร ความผันผวนของราคาน้ำมันอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ นักลงทุนจึงควรติดตามถ้อยแถลงจากทำเนียบขาวและท่าทีของรัฐบาลเตหะรานอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของราคาน้ำมัน แต่เป็นเกมภูมิรัฐศาสตร์ที่เดิมพันด้วยเสถียรภาพทางการเงินโลก

    น้ำมันดิ่งหลุด $97 หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คลายวิกฤตพลังงาน

    Nisarat Aunrueanngam

    นักเขียนคอนเทนต์อิสระ ผู้หลงใหลการถอดรหัสธุรกรรมบนบล็อกเชนและกลไกของเจ้ามือ ติดตามความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี AI และ Cyber Security อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและทันสมัย มุ่งเน้นการถ่ายทอดเรื่องราวความซับซ้อนของโลกสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้อ่านก้าวทันโลกการเงินยุคใหม่อย่างมั่นใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/03/16/oil-price-drops-below-97-us-allows-iranian-oil-strait-of-hormuz/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20DZsXuqFey6JzIJIlnk36

  • กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดเมืองรถม้า ขนทัพสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดเมืองรถม้า ขนทัพสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดเมืองรถม้า ขนทัพสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง


    16/03/2569 | 43 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดเมืองรถม้า ขนทัพสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง

    วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ ตลาดเพ็ญทรัพย์ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” จุดดำเนินการจังหวัดลำปาง โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคึกคัก เพื่อเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ภาคเหนือ

    การจัดงานในครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Heritage & Innovation มรดกแห่งภูมิปัญญา นวัตกรรมแห่งอนาคต” เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมมาพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัย มีมาตรฐานสากล และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยกำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 20 มีนาคม 2569 เพื่อให้ชาวลำปางและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสนับสนุนสินค้าจากภูมิปัญญาไทยคุณภาพเยี่ยมในที่เดียว

    สำหรับไฮไลต์สุดพิเศษภายในงาน ประกอบด้วย:

    – ช้อปสะใจกว่า 200 บูท: รวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP พรีเมียมคัดสรรคุณภาพจาก 4 ภาคทั่วไทย ทั้งงานคราฟต์ งานฝีมือ และสินค้าดีไซน์ล้ำสมัย

    – โซน OTOP ชวนชิม: อิ่มอร่อยกับเมนูรสเด็ด แซ่บถึงใจจากทั่วทุกภูมิภาคที่ยกขบวนความอร่อยมาเสิร์ฟถึงที่

    – เดินสบายในโดมแอร์: จัดเต็มความสะดวกสบายด้วยโดมติดแอร์ขนาดใหญ่ เย็นฉ่ำตลอดทั้งงาน เหมาะสำหรับพาครอบครัวมาเที่ยวชมและเลือกซื้อของขวัญของฝาก

    – กิจกรรมลุ้นโชค: ตื่นตาตื่นใจกับช่วงนาทีทอง และร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ “ทองคำ” ทุกวันตลอดการจัดงาน

    – มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง: พบกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังทุกคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

    การจัดงานในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้แสดงศักยภาพ และส่งต่อความสุขผ่านผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่าไปสู่มือผู้บริโภคโดยตรง อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    พิกัดความสุข : OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน (ลำปาง)

    วันที่: 14 – 20 มีนาคม 2569

    สถานที่: ณ ตลาดเพ็ญทรัพย์ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

    เวลา: 10.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรีตลอดงาน)

    จัดโดย: กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

    มาร่วม “ช้อป ชิม แชร์ และเชียร์” สินค้าไทยคุณภาพดี ในมหกรรมความสุขที่ใหญ่ที่สุดกลางเมืองลำปาง

    #OTOP

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/338385&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw192keG2IfguIilP2EMilUE

  • ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.02 น.

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 16.41  น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

    เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ที่นั้น นายสะเลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภริยา

    ในหลวง พระราชินี

    นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานประเทศ นายสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ นายทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศผ่ายลาว และภริยารัฐมนตรี นายสีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางครองขนิษฐ  รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

    จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ ณ ที่นั้น นางสาวจิรัสยา พีรานนท์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต และภริยา ชุมชนคนไทยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายรัฐวุฒิ เวชประสิทธิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไปโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ และเจ้าหน้าที่ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

    ในหลวง พระราชินี

    ในหลวง พระราชินี

    ในหลวง พระราชินี
     

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/953052&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cF06rm7aQi5QEjp2T4R7L

  • สปีดโบ้ทพัทยา-เกาะล้านยังไหว ปั๊มจำกัดเติมน้ำมัน 2-3 แกลอน ผู้ประกอบการหวั่นราคาพุ่งกระทบท่องเที่ยว จ.ชลบุรี

    สปีดโบ้ทพัทยา-เกาะล้านยังไหว ปั๊มจำกัดเติมน้ำมัน 2-3 แกลอน ผู้ประกอบการหวั่นราคาพุ่งกระทบท่องเที่ยว จ.ชลบุรี

    สปีดโบ้ทพัทยา-เกาะล้านยังไหว ปั๊มจำกัดเติมน้ำมัน 2-3 แกลอน ผู้ประกอบการหวั่นราคาพุ่งกระทบท่องเที่ยว จ.ชลบุรี

    เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ แหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี สอบถามผู้ประกอบการเรือสปีดโบ้ทเส้นทางพัทยา–เกาะล้าน ภายหลังเกิดกระแสความกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงอาจขาดตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเดินเรือและภาพรวมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา

    นายสุรินทร์ อายุ 53 ปี หนึ่งในผู้ประกอบการเรือสปีดโบ้ท เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยว โดยสถานีบริการน้ำมันจำกัดการเติมอยู่ที่ 2–3 แกลอนต่อครั้ง (แกลอนละ 30 ลิตร) จากเดิมในภาวะปกติสามารถเติมได้ถึง 10 แกลอนต่อปั๊ม อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวยังเพียงพอต่อการเดินเรือในแต่ละวัน

    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังคงอัตราค่าบริการตามราคาปกติ ไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ามีความกังวล หากในอนาคตเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนและราคาปรับตัวสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับค่าบริการให้สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งอาจกระทบต่อความเข้าใจของนักท่องเที่ยว และส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรวม

    ผู้ประกอบการจึงอยากให้ภาครัฐติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณามาตรการรองรับและช่วยเหลือ เพื่อรักษาเสถียรภาพต้นทุน และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี

    Superball th 
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/68358&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yQlNgo5lCh5VUCE4bB8kl

  • ซีพี ออลล์ ลงนาม MOU กสศ. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

    ซีพี ออลล์ ลงนาม MOU กสศ. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

    การศึกษา

    ซีพี ออลล์ ลงนาม MOU กสศ. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 23.14 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารธุรกิจเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนไทยที่ขาดแคลน ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของตน จำนวน 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท โดย นายโตมร จันทรา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วย นายณรงศักดิ์ ภูมิศรีสอาด ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ รักษาการรองอธิการบดีอาวุโสสายบริหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และนายอิษฏ์ ปักกันต์ธร รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ร่วมลงนามพยาน ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 

     การผนึกกำลังเพื่อส่งเสริมการศึกษาในครั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้มอบทุนการศึกษาในระดับ ปวช. ถึง ระดับปริญญาตรี นักเรียนสามารถเลือกที่เรียนได้ทั้งสถานศึกษาที่ก่อตั้งโดยบริษัทฯ และสถานศึกษาในความร่วมมือ ทั่วประเทศ นักเรียนสามารถเลือกเรียนใกล้บ้าน และฝึกอาชีพในท้องถิ่นได้อย่างอิสระ

     บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำถึงจุดยืนเชิงนโยบายที่ขับเคลื่อนต่อเนื่องกว่า 30 ปี ในการสร้างคนผ่านการศึกษา มุ่งเน้นการเรียนรู้ทฤษฎีควบคู่การปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง work base education จนเกิดความชำนาญเป็นมืออาชีพ อีกทั้งยังมีรายได้ขณะเรียน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวอีกด้วย

      ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การรวมพลังครั้งนี้จะช่วยให้เยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ได้มีโอกาสกลับเข้ามาเล่าเรียน ยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง หลุดพ้นจากวงจรความยากจน กลายเป็นแรงงานมีฝีมือ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

     การให้โอกาสทางการเรียนรู้ คือจุดเริ่มต้นของสังคมที่เข้มแข็ง และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานของซีพี ออลล์ “Giving & Sharing” 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/469386&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LaeoIi6XToGQ_TvgHhXwz

  • เจาะประวัติ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” จากขุนพลคู่ใจ สู่ภารกิจปฏิรูปแรงงานยุคดิจิทัล

    เจาะประวัติ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” จากขุนพลคู่ใจ สู่ภารกิจปฏิรูปแรงงานยุคดิจิทัล

    เปิดประวัติขุนพลคู่ใจสู่ภารกิจกู้ศรัทธาแรงงานไทย เปิดเส้นทาง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ผู้มากบารมีเพื่อไทยกับก้าวย่างสำคัญบนเก้าอี้ รมว.แรงงาน

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 หากจะเฟ้นหานักการเมืองที่ “เก๋าเกม” และ “ใจถึงพึ่งได้” ชื่อของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ย่อมทะยานขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในฐานะ สส.นครราชสีมา 6 สมัย ผู้กุมฐานเสียงอีสานอย่างเหนียวแน่น จากจุดเริ่มต้นในสภาจังหวัด (สจ.) สู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐพิสูจน์ให้เห็นถึงบารมีทางการเมืองที่ส่งผ่านรุ่นสู่รุ่น โดยมีบุตรชาย “พชร จันทรรวงทอง” ร่วมขับเคลื่อนงานพรรคในฐานะคนรุ่นใหม่

    เส้นทางของนายประเสริฐไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผ่านประสบการณ์โชกโชน ตั้งแต่ รมช.คมนาคม (ยุคยิ่งลักษณ์) จนถึง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และรองนายกรัฐมนตรี (ยุคเศรษฐา-แพทองธาร) ด้วยพื้นฐานเศรษฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาบัณฑิตจากนิด้า ทำให้เขากลายเป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ที่พรรคไว้วางใจให้คุมกระทรวงเกรด A เสมอมา

    นายประเสริฐ มีชื่อเล่นว่า “ไก่” เขาเกิด 1 เมษายน 2503 ที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จบการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนมงคลกุลวิทยา ระดับประถมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาโท มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    เส้นทางการเมืองของ “ประเสริฐ” เคยดำรงตำแหน่ง สส.จังหวัดนครราชสีมา 2 สมัย โดยเป็น สส.พรรคไทยรักไทย ในปี  2544 และ 2548 ก่อนที่พรรคจะถูกยุบ และย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนและลงสมัครจนได้รับเลือกตั้งอีกครั้งก่อนที่พรรคพลังประชาชนจะถูกตัดสินยุบพรรค ทำให้ต้องย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา 

    ในปี 2554 นายประเสริฐ ได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3) จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมาในปี 2563 ได้รับแต่งตั้งเป็น เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประสานงานในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2566 และในปี 2566 เขาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และในปี 2567 ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง 

    การข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล “อนุทิน”ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่คือการวางตัวเพื่อแก้ “โจทย์ยาก” ของประเทศใน 3 มิติ โดยมีภารกิจเร่งด่วนคือการฟื้นศรัทธากองทุนประกันสังคมที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส นายประเสริฐถูกวางตัวมาเพื่อ “ล้างท่อ” ระบบการลงทุนและสวัสดิการให้เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน และจากการที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เขาคือผู้ที่จะนำเทคโนโลยีมาติดปีกให้แรงงานไทยในการ Upskill/Reskill จากฐานการผลิตแบบเดิมสู่สายงานเทคโนโลยีและ AI จะเป็นไม้เด็ดที่เปลี่ยนกระทรวงแรงงานให้กลายเป็นกระทรวงแห่งอนาคต

    และหมัดเด็ดในตำแหน่งนี้ คือ“ค่าแรงขั้นต่ำ”ที่คนระดับแม่บ้านพรรคเพื่อไทย ต้องใช้โอกาสทองในการผลักดันนโยบายค่าแรงและสวัสดิการที่เป็นสัญญาประชาคมให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างคะแนนนิยมจากฐานรากก่อนถึงศึกเลือกตั้งใหญ่ในครั้งหน้า ดังนั้นการส่งประเสริฐมานั่งในบทบาทเจ้ากระทรวงแรงงาน จึงเสมือนการส่งเข้าไปจัดการปัญหารากฝอยของคนทำงาน แต่ก็ต้องจับตาดูว่า “ความเก๋า” ทางการเมืองบวกกับ “วิสัยทัศน์ดิจิทัล” จะช่วยให้แรงงานไทย “มีกิน-มีใช้-มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ได้จริงหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920435&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XXty2WHSd3wROgDBgXyea

  • ‘รู้สึกภูมิใจ’

    ‘รู้สึกภูมิใจ’

    หลังจากที่ได้มีการรายงานตัวเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เป็นที่เรียบร้อย หลายคนที่เป็นผู้แทนฯ หน้าใหม่ในวงการการเมือง ยอมรับว่าตื่นเต้นที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน

    ซึ่งสภาชุดที่ 27 นี้มี สส.หน้าใหม่หลายคน ซึ่งแต่ละคนนั้นต้องทำภารกิจที่ได้รับจากประชาชน รวมถึงผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ โดยใช้องค์ความรู้ที่มีสานต่อให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้

    โดยเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยต้องให้ความสำคัญคือเรื่องการศึกษา ที่ อ.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ย้ำมาตลอดว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ

    ซึ่งเจ้าตัวคือนักวิชาการและเคยเป็นอาจารย์ ได้มีการผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตลอด ทั้งเรื่องงานวิจัยหรือเรื่องเทคโนโลยี อ.เชน ก็ผ่านมาหมดแล้ว
    เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง ยศชนัน เคยตอบข้อสงสัยที่หลายคนได้ถามเข้ามาว่า ต้องทำงานวิจัยกี่งานถึงจะได้เป็นศาสตราจารย์ เจ้าตัวจึงเล่าให้ฟังว่า “ผมมีงานวิจัยเรื่อยๆ แต่ตอนส่งขอตำแหน่ง ส่ง 17 เรื่อง แบบส่งใช้วิจัยล้วนๆ ถ้าแบบนี้ A+ 2 เรื่อง A อีก 3 เรื่องอย่างนี้ อยู่ในระดับแบบนี้ถึงจะได้ ของผมก็กันพลาดไว้ก่อนเลย 17 เรื่อง ฮ่าๆ”
    เมื่อได้เป็น สส. เข้าสภาวันแรก ก็ได้มีคำถามว่ารู้สึกอย่างไร โดยเจ้าตัวตอบว่า “รู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นนิดหน่อย”

    จึงถือได้ว่า อ.เชน เริ่มต้นบทบาทการทำหน้าที่เป็น สส. เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีบทบาททั้งเรื่องกฎหมายในสภาและเรื่องการศึกษามากขึ้น

    แม้แต่เรื่องการบริหารงาน อ.เชน ต้องพิสูจน์ว่าจะสามารถสร้างผลงานได้หรือไม่ แต่เรื่องการศึกษา แน่นอนว่าถือเป็นงานถนัดของ ยศชนัน คงมีผลงานออกมาให้เห็นเร็วๆ นี้.   

    เพิ่มเพื่อน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แนะทางแก้วิกฤตน้ำมัน

    ตอนนี้เรื่องร้อนเร่งด่วนของประเทศเห็นจะเป็นวิกฤตน้ำมัน ที่ไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้รัฐบาลจะเร่งแก้ แต่ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน จนเกิดภาพประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันกันแถวยาวเหยียดทั่วประเทศ หลายปั๊มน้ำมันขายจนหมด ต้องติดป้ายน้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง

    หนุ่มสุพรรณที่บุรีรัมย์

    เก็บตกบรรยากาศสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อละลายพฤติกรรม สส.

    น้องกวางมาแล้ว

    บรรยากาศการเมืองช่วงนี้ นอกจากเกมจัดทัพรัฐบาลแล้ว อีกสีสันหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ “สส.น้องใหม่” ที่มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทันทีที่ก้าวเข้าสนาม

    เพื่อนหาย

    บรรยากาศหน้าห้องรับหนังสือร้องเรียนหลังจากการเลือกตั้ง สส. ที่สำนักงาน กกต. คนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม แต่ที่ยังเห็นหน้าค่าตากันจนเป็นขาประจำ ก็คงหนีไม่พ้น อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จากกลุ่ม สว.สำรอง ที่นำเอกสารมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตรวจรับเอกสารอยู่นานสองนาน

    ‘สิทธิของผู้หญิง’

    หลังจากที่ สส.เดินทางเข้ารายงานตัวเกือบครบ 499 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกเลือก (กกต.) รับรอง ซึ่งก็ใกล้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเต็มที โดยแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องมีการทำหน้าที่ในสภา หรือหากเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเช่นเดียวกัน

    ยึดคำสอนพ่อ

    เข้ารายงานตัวเป็น สส.เรียบร้อย สำหรับ “เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หญิงแกร่งอีกคนของค่ายสีฟ้า ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดยมี คุณพ่อ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/964246/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36-pwPvu0XxQygBODnv7yO