Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการศึกษาเด็กไทย เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จัดงาน

    เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการศึกษาเด็กไทย เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จัดงาน

    เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการศึกษาเด็กไทย เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จัดงาน

    ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สานต่อและสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทุกมิติอย่างยั่งยืน โดยเร็ว ๆ นี้ได้จัดกิจกรรม ตลาดนัดวัยเรียนและมอบทุนการศึกษา ซึ่งจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้จัดขึ้นในธีม “เติมฝัน ปั้นอนาคต จุดประกายการเรียนรู้ สู่วัยเรียนที่สดใส” โดยในพิธีเปิดกิจกรรม “ตลาดนัดวัยเรียนและมอบทุนการศึกษา” ได้รับเกียรติจาก นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน นอกจากนี้ยังร่วมด้วย หัวหน้าฝ่ายการศึกษาสำนักงานเขตปทุมวัน ผู้อำนวยการสถานศึกษาจากทั้ง 7 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน ณ ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A

    เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการศึกษาเด็กไทย เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จัดงาน

    นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เดินหน้าสานต่อและสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน โดยในกิจกรรม ตลาดนัดวัยเรียนและมอบทุนการศึกษา ศูนย์การค้าฯได้จัดขึ้นเป็น ปีที่ 4 แล้ว เรามีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างแรงบันดาลใจ และส่งมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้กับเยาวชน เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไทย”

    “กิจกรรม ตลาดนัดวัยเรียน เป็นการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ น้อง ๆ นักเรียนจากทั้ง 7 โรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน ได้แก่ โรงเรียนวัดชัยมงคล โรงเรียนวัดดวงแข โรงเรียนวัดปทุมวนารามฯ โรงเรียนปลูกจิต โรงเรียนวัดสระบัว โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนวัดบรมนิวาส จะได้สวมบทบาทพ่อค้าแม่ค้ารุ่นเยาว์ นำผลงานฝีมือมาออกบูธจำหน่ายให้ลูกค้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึง ชุมชนในเขตปทุมวัน ได้นำสินค้ามาร่วมออกบูธอีกด้วย”

    “ส่วนกิจกรรม MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน มอบทุนการศึกษา ปีที่ 4 ทาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มุ่งสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กไทย เพื่อเป็นกำลังใจและเติมเต็มความฝันในการเรียนต่อระดับสูง เพิ่มทักษะความสามารถนำความรู้ไปพัฒนาตนเองและประเทศชาติ ให้กับน้อง ๆ ที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยร่วมกับ ฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตปทุมวัน จัดพิธีมอบทุนการศึกษาทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 ให้กับ นักเรียน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน บุตรข้าราชการ บุตรลูกจ้างประจำ และบุตรลูกจ้างชั่วคราว ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน รวมทั้งสิ้น 41 ทุน” ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กล่าว

    ด้าน นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กล่าวว่า “การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาบุคคลและสังคมให้เจริญก้าวหน้า ช่วยพัฒนาความคิด ความรู้ทางวิชาการ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ตลอดจนการดำเนินชีวิตในสังคม หากมีความรู้และได้รับการศึกษาที่ดีก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตได้ และยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาประเทศต่อไป ผมขอขอบคุณผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่ได้มอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาและสร้างโอกาสความเท่าเทียมทางด้านการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตปทุมวันได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มขวัญและกำลังใจให้เยาวชนในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง”

    น้องมิ้นต์ อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดชัยมงคล เล่าว่า “กิจกรรมตลาดนัดวัยเรียนเป็นกิจกรรมที่ดีคะ ได้เรียนรู้วิธีการขายของ การทำอาหาร สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้ค่ะ หนูมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นปีที่ 2 แล้วค่ะ ปีที่แล้วขายดีมาก คนเยอะ สนุกด้วยค่ะ มีลูกค้าต่างชาติมาดูมาซื้อของด้วยค่ะ ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สนุกมากค่ะ ส่วนงานครั้งนี้มาขายตุ๊กตาการบูรดับกลิ่น ช่วยให้ห้องหอม เป็นผลงานฝีมือของนักเรียนทุกคนในวิชาทักษะการงานอาชีพ ตอนฝึกทำไม่ยากคะ อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ด้วยค่ะ มีรุ่นพี่ที่โรงเรียนนำไปขายเป็นการสร้างรายได้ด้วยค่ะ”

    น้องมายด์ อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดชัยมงคล เล่าว่า “อยู่บูธเพ้นท์เล็บค่ะ หนูมาร่วมกิจกรรมตลาดนัดวัยเรียนปีนี้เป็นปีแรกค่ะ เป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กนักเรียนได้ออกมาเจอสังคม ได้มาขายของ ฝึกความกล้า อยากให้จัดแบบนี้ทุกปีค่ะ ที่โรงเรียนมีวิชาทักษะการงานอาชีพ ได้เรียนเย็บผ้าทำเป็นกระเป๋าช้าง ทำตุ๊กตาการบูรค่ะ หนูเคยเอาตุ๊กตาการบูรไปขายก็ได้เงินเป็นรายได้เสริม โรงเรียนมีสอนเพ้นท์เล็บเจล บางลายก็ทำยาก ใช้เวลาสักพักในการฝึก ชอบเพ้นท์เล็บเจลเป็นลายผีเสื้อ ทำยาก แต่ออกมาสวย เรียบหรูดีค่ะ ปกติหนูชอบวาดรูป ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบเพ้นท์เล็บเจลกากเพชรและลายดอกไม้ค่ะ”

    นายปสิทธิ์พงษ์ ชินประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดบรมนิวาส กล่าวว่า “โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมตลาดนัดวัยเรียนของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ทุกปี เป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เริ่มต้นการเป็น Start Up ตัวน้อย ๆ เรื่องของการค้าขาย เรื่องมุมมองสายอาชีพที่เด็กสามารถไปต่อได้ โรงเรียนมีกลุ่มงานฝึกอาชีพของนักเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งสอนให้เด็กทำขนมที่มีขั้นตอนง่าย ๆ โดยในงานได้นำขนมโดนัทจิ๋ว น้ำลำไย น้ำมะนาว มาร่วมออกบูธ ซึ่งที่โรงเรียนมีกิจกรรมฝึกอาชีพหลายอย่าง เช่น เหรียญโปรยทานให้กับทางวัดเวลาที่มีงานบวชและงานต่าง ๆ เราสอนวิธีการทำ เครื่องมือที่ใช้ วิธีการขาย ตอนนี้มีเด็ก ๆ ที่ใช้โซเชียลไลฟ์ขายโดนัท ก็เป็นอีกช่องทางสร้างรายได้เสริม ส่วนระดับอนุบาลจะมี Project Approach ปูพื้นฐานการคัดแยกขยะ อีกไฮไลท์คือ พวงกุญแจจากฝาขวด ซึ่งโรงเรียนวัดบรมนิวาส ร่วมกับ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เข้าร่วมกิจกรรมแยกขวด ช่วยน้อง ในโครงการ ข.ขวดรักษ์โลก โดยเรานำฝาขวดน้ำพลาสติกมาทำเป็นพวงกุญแจในรูปแบบต่าง ๆ โดยวิธีการนำฝาขวดมาแยกสี และนาบด้วยความร้อน จากนั้นใช้แม่พิมพ์กดให้เป็นรูปต่าง ๆ ถือเป็นงาน Hand-Made สีที่ออกมาไม่สามารถกำหนดได้ จึงเป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลก จากโอกาสที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบให้กับโรงเรียนวัดบรมนิวาส ถือว่าเป็นนวัตกรรมตัวหนึ่งที่ให้เราได้นำไปต่อยอด ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ ปลูกฝังเรื่องการคัดแยกขยะและรักษ์โลกด้วยครับ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของโรงเรียนที่กำลังดำเนินการขอร่วมเป็นโรงเรียนสวนพฤกษศาสตร์ เด็ก ๆ จะได้รู้ว่าในพื้นที่ของโรงเรียนวัดบรมนิวาสมีพรรณไม้อะไรบ้าง เด็กจะรู้จักพรรณไม้ต่าง ๆ รู้จักประโยชน์ และ การดูแลรักษาครับ”

    ในส่วนพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน ที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 41 ทุน ในโครงการ MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน มอบทุนการศึกษา ปีที่ 4 ได้รับเกียรติจาก นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด เป็นประธานเปิดงานและมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด มอบทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา นางสาวชวรมย์ มังคละคีรี รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษา บุตรลูกจ้างประจำและชั่วคราว สังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน

    นางสาวนัณธิกา สิงขรรักษ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดชัยมงคล กล่าวว่า “ขอขอบคุณทางศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มากนะคะ ที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ถือว่าเป็นการสร้างบุญร่วมกัน ส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ในส่วนของกิจกรรมตลาดนัดวัยเรียนได้นำผลงานของนักเรียน ตุ๊กตาการบูร เอาไว้ดับกลิ่น มาร่วมออกบูธ แล้วก็มีเพ้นท์เล็บ ส่งเสริมให้เด็กได้มีอาชีพในอนาคต หรือทำเป็นอาชีพเสริมได้ และก็มีการแสดงระบำนางกลอย เด็ก ๆ ได้แสดงความสามารถ และ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการฝึกซ้อมการแสดงนาฏศิลป์ค่ะ”

    ด.ญ.ณัชชา อายุ 12 ปี นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดชัยมงคล เล่าด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากขึ้นไปรับทุนการศึกษาว่า “ปีนี้ได้รับทุนการศึกษาจากเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นปีแรกค่ะ รู้สึกดีใจ การจัดงานอลังการมาก และขอขอบคุณที่มอบทุนการศึกษาให้หนู โตขึ้นอยากเป็นคุณครูค่ะ เพราะจะได้สอนนักเรียนให้มีความรู้ เคล็ดลับในการตั้งใจเรียนของหนู คือ ตั้งใจฟังที่ครูสอน ไม่เล่นกับเพื่อนเวลาครูสอนค่ะ อยู่ที่บ้านก็ช่วยทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ทำความสะอาด อยู่ที่โรงเรียนก็ร่วมกิจกรรมเป็นตัวแทนจัดสวนถาด ได้รับรางวัลชมเชย สามารถนำความรู้การจัดสวนถาดไปต่อยอดสร้างอาชีพ รายได้เสริมได้ แล้วก็ไปร่วมแข่งคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่ชอบค่ะ”


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12743792&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xra2uYV03hQiKjtxXgIrp

  • ย้ำ “ภูมิใจไทย” พร้อมยุบสภาใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย เปิดตัวเลข สส. ย้ำ หากผิดเงื่อนไข “พรรคประชาชน” ล้มรัฐบาลได้ทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ย้ำ “ภูมิใจไทย” พร้อมยุบสภาใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย เปิดตัวเลข สส. ย้ำ หากผิดเงื่อนไข “พรรคประชาชน” ล้มรัฐบาลได้ทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109025&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LYLgYuWHW3tHG_3R2kkHg

  • กรมการพัฒนาชุมชน พิจารณาจัดสรรทุนและกำหนดรายละเอียดทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปี 2569

    กรมการพัฒนาชุมชน พิจารณาจัดสรรทุนและกำหนดรายละเอียดทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปี 2569

    กรมการพัฒนาชุมชน พิจารณาจัดสรรทุนและกำหนดรายละเอียดทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปี 2569


    1/09/2568 | 13 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน พิจารณาจัดสรรทุนและกำหนดรายละเอียดทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปี 2569

    วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 5002 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรทุนและกำหนดรายละเอียดทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชนและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาการจัดสรรทุนและกำหนดรายละเอียดทุนรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประเภทบุคลากรภาครัฐ ทุนศึกษาปริญญาโท หรือเอก ตลอดจนการฝึกอบรมในต่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย และสอดคล้องกับที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด

    ในที่ประชุมฯ ได้พิจารณาความต้องการในการขอรับการจัดสรรทุนของกรมการพัฒนาชุมชนในประเภทต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยพิจารณาสาขาวิชาที่ขาดแคลน มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยมุ่งหวังให้บุคลากรที่ได้รับทุนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากต่างประเทศกลับมาพัฒนางานด้านพัฒนาชุมชนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืนต่อไป

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย

    อ้างอิงวันที่ : 1/09/2568 10:00:00


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/260662&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2opOW6AdbKT8YSIFqhD4rF

  • ขอเชิญ คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ในหัวข้อ “บันทึกชีวิตจากเซียะเหมิน” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ขอเชิญ คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ในหัวข้อ “บันทึกชีวิตจากเซียะเหมิน” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/114813/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EoVam1CCuBzRSxuzPjT-U

  • “พงศ์กวิน” ชื่นชม เยาวชนไทยคว้าชัย 22 เหรียญ เวทีอาเซียน ตอกย้ำศักยภาพแรงงานไทย

    “พงศ์กวิน” ชื่นชม เยาวชนไทยคว้าชัย 22 เหรียญ เวทีอาเซียน ตอกย้ำศักยภาพแรงงานไทย

    วันที่ 1 กันยายน 2568 นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัลแก่เยาวชน และโล่ขอบคุณผู้สนับสนุน การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงาน โดยมีนายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมในพิธี ณ ห้องบอลรูมวิง โรงแรมบางกอกพาเลซ เขตราชเทวี กรุงเทพ

    นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่สามารถคว้า 22 เหรียญ ได้แก่ เหรียญทอง 5 เหรียญ เหรียญเงิน 4 เหรียญ เหรียญทองแดง 3 เหรียญ และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 10 เหรียญ กลับมาให้ประเทศไทย และขอชื่นชมเยาวชนทั้ง 34 คน ผู้เชี่ยวชาญ 29 คน ที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ นี่คือความสำเร็จในการแสดงความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทยที่มีทักษะฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก และขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนที่พลาดเหรียญรางวัลในครั้งนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตัวแทนเยาวชนทุกคน จะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าและหาจากที่ไหนไม่ได้ นอกจากในสนามแข่งขัน รวมไปถึงขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตลอดมาทั้งด้านงบประมาณ สถานที่ บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรที่ทันสมัยในการเก็บตัวฝึกซ้อม จนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ในวันนี้ทางกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดพิธีมอบเกียรติบัตร และเงินรางวัลให้แก่เยาวชน เหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท เหรียญเงิน จะได้รับเงินรางวัล จำนวน 75,000 บาท เหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 40,000 บาท และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท ในส่วนของน้อง ๆ ที่พลาดเหรียญรางวัล จะได้รับรางวัลทุ่มเทเสียสละ เป็นทุนการศึกษา รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งมีการมอบโล่ขอบคุณและเกียรติบัตรให้แก่ผู้สนับสนุนทั้ง 47 แห่ง ที่ทำให้การส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

    นายพงศ์กวิน กล่าวต่อว่า เวทีการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน นับเป็นเวทีแรกในต่างประเทศที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถ ศักยภาพ ทักษะฝีมือแรงงานของไทย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดระดับความสำเร็จ ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ผลการแข่งขันเป็นตัวบ่งบอก สถานการณ์กำลังแรงงานในอนาคต และปริมาณความต้องการของตลาดแรงงานได้ ว่าต้องการแรงงานที่มีความรู้ ทักษะ ด้านใด โดยเฉพาะในปัจจุบันจะต้องเน้นพัฒนาทักษะในสาขาที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องไม่ทิ้งสาขาที่มีทักษะด้านงานฝีมือ ทักษะด้านงานบริการ ที่ถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทย สำหรับเยาวชนที่ได้เหรียญรางวัล นับเป็นเครื่องหมายการันตี ที่สามารถนำไปใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่ต้องการ การรับทุนการศึกษาจากสถานศึกษาต้นสังกัด รวมถึงการสมัครงาน โดยที่ผ่านมามีเยาวชนหลายคนที่ผ่านเวทีการแข่งขันในระดับต่าง ๆ เป็นที่ต้องการของสถานประกอบกิจการเป็นจำนวนมาก บางสถานประกอบกิจการมีแผนการบรรจุเยาวชนที่ผ่านเวทีการแข่งขันในระดับนานาชาติเป็นพนักงานทันทีหลังเรียนจบ อาทิ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด

    นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 13 นี้ จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่มีพันธมิตรที่ดีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้ง 47 แห่ง ประกอบด้วย พระสมุห์อิสรา คุณากโร เลขานุการเจ้าคณะตำบลแม่ลา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปรีดาราม วิทยาลัยเทคนิคชุมพร บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา บริษัท เฟสโต้ จำกัด บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ วิทยาเขตสะพานใหม่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและเมคคาทรอนิกส์ สถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 สุพรรณบุรี บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ฝีมือไทยวิศวกรรม จำกัด บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) วิทยาลัยดุสิตธานี บริษัท ฟอร์ทิเนท ซีเคียวริตี้ เน็ทเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด โรงเรียนออกแบบทรงผมอาดัม สถาบันโอเอซิส ซาลอน บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท เค เซอรา จำกัด บริษัท ไทย โกเบลโก้ เวลดิ้ง จำกัด บริษัท เอส ซี เสรีชัยบิวตี้ จำกัด บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เอ็น.พี. โรโบติกส์ แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปดัคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามออโตเมชั่นเทค จำกัด บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด บริษัท ไทยเส็ง อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มอบ บริษัท แอสเวลล์ โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัท วรชาติ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมซเสอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จํากัด ในการสนับสนุนด้านงบประมาณ สถานที่ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการฝึกซ้อมของเยาวชน ขอขอบคุณทุกท่านกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างยิ่ง และหลังจากนี้ขอให้ชาวไทย ร่วมส่งแรงใจให้กับน้อง ๆ เยาวชนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ต่อไป เพื่อเข้าแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ ไทเป ไต้หวัน และไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ในปี 2569 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/953462&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ks_7BDwcLO7Xk-Oiq0Gkp

  • ประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” จากอดีต อสส. สู่แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32

    ประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” จากอดีต อสส. สู่แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย สำหรับ นายชัยเกษม นิติสิริ โดยครั้งแรกชื่อของ นายชัยเกษม เปิดออกมาหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5:4 วินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 กรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    โควตาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในตอนนั้น จึงมีชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกเสนอชื่อและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในที่สุด

    กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาล รธน.วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยกชุด ด้วยมติ 6:3 กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากปมคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568

    ชัยเกษม นิติสิริ (ซ้าย)

    ทำให้ชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ กลับมาอีกครั้ง ในฐานะแคนดิเดตนายกฯคนที่ 32 จากพรรคเพื่อไทย

    ประวัติ นายชัยเกษม นิติสิริ

    • เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 2491 อายุ 77 ปี 

    ชัยเกษม นิติสิริ

    การศึกษา

    • จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ
    • มัธยมปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 28
    • ปริญญาตรีแผนกนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทส L.L.M. มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา
    • เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

    การรับราชการ

    • ปี 2516 เริ่มงานอัยการ และก้าวหน้ามาตลอด
    • อัยการผู้ช่วยจังหวัดสมุทรสาคร
    • อัยการประจำกอง กองคดี
    • อัยการจังหวัดภูเก็ต
    • อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
    • อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอัยการสูงสุด
    • อธิบดีอัยการฝ่ายปรึกษา
    • รองอัยการสูงสุด
    • อัยการสูงสุด ปี 2550-2552

    ชัยเกษม นิติสิริ

    โดยนายชัยเกษม เติบโตมาจากสายงานที่ปรึกษากฎหมาย เชี่ยวชาญด้านการตรวจร่างสัญญา ตลอดระยะเวลา 2 ปี ในตำแหน่งอัยการสูงสุด มีคดีที่ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส. – คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นหลังการรัฐประหารปี 2549) สรุปสำนวนชี้มูลความผิดตัว นายทักษิณ ชินวัตร และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยหลายคดี

    เมื่อสำนวนถึงขั้นตอนการสั่งคดีของอัยการ ส่วนใหญ่จะมีความเห็นว่า “สำนวนไม่สมบูรณ์ ครบถ้วน” จนต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง คตส.และอัยการ หลายคดี 

    เส้นทางการเมือง มือกฎหมายขนานแท้สู่การบริหารประเทศ

    • ปี 2556 รมว.ยุติธรรม ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
    • สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
    • ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร)
    • ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

    ประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” จากอดีต อสส. สู่แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32

    บทบาทสำคัญทางการเมือง

    • ยืนยันหลักการรัฐบาลประชาธิปไตย ประกาศไม่ลาออกต่อหน้าคณะรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถูกคุมตัวเข้าค่ายทหาร

    จุดยืนทางการเมือง

    • เน้นใช้กฎหมายเพื่อความเป็นธรรม ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง
    • เห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ขัดขวางประชาธิปไตย
    • สนับสนุนสภาร่างรัฐธรรมนูญจากการเลือกตั้ง
    • เสนอให้รัฐประหารเป็นกบฏ ไม่มีอายุความ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378966253&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jz_x8u4CwF1aeLMVLsXV6

  • ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด | เดลินิวส์

    ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด | เดลินิวส์

    ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด

    นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประกวด ‘มิสเตอร์อยุธยา’ รอบตัดสิน เฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5071463/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CAAd-GVC-kn7Ip76OM9sg

  • “พงศ์ภัทร” มอง SET “ไซด์เวย์” รอรัฐบาลใหม่ แนะสะสมหุ้นท่องเที่ยว

    “พงศ์ภัทร” มอง SET “ไซด์เวย์” รอรัฐบาลใหม่ แนะสะสมหุ้นท่องเที่ยว

    นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุน Research Department, InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (1 ก.ย.2568) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประชุมของพรรคประชาชนในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางผู้บริหารประเทศ

    หากได้ข้อสรุปทางการเมืองในวันนี้ บรรยากาศการลงทุนจะเริ่มเข้าสู่ โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเป็น บวกกับตลาด เนื่องจากข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ให้มีการยุบสภาภายใน 4 เดือน ทำให้ทุกพรรคจะพยายามหาเสียงและแสดงผลงานอย่างเต็มที่

    โดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคประชาชนว่าจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย จะเป็น จุดเปลี่ยนของภาพรวมตลาด

    หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาชน มองว่าความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจอาจทำให้การสะดุดของเศรษฐกิจไม่มากนัก

    แต่หากพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยก็มีโอกาสที่จะมีข้อดีเช่นกัน โดยล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ซึ่งนายกรณ์ถือเป็นมือเศรษฐกิจที่ดีคนหนึ่งของประเทศ

    ดังนั้นหากการจัดตั้งมีความชัดเจนและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว ตลาดมีโอกาสที่จะเป็น บวก เนื่องจากรัฐบาลใหม่จะมีการส่งสัญญาณออก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะสร้างความหวังให้กับประชาชนและวาดฝันถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคต

    ในช่วงที่รอความชัดเจนและการจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกรัฐมนตรี ในระยะสั้นเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน ตลาดอาจยังคงแกว่งตัวอิงทางลงอยู่ แต่ในช่วงสั้นจะมีแนวรับ 1,230-1,228 จุด เป็นแนวรับที่มีนัยสำคัญ หากไม่หลุดต่ำกว่านี้ตลาดมีโอกาสที่จะพักฐานเพื่อขึ้นต่อ แต่หากหลุดต่ำกว่าอาจเห็นที่ประมาณ 1200 จุด ซึ่งเป็นช่วงที่อาจทำให้ตลาดรีบาวด์ได้อีกครั้ง

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหากมีความชัดเจนทางการเมืองออกมา และตลาดมีแนวโน้มเป็นบวก กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจมีดังนี้:

    -กลุ่มท่องเที่ยว รัฐบาลทุกพรรคจะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจไทย หุ้นกลุ่ม โรงแรม น่าจะกลับมาเติบโตได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี

    -กลุ่มวัสดุก่อสร้างมีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบาย เมกะโปรเจกต์ ของรัฐบาลใหม่

    -กลุ่มค้าปลีก โดยปกติแล้วกลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้ง เนื่องจากมีการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้น แนะ CPALL และ GLOBAL เป็นตัวเด่น

    นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากธีมดอกเบี้ยขาลงจากการเข้ามาของผู้ว่าฯคนใหม่ได้แก่ กลุ่ม REITs แนะนำ DIF ,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ AP,SIRI ,กลุ่มไฟแนนซ์แนะนำ MTC และกลุ่มโรงไฟฟ้า BCPG

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/779168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YA3G-ed8ix-FzeaRpGQbt

  • คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ต่อมาปัจจัยสุดท้ายก็คือ คนไทยทำงานหนัก และมีอาการเมื่อยล้าในอัตราที่สูงขึ้น จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการที่นอนระดับพรีเมียมไว้หลับนอนเพื่อจะได้ทำให้ตัวเอง และครอบครัวสบายมากยิ่งขึ้นซิมมอนส์ (Simmons) แบรนด์ที่นอนระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้น จึงทำให้ล่าสุดมีเปิดตัวโชว์รูมใหม่ล่าสุด “Simmons Gallery ทองหล่อ” บนพื้นที่ขนาด 270 ตารางเมตร ใจกลางย่านสุขุมวิท 55 เพื่อเสริมกลยุทธ์ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์การนอนคุณภาพสูง พร้อมยกระดับการรับรู้แบรนด์ในตลาดที่นอนพรีเมียมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ Simmons Gallery สาขาคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ที่เปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยที่ Simmons Gallery ทองหล่อ จะเป็นโชว์รูมแรกที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประกอบในประเทศไทย ได้แก่ Beautyrest Prime & Platinum Series และ BeautySleep Essential Series เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรในตลาดที่ต้องการสินค้าพรีเมียมที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

    พูดคุยกับ… นายอาลอยเซียส ชิว ผู้จัดการทั่วไป (ธุรกิจภูมิภาค) บริษัท Simmons SEA Pte Ltd กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การเปิด Simmons Gallery ทองหล่อ จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งในแง่ของทำเลและประสบการณ์ภายในโชว์รูม ซึ่งออกแบบให้รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มรีเทลและองค์กร โดยชั้นสองของโชว์รูมได้ถูกจัดเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับกลุ่มโรงแรมและลูกค้าระดับสถาบัน เพื่อให้สามารถทดลองผลิตภัณฑ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอกย้ำจุดยืนของเราว่า ประสบการณ์ที่ดีต้องสัมผัสได้จริง

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ส่วนกลยุทธ์การผลิตภายในประเทศ เพื่อตอบสนองตลาดอย่างรวดเร็ว ซิมมอนส์เปิดตัวที่นอน 2 ซีรีส์ใหม่ ที่ประกอบในประเทศไทย โดยใช้ระบบสปริง Pocketed Coil นำเข้าจากญี่ปุ่น ได้แก่:

    ●Beautyrest Prime & Platinum Series – กลุ่ม Accessible Luxury

    ราคาเริ่มต้นประมาณ 65,000 บาท

    ●BeautySleep Essential Series – รุ่นเริ่มต้นในราคาประมาณ 25,000 บาท

    ทั้งนี้ ยังมีรุ่นเรือธงนำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น Beautyrest Black และ BackCare ซึ่งยังคงจำหน่าย ในกลุ่มไฮเอนด์ ราคาตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป โดยกลยุทธ์การประกอบภายในประเทศมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการจัดส่งสินค้าแบบ Just-in-Time ลดต้นทุนการนำเข้า และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาดที่พักอาศัยระดับลักชัวรีและธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

    ส่องข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภคและภาพรวมตลาด

    จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และมีความใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับการนอนพักผ่อน รวมถึงยังให้การสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ” นายชิวกล่าวเสริม “การผลิตในประเทศไทยจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็ว และเพิ่มความใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทย”

    โดยในปีนี้ ซิมมอนส์ยังเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ Beautyrest ภายใต้แคมเปญระดับภูมิภาค “Advance Your Sleep” ที่สะท้อนพันธกิจในการยกระดับประสบการณ์การนอน ผ่านการออกแบบ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ขนาดตลาดและผลประกอบการ

    จากรายงานของ Metastat Insight ปี 2024 ระบุว่า ตลาดที่นอนในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 488.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 15,800 ล้านบาท) และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 4.5% ต่อปี ไปจนถึงปี 2031 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี การพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าพรีเมียมเพื่อสุขภาพ

    อย่างไรก็ตามในปี 2024 ซิมมอนส์ สามารถครองส่วนแบ่งตลาดที่นอนพรีเมียมในประเทศไทยประมาณ 6.5% และมียอดขายรวมมากกว่า 1,030 ล้านบาท โดยการเปิด “Simmons Gallery ทองหล่อ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้วยการบริหารต้นทุน การยกระดับประสบการณ์ในโชว์รูม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นกับทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/859566&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R2SxOVZJ2UBkp283oHQSt

  • ตราด บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่ อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก | TOPNEWS

    ตราด บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่ อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก | TOPNEWS

    “โครงการพัฒนาสนามบินตราด ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาล ท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อ ผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่นในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต” นายพุฒิพงศ์ กล่าว

    นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนการเชื่อมโยงการเดินทางจากสนามบินตราดไปยังสนามบินสมุย หรือ สนามบินกระบี่ รวมทั้งสนามบินในจังหวัดอื่นๆนั้น ทางสายการบินเคยบินมาแล้วในหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันไม่มีเส้นทางบินเหล่านี้ แต่ในอนาคต หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็จะเปิดเส้นทางเหล่านี้ได้ รวมทั้งการเปิดเที่ยวบินไปยังต่างประเทศซึ่งให้สนามบินตราดเป็นสนามบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินไปเสียมเรียบหรือเกาะกง รวมทั้งสีหนุวิลล์นั้น ทางบริษัทก็เคยทีทจะไปลงทุนทำสนามบินที่เกาะกง ประเทศกัมพูชาแต่โครงการนี้ยุติลงไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การสู้รบทั้งสองประเทศจบลง และมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์การใช้สนามบินตราดเป็นฐานก็มีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ปัจจุบันสนามบินตราดก็เป็นสนามบินC I Q (Custom Immigration Quarantine )อยู่แล้ว

    กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด กล่าวอีกว่า ในส่วนที่สนามบินตราดจะเปิดรับสายการบินพาณิชย์อื่นๆ หรือสายการบินโลว์
    ครอสทางบริษัทก็พร้อมรับเช่นกัน แต่ทางสนามบินก็ตั้งเป้าหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จะต้องมีการพัฒนาสนามบิน และมีหลุมจอดเครื่องบินให้มีความพร้อมในการรองรับเท่านั้น

    สำหรับ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าพัฒนา ศักยภาพสนามบินตราด โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาค ท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่นิยมเดินทางมายังชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทยโครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตราดระยะแรก มีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 ประกอบด้วย การขยายรันเวย์ (Runway) จาก 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร, การสร้างลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, B737, B717, ERJ145) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-11) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน, การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตร.ม. เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุด 250,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

    ทั้งนี้ สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการ บินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ญาณี แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1295502&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ao94O5K4BhN5i2ZcfQyrN