Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เศรษฐกิจเวียดนาม Q1 แผ่ว-เงินเฟ้อพุ่ง จากพิษสงครามตะวันออกกลาง : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจเวียดนาม Q1 แผ่ว-เงินเฟ้อพุ่ง จากพิษสงครามตะวันออกกลาง : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจเวียดนามในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 แสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงเดือนม.ค.ถึงมี.ค.ขยายตัวที่ 7.83% ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนที่ทำไว้ 8.46% แม้จะยังสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 แต่ปัจจัยลบด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลวางไว้ไม่ต่ำกว่า 10%

    วิกฤตพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ

    สาเหตุหลักของปัญหามาจากสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันโดยตรง เนื่องจากเวียดนามต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 80%

    ข้อมูลจาก Petrolimex ชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันเบนซินในประเทศดีดตัวขึ้น 21% ขณะที่ดีเซลพุ่งสูงถึง 84% ส่งผลให้ค่าขนส่งในเดือนมี.ค.พุ่งกระฉูดขึ้น 10.81% และผลักดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.65% ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและบีบให้สายการบินบางแห่งต้องลดเที่ยวบินลง

    ดุลการค้าและการลงทุนท่ามกลางอุปสรรค

    ในมิติของการค้าต่างประเทศ แม้การส่งออกในเดือนมีนาคมจะขยายตัวได้ดีถึง 20.1% แต่การนำเข้ากลับพุ่งสูงกว่าที่ 27.8% ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสแรกเวียดนามเผชิญกับการขาดดุลการค้าสะสมถึง 3.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภาคการลงทุนยังคงมีความหวัง โดยเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้น 9.1% ขณะที่ตัวเลขคำมั่นสัญญาการลงทุนใหม่ทะยานขึ้นถึง 42.9% แตะระดับ 15.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนยอดค้าปลีกในประเทศยังขยายตัวได้ที่ 10.9%

    กลยุทธ์แก้เกมของรัฐบาลเวียดนาม

    เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต 10% นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ยืนยันที่จะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ทั้งการเพิ่มการลงทุนภาครัฐและการเร่งกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง ขณะเดียวกันทางการกำลังเร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่จากกลุ่มประเทศในอ่าว ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนในประเทศ เช่น การลดภาษีน้ำมัน การอุดหนุนราคา และการส่งเสริมให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน (Remote Working) เพื่อลดการใช้พลังงานในภาวะวิกฤต

    ด้านเหงียน ถิ เฮือง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติยอมรับว่า การบริหารจัดการเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยังมีอุปสรรคอีกมาก และการจะไปให้ถึงเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลภายใต้ความผันผวนของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคในขณะนี้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/582862&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CwZDRB5F9h8F8cwOv6Fax

  • “สนค.” ลงพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนผู้ค้า ต้นทุนขยับสูง เตรียมแถลงเงินเฟ้อ

    “สนค.” ลงพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนผู้ค้า ต้นทุนขยับสูง เตรียมแถลงเงินเฟ้อ

    นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ ณ ตลาดมณีพิมาน (ตลาดเตาปูน) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ โดยได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์และกำหนดมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

    ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนมีนาคม 2569 อาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศช่วงครึ่งเดือนแรกยังถูกพยุงจากมาตรการภาครัฐ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิม ทำให้ราคาสินค้ายังไม่ปรับขึ้นในวงกว้าง และแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในวงจำกัด โดยคาดว่าในเดือนเมษายนผลกระทบอาจชัดเจนขึ้น

    ผอ. สนค. เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่เผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ปรับปรุงนโยบายภาษี และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงโครงการสวัสดิการแห่งรัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    สำหรับการตรวจสอบราคาสินค้าและบริการที่ใช้ในการจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เช่น ไข่ไก่ ผักสด และอาหารปรุงสำเร็จ พบว่าสินค้ากลุ่มอาหารสดเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดและฤดูกาล โดยผักบางชนิด เช่น ผักชีและมะนาว ปรับราคาสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัดที่กระทบผลผลิต ขณะที่ราคาอาหารปรุงสำเร็จส่วนใหญ่ยังไม่ปรับราคา แม้ว่าต้นทุนบางส่วนจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมีความกังวลว่า หากราคาก๊าซหุงต้มปรับเพิ่มขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าในระยะต่อไป

    นอกจากนี้ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในทุกร้านค้า พบว่ามีการปรับราคาสูงขึ้นประมาณร้อยละ 20-40 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบการโดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อภาวะยอดขายที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องปรับตัวและใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริงจากประชาชน เพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์ในอนาคต สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที

    #กระทรวงพาณิชย์ #สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า #อัตราเงินเฟ้อ #เศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69529&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z1uxQ_qgYouiLPY_Lzr2O

  • ททท.ลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 30 ล้านคน

    ททท.ลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 30 ล้านคน

    Date Time: 4 เม.ย. 2569 07:00 น.

    Summary

    ททท.ลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้เหลือ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% หลังไตรมาส 1/69 ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ สู้ตะวันออกกลาง มาเที่ยวไทยลดลงเหลือแค่ 9.31 ล้านคน

    Latest


    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยช่วงไตรมาส 1 ปี 69 (1 ม.ค. – 31 มี.ค.69) ว่า มีจำนวน 9.31 ล้านคน ลดลง 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 68 ที่มีจำนวน 9.55 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยกลุ่มตลาดหลักที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1.49 ล้านคน ตามด้วยมาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ แม้ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แต่ตลาดจีนยังไม่กลับสู่ระดับเดิม จึงต้องพึ่งพาตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มเที่ยวบินในตารางบินฤดูร้อน และมาตรการส่งเสริม “Grand Tourism and Sport year 2025” ของรัฐบาล

    “จากตัวเลขที่ลดลงและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ททท. ได้ปรับคาดการณ์เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 69 ใหม่ โดยคาดว่า จะมีจำนวน 30–34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม ภายใต้สมมติฐานว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายใน 1–3 เดือน สาเหตุที่ลดเป้าหมาย เพราะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบินและความผันผวนของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้า และการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดท่องเที่ยวโลก ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”

    นอกจากนี้ ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณสู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยมุ่งเน้นยกระดับค่าใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเล็กน้อย แต่ ททท. เชื่อมั่นว่าโครงสร้างตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น จะช่วยสร้างเสถียรภาพ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยคาดการณ์ว่า ปี 69 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะสร้างรายได้รวม 2.58 ล้านล้านบาท ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2924560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_Z2pmifECiel4ALBcTSBI

  • พิษสงคราม-ราคาน้ำมัน ททท.หั่นเป้าต่างชาติเที่ยวไทย

    พิษสงคราม-ราคาน้ำมัน ททท.หั่นเป้าต่างชาติเที่ยวไทย

    พิษสงคราม-ราคาน้ำมัน ททท.หั่นเป้าต่างชาติเที่ยวไทย

    วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในปี 2569 นี้ ททท.ได้ปรับประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยลดลง ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงภายใน 1-3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ในขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทยนั้น ททท.คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 3% จากเป้าหมายเดิม โดยภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย คาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท

    สำหรับข้อมูลล่าสุดในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 (มกราคม-มีนาคม 2569) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 1.49 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน, รัสเซีย 7.26 แสนคน, อินเดีย 6.26 แสนคน และเกาหลีใต้ 4.12 แสนคน

    ในขณะเดียวกันตลาดระยะไกล อาทิ สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่มีความผันผวน อย่างไรก็ดีโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณสู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยเน้นให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง การพัฒนาสินค้า และประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ในปี 2568 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

    สำหรับภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดแทนตลาดจีนที่ยังไม่กลับเข้ามาสู่ระดับเดิม ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ โดยพบว่าแนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มีความระมัดระวังมากขึ้น และตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับ “ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า กระแสความนิยมด้านสุขภาพการออกกำลังกายเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิง Sports Tourism ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นและเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูง นักท่องเที่ยวมองหาการเดินทางเพื่อพักผ่อน กิจกรรมกีฬาการท่องเที่ยว และการเรียนรู้วัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน ททท.จึงได้ริเริ่มโครงการ “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” เพื่อเชื่อมโยงการวิ่งเข้ากับการท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

    โดยคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100,000 คน เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ทั้งด้านที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และการอุดหนุนสินค้าชุมชน โดยเฉพาะสินค้า GI สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพื้นที่มูลค่ารวมกว่า 250 ล้านบาท เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    532.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/956770&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2em0ZOVxis7-cqubRqyWOd

  • เทนเซนต์เปิดตัวช่องสตรีมมิ่งพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงในจีน

    เทนเซนต์เปิดตัวช่องสตรีมมิ่งพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงในจีน

    ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจีน เทนเซนต์ เปิดตัว PetTV ช่องสตรีมมิ่งพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงบนแพลตฟอร์ม Tencent Video เพื่อเป็นเพื่อนสำหรับสุนัขและแมวในช่วงที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน ซึ่งถือเป็นการขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าพิเศษในตลาดสัตว์เลี้ยงที่กำลังเติบโต

    ช่อง PetTV นำเสนอเนื้อหาคิวเรตพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง เช่น คลิปเป็ดน้อยว่ายน้ำในอ่างอาบน้ำ หรือสุนัขพูดเดิลสองตัวเดินตรวจการณ์ในย่านที่อยู่ โดยเทนเซนต์ออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับการรับรู้ของสัตว์เลี้ยง ทั้งในด้านสี อัตราการรีเฟรช และความถี่เสียง

    ตอบโจทย์พฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยง

    ผลการวิจัยตลาดของเทนเซนต์พบว่า 66% ของเจ้าของสุนัขเปิดทีวีทิ้งไว้ให้สัตว์เลี้ยงดูเมื่อออกจากบ้าน บริการนี้เปิดให้ใช้งานสำหรับสมาชิกที่จ่ายค่าบริการของ Tencent Video ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ยอดนิยมที่สุดในจีน

    “นี่เป็นเนื้อหาสำหรับสุนัขทั้งหมด เมื่อไหร่จะมีรายการแมวบ้าง” ผู้ใช้งานคนหนึ่งเขียนคอมเมนต์ในแชทรูมของหน้าสตรีม PetTV แสดงให้เห็นถึงความสนใจของเจ้าของสัตว์เลี้ยง

    เทรนด์สื่อเฉพาะสัตว์เลี้ยงกำลังมา

    PetTV ไม่ใช่บริการเดียวในตลาดสำหรับสัตว์เลี้ยง แอปพลิเคชัน Headspace ที่มีชื่อเสียงด้านสมาธิ เพิ่งอัปโหลดวิดีโอใน YouTube ชื่อ “When your pets miss you, play this: 6 hour calming music for dogs and cats” ขณะที่เทนเซนต์ยังนำเนื้อหาจากบุคคลที่สามมาออกอากาศ รวมถึง DogTV จากอเมริกา ซึ่งเป็นช่องทีวีและบริการสตรีมมิ่งสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งแรกของโลก

    ตลาดสัตว์เลี้ยงจีนโตแรง

    ตลาดสัตว์เลี้ยงในเมืองจีนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 405 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ในปี 2571 ตามรายงานของ PetData.cn ในปีที่ผ่านมา ครัวเรือนจีนใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 3,000 หยวน (ประมาณ 15,000 บาท) สำหรับการดูแลสุนัขแต่ละตัว และมากกว่า 2,000 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท) สำหรับแมวแต่ละตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/tencent-launches-pet-streaming-channel-china&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0e8QjH_Gb8WMMVIjRmeEHA

  • ประกาศแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ประจำปี ๒๕๖๙ – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    ประกาศแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ประจำปี ๒๕๖๙ – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    ประกาศสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประจำปี ๒๕๖๙

    อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับหมวด ๖ ว่าด้วยการบริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ คณะกรรมการบริหาร  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ ๒/สมัยที่ ๒๔/๒๕๖๙  วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม  ๒๕๖๙  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประจำปี ๒๕๖๙ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๑  คน และอนุกรรมการ ๗  คน ดังนี้

    ๑.นางสาวน.รินี เรืองหนู               นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย            ที่ปรึกษา

    ๒.นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม               อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อและเลขาธิการ     ประธาน

    ๓.นายอนุชา เจริญโพธิ์                 อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ                                                 อนุกรรมการ

    ๔.​นายธนพล บางยี่ขัน                 อุปนายกฝ่ายวิชาการ                                                       อนุกรรมการ

    ๕.​นางสาวณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า       อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์                          อนุกรรมการ

    ๖.นายวรพล เพชรสุทธิ์                อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาศักยภาพสื่อ              อนุกรรมการ

    ๗.​นางจินตนา จันทร์ไพบูลย์         เหรัญญิก สมาคม                                                            อนุกรรมการ

    ๘.​นางณัฐพร รุจิวรรณ์                 นายทะเบียน สมาคม                                                       อนุกรรมการ

    ประกาศสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประจำปี ๒๕๖๙

    อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับหมวด ๖ ว่าด้วยการบริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ คณะกรรมการบริหาร  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ ๒/สมัยที่ ๒๔/๒๕๖๙  วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม  ๒๕๖๙  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประจำปี ๒๕๖๙ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๓  คน และอนุกรรมการ ๑๒ คน ดังนี้

    ๑.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี        ที่ปรึกษาและประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ                 ที่ปรึกษา

    ๒.นางสาวน.รินี เรืองหนู               นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย            ที่ปรึกษา

    ๓.นางอุษา มีชารี                         อดีตอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ                 ที่ปรึกษา

    ๔.​นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม               อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อและเลขาธิการ     ประธาน

    ๕.นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง    อดีตเลขาธิการ                                                              อนุกรรมการ

    ๖.นายวิษณุ นุ่นทอง                   กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ                       อนุกรรมการ

    ๗.นายสุเมธ สมคะเน                  เลขาธิการ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชน                         อนุกรรมการ

    ๘.นางสาวอัญชลี อับดุล              ประธานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย                     อนุกรรมการ

    ๙.นายธนกร วงษ์ปัญญา             The Standard                                                              อนุกรรมการ

    ๑๐.นายประพงษ์ แหลมแจง       หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                                       อนุกรรมการ

    ๑๑.นายชิงชัย รุ่งละโภ                บ้านเมืองออนไลน์                                                          อนุกรรมการ

    ๑๒.นายวัฒนะชัย  ยะนินทร         อดีตอุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์                    อนุกรรมการ

    ๑๓. ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส         คณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย                    อนุกรรมการ

    ๑๔.นายสนธยา พิกุลทอง             กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ                        อนุกรรมการ

    ๑๕.นายศักดา เสมอภพ               รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่ออนุกรรมการและเลขานุการ

    ประกาศสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ ประจำปี ๒๕๖๙

                อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับหมวด ๖ ว่าด้วยการบริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ คณะกรรมการบริหาร  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ ๒/สมัยที่ ๒๔/๒๕๖๙  วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม  ๒๕๖๙  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ ประจำปี ๒๕๖๙ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๓  คน และอนุกรรมการ ๑๑  คน ดังนี้

    ๑.นางสาวน.รินี เรืองหนู               นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย            ที่ปรึกษา

    ๒.นายวัฒนะชัย  ยะนินทร           อดีตอุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์                    ที่ปรึกษา

    ๓.นายสมศักดิ์ ศรีกำเนิด              อดีตเหรัญญิก                                                                 ที่ปรึกษา

    ๔.​นางสาวณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า       อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์                          ประธาน

    ๕.นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม                อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อและเลขาธิการ     อนุกรรมการ

    ๖.นางสาวธนิตา อิสรา                 อดีตกรรมการบริหาร สมาคมฯ                                          อนุกรรมการ

    ๗.ดร.กฤษณะ เชื้อชัยนาท            นักวิชาการอิสระ                                                             อนุกรรมการ       

    ๘.นางอุษา มีชารี                         อดีตอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ                  อนุกรรมการ

    ๙.นายวรพล เพชรสุทธิ์                อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ                                              อนุกรรมการ

                                                  และพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน  

    ๑๐.นางสาวเกวลิน เพชรสร้าง       บรรณาธิการออนไลน์ ไทยพีบีเอส                                      อนุกรรมการ

    ๑๑.นางสาววัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น  ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย อสมท.         อนุกรรมการ

    ๑๒.นางสาววิชชุดา จิตจันทร์        รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ                                                อนุกรรมการ

    ๑๓.นางณัฐพร รุจิวรรณ์              นายทะเบียน                                                                  อนุกรรมการ

    ๑๔.นางสาวพีระพรรณ พิสิฐชัยรักษ์  รองเลขาธิการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์  อนุกรรมการและเลขานุการ

    ประกาศสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน ประจำปี ๒๕๖๙

    อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับหมวด ๖ ว่าด้วยการบริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ คณะกรรมการบริหาร  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ ๒/สมัยที่ ๒๔/๒๕๖๙  วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม  ๒๕๖๙  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน ประจำปี ๒๕๖๙ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๑  คน และอนุกรรมการ ๑๑  คน ดังนี้

    ๑. นางสาวน.รินี  เรืองหนู             นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย            ที่ปรึกษา

    ๒.​ นายวรพล เพชรสุทธิ์              อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ                                              ประธานและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน        

    ๓. ผศ.ดร.สิงห์ สิงห์ขจร               คณบดีคณะวิทยาการจัดการ                                            อนุกรรมการ

    มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

    ๔. นายวัฒนะชัย  ยะนินทร          อดีตอุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์                    อนุกรรมการ

    ๕. นายสมศักดิ์ ศรีกำเนิด             อดีตเหรัญญิก                                                                 อนุกรรมการ

    ๖. นายเอกพล บรรลือ                 THE STANDARD                                                           อนุกรรมการ

    ๗. ผศ.ดร.ภาณุฤทธิ์ สารสมบัติ      รองคณบดีฝ่ายบริหาร                                                     อนุกรรมการ

    คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง

    ๘.นายประพงษ์ แหลมแจง           หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                                        อนุกรรมการ

    ๙.​นางณัฐพร รุจิวรรณ์                 นายทะเบียน สมาคม                                                       อนุกรรมการ

    ๑๐.นายสนธยา พิกุลทอง             กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ                        อนุกรรมการ

    ๑๑.​นางสาวธนิตา อิสรา               อดีตกรรมการบริหาร                                                       อนุกรรมการ

    ๑๒.นายจีระวัฒน์ สุขานนท์          รองเลขาธิการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ               อนุกรรมการและเลขานุการ

    ประกาศสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ  ประจำปี ๒๕๖๙

    อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับหมวด ๖ ว่าด้วยการบริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ คณะกรรมการบริหาร  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ ๒/สมัยที่ ๒๔/๒๕๖๙  วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม  ๒๕๖๙  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ ประจำปี ๒๕๖๙ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๓  คน และอนุกรรมการ ๙  คน ดังนี้

    ๑. นางสาวน.รินี เรืองหนู                       นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย            ที่ปรึกษา

    ๒. ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล    นักวิชาการอิสระ                                                  ที่ปรึกษา

    ๓. นายบรรยงค์  สุวรรณผ่อง                   กรรมการจริยธรรมวิชาชีพ                                               ที่ปรึกษา

    ๔. นายธนพล บางยี่ขัน                          อุปนายกฝ่ายวิชาการ                                                       ประธาน

    ๕. นางสาวจิราพร จันทร์เรือง                   หนังสือพิมพ์มติชน                                                          อนุกรรมการ

    ๖. นางหทัยรัตน์ ดีประเสริฐ                     กรุงเทพธุรกิจออนไลน์                                                     อนุกรรมการ             

    ๗. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์                  อดีตเลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ                 อนุกรรมการ

    ๘. นางสาวนิภาวรรณ แก้วรากมุกข์           อดีตเลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ                  อนุกรรมการ

    ๙. นายศักดา เสมอภพ                            รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ                อนุกรรมการ

    ๑๐. นางภัทราวดี  ธีเลอร์                       คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์              อนุกรรมการ

    ๑๑. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง             หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ                                                อนุกรรมการ

    ๑๒. นางสาววิชชุดา จิตจันทร์                   รองเลขาธิการฝ่ายวิซาการ                          เลขานุการคณะอนุกรรมการ

    ประกาศสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ  ประจำปี ๒๕๖๙

    อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับหมวด ๖ ว่าด้วยการบริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ คณะกรรมการบริหาร  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ ๒/สมัยที่ ๒๔/๒๕๖๙  วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม  ๒๕๖๙  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ประจำปี ๒๕๖๙ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๓  คน และอนุกรรมการ ๘ คน ดังนี้

    ๑.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี        อดีตนายกสมาคมฯ                                                        ที่ปรึกษาและประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

    ๒. นายมงคล บางประภา             อดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย      ที่ปรึกษา

    ๓. นางสาวน.รินี เรืองหนู            นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย          ที่ปรึกษา

    ๔. ดร.อนุชา เจริญโพธิ์                 อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ                                                ประธาน

    ๕. นางสาวกรชนก รักษาเสรี         อดีตอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                              อนุกรรมการ

    (ผู้ปฏิบัติงานประจำ กสทช.) อนุกรรมการ

    ๖. นางสาวเพ็ญโสภา สุคนธรักษ์    ไทยรัฐทีวี                                                                      อนุกรรมการ

    ๗. นางสาววัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น    ผู้อำนวยการกองข่าวต่างประเทศ ช่อง ๙ MCOT                 อนุกรรมการ

    ๘. นายเสกสรร อานันทศิริเกียรติ นักวิจัย ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ                                    อนุกรรมการ

    ๙. นางสาววรรษมน อุจจรินทร์     ผู้สื่อข่าวอิสระ                                                                อนุกรรมการ

    ๑๐. นายกอบกิจ ประดิษฐผลพานิช อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต          อนุกรรมการ

    ๑๑.นายวีรพจน์ อินทรพันธ์          รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ                    เลขานุการคณะอนุกรรมการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tja.or.th/view/about-us/1457189&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Uld2DmdOqvWLwvqzgHTrm

  • ราคาน้ำมันดิบ 03/04/69  WTI-เบรนท์พุ่ง! เศรษฐกิจโลก-ไทยรับมือ

    ราคาน้ำมันดิบ 03/04/69 WTI-เบรนท์พุ่ง! เศรษฐกิจโลก-ไทยรับมือ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/article/articles-analysis/139295&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bllx_rKElxoVxLLKNVCvo

  • บราเดอร์ (Brother) พลิกโฉมโซลูชันธุรกิจและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต

    บราเดอร์ (Brother) พลิกโฉมโซลูชันธุรกิจและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต

    บราเดอร์ สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ “At Your Side, Every Side of Life”- From work to life, Brother is always at your side ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างในทุกบทบาทของชีวิต ตั้งแต่ช่วงเวลาทำงานที่ต้องการความรวดเร็วและความแม่นยำ ไปจนถึงชีวิตส่วนตัวที่ต้องการความสะดวกและความคล่องตัว ผ่านการพัฒนาโซลูชันและการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

    ไม่ว่าจะเป็นการจัดการงานเอกสาร การทำธุรกิจขนาดเล็กที่บ้าน หรือการต่อยอดงานสร้างสรรค์ที่กลายเป็นรายได้ เพื่อต่อยอดประสบการณ์ดังกล่าว บราเดอร์จึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างธุรกิจและบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจรสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ควบคู่การนำเทคโนโลยีและแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบมาใช้ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วน


    บราเดอร์สร้างนิยามใหม่ให้โลกการทำงานและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

    ด้วยโซลูชันผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้งานได้จริง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ทิศทางธุรกิจใน FY2026 ว่า การปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับ “ประสบการณ์ของลูกค้า” ให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ที่บราเดอร์มุ่งเป็นส่วนหนึ่งในทุกบทบาทของชีวิต ตั้งแต่การทำงานไปจนถึงการใช้ชีวิตส่วนตัวและช่วงเวลาสำคัญกับครอบครัว

    “เราไม่ได้มองเพียงแค่การขายสินค้า แต่ต้องการออกแบบโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น ใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น และสามารถเปลี่ยนไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ หรือความชื่นชอบส่วนตัวให้กลายเป็นโอกาสใหม่ ๆ ได้ในทุกวัน”

    ไม่ว่าจะเป็นการจัดการงานเอกสารสำหรับธุรกิจที่ทำงานหรือที่บ้าน การสร้างสรรค์งาน DIY หรือ passion project ที่ต่อยอดเป็นรายได้ ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เริ่มต้นธุรกิจจากที่บ้าน บราเดอร์มุ่งพัฒนาโซลูชันที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอน และทำให้ทุกอย่างจัดการได้ง่ายขึ้นในทุกช่วงเวลา ในขณะเดียวกัน ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชนมากขึ้น

    บราเดอร์มองว่าหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต อาหาร หรือเฮลท์แคร์ ต่างต้องการโซลูชันที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานในแต่ละวัน ซึ่งบราดอร์ สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ผ่านโซลูชันที่ออกแบบจากการใช้งานจริง ทั้งในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่ต้องการความแม่นยำและความต่อเนื่องในการทำงาน และสะท้อนบทบาทของบราเดอร์ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาภายใต้แนวคิด “At Your Side” นายธีรวุธ กล่าว

    ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ด้วย “โซลูชัน” ที่ล้ำหน้าแบบเหนือความคาดหมาย

    นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บราเดอร์ยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยมีอัตราการเติบโตทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ซึ่งสวนทางกับตลาดที่หดตัวลง สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่ขยายตัวทั้งในมิติของการทำงานและไลฟ์สไตล์ สำหรับปีนี้ บราเดอร์จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ผ่านการเข้าใจลูกค้าในแต่ละบทบาทของชีวิต มุ่งเน้นที่การเพิ่ม Customer Lifetime value เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ของบราเดอร์ในหลากหลายมิติ และออกแบบประสบการณ์ในทุกจุดสัมผัสให้เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว

    “บทบาทของทีมขายและการตลาด ไม่ใช่แค่การผลักดันยอดขาย แต่คือการทำให้ลูกค้าเห็นว่าโซลูชันของ บราเดอร์สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตและธุรกิจของเขาได้จริง”

    ภายใต้แนวคิดดังกล่าว บราเดอร์ได้นำโซลูชันจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาต่อยอดให้ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายบทบาทของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Home ที่ช่วยให้การจัดการเอกสารและงานในครอบครัวเป็นเรื่องง่ายขึ้น รวมถึงการจัดระเบียบบ้านและงาน DIY ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ในมิติของ Work บราเดอร์ช่วยให้การทำงานในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่งานพิมพ์ปริมาณมาก การจัดการเอกสารในรูปแบบดิจิทัล ไปจนถึงงานเอกสารขนาดใหญ่

    โดยยังคงคุณภาพและความต่อเนื่องในการใช้งาน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในกลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำและเครื่องพิมพ์ A3 พร้อมกันนี้โซลูชันในกลุ่ม Non-Print อย่างเครื่องพิมพ์ฉลาก จักรเย็บผ้า และเครื่องพิมพ์สิ่งทอ ช่วยให้การจัดการงานและการสร้างสรรค์เป็นเรื่องง่ายขึ้น

    ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายทรัพย์สิน การจัดระเบียบสายสัญญาณ (cable management) การใช้งานในกระบวนการผลิต (production line / PLC) หรือการใช้งานเฉพาะทาง เช่น ในโรงพยาบาล โดยช่วยให้งานแม่นยำขึ้น เร็วขึ้น และจัดการได้ง่ายขึ้น ไปจนถึง Creativity และ Passion ที่ลูกค้าสามารถต่อยอดไอเดียหรือสิ่งที่ชื่นชอบให้กลายเป็นรายได้จริง ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานและการพัฒนาสินค้าของตนเอง 

    โดยบราเดอร์มุ่งผสานสินค้า โซลูชัน และบริการเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกบทบาทของชีวิตเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัวภายใต้ประสบการณ์เดียวกัน ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้า และยกระดับมาตรฐานการขายและบริการให้มีความสอดคล้องกันในทุกช่องทาง เพื่อผลักดันการเติบโตในปี FY2026 อย่างต่อเนื่อง “เราต้องการให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าบราเดอร์อยู่เคียงข้างเขาจริง ๆ ในทุกช่วงของการใช้งานและการใช้ชีวิต” นายกิตติพงศ์ กล่าว

    ส่งมอบความประทับใจที่ยอดเยี่ยมด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ มากคุณภาพ ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา

    นางสาวรัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแนวทางการต่อยอดคุณภาพการให้บริการว่า บราเดอร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์บริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกในทุกขั้นตอน

    ตั้งแต่การเข้าถึงบริการก่อนและหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว การได้รับคำแนะนำที่ชัดเจน ไปจนถึงการแก้ไขปัญหารวดเร็วและตรงตามความต้องการด้วยระบบบริการที่มีมาตราฐานที่ครอบคลุมศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การให้บริการมีความสะดวกรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ทักษะของทีมงานและศูนย์บริการแต่งตั้ง เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

    “ช่วง 2025-2027 บราเดอร์ได้พัฒนาและนำแนวคิด CoSE (Center of Service Excellence) มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกจุดสัมผัสให้มั่นใจได้ว่าทุกปัญหาจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับแนวคิด ‘At Your Side”

    “บราเดอร์ยึดมั่นในการอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลา เพราะเราให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในระยะยาว ผ่านบริการที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนอุปกรณ์ และช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ดูแลทั้งการใช้งานของลูกค้าและความยั่งยืนไปพร้อมกัน เราต้องการให้ทุกบริการของบราเดอร์เป็นมากกว่าการแก้ไขปัญหา แต่เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ต่อเนื่อง

    ซึ่งบราเดอร์ยืนยันคุณภาพงานบริการด้วยการรับรองมาตรฐานสากล ISO 18295-1:2017 สำหรับศูนย์บริการลูกค้า และรางวัล Call Center ดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สะท้อนถึงคุณภาพการบริการที่ได้รับการยอมรับ และตอกย้ำบทบาทของบราเดอร์ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าทุกช่วงเวลาในการใช้งานสินค้าและบริการของเรา” นางสาวรัสสิญากร กล่าว

    ใช้ AI ยกระดับการทำงาน พร้อมดูแลธุรกิจและชีวิตให้ไปต่อได้อย่างยั่งยืน

    นายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ถ่ายทอดภาพรวมการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแบบบูรณาการว่า เทคโนโลยี AI จะถูกนำเข้ามาใช้ในทุกส่วนงาน ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการทำงานภายใน และช่วยให้ทีมสามารถใช้เวลาไปกับงานที่สร้างคุณค่าได้มากขึ้น

    พร้อมกันนี้ บราเดอร์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกัน บราเดอร์ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและพันธมิตรในระยะยาว โดยยึดหลักการทำงานที่ผสานทั้งความรวดเร็ว ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกการเติบโตเกิดขึ้นบนพื้นฐานที่แข็งแรงและยั่งยืน

    “การเติบโตที่แท้จริง ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีควบคู่ความรับผิดชอบ เพื่อดูแลทั้งธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน”

    “บราเดอร์ ยังสานต่อการมอบสิ่งดี ๆ คืนกลับสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การทำงานร่วมกับชุมชน และการสนับสนุนด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนสะท้อนแนวคิดการเติบโตที่ดูแลทั้งธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน เพราะบราเดอร์เชื่อว่าความยั่งยืนคือรากฐานของคุณค่าระยะยาวที่ส่งต่อสู่ทุกภาคส่วน โดยมุ่งสนับสนุนให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เสริมความมั่นใจในทุกก้าวของการใช้ชีวิต ให้พร้อมเติบโตเคียงข้างบราเดอร์อย่างมั่นคงในทุกช่วงเวลาสอดคล้องกับแนวคิด ‘At Your Side’ ” นายพรภัค กล่าวสรุป

    บราเดอร์เชื่อว่าการพัฒนาโซลูชัน เทคโนโลยี และการบริการที่เข้าใจการใช้งานจริง จะช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานได้สะดวกมากขึ้น จัดการธุรกิจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจยิ่งขึ้น ควบคู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจทั้งคุณภาพการใช้งานและความยั่งยืนในระยะยาว

    ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงทิศทางของบราเดอร์ในปี FY2026 ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ที่มุ่งเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาสำคัญ และพร้อมอยู่เคียงข้างและสนับสนุนให้ทุกก้าวของชีวิตเดินไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mobileocta.com/brother-solutions-at-your-side-lifestyle/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KLKe_9iuxgRQuR4EiILXi

  • เศรษฐกิจ-จากระยะเผาจริงจะนำไปสู่อะไร?

    เศรษฐกิจ-จากระยะเผาจริงจะนำไปสู่อะไร?

    ภาพคำทำนายดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ปี 2569 ว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจ ให้ไว้เมื่อปลายปี 2568

    ผู้เขียนถือว่าตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดศึกถล่มกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมัน-พลังงานทั่วโลกและไทยพุ่งกระฉูดขณะนี้คือระยะเผาจริงทางเศรษฐกิจของเมืองตามที่ทำนายไว้ก่อนหน้านี้

    และนี่คือเหตุผลที่ได้ย้ำนักหนาว่าปีนี้เมืองต้องการทีมเศรษฐกิจมืออาชีพมารับมือพาประชาชนเถลือกไถลฝ่าวิกฤตไปให้รอด เพราะสถานการณ์ด้านลบทางเศรษฐกิจจะหนักมาก พร้อมกับหาทางพาเมืองหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางที่ติดมากว่าสามสิบปีแล้ว ไปสู่ประเทศรายได้สูงให้ได้ในประมาณกลางกรกฎาคม 2572

    ทั้งนี้ด้วยทางชะตาเมืองเจอเหตุการณ์มาประกอบกันจนเมืองเข้าสู่ระยะเผาจริงด้วยราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดขณะนี้คือ

    1.ระยะยาวเจ็ดปีตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2565-ต้นกรกฎาคม 2572 เมืองต้องตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก ไปพร้อมๆ กับต้องหาทางปฏิวัติเศรษฐกิจของประเทศเพื่อหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ภายในกรกฎาคม 2572

    ประเด็นนี้เริ่มเด่นชัดตั้งแต่สหรัฐงัดมาตรการภาษีมาใช้กับประเทศต่างๆ

    และเมื่อร่วมกับอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่านแล้ว ในที่สุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาก็หลุดปากออกมาเองว่าทำเพราะต้องการน้ำมัน!!!

    นี่ยังไม่นับรวมกับที่บุกจับตัวอดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และขู่จะยึดเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก

    2.เคราะห์หรือกรรมเก่าทางเศรษฐกิจของเมืองเอง รอบนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2568 ที่ก่อนหน้านี้กระตุ้นอย่างไรก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เช่น การแจกเงินหมื่น

    ปรากฏการณ์นี้น่าจะจบสิ้นได้ภายใน 21 เมษายน 2569 เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล งัดตัวเลขอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ไตรมาสสุดท้ายปี 2568 พ้นปากเหว แต่กลับมีภัยใหม่จากข้างนอกแทรกให้เป็นระยะเผาจริง หรือเรื่องลบซ้อนลบ คือ

    3.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา เมืองเจอกรรมทางเศรษฐกิจใหม่จากศึกอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาปะทะกับอิหร่าน แทรกเข้ามาทำเดือดร้อนราคาน้ำมัน

    ปรากฏการณ์เรื่องกรรมใหม่นี้ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ยอมรับความจริง เพราะเมืองจะเผชิญกับวิกฤตการณ์ใหญ่ราคาน้ำมันจะสูงอีกนาน

    คุณวีระ ธีรภัทร เซียนเศรษฐกิจคนหนึ่งในวงการสื่อมวลชน พูดในรายการฟังหูไว้หูเมื่อเร็วๆ นี้ว่า นั่งดูสถานการณ์แล้วคล้ายๆ ก่อนจะเกิดต้มยำกุ้ง และเกรงว่าจากวิกฤตราคาน้ำมันจะกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ (ทั้งของไทย-โลก)

    ส่วนผู้เขียนซึ่งมีแต่ดวงชะตาเมืองปี 2569 นำทาง ก็ขอสรุปย้ำคำทำนายเดิมที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ในไทยโพสต์ คือ

    ก.นับตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569-12 เมษายน 2571 เป็นเวลาเมืองจะเจอแรงกระแทกทางเศรษฐกิจเป็นระยะ ท้าทายการทำงานของทีมเศรษฐกิจเป็นระยะๆ

    ในระยะสองปีครึ่งนี้ราคาพลังงานมีขึ้นมีลง แต่ราคาโดยรวมอยู่ในระดับสูง

    ข.ตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569-21 เมษายน 2570 เคราะห์ทางพื้นฐานเศรษฐกิจเมืองจะลดลง แต่ระยะหนึ่งปีนี้ไม่ว่าเมืองจะทำอะไร แก้ปัญหาอะไร จะได้ผลไม่เต็มที่ หรือออกแนวได้ครึ่งเสียครึ่ง

    ขอให้สังเกตว่าระหว่างวันเกิดเมืองหนึ่งปีนี้ สิ่งใดบวกตอนต้นมักจะลบบั้นปลาย หรือสิ่งใดลบตอนต้นจะพลิกบวกบั้นปลาย

    ค.แทรกเข้ามาตั้งแต่ประมาณมิถุนายน-19 ตุลาคม 2569 ราคาที่ดินจะเพิ่มมากผิดปกติในบางพื้นที่ และเราจะได้เห็นการเริ่มขึ้นของโครงการลงทุนมหึมาในส่วนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่ต่อไปจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในเรื่องเศรษฐกิจ

    ง.แม้จะยังติดเกณฑ์ได้ครึ่งเสียครึ่งอยู่ คาดว่าสิ่งที่รัฐบาลและทีมเศรษฐกิจพาเมืองและประชาชนเถลือกไถลไปถึงปลายตุลาคม 2569 เศรษฐกิจจะออกแนวบวก เพราะ

    ระหว่าง 20 ตุลาคม 2569-9 กุมภาพันธ์ 2570ตลาดหุ้นมีโอกาสทำสถิติใหม่ด้านใดด้านหนึ่งในแนวบวก

    จ.ตั้งแต่ 21 เมษายน 2570 เป็นต้นไป เศรษฐกิจจะออกจากเกณฑ์ได้ครึ่งเสียครึ่งเข้าสู่การโงหัว

    ครูโหรท่านหนึ่งที่ล่วงลับไปแล้วเคยเขียนไว้ว่า ดวงดาวบนฟ้าเป็นเพียงสิ่งบ่งบอก แต่การกระทำเป็นของมนุษย์

    ขอให้กำลังใจทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกท่าน และคนไทยทั้งหลายที่จะฟันฝ่า เพราะพื้นเดิมของดวงเมืองรัตนโกสินทร์ยิ่งมีวิกฤตโอกาสก็จะตามมาทุกครั้ง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/974743/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1do3G9UCXXWPEBOI0P_D_r

  • อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 4 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 4 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 4 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล ล่าสุด ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตราคาน้ำมัน 4 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด โดยทีมข่าวเศรษฐกิจ อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ 4/4/2569 เวลา 09.00 น. มีดังต่อไปนี้

    อัปเดตราคาน้ำมัน วันนี้ 4 เม.ย. 2569 มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น.

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 4 เมษายน 2569

    • ดีเซล อยู่ที่ 47.74 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 38.25 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 63.94 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 53.04 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 4 เมษายน 2569

    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 47.74 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.14 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 57.54 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 38.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” วันนี้ 4 เมษายน 2569

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 39.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.83 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 47.24 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 67.34 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” วันนี้ 4 เมษายน 2569

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 57.51 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.95 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 47.74 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 66.14 บาท/ลิตร

    ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ส่งผลให้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุด คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.sanook.com/money/949160/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iBcIVp7iiwCM0jThqcZFK