-พิธีครบรอบ 40 วันการพลีชีพของผู้เสียชีวิตจากสงคราม 12 วัน จัดขึ้นโดยมีผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามเข้าร่วม — ผู้นำกล่าวว่า “อิหร่านจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดแห่งเกียรติยศ”
-ดร.กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวสุนทรพจน์ที่นครเจนีวา — “อิหร่านยึดมั่นในกระบวนการเจรจา แต่ฝ่ายศัตรูเป็นผู้ล้มโต๊ะเจรจา”
-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านพบปะประธานาธิบดีทาจิกิสถาน — ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
-สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานความเสียหายอย่างหนักจากขีปนาวุธของอิหร่านในพื้นที่ยึดครอง
-หัวหน้าผู้พิพากษา มุห์ซินี เออเจออี กล่าวว่า “ศัตรูเคยคิดว่าอิหร่านจะแพ้ภายใน 4 วัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความยิ่งใหญ่ของอิหร่านเพิ่มพูนยิ่งขึ้น”
-อายะตุลลอฮ์ นูรี ฮะมะดานี ส่งจดหมายถึงสมเด็จพระสันตะปาปา — “โศกนาฏกรรมในฉนวนกาซาไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาและจริยธรรมมนุษย์ใดๆ”
-โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน — “ไม่สามารถไว้วางใจคำมั่นสัญญาของระบอบไซออนิสต์ได้ สิ่งเดียวที่รับประกันความมั่นคงของประเทศคือพลังป้องกันของเรา”
Author: ข่าวกรุงเทพฯ
-

ข่าวอิหร่านที่สำคัญที่สุดในสื่อของไทย
-
“ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท… ก้าวแรกของความเป็นธรรม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวการเสียชีวิตของ “คุณแม่ติ๋ว” หญิงวัย 58 ปีที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านกลางดึกเพราะไม่มีรถโดยสารให้บริการ ได้กลายเป็นกระแสสะเทือนใจในสังคมไทยอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน ขนส่งสาธารณะ ที่ยังขาดความครอบคลุมและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย และผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง
กรณีดังกล่าวย้ำเตือนคำถามสำคัญว่า “ระบบขนส่งสาธารณะของไทย ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนแล้วหรือยัง?”
กลุ่มเปราะบางเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการปรับระบบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม นอกจากแรงงานที่มีรายได้น้อยแล้ว กลุ่มเปราะบางอย่าง “ผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมิตร
ข้อมูลจากระบบบูรณาการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2558–2567) จำนวนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นจาก 2,834 ราย เป็น 4,307 ราย หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้นกว่า 51.8% โดยผู้เสียชีวิตกว่า 80% เป็นผู้ขับขี่เอง ยานพาหนะที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย โรคประจำตัว และระบบขนส่งที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย
ตัวเลขเหล่านี้ ตอกย้ำว่า ขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นเงื่อนไขของชีวิตและความปลอดภัย
รถไฟฟ้า 20 บาท ก้าวแรกขนส่งที่เป็นธรรม
วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเดินหน้า “นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครอบคลุม 8 เส้นทาง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องแบกรับค่าเดินทางวันละหลายสิบจนถึงหลักร้อยบาท หากนโยบายนี้สำเร็จ ค่าเดินทางต่อเที่ยวจะไม่เกิน 20 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน และเปิดทางให้คนทุกระดับรายได้เข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย
ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อยู่ในช่วง 16–44 บาทต่อเที่ยว หากต้องเปลี่ยนหลายสาย ค่ารถรายวันอาจแตะ 70–100 บาท/วัน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มักถูกกีดกันจากระบบรางที่แพงเกินไป นโยบายนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อการเดินทางถูกลง คนชานเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงาน เรียน หรือใช้บริการในเมืองได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเมื่อคนมีเงินเหลือจากค่าเดินทาง ก็จะมีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
หลายคนตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะคุ้มหรือไม่ หรือมีแค่คนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งผลการศึกษาของภาครัฐงบประมาณที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับมีมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ เวลาในการเดินทาง ค่าความสุข การลดมูลค่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ถึงเวลาจัดระบบ ขนส่งสาธารณะ “เพื่อคนทุกกลุ่ม”
ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ถือเป็นนโยบายเรือธงของสภาผู้บริโภค ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาที่ “ถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเวลา และทุกพื้นที่ ที่นอกจากจะเน้นเรื่อง “20 บาทตลอดสาย” ต้องมีระบบเชื่อมต่อขนส่งหลักกับระบบรองให้ครอบคลุมถึงชุมชนรอบนอก ออกแบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ พัฒนาจุดรอรถให้ปลอดภัย สว่าง และมีระบบแจ้งเตือน รวมถึงบูรณาการระบบ “เดินทางต่อเนื่องไร้รอยต่อ” (Seamless Transit)
“รถไฟฟ้า 20 บาท” คือก้าวแรกของการพัฒนาขนส่งให้คนไทยเดินทางได้ในราคาที่เป็นธรรม แต่หากนโยบายไม่มองเห็น “คนที่ยังขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้” เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินกลับบ้านยามดึก หรือผู้สูงอายุที่ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง ความสูญเสียเช่นกรณีคุณแม่ติ๋ว หรือสถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป
การเดินทางที่ปลอดภัย คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และระบบขนส่งที่ดี ไม่ใช่แค่ “วิ่งเร็ว” หรือ “ราคาถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้ เป็นธรรม และคุ้มครองชีวิต” อย่างแท้จริง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากทำได้ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมืองให้เป็นธรรม ทั้งในแง่โอกาส เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
American tourist who hit Thai woman while riding dirt bike falls to his knees upon learning she died
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24072568_public-transport_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf3DbM_6ubWOe05adZMDD -
“ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท… ก้าวแรกของความเป็นธรรม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวการเสียชีวิตของ “คุณแม่ติ๋ว” หญิงวัย 58 ปีที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านกลางดึกเพราะไม่มีรถโดยสารให้บริการ ได้กลายเป็นกระแสสะเทือนใจในสังคมไทยอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน ขนส่งสาธารณะ ที่ยังขาดความครอบคลุมและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย และผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง
กรณีดังกล่าวย้ำเตือนคำถามสำคัญว่า “ระบบขนส่งสาธารณะของไทย ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนแล้วหรือยัง?”
กลุ่มเปราะบางเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการปรับระบบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม นอกจากแรงงานที่มีรายได้น้อยแล้ว กลุ่มเปราะบางอย่าง “ผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมิตร
ข้อมูลจากระบบบูรณาการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2558–2567) จำนวนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นจาก 2,834 ราย เป็น 4,307 ราย หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้นกว่า 51.8% โดยผู้เสียชีวิตกว่า 80% เป็นผู้ขับขี่เอง ยานพาหนะที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย โรคประจำตัว และระบบขนส่งที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย
ตัวเลขเหล่านี้ ตอกย้ำว่า ขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นเงื่อนไขของชีวิตและความปลอดภัย
รถไฟฟ้า 20 บาท ก้าวแรกขนส่งที่เป็นธรรม
วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเดินหน้า “นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครอบคลุม 8 เส้นทาง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องแบกรับค่าเดินทางวันละหลายสิบจนถึงหลักร้อยบาท หากนโยบายนี้สำเร็จ ค่าเดินทางต่อเที่ยวจะไม่เกิน 20 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน และเปิดทางให้คนทุกระดับรายได้เข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย
ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อยู่ในช่วง 16–44 บาทต่อเที่ยว หากต้องเปลี่ยนหลายสาย ค่ารถรายวันอาจแตะ 70–100 บาท/วัน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มักถูกกีดกันจากระบบรางที่แพงเกินไป นโยบายนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อการเดินทางถูกลง คนชานเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงาน เรียน หรือใช้บริการในเมืองได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเมื่อคนมีเงินเหลือจากค่าเดินทาง ก็จะมีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
หลายคนตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะคุ้มหรือไม่ หรือมีแค่คนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งผลการศึกษาของภาครัฐงบประมาณที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับมีมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ เวลาในการเดินทาง ค่าความสุข การลดมูลค่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ถึงเวลาจัดระบบ ขนส่งสาธารณะ “เพื่อคนทุกกลุ่ม”
ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ถือเป็นนโยบายเรือธงของสภาผู้บริโภค ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาที่ “ถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเวลา และทุกพื้นที่ ที่นอกจากจะเน้นเรื่อง “20 บาทตลอดสาย” ต้องมีระบบเชื่อมต่อขนส่งหลักกับระบบรองให้ครอบคลุมถึงชุมชนรอบนอก ออกแบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ พัฒนาจุดรอรถให้ปลอดภัย สว่าง และมีระบบแจ้งเตือน รวมถึงบูรณาการระบบ “เดินทางต่อเนื่องไร้รอยต่อ” (Seamless Transit)
“รถไฟฟ้า 20 บาท” คือก้าวแรกของการพัฒนาขนส่งให้คนไทยเดินทางได้ในราคาที่เป็นธรรม แต่หากนโยบายไม่มองเห็น “คนที่ยังขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้” เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินกลับบ้านยามดึก หรือผู้สูงอายุที่ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง ความสูญเสียเช่นกรณีคุณแม่ติ๋ว หรือสถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป
การเดินทางที่ปลอดภัย คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และระบบขนส่งที่ดี ไม่ใช่แค่ “วิ่งเร็ว” หรือ “ราคาถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้ เป็นธรรม และคุ้มครองชีวิต” อย่างแท้จริง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากทำได้ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมืองให้เป็นธรรม ทั้งในแง่โอกาส เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
American tourist who hit Thai woman while riding dirt bike falls to his knees upon learning she died
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24072568_public-transport_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf3DbM_6ubWOe05adZMDD -
“ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท… ก้าวแรกของความเป็นธรรม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวการเสียชีวิตของ “คุณแม่ติ๋ว” หญิงวัย 58 ปีที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านกลางดึกเพราะไม่มีรถโดยสารให้บริการ ได้กลายเป็นกระแสสะเทือนใจในสังคมไทยอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน ขนส่งสาธารณะ ที่ยังขาดความครอบคลุมและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย และผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง
กรณีดังกล่าวย้ำเตือนคำถามสำคัญว่า “ระบบขนส่งสาธารณะของไทย ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนแล้วหรือยัง?”
กลุ่มเปราะบางเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการปรับระบบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม นอกจากแรงงานที่มีรายได้น้อยแล้ว กลุ่มเปราะบางอย่าง “ผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมิตร
ข้อมูลจากระบบบูรณาการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2558–2567) จำนวนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นจาก 2,834 ราย เป็น 4,307 ราย หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้นกว่า 51.8% โดยผู้เสียชีวิตกว่า 80% เป็นผู้ขับขี่เอง ยานพาหนะที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย โรคประจำตัว และระบบขนส่งที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย
ตัวเลขเหล่านี้ ตอกย้ำว่า ขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นเงื่อนไขของชีวิตและความปลอดภัย
รถไฟฟ้า 20 บาท ก้าวแรกขนส่งที่เป็นธรรม
วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเดินหน้า “นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครอบคลุม 8 เส้นทาง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องแบกรับค่าเดินทางวันละหลายสิบจนถึงหลักร้อยบาท หากนโยบายนี้สำเร็จ ค่าเดินทางต่อเที่ยวจะไม่เกิน 20 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน และเปิดทางให้คนทุกระดับรายได้เข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย
ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อยู่ในช่วง 16–44 บาทต่อเที่ยว หากต้องเปลี่ยนหลายสาย ค่ารถรายวันอาจแตะ 70–100 บาท/วัน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มักถูกกีดกันจากระบบรางที่แพงเกินไป นโยบายนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อการเดินทางถูกลง คนชานเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงาน เรียน หรือใช้บริการในเมืองได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเมื่อคนมีเงินเหลือจากค่าเดินทาง ก็จะมีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
หลายคนตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะคุ้มหรือไม่ หรือมีแค่คนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งผลการศึกษาของภาครัฐงบประมาณที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับมีมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ เวลาในการเดินทาง ค่าความสุข การลดมูลค่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ถึงเวลาจัดระบบ ขนส่งสาธารณะ “เพื่อคนทุกกลุ่ม”
ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ถือเป็นนโยบายเรือธงของสภาผู้บริโภค ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาที่ “ถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเวลา และทุกพื้นที่ ที่นอกจากจะเน้นเรื่อง “20 บาทตลอดสาย” ต้องมีระบบเชื่อมต่อขนส่งหลักกับระบบรองให้ครอบคลุมถึงชุมชนรอบนอก ออกแบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ พัฒนาจุดรอรถให้ปลอดภัย สว่าง และมีระบบแจ้งเตือน รวมถึงบูรณาการระบบ “เดินทางต่อเนื่องไร้รอยต่อ” (Seamless Transit)
“รถไฟฟ้า 20 บาท” คือก้าวแรกของการพัฒนาขนส่งให้คนไทยเดินทางได้ในราคาที่เป็นธรรม แต่หากนโยบายไม่มองเห็น “คนที่ยังขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้” เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินกลับบ้านยามดึก หรือผู้สูงอายุที่ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง ความสูญเสียเช่นกรณีคุณแม่ติ๋ว หรือสถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป
การเดินทางที่ปลอดภัย คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และระบบขนส่งที่ดี ไม่ใช่แค่ “วิ่งเร็ว” หรือ “ราคาถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้ เป็นธรรม และคุ้มครองชีวิต” อย่างแท้จริง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากทำได้ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมืองให้เป็นธรรม ทั้งในแง่โอกาส เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
American tourist who hit Thai woman while riding dirt bike falls to his knees upon learning she died
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24072568_public-transport_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf3DbM_6ubWOe05adZMDD -

การแสดงการฉายภาพแสงดอกไม้ไทยบนหอคอยออซอดี
“การแสดงฉายภาพแสงดอกไม้และสัญลักษณ์ประจำชาติของแต่ละประเทศบนหอคอยออซอดี” จัดขึ้นในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ความอดทน และมิตรภาพระหว่างประชาชาติ
ในโครงการนี้ ได้มีความพยายามที่จะฉายภาพดอกไม้และสัญลักษณ์ประจำชาติของแต่ละประเทศบนแผนที่ภูมิศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในเชิงศิลปะที่สะท้อนถึงการเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ระบบนิเวศ และจิตวิญญาณแห่งสันติภาพของมนุษยชาติ
ผลงานนี้นอกจากความงดงามทางศิลปะ ยังส่งสารระดับสากลว่า มนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสันติภาพ มิตรภาพ การอยู่ร่วมกัน และการดูแลสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่เราใช้ร่วมกัน
ตามที่มีการประกาศไว้ โครงการทางวัฒนธรรมและศิลปะนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสารแห่งสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของโลก และเป็นโอกาสในการทบทวนบทบาทของศิลปะในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติทั้งหลายอีกด้วย
-

เพื่อเสริมสร้างการทูตด้านวัฒนธรรมและสื่อของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในระดับนานาชาติ และเพื่อชี้แจงความจริง รวมถึงต่อต้านการบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภูมิภาค โดยเฉพาะหลังจากสงครามล่าสุดระหว่างสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านกับระบอบไซออนิสต์ ทางสำนักงานผู้แทนวัฒนธรรมอิหร่านได้เผยแพร่ภาพยนตร์เด่น 3 เรื่องจากวงการภาพยนตร์แนวต้านของอิหร่าน ได้แก่ “Henas” (เฮนาส), “Bazmandeh” (ผู้รอดชีวิต), และ “Be Vaght-e Sham” (ถึงเวลาของดามัสกัส) ผ่านทางโทรทัศน์ออนไลน์ “Aryatamboran” https://arayatamboran.tv/ โดยเนื้อหามุ่งเน้นความทุกข์ยากของประชาชนอิหร่าน การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายตักฟีรี และการเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของระบอบไซออนิสต์
-

BRICS ประณามอิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ชี้ละเมิดกฎหมายสากล
กลุ่มประเทศ BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง พร้อมเน้นว่าการโจมตีต่อโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และเรียกร้องให้ภูมิภาคตะวันออกกลางปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ตอกย้ำจุดยืนของอิหร่านที่ยืนยันความสงบสันติของโครงการนิวเคลียร์มาโดยตลอด.
-

จีนประณามสหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีอิหร่าน กระทบสันติภาพโลก
ผู้แทนจีนประจำสหประชาชาติแถลงในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงว่า การโจมตีทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถือเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพของโลก พร้อมย้ำจุดยืนประณามการกระทำดังกล่าว และระบุว่าการโจมตีเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินตามมติที่ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคง.
-

ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศกร้าว: “อิหร่านไม่มีวันยอมจำนน”
อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กล่าวในสารวิดีโอล่าสุดหลังเหตุการณ์โจมตีจากระบอบไซออนิสต์ว่า คำว่า “ยอมจำนน” เป็นคำที่ใหญ่เกินไปสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และไม่มีที่ทางสำหรับคำนี้ในพจนานุกรมของชาวอิหร่าน พร้อมระบุว่าอเมริกาเป็นศัตรูกับอิหร่านมาตั้งแต่ต้น โดยมีข้ออ้างใหม่ในทุกยุค แต่เป้าหมายเดียวไม่เคยเปลี่ยน คือบีบให้อิหร่านยอมแพ้ ซึ่งจะไม่มีวันเกิดขึ้น.