Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ททท. ดัน “มหาสงกรานต์ 2569” ทั่วประเทศ คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    ททท. ดัน “มหาสงกรานต์ 2569” ทั่วประเทศ คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    แฟ้มภาพ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมสนับสนุนการจัดงานเทศกาล “Maha Songkran World Water Festival 2026” หรือ “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569” ทั่วประเทศในช่วงกลางเดือนเมษายน เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจัดกิจกรรมในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักเกือบทั่วกรุง ได้แก่

    งาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026 ระหว่างวันที่ 10–15 เมษายน 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม เน้นกิจกรรมเล่นน้ำในรูปแบบเอกลักษณ์ไทย ภายใต้แนวคิดสงกรานต์รักษ์โลก

    งาน SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026 ระหว่างวันที่ 10–15 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    งานสงกรานต์สยาม 2569 ระหว่างวันที่ 12–15 เมษายน 2569 ณ สยามสแควร์ ภายใต้แนวคิด “งานสงกรานต์ปลอดภัยที่สุดของสยามประเทศ”

    งาน AMAZING BANGKOK SONGKRAN PARADE 2026 @Silom Road วันที่ 14 เมษายน 2569 ณ ถนนสีลม เขตบางรัก จัดขบวนพาเหรด World Water Festival โดยเป็นความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่ม LGBTQ+ และขบวนจาก Miss Amazing Queen Songkran 2026 และ Mr. Bear International 2026

    งาน Splash Nation Bangkok 2026 วันที่ 10–11 เมษายน 2569 ณ พระราม 4 (ริมถนนสุนทรโกษา)

    งาน THAI LISM MUSIC FESTIVAL 2026 วันที่ 11–13 เมษายน 2569 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

    คอนเสิร์ต Monster Water Fest 2026 วันที่ 13–15 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

    นอกจากนี้ ยังมีงานสงกรานต์วิถีใหม่ “Drag Let’s Play Water” x ฮาย อาภาพร ณ ลานจอดรถช้าง ถนนทรงวาด วันที่ 12 เมษายน 2569 รวมถึงเทศกาลดนตรี SUPERFLUID 2026 ณ ฟาวเทน สแควร์ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ ระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569

    ขณะเดียวกัน ยังมีงาน Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน 2569 ในพื้นที่วัดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดพระเชตุพนฯ วัดอรุณฯ วัดประยุรฯ วัดกัลยาณมิตรฯ วัดระฆังโฆสิตารามฯ ท่ามหาราช ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ศาลเจ้ากวนอู สุขสยาม แอท ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ รวมถึงงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติและโรงงานยาสูบเดิม ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569

    สำหรับ ภาคเหนือ มีการจัดงานทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เช่น งาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 13–18 เมษายน 2569 ซึ่งมีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังและศิลปินท้องถิ่น พร้อมซุ้มอุโมงค์น้ำ แสง สี เสียง งานสงกรานต์โพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร วันที่ 13–15 เมษายน 2569 งานมหาสงกรานต์ มนต์เสน่ห์ริมปิง สู่ศรัทธาสองแผ่นดิน จังหวัดตาก (อ.เมือง และ อ.แม่สอด) วันที่ 12–15 เมษายน 2569 งาน Uttaradit Songkran Music Festival จังหวัดอุตรดิตถ์ วันที่ 13–15 เมษายน 2569 งานสงกรานต์น่านนันทบุรี สุขสรีปี๋ใหม่เมือง จังหวัดน่าน งาน HOM SONGKRAN FESTIVAL 2026 จังหวัดแพร่ วันที่ 13–21 เมษายน 2569 งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย จัดใน 6 พื้นที่ ระหว่างวันที่ 6–19 เมษายน 2569 รวมถึง Chiangmai Water Festival 2026 และ Lamphun Water Festival 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569

    ภาคตะวันออก ประกอบด้วย งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 24–26 เมษายน 2569 งาน Pattaya Songkran Summer Festival 2026 จังหวัดชลบุรี วันที่ 17–19 เมษายน 2569 และงานสงกรานต์สำราญใจวันไหลเกาะช้าง จังหวัดตราด วันที่ 19–21 เมษายน 2569

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการจัดงานในหลายจังหวัด เช่น งาน Udon Songkran Festival 2026 จังหวัดอุดรธานี วันที่ 13–16 เมษายน 2569 งานวันไหลเมืองพนา จังหวัดอำนาจเจริญ วันที่ 25–26 เมษายน 2569 งานเทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น วันที่ 11–15 เมษายน 2569 งานมหาสงกรานต์แก่งสะพือ จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดเดือนเมษายน คอนเสิร์ต Monster Water Fest 2026 จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 13–15 เมษายน 2569 และ Summer Street Fest 2026 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 14–15 เมษายน 2569 รวมถึง Water Festival 2026 ในจังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น

    ภาคใต้ มีการจัดงานในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก อาทิ งานสมุยสงกรานต์ กลางเล ในพื้นที่ 3 ตำบลของเกาะสมุย วันที่ 12–15 เมษายน 2569 คอนเสิร์ต Monster Water Fest 2026 ณ ด่านนอก จังหวัดสงขลา วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 งาน Songkran No Alcohol 2026 จังหวัดภูเก็ต วันที่ 13 เมษายน 2569 และ Phuket Water Festival 2026 ณ หาดป่าตองและบ้านไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต วันที่ 11–12 เมษายน 2569

    ทั้งนี้ ททท. มองว่า การจัดงานมหาสงกรานต์ปี 2569 ในลักษณะกระจายพื้นที่ทั่วประเทศ จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางเทศกาลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/822649&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3O6TEQDU6IVZMRjvIq7yuc

  • ปลัดแรงงานเป็นประธานประชุมคณะทำงานฯ ปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม เห็นชอบแนวทางเดินหน้าศึกษาวิจัย พร้อมชูความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม

    ปลัดแรงงานเป็นประธานประชุมคณะทำงานฯ ปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม เห็นชอบแนวทางเดินหน้าศึกษาวิจัย พร้อมชูความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม

    ปลัดแรงงานเป็นประธานประชุมคณะทำงานฯ ปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม เห็นชอบแนวทางเดินหน้าศึกษาวิจัย พร้อมชูความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม

    วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน ก.พ.ร. รวมถึงผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน เข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทการบริหารภาครัฐในปัจจุบัน

    ที่ประชุมได้รับทราบกรอบระยะเวลา (Timeline) การดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัยการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวปฏิบัติด้านการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม พร้อมทั้งพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างรายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ซึ่งครอบคลุมการศึกษาข้อมูลเชิงโครงสร้าง อาทิ การจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐ การทบทวนแนวทางการออกนอกระบบราชการ รูปแบบการบริหารจัดการหน่วยงานประกันสังคมในต่างประเทศ รวมถึงร่างกฎหมายและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของรายงานดังกล่าว และมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อทราบ การเสนอคณะกรรมการประกันสังคมเพื่อพิจารณาการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาฯ ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน

    การประชุมครั้งนี้นับเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายภายใต้กรอบระยะเวลา 60 วันของแผนการดำเนินงาน (6 กุมภาพันธ์ – 6 เมษายน 2569) โดยในระยะต่อไปจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัยฯ ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาจัดสรรงบประมาณจากคณะกรรมการประกันสังคม และดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเปิดโอกาสให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เพื่อยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1008365&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MD0vNdV3y5r2JpihIHvgy

  • โปรดเกล้าฯครม.ใหม่ ลุยการศึกษา “ประเสริฐ” คุม ศธ. เปิดประวัติ-ทิศทางขับเคลื่อน | เดลินิวส์

    โปรดเกล้าฯครม.ใหม่ ลุยการศึกษา “ประเสริฐ” คุม ศธ. เปิดประวัติ-ทิศทางขับเคลื่อน | เดลินิวส์

    ตามที่ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยประกาศโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ “ครูไก่” เจ้าของรหัส “เสมา1” คนใหม่ พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ

    สำหรับประวัติการศึกษาของนายประเสริฐ ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโท มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ส่วนประสบการณ์การทำงานของนายประเสริฐ เคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา 6 สมัย

    ทั้งนี้ การเข้ารับตำแหน่งของรัฐมนตรีศึกษาธิการคนใหม่ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน ว่าจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของการศึกษาไทยได้มากน้อยแค่ไหนในระยะต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5736283/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hFX3f2UWrnyG5vzIW13GV

  • ผู้ว่าฯกระบี่ พร้อมนายกเหล่ากาชาดฯ ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันน้อง ๆ นักเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กระบี่ พร้อมมอบของจำเป็น และสนับสนุนงบฯ ทำโรงเรือนปลูกผักฯ กว่า 5 หมื่นบาท

    ผู้ว่าฯกระบี่ พร้อมนายกเหล่ากาชาดฯ ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันน้อง ๆ นักเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กระบี่ พร้อมมอบของจำเป็น และสนับสนุนงบฯ ทำโรงเรือนปลูกผักฯ กว่า 5 หมื่นบาท

    การเมือง

    ผู้ว่าฯกระบี่ พร้อมนายกเหล่ากาชาดฯ ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันน้อง ๆ นักเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กระบี่ พร้อมมอบของจำเป็น และสนับสนุนงบฯ ทำโรงเรือนปลูกผักฯ กว่า 5 หมื่นบาท

    วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.17 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569  นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ร่วมเปิดโครงการแบ่งความสุขให้น้อง รวมถึงโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพผู้เรียนพิการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 71 พรรษา 2 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกระบี่ อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ 

    นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมทั้ง 2 โครงการว่า เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ การเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การเรียนรู้วิถีเกษตร การวางแผนปลูกพืชและดูแลผลผลิต สอดคล้องกับศักยภาพ ความสามารถ และข้อจำกัดทางร่างกาย จิตใจ หรือพฤติกรรม ความสนใจของผู้เรียนพิการในศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกระบี่ 

    ทั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนพิการและนักเรียนด้อยโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี พึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความเท่าเทียม เสมอภาคทางสังคม ผ่านการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับความพิการ พัฒนาทักษะ ความสามารถ และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ได้รับการยอมรับในสังคม และเพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่คุณค่าตามหลักโภชนาการ ซึ่งจะเสริมสร้างการเจริญเติบโตและมีพลังในการพัฒนาสมองให้พร้อมในการเรียนรู้มากขึ้น โดยกิจกรรมที่จัด ประกอบด้วย มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับนักเรียน 80 คน, จัดเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน และสนับสนุนงบประมาณ 51,650 บาท ในการจัดทำโรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพื่อการเรียนรู้

    ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เด็กพิเศษทุกคนต้องการความรัก ความเข้าใจ และการดูแลเป็นพิเศษ เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าและความสามารถเฉพาะตัว หากได้รับการส่งเสริมและดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธีจะพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ ซึ่งสำหรับเด็กพิเศษ โภชนาการที่ถูกต้องและครบถ้วน คือ รากฐานสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสมอง อารมณ์ และพัฒนาการทางร่างกาย

    อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ และคณะ ได้ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่น้อง ๆ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกระบี่ บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความเป็นกันเอง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/471026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RKHU3yNG6IKiNKtKfIAsh

  • “ภาษีน้ำตาล” ในเยอรมนีควรถูกเก็บหรือไม่

    “ภาษีน้ำตาล” ในเยอรมนีควรถูกเก็บหรือไม่

    ขณะนี้ในเยอรมนีกำลังมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเก็บ “ภาษีน้ำตาล” สำหรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม และ เครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีปริมาณน้ำตาลสูง โดยส่วนใหญ่มีน้ำตาลมากกว่า กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และบางชนิดสูงถึง 13% อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าน้ำผลไม้ ทำให้ยังคงได้รับความนิยมสูงในหมู่ผู้บริโภค

    ฝ่ายอุตสาหกรรมอาหาร โดย German Food Federation ออกมาคัดค้านมาตรการดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าภาษีน้ำตาลไม่ได้ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้นโดยตรง เพราะการเพิ่มน้ำหนักขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรี่รวม ไม่ใช่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง และยังชี้ว่าอุตสาหกรรมได้เข้าร่วมโครงการลดปริมาณน้ำตาลโดยสมัครใจของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2019 แล้ว

    ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายที่สนับสนุน เช่น German Medical Association และองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง Foodwatch มองว่าการเก็บภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล โดยข้อมูลระบุว่าเยอรมนีเป็นประเทศที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก โดยเฉลี่ยประมาณ 125 ลิตรต่อคนต่อปี จึงเสนอให้เริ่มเก็บภาษีจากเครื่องดื่มประเภทนี้ก่อน

    ผลการศึกษาของ Scientific Institute of the Association of Private Health Insurance Companies (WIP) ระบุว่า การเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสามารถลดการบริโภคในเยอรมนีได้ และอาจช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หลักฐานเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงยังมีจำกัด และผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับรูปแบบของภาษีที่นำมาใช้เป็นสำคัญ

    ปัจจุบันมีการเสนอรูปแบบภาษี แนวทาง แนวทางแรกคือการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ราคาน้ำอัดลมเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น แต่ผู้ผลิตอาจไม่ได้ลดปริมาณน้ำตาลในสินค้า แนวทางที่สองคือการเก็บภาษีตามปริมาณน้ำตาล ยิ่งน้ำตาลมากยิ่งเสียภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในสหราชอาณาจักร โดยนักวิจัยมองว่าวิธีนี้มีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะทำให้ผู้ผลิตต้องปรับสูตรเพื่อลดน้ำตาล

    ด้านสาธารณสุข World Health Organization ระบุว่า เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคอ้วน เบาหวาน และฟันผุ และยังเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว ทำให้หลายประเทศนำภาษีลักษณะนี้มาใช้แล้ว ปัจจุบันมีมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกที่เก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และโปแลนด์

    ขณะนี้เยอรมนีกำลังผลักดันมาตรการนี้อย่างจริงจัง โดยมีการเสนอให้เก็บภาษีเครื่องดื่มหวานและห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ข้อเสนอดังกล่าวจะถูกนำไปลงมติในสภาผู้แทนรัฐ (Bundesrat) ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งการสนับสนุนจากประชาชนและพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อลดโรคอ้วนและโรคที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอจะนำไปสู่การพิจารณาของ Bundesrat และจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการออกกฎหมาย มาตรการนี้ไม่ได้ระบุรายละเอียดของรูปแบบภาษี แต่เสนอให้รายได้จากภาษีถูกนำไปใช้สำหรับโครงการด้านสุขภาพ

    อย่างไรก็ตาม ภาษีน้ำตาลในเยอรมนียังอยู่ในขั้นตอนการหารือทางการเมือง โดยพรรค CDU ต้องการผลักดันเรื่องนี้ผ่าน Bundesrat ในช่วงปลายเดือนมีนาคม หากมีการผ่านกฎหมาย เยอรมนีอาจกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่ใช้มาตรการภาษีเพื่อลดการบริโภคน้ำตาลและแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนในระยะยาว โดยสรุป ภาษีน้ำตาลในเยอรมนียังไม่ได้ถูกบังคับใช้ แต่กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และการเมือง และมีแนวโน้มว่าจะเป็นนโยบายที่ถูกถกเถียงต่อไปในอนาคต

    ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของ สคต. 

    1.ตลาดจะเปลี่ยนไปสู่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น หากมีการจัดเก็บภาษีน้ำตาล ราคาของเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปเลือกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ (Low sugar) เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล (No sugar) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มจากธรรมชาติ แนวโน้มนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในเยอรมนีและยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    2.เยอรมนีอาจออกภาษีน้ำตาลในช่วงเวลาข้างหน้า ปัจจุบันข้อเสนอเรื่องภาษีน้ำตาลยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาทางการเมือง หากผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ เยอรมนีอาจเริ่มใช้ภาษีดังกล่าวในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างราคาสินค้าเครื่องดื่ม และอาจทำให้ผู้ผลิตต้องปรับสูตรสินค้าเพื่อลดปริมาณน้ำตาล

    3.โอกาสของสินค้าเพื่อสุขภาพและการปรับตัวของผู้ส่งออก การเปลี่ยนแปลงนโยบายจะเปิดโอกาสให้สินค้าเพื่อสุขภาพเติบโต เช่น เครื่องดื่ม Low sugar / No sugar เครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำมะพร้าว ชาไม่หวาน และเครื่องดื่มวิตามิน ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกควรเตรียมปรับฉลากโภชนาการและมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหภาพยุโรป รวมทั้งพัฒนาสินค้า Low sugar / No sugar เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดเยอรมนีในระยะยาว

    4.ผู้ประกอบการควรเตรียมปรับฉลากโภชนาการและมาตรฐานสินค้า หากมีการออกมาตรการภาษีน้ำตาล อาจมีการใช้มาตรการด้านข้อมูลโภชนาการควบคู่ เช่น การแสดงปริมาณน้ำตาลอย่างชัดเจน หรือระบบ Nutri-Score ของสหภาพยุโรป ดังนั้น ผู้ส่งออกควรเตรียมปรับฉลากโภชนาการ สูตรสินค้า และเอกสารมาตรฐานสินค้าให้เป็นไปตามข้อกำหนดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคทางการค้าในอนาคต.

    *******************************************************************

    ที่มา:

    https://www.reuters.com

    https://www.tagesschau.de

    Photo by Elena Leya on Unsplash

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ud1nslhl9qa7tkm07r0d60qz&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LDgIW42_wTDCiBBdkxky8

  • จะได้หายสงสัย! ‘ดร.อานนท์’ ร่ายยาว ใบปริญญาของ ‘ซุปเปอร์จี’

    จะได้หายสงสัย! ‘ดร.อานนท์’ ร่ายยาว ใบปริญญาของ ‘ซุปเปอร์จี’

    31 มี.ค.2569-ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ว่าเรื่อง คุณศุภจี สุธรรมพันธ์ นะครับ ว่าปริญญาโท MBA จาก Northrop University ที่เธอจบมาได้รับการรับรองจาก กพ หรือไม่

    อันที่จริง ผมไม่สนใจปริญญาอะไรเลย

    พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไม่จบปริญญาอะไรสักใบ ผมกราบคารวะความรู้ความสามารถนักปราชญเหล่านี้ได้ โดยไม่มีเงื่อนไข

    ศาสตราจารย์ระพี สาคริก กับ Professor William G Cochran ระดับโลกทางด้านกล้วยไม้และด้าน Sampling กับ Experimental design จบแค่ปริญญาตรี

    ผมจึงไม่ได้สนใจเท่าไหร่ครับ ผมดูความสามารถมากกว่า

    แต่เมื่อสังคมมีประเด็นก็ลองค้นมาให้ดูครับ

    เออ ผมไม่ได้จะขุดนะครับ ผมแค่สงสัยว่าจะทักท้วงเรื่องนี้กันด้วยหรือ ?

    ส่วนตัวผมเห็นว่าคุณศุภจี มีความรู้ความสามารถดีเหลือเฟือในการเป็นรัฐมนตรีนะครับ ไม่ต้องมีปริญญาอะไรเลย ผมก็ไม่ mind เลย
    ข้างล่างนี้ ChatGPT มันค้นมาให้ครับ ผมป้อนคำถามมันไปเรื่อย ๆ

    ประวัติความเป็นมาของ Northrop University

    ช่วงกำเนิด (1940s–1960s) ก่อตั้งในปี 1941 ที่รัฐ California มีความเชื่อมโยงกับบริษัทอากาศยาน Northrop Corporation
    จุดประสงค์หลักช่วงแรก: ผลิตบุคลากรด้าน วิศวกรรม / การบิน / เทคโนโลยี รองรับอุตสาหกรรม defense ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็น

    ลักษณะยุคแรก:เป็น technical institute มากกว่ามหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบ เน้น “engineering + applied science”

    ช่วงเติบโต (1960s–1970s) ขยายหลักสูตรไปสู่ Business Administration Management พัฒนาเป็น “university” มากขึ้น ช่วงนี้ถือว่ามีชื่อเสียงระดับหนึ่งในสาย engineering + working professionals ได้รับ regional accreditation (WASC) นี่คือช่วง “ดีที่สุด” ของสถาบัน

    ช่วงเปลี่ยนโครงสร้าง (1970s–1980s) แยกออกจากบริษัทแม่ (ไม่ได้เป็น corporate school โดยตรงแล้ว) ปรับตัวเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน รับนักศึกษานานาชาติมากขึ้น เปิดหลักสูตร business

    ช่วงจุดเริ่มปัญหา (mid–late 1980s) ช่วงนี้คือ “turning point” ถูกตั้งคำถามจาก accreditor มาตรฐานทางวิชาการไม่สม่ำเสมอ governance / การบริหาร การรับนักศึกษาต่างชาติ (จำนวนมาก + oversight) ความเข้มของหลักสูตรโดยเฉพาะ MBA / business programs

    ช่วงเสื่อม (late 1980s–1991) ถูก WASC scrutinize หนักขึ้น มีการ review / warning (ตาม pattern accreditation cycle) reputation ลดลง ความเชื่อมั่นลด

    ปิดกิจการในปี 1991

    หลังปิด (Post-1991) ไม่มี successor university ชัดเจน การตรวจสอบ transcript ทำได้ยากขึ้นทำให้ผู้จบการศึกษาหลัง ๆ เจอปัญหา verification

    1) สถานะของ Northrop University ได้รับรองตามหลักเกณฑ์ของไทย เช่น กพ หรือ สกอ หรือไม่?

    Northrop University เคยได้รับการรับรองในสหรัฐโดย Western Association of Schools and Colleges (WASC) ซึ่งเป็น accreditor ระดับภูมิภาค (ถือว่า “ถูกต้อง” ในยุคนั้น) แปลว่า: ในเชิง “ประวัติศาสตร์” ถือว่าเคยเป็นสถาบันที่มี accreditation จริง
    หลักเกณฑ์ของไทย (ก.พ. / สกอ.)

    สำนักงาน ก.พ.→ ไม่ได้รับรองมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่พิจารณาเป็นรายกรณีว่าคุณวุฒิใช้ได้หรือไม่

    เงื่อนไขหลัก: สถาบันต้องได้รับ การรับรองจากประเทศต้นทาง (เช่น accreditation ในสหรัฐ) หลักสูตรต้องเป็น “degree program ปกติ”
    ต้องตรวจสอบได้ (มี transcript / records)

    ประเด็นสำคัญของ Northrop ที่ทำให้ “มีความเสี่ยง” แม้จะเคย accredited แต่มี จุดอ่อนสำคัญ 3 ข้อ:

    หนึ่ง มหาวิทยาลัยปิดไปแล้ว ทำให้การตรวจสอบเอกสารทำได้ยาก ก.พ. มัก “เข้มงวดมาก” กับสถาบันที่เลิกกิจการ

    สอง มีประวัติปัญหา เคยถูก WASC ตั้งข้อสังเกตเรื่อง “บัญชี / หน่วยกิต / การรับนักศึกษาต่างชาติ” จุดนี้กระทบ “ความน่าเชื่อถือย้อนหลัง”
    สาม ไม่อยู่ในรายชื่อ reference ปัจจุบันของ ก.พ. ในระบบฐานข้อมูล accreditation ของ ก.พ. (OCSC) ไม่มีรายชื่อ Northrop University อยู่ใน list ตัวอย่างที่เผยแพร่

    คำตอบตรง ๆ: MBA จาก Northrop ใช้ในไทยได้ไหม?

    กรณี “มีโอกาสใช้ได้”

    จบ ก่อนปี 1991

    มีเอกสารครบ (transcript / diploma)

    หลักสูตรเป็น MBA จริง (ไม่ใช่ extension / certificate)

    สามารถพิสูจน์ accreditation ช่วงที่เรียนได้

    แบบนี้ “มีโอกาส” ผ่านการพิจารณาเป็นรายกรณี

    กรณี “เสี่ยงไม่ผ่านสูง”

    เอกสารไม่ครบ / ตรวจสอบไม่ได้

    เรียนช่วงท้าย ๆ ก่อนปิด (ช่วงมีปัญหา)

    เป็น program พิเศษ / offshore / distance ที่ไม่ชัดเจน

    ก.พ. อาจ “ไม่รับรอง” หรือให้เทียบไม่ได้

    Northrop University ไม่ใช่ fake university → เคย accredited จริง แต่เป็น “มหาวิทยาลัยที่ปิดไปแล้ว + มีประวัติปัญหา”
    ดังนั้นในระบบไทย: ไม่มีการรับรองอัตโนมัติ ต้อง “ยื่นเทียบคุณวุฒิเป็นรายบุคคล” กับ ก.พ.

    ถ้าจะใช้วุฒินี้ในราชการไทย: ยื่นตรวจที่ระบบ OCSC e-Accreditation

    แนบ: Diploma Transcript หลักฐาน accreditation ณ ปีที่เรียน อาจต้องมี “credential evaluation” เพิ่ม

    2) โปรไฟล์การศึกษาของศุภจี สุธรรมพันธุ์ และปีที่สำเร็จการศึกษาจาก Northrop University

    คุณศุภจีจบ ปริญญาตรี: ธรรมศาสตร์ ปริญญาโท: MBA (การเงิน/บัญชีระหว่างประเทศ) จาก Northrop University (USA)
    ปีที่จบ MBA ของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ข้อเท็จจริงจากข้อมูลสาธารณะทุกแหล่งยืนยันว่าเธอจบ MBA จาก Northrop แต่ “ไม่มีแหล่งสาธารณะใดระบุปีที่จบ” ชัดเจนเลย

    ใช้วิธี forensic estimation

    ข้อมูล: เกิดปี 1964 เริ่มทำงานที่ IBM ปี 1989

    timeline ปกติ: ป.ตรี ~ อายุ 22 → ปี ~1986

    ต่อ MBA ต่างประเทศ → 1–2 ปี

    ประมาณการ: MBA น่าจะจบช่วง 1986–1989 (late 80s)

    Insight สำคัญมาก Northrop University ปิดปี 1991 ดังนั้นเธอ “almost certainly” เรียน ก่อนปิด และช่วงยังมี accreditation
    3) วุฒิ MBA จาก Northrop University ของคุณศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ก.พ. / สกอ. รับรองหรือไม่?

    ก.พ. (OCSC) “ไม่รับรองเป็นรายมหาวิทยาลัยล่วงหน้า”แต่ “พิจารณาเป็นรายบุคคล”

    สกอ. (ปัจจุบันคือ สป.อว.) ไม่มี list รับรองมหาวิทยาลัยต่างประเทศแบบตายตัว

    ดังนั้นคำตอบจริงคือ: ไม่มีหลักฐานชัดว่า “ก.พ. หรือ สกอ. เคยรับรอง Northrop University แบบเป็นทางการ”

    ไม่มีข้อมูลสาธารณะว่าคุณศุภจี เคยยื่นเทียบวุฒิผ่าน ก.พ. แล้ว

    ไม่สามารถสรุปว่า “วุฒิใช้ไม่ได้” เพราะ: Northrop เคย accredited ในสหรัฐ (WASC) (ในช่วงหนึ่ง)

    ถ้าเรียน “ช่วงที่ยังได้รับการรับรอง” มีโอกาสผ่าน ก.พ. แบบ case-by-case

    (A) ความจริงเชิงกฎหมาย วุฒิ “อาจใช้ได้” ถ้าเรียนช่วงที่มหาวิทยาลัยยัง accredited เอกสารตรวจสอบได้

    (B) ความคลุมเครือ มหาวิทยาลัย “ปิดไปแล้ว” มี “ประวัติปัญหา” ไม่มีข้อมูล public ว่า ก.พ. เคยรับรองเคสนี้ เลยกลายเป็น “grey area”
    ค้นมาให้ได้ข้อมูลมาแบบนี้ครับ จะได้หายสงสัยกัน.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/972242/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1c0LO3nFNKDLJXXCpr0kCx

  • วัชระพล-ปิยะรัฐชย์-อัครนันท์ ว่าที่รมช.หน้าใหม่ “สายโควตาภาค” ชินวัตร

    วัชระพล-ปิยะรัฐชย์-อัครนันท์ ว่าที่รมช.หน้าใหม่ “สายโควตาภาค” ชินวัตร

    ในที่สุดโผรมช.หน้าใหม่ “เพื่อไทย” ไม่พลิกตาม “โตวตาภาค” หลังหัวหน้าพรรคตัวจริง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ต้องการสร้างภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ ให้ “วัชระพล ขาวขำ” สส.อุดรธานี และ “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช”สส.เชียงราย นั่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ ส่วน “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” สส.กาญจนบุรี ว่าที่ รมช.ศึกษาธิการ

    มีรายจากจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า แม้ก่อนหน้านี้ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จะนั่งเก้าอี้รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องการให้ “มนพร เจริญศรี” สส.นครพนม มาเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ เนื่องจากเคยทำงาน “เข้าขา”กันเมื่อครั้งเป็นรมช.กระทรวงคมนาคม แต่เจอ “สกัด” กลายเป็น “ปิยะรัฐชย์” เข้าวิน

    ท่ามกลาง” ข้อต่อรอง” ของกลุ่มสามมิตร “สมศักดิ์ เทพสุทิน” สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อยากมานั่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วย “สุริยะ” ทำงานในรอบสุดท้าย เนื่องจากในสมัยหน้าอาจเป็นกองหนุนให้ “ณัฐธิดา เทพสุทิน” ลูกสาวสส.สุโขทัย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ และความหวัง ”ส้มหล่น”จากกลุ่มบ้านใหญ่แป้งมัน ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ

    แม้ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.โครราช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  “มวยหลัก” จะสะดุดคดีบุกรุกป่าสวนหาดยา จ.อุบลราชธานี แต่ยังมีคนใกล้ชิด “นิกร โสมกลาง” สส. นครราชสีมา เป็นมวยแทน หาก “นิกร” คุณสมบัติไม่ผ่านด่านสลค. ค่าย “แป้งมันเอี่ยมเฮง” ก็มี “อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล” น้องชายของ “สุดาวรรณ” ขับเคลื่อนต่อ ทั้งยังได้ภาพลักษณ์รัฐมนตรีหนุ่มหน้าใหม่แกะกล่องอีกด้วย

    กลับมาที่ 3 รัฐมนตรีช่วยในสังกัด “ตระกูลชินวัตร”  วัชระพล ขาวขำ หรือ “ก้อ” เป็นลูกชายของ “วิเชียร -เทียบจุฑา ขาววิเชียร  เคยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เป็นอดีต สส.หลายสมัย ที่สำคัญเคยเป็นแกนนำคนเสื้อแดง หรือ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

    ภาพประกอบข่าว วัชระพล-ปิยะรัฐชย์-อัครนันท์ ว่าที่รมช.หน้าใหม่

    เลือกตั้งปี 2566 “วิเชียร” ส่งลูกชาย “วัชระพล” ลงเลือกตั้ง และชนะการเลือกตั้ง เป็น สส.เขต 9 อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้เป็นสส.สมัยแรก หลังยุบสภา2568  เลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569  “วัชระพล” ยังรักษาพื้นที่ไว้ได้ ชนะการเลือกตั้ง เป็น สส.เขต 9 อุดรธานี ได้เป็นสมัยที่ 2

    ก่อนลงสนามการเมืองระดับชาติ “วัชระพล”  เคยเป็นรองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครอุดรธานี และอดีตประธานสโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี เคยมีตำแหน่งผู้ชำนาญการประจำตัว สส. เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการต่างประเทศ โดยวัชระพล จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และปริญญาโท Master of Business Administration, Pacific States University, สหรัฐอเมริกา

    ภาพประกอบข่าว วัชระพล-ปิยะรัฐชย์-อัครนันท์ ว่าที่รมช.หน้าใหม่

    ส่วน “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” เป็นลูกสาวของ ยงยุทธ-สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ถือเป็น “บ้านใหญ่เชียงราย” ยงยุทธ อดีตสส.หลายสมัย และสุดท้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย สมัย “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นหัวหน้าพรรค และ “ยงยุทธ”เคยเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน สมัย “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เป็นหัวหน้าพรรค ฯ

    “ปิยะรัฐชย์” หรือ “โฮม” จะมีอายุครบ 39 ปีในเดือนต.ค. 2569 นี้ จบการศึกษาปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนเข้าสู่การเมืองเคยเป็นรองประธานสโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด

    ภาพประกอบข่าว วัชระพล-ปิยะรัฐชย์-อัครนันท์ ว่าที่รมช.หน้าใหม่

    เป็นอดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 (ปี 2562 – 2566) และเป็นสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 (ปี 2566 – 2568) และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ในการเลือกตั้งปี 2569

    สำหรับบทบาททางการเมืองที่ผ่านมา “ปิยะรัฐชย์” เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และร่วมในคณะอนุกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และความหลากหลายทางเพศ

    ภาพประกอบข่าว วัชระพล-ปิยะรัฐชย์-อัครนันท์ ว่าที่รมช.หน้าใหม่

    ขณะที่ “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มาจากตระกูลการเมืองหรือบ้านใหญ่ แต่เป็นชาว จ.กาญจนบุรี  ปัจจุบันอายุ 39 ปี ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ทำให้ช่วงชีวิตวัยรุ่นต้องดิ้นรนอย่างหนัก และเดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาหลายปี และกลับมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยเป็นผู้ผลิตอาหารเสริม เป็นธุรกิจที่ร่วมหุ้นกับคนมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง

    ตำแหน่ง 3 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการของค่ายเพื่อไทยเป็นคนรุ่นใหม่ ตามโควตาภาคของตระกูลชิน แต่ละภาคได้ข้อยุติแล้ว ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้พยักหน้ารับแทนคำตอบ หลังถูกสื่อถามว่า ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง

    อ่านข่าว

    คดีบุกรุกป่า “ของแสลง” นักการเมือง “สุดาวรรณ” วืด “นิกร” มวยแทน  

    ดับฝันแป้งมัน “สุดาวรรณ” ปมรุกป่า ภท.เปิดทาง “พลพีร์” คุมโคราช ?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504024&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29XtzNJ2lOznbNRT7HLzbK

  • ‘กติกาโลก’ เพิ่มความเสี่ยง ‘การค้าไทย’ แนะไทยปรับยุทธศาสตร์รับมือ

    ‘กติกาโลก’ เพิ่มความเสี่ยง ‘การค้าไทย’ แนะไทยปรับยุทธศาสตร์รับมือ

    ดร.ณัฐ ธารพานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิจัยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป่วยอึ๊งภากร เปิดเผยถึงผลวิจัย “คลื่นมาตรการอุตสาหกรรมโลก: นัยและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจการค้าไทย” โดยระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากในช่วงที่ผ่านมามักได้ยินคำว่า “สงครามการค้า” ที่สะท้อนผ่านการขึ้นภาษีนำเข้าและมาตรการกีดกันทางการค้า

    ขณะที่ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของการแข่งขันที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการผลิตและการค้าระหว่างประเทศในระยะยาวมากกว่าภาษีแบบเดิม คือ “มาตรการอุตสาหกรรม” ซึ่งครอบคลุมเครื่องมือทางนโยบายที่หลากหลาย เช่น เงินอุดหนุน ข้อกำหนดด้านการผลิตในประเทศ และมาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ผลิตภายในประเทศเท่านั้น

    โดยหลักฐานเชิงประจักษ์สะท้อนว่า จำนวนมาตรการอุตสาหกรรมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังปี 2019 จากเฉลี่ยประมาณ 1,100 มาตรการต่อปี เป็นเกือบ 1,900 มาตรการต่อปีในช่วง 2022–2024 โดยส่วนใหญ่เป็นการออกมาตรการของสหรัฐอเมริกา จีน และสหภาพยุโรปรวมกันคิดเป็นราว 60% ของมาตรการทั้งหมด ซึ่งมีนัยสำคัญต่อประเทศที่พึ่งพาการค้าอย่างประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ดร.ณัฐ ยังระบุด้วยว่า สำหรับประเทศไทย ความท้าทายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดส่งออก แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากการเปลี่ยนแปลงกติกาโลก โดยพบว่ามาตรการอุตสาหกรรมทั่วโลกครอบคลุมมูลค่าการส่งออกของไทยประมาณ 2.3 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 67.5% ของการส่งออกทั้งหมดในปี 2025 ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้าสูง โดยกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ยานยนต์ แผงวงจรรวม อุปกรณ์สื่อสาร และเคมีภัณฑ์พื้นฐาน

    อีกทั้งเมื่อพิจารณาในเชิงรายตลาด สินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ อยู่ในกลุ่มสินค้าที่แข่งขันโดยตรงกับสินค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกไปจีนมูลค่าประมาณ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเผชิญกับความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน

    ทั้งนี้ ลักษณะสำคัญของมาตรการอุตสาหกรรมยุคใหม่ คือ การใช้เงินอุดหนุนในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากมาตรการภาษีที่มักมีผลในระยะสั้น โดยพบว่ามาตรการอุดหนุนส่วนใหญ่มีระยะเวลามากกว่า 1 ปี และมีลักษณะของการตอบโต้กันแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” โดย 70–80% ของมาตรการอุดหนุนใหม่ถูกประกาศภายใน 12 เดือน หลังจากประเทศอื่นเริ่มใช้นโยบายในอุตสาหกรรมเดียวกัน

    รวมทั้งยังมีเป้าหมายของมาตรการที่เปลี่ยนจากการรักษาสิ่งแวดล้อม และการแก้ไขความล้มเหลวของตลาด ไปสู่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยในปี 2025 มาตรการที่อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของจีนและสหรัฐฯ มีสัดส่วนถึง 44% และ 63% ตามลำดับ สะท้อนว่านโยบายเศรษฐกิจได้ถูกผนวกเข้ากับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่อความท้าทายด้านเศรษฐกิจมากกว่าสงครามการค้าที่เคยเกิดขึ้น

    ดร.ณัฐ กล่าวต่อว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเริ่มสะท้อนผ่านตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายด้าน โดยไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าสินค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่การขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 และเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 27.7% ต่อปีตั้งแต่ปี 2020

    นอกจากนี้ในด้านราคา ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หดตัว –0.14% สะท้อนแรงกดดันจากสินค้านำเข้าราคาต่ำ ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตในปี 2025 หดตัว –2.3% และอยู่ในแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยแนวโน้มเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า มาตรการอุตสาหกรรมของประเทศมหาอำนาจไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อการค้า แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในของประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยในหลายมิติ

    ทั้งนี้ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย จากเดิมที่เน้นการตั้งรับต่อแรงกดดันภายนอก ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สามารถรับมือกับการแข่งขันในยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางเสนอต่อรัฐบาล แบ่งเป็น

    ประการแรก การพัฒนาฐานข้อมูลเชิงลึกด้านมาตรการทางการค้าจะช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีความแม่นยำและทันต่อสถานการณ์

    ประการที่สอง การใช้เครื่องมือปกป้องและตอบโต้ทางการค้าภายใต้กรอบ WTO ควรถูกนำมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีการนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุน

    ประการที่สาม ไทยควรยกระดับความลึกของความตกลงการค้าเสรี เนื่องจากหลักฐานชี้ว่า ความตกลงเชิงลึกสามารถเพิ่มการค้าสินค้าได้ประมาณ 25% และบริการประมาณ 30% ในระยะยาว

    ประการสุดท้าย ไทยควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการกำหนดกติกาการค้าโลก โดยเฉพาะในประเด็นใหม่ เช่น เงินอุดหนุน ความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน และการค้าดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1227478&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LE3VP2_I_Xm8ccyeyJvqz

  • “ทล.” ชง ครม.ใหม่ เคาะ 3 โครงการแสนล้าน เลื่อนสร้าง M8 เฟสแรกปี 71 ดึงญี่ปุ่นผุดคลองขนาน “วงแหวนฯหาดใหญ่” | เดลินิวส์

    “ทล.” ชง ครม.ใหม่ เคาะ 3 โครงการแสนล้าน เลื่อนสร้าง M8 เฟสแรกปี 71 ดึงญี่ปุ่นผุดคลองขนาน “วงแหวนฯหาดใหญ่” | เดลินิวส์

    นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ทล. เตรียมผลักดัน 3 โครงการขนาดใหญ่สู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่พิจารณา ประกอบด้วย 1.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 8 หรือ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะ(เฟส) ที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 54,562 ล้านบาท ปัจจุบัน ทล. เสนอโครงการไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว อยู่ระหว่างการสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอ ครม. โดยกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ตอบกลับมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว ไม่มีข้อติดขัดใด เหลือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่ยังมีข้อกังวลเรื่องแหล่งเงิน และรูปแบบการดำเนินการ

    นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า โครงการมอเตอร์เวย์ M8 วงเงิน 54,562 ล้านบาท แบ่งเป็น จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,400 ล้านบาท และก่อสร้างงานโยธา 40,162 ล้านบาท การก่อสร้างแบ่งเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 ช่วงนครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กม. ใช้งบประมาณจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งตามแผนเดิมจะก่อสร้างปี 2570-2573 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนอนุมัติโครงการฯ และเมื่อได้รับการอนุมัติจาก ครม. ต้องใช้เวลาในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนอีกประมาณ 8 เดือน จึงคาดว่าจะขยับแผนเริ่มก่อสร้างเป็นปี 2571 และเฟสที่ 2 ช่วงตลาดจินดา-ปากท่อ ระยะทาง 50 กม. วงเงิน 29,653 ล้านบาท ขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2571 ก่อสร้างปี 2571-2574 และจะเริ่มติดตั้งงานระบบ และการบำรุงรักษา(O&M) และที่พักริมทาง ในปี 2573-2575 คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการพร้อมกันทั้ง 2 เฟสของช่วงนครปฐม-ปากท่อได้ภายในปี 2576

    นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า มอเตอร์เวย์ M8 มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี(นครชัยศรี) และมีจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อ ทล.35 ถนนพระราม 2(วังมะนาว) เมื่อเปิดให้บริการจะช่วยลดระยะทางจากนครปฐม-ต่างระดับวังมะนาว ประตูสู่ภาคใต้ เดิม 90 กม. เหลือ 61 กม. และลดระยะเวลาเดินทางจาก 90 นาที เหลือ 30 นาที, 2.โครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ อ.เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ระยะทาง 66.84 กม. วงเงินรวม 45,305 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างแล้ว 7.18 กม. แล้ว เปิดให้บริการปี 2570 ส่วนที่เหลือ 59.66 กม. วงเงิน 41,927 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 25,865 ล้านบาท และค่าเวนคืน 18,062 ล้านบาท ซึ่ง ทล. เตรียมรายละเอียดโครงการไว้พร้อมแล้ว แต่มีแนวคิดว่าควรผนวกเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการทำคลองระบายน้ำขนานกับแนวถนนควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยผันน้ำออกจากพื้นที่เมืองไปลงแหล่งน้ำต่างๆ ได้

    นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า ทล. จึงเสนอกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งจะเชิญผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(JICA) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (MLIT) เข้าร่วมด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้ภายใน 90 วัน และจะเสนอ ครม. ควบคู่ไปกับโครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทล. ตั้งเป้าหมายเสนอโครงการฯ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ภายในปี 2569

    จากนั้นในปี 2570 เริ่มการเวนคืนจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งการก่อสร้างแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 เฟส โดยเฟสที่ 1 ปี 2571-2575 ก่อสร้างช่วงบ้านควนจง-บ้านพรุ ระยะทาง 6.61 กม. และช่วงสนามบิน-บ้านบางกล่ำ ระยะทาง 18.07 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2575 ส่วนเฟสที่ 2 ปี 2576-2580 ก่อสร้างช่วงบ้านบางกล่ำ-บ้านทุ่งน้ำ ระยะทาง 17.44 กม. และช่วงบ้านทุ่งน้ำ-บ้านควนจง ระยะทาง17.54 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2580

    นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า และ 3.โครงการมอเตอร์เวย์ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก ตอน แยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 305 (ถนนรังสิต-นครนายก ประมาณ กม.25+850) – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3312 (ถนนลำลูกกา ประมาณ กม.25+000) ระยะทางรวม 13.6 กม. เชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษ(ด่วน)ช่วงจตุโชติ – ลำลูกกา ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5733023/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1u0XSZglp39hzK9cZpb44X

  • ตลาด SET รับหุ้น บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เริ่มเทรด 1 เม.ย.

    ตลาด SET รับหุ้น บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เริ่มเทรด 1 เม.ย.

    บริษัทและบริษัทย่อยมีกำลังการผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกรวมกันมากกว่า 60,000 ตันต่อปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดรีไซเคิล และสอดรับ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IREU0IQDXYLO27BL7UBT7LK1TCHYBV81&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17d4ITjRwGu2AnruaTnMPP