Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คลัง ถก ครม. เศรษฐกิจนัดแรก ชงมาตรการอัด 1 แสนล้าน ดันจีดีพี

    คลัง ถก ครม. เศรษฐกิจนัดแรก ชงมาตรการอัด 1 แสนล้าน ดันจีดีพี

    รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดพิเศษวันนี้ (15 ต.ค.68) นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา โดยกระทรวงการคลังเสนอโรดแมปและแผนปฏิบัติการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อผลักดัน GDP ปี 2568 ขยายตัวได้มากกว่า 2% โดยมีเป้าหมายอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านบาทให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยมาตรการที่จะเสนอประกอบด้วย 

    1. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยจะสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เร่งรัดการจัดประชุมสัมมนาภายในประเทศในช่วง 4 เดือนข้างหน้า (ต.ค.2568-ม.ค.2569) ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีงบประมาณ 6,000-8,000 ล้านบาท รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงปลายปี

    2.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนผลักดันให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนที่ยังล่าช้าในการเบิกจ่าย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378968080&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zLpd0qRzbNshsQK9N4Uqu

  • เปิดศึก ‘เสือ’ มหาโจร ‘จักรวาลขุนพันธ์’ ‘ก้องเกียรติ’ เปิด6 คาแร็กเตอร์เดือด อาคมเข้ม – แนวหน้า

    เปิดศึก ‘เสือ’ มหาโจร ‘จักรวาลขุนพันธ์’ ‘ก้องเกียรติ’ เปิด6 คาแร็กเตอร์เดือด อาคมเข้ม – แนวหน้า

    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” เตรียมนำทุกคนสู่สมรภูมิแอ็กชันเดือด อาคมเข้ม ตำนานความมันส์จาก “จักรวาลขุนพันธ์” จะกลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “เสือ” กับ “6 …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/920815&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-Wl9_R-em8kCDtOWKxIcv

  • “อนุทิน” ย้ำ “รมว.ต่างประเทศ” ยึด 4 เงื่อนไข คุยกัมพูชา 17 ตุลาฯ กำชับ จุดยืนไทย ต้องชัดเจน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “อนุทิน” ย้ำ “รมว.ต่างประเทศ” ยึด 4 เงื่อนไข คุยกัมพูชา 17 ตุลาฯ กำชับ จุดยืนไทย ต้องชัดเจน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109980&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08e3jknml5og73ZPBLHckW

  • ‘กทพ.’ ลุ้นรัฐบาลใหม่ดัน ‘ทางด่วนริเวียร่า สมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ 1.09 แสนล้าน

    ‘กทพ.’ ลุ้นรัฐบาลใหม่ดัน ‘ทางด่วนริเวียร่า สมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ 1.09 แสนล้าน

    ‘โครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ หรือ ทางด่วนริเวียร่า 1 ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ได้รับการถ่ายโอนโครงการจากกรมทางหลวงชนบทให้กทพ.เป็นผู้ดูแล เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น   

     แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าโครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ หรือ ทางด่วนริเวียร่า ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ นั้น

    ถึงแม้ว่าทางด่วนสายนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนแม่บทในการพัฒนาของกทพ.อยู่แล้ว ปัจจุบันกทพ.อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาลนี้เพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนเริ่มศึกษาโครงการฯต่อไป 

     ขณะเดียวกันกทพ.จะต้องพิจารณารายละเอียดทางด่วนสายนี้ด้วย เนื่องจากกรมทางหลวง (ทล.) อยู่ระหว่างพัฒนาโครงข่ายถนนด้านตะวันออกก่อน

    โดยโครงการฯนี้เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR-MAP) ของกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งมีจุดเชื่อมต่อบริเวณ MR10 เส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศใต้ 

    แหล่งข่าวจากกทพ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้โครงการทางด่วนริเวียร่าเชื่อม 2 จังหวัด มีเส้นทางที่ค่อนข้างยาว จากนั้นจะเริ่มดำเนินการศึกษาได้ภายในปี 2569 ใช้ระยะเวลาศึกษาไม่ต่ำกว่า 15 เดือน ซึ่งจะศึกษาแล้วเสร็จ คาดว่าเสนอโครงการตามขั้นตอนต่อกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในปี 2571 

    ส่วนรูปแบบการร่วมลงทุนของโครงการนี้คงต้องรอดูหลังผลการศึกษาแล้วเสร็จ โดยมีแนวโน้มเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ปัจจุบันพบว่าหนี้สาธารณะของภาครัฐเต็มเพดานแล้ว ซึ่ง กทพ. อาจต้องพิจารณาแหล่งเงินทุนอื่น ๆ นอกเหนือจากงบประมาณของรัฐ

     “โครงการทางด่วนสายนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบลงทุนเยอะประมาณแสนล้าน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากจะเริ่มดำเนินโครงการฯ โดยกทพ.อาจจะต้องของบประมาณเพื่อสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ไม่รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน หากใช้เงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) คงต้องรอดูนโยบายจากกระทรวงการคลังก่อน” แหล่งข่าวจากกทพ.กล่าว

    อย่างไรก็ดีการก่อสร้างงานโยธาของโครงการทางด่วนริเวียร่าสมุทรสาคร-สมุทรปราการ มองว่าการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนมีความเป็นไปได้มากกว่า

    แต่สัดส่วนรูปแบบการร่วมลงทุน หากให้เอกชนลงทุนเพียงงานระบบบำรุงรักษา (O&M) จะเป็นอย่างไรหรือจะเป็นรูปแบบไหนคงต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนอีกที  

    ส่วนสาเหตุที่กทพ.มีการศึกษาเส้นทางนี้ เนื่องจากเป็นแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อโครงข่ายถนนเส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศใต้ โดยในอนาคตเมืองจะมีความเจริญมากขึ้น หากมีโครงการนี้จะช่วยแบ่งเบาการจราจรติดขัดบริเวณถนนสายหลัก เช่น ถนนพระราม 2 และถนนบางนา-ตราด
     

    สำหรับโครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ” (สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการและถนนเชื่อมต่อ) หรือ ทางด่วนริเวียร่า ระยะทาง 71.60 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 109,250 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 95,000 ล้านบาทและค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,250 ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างทางด่วน-ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) -รถไฟ ประเมินว่าจะเป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับการเดินทางและการท่องเที่ยวในอนาคต

     นอกจากนี้โครงการทางด่วนริเวียร่าสมุทรสาคร-สมุทรปราการ มีทางขึ้น-ลง จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางขึ้น-ลง บางหญ้าแพรกเชื่อมต่อถนนสค.2020 2.ทางขึ้น-ลง โคกขามเชื่อมต่อทล.3423 3.ทางขึ้น-ลง บางขุนเทียน-ชายทะเลเชื่อมต่อถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล 4.ทางขึ้น-ลง แหลมฟ้าผ่า เชื่อมต่อถนนคลองสรรพสามิต 5.ทางขึ้น-ลง สุขุมวิท เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท และ 6.ทางขึ้น-ลง แพรกษา เชื่อมต่อถนนแพรกษา

    ‘กทพ.’ ลุ้นรัฐบาลใหม่ดัน ‘ทางด่วนริเวียร่า สมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ 1.09 แสนล้าน

    ด้านแนวเส้นทางของโครงการทางด่วนริเวียร่าสมุทรสาคร-สมุทรปราการ มีจุดเริ้มต้นโครงการบนทางหลวงหมายเลข 35 และทางยกระดับพระราม 2 เชื่อมต่อถนนพระราม 2 ที่จังหวัดสมุทรสาครข้ามแม่น้ำท่าจีนและข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

    อย่างไรก็ดียังมีจุดสิ้นสุดโครงการฯอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3268 (ถนนเทพารักษ์) กับทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนบางนา-ตราด) อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเชื่อมต่อกับ MR10 เส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศตะวันออก

    เมกะโปรเจ็กต์หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,140 วันที่ 16 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/641403&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-Cf1Yxj5Nqft5lE9Ie4Ob

  • ผบ.ตร. สั่งตรวจเข้มทุกพื้นที่ท่องเที่ยว หลังจับอิสราเอลมั่วสุมเสพยาบนเกาะพะงัน

    ผบ.ตร. สั่งตรวจเข้มทุกพื้นที่ท่องเที่ยว หลังจับอิสราเอลมั่วสุมเสพยาบนเกาะพะงัน

    ผบ.ตร. สั่งตรวจเข้มทุกพื้นที่ท่องเที่ยว หลังจับอิสราเอลมั่วสุมเสพยาบนเกาะพะงัน

    ผบ.ตร. สั่งตรวจเข้มพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังเกิดเหตุจับ 4 ชาวอิสราเอล จัดปาร์ตี้มั่วสุมเสพยาเสพติดในวิลล่า บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    วันที่ 14 ตุลาคม 2568 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก โดยเน้นตรวจสอบสถานบันเทิง ที่พักเชิงท่องเที่ยว และจุดรวมกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดหรือลักลอบกระทำความผิด

    ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุมีการจัดปาร์ตี้ส่งเสียงดังภายในบ้านพัก  จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่วิลล่าแห่งหนึ่ง หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จึงเข้าตรวจพบชายชาวอิสราเอลจำนวน 4 ราย ได้แก่ นายดานีล อายุ 26 ปี, นายดาวิด อายุ 26 ปี, นายเคเฟีย อายุ 26 ปี และ นายกาย อายุ 27 ปี 

    จากการตรวจค้นพบโคเคนบนโต๊ะภายในบ้าน และยาอีอีกจำนวนหนึ่ง ผลตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาทั้ง 4 รายพบสารเสพติดในร่างกาย ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้เสพยาเสพติดจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธีรเดชฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตลอดจนคำนึงถึงภาพลักษณ์ของประเทศ จะไม่ปล่อยให้กลุ่มต่างชาติใช้พื้นที่ไทยเป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดโดยเด็ดขาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2889038&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A9k235HlAAGV_Ad4bw7GC

  • ครม.เศรษฐกิจ“นายกหนู”15 ต.ค.นี้ ลุ้น“คลัง”เปิดแผนฟื้นประเทศ-ปลุกท่องเที่ยว

    ครม.เศรษฐกิจ“นายกหนู”15 ต.ค.นี้ ลุ้น“คลัง”เปิดแผนฟื้นประเทศ-ปลุกท่องเที่ยว

    นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตร ีและ รมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยให้แต่งตั้งคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ เป็นประธาน ร่วมกับรัฐมนตรีจาก 6 กระทรวงหลัก เพื่อบูรณาการการทำงานให้การเจรจาจบลงในเวลาอันเหมาะสม โดยการเจรจาภาษีการค้าสหรัฐฯ  ให้เร่งเจรจาลดภาษีให้ต่ำกว่าหรือไม่เกิน 19% เพื่อคุ้มครองภาคส่งออก เกษตร อุตสาหกรรม การจ้างงาน

    นอกจากนี้  ครม.เห็นชอบแนวทางการปรับกรอบเวลาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้เร็วขึ้น เพื่อให้การจัดทำกรอบงบประมาณไม่ล่าช้า และทันใช้ตามปฏิทินงบประมาณ โดยในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 นี้ นายอนุทิน จะมอบนโยบายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งจากไทม์ไลน์ของรัฐบาลชุดนี้ ที่ประกาศไว้ว่าจะยุบสภาในเดือนม.ค. 2569 และการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ อาจกระทบต่อการจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้เกิดความล่าช้า นายกฯ จึงมีข้อสังการไปยังสำนักงบประมาณให้ไปปรับไทม์ไลน์ของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570  ใหม่ เพื่อให้หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ต้องจัดทำงบประมาณปี 2570 ไม่ให้เกิดความล่าช้า ซึ่งสำนักงบประมาณก็รับไปพิจารณา

    “จากการพิจารณาตามแผนการจัดทำงบประมาณแต่ละปี หากมีการยุบสภาในช่วงต้นปี อาจจะทำให้งบประมาณที่ต้องดำเนินการในช่วงกลางปีอาจจะสะดุดในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. ซึ่งทางสำนักงบประมาณ ก็รับไปพิจารณา เพื่อให้ทันต่อการใช้ตามปฏิทินงบประมาณปี 2570 โดยเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

     โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 15 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา โดยจะเริ่มจากกระทรวงการคลังเสนอโรดแมปและแผนปฏิบัติการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยตามโรดแมป ซึ่ง รมว.คลังต้องการเน้นย้ำและทางกระทรวงการคลัง หวังว่าทุกกระทรวงจะทำโรดแมปและแผนปฏิบัติการในระยะเวลา 4 เดือนนี้ ซึ่งรวมถึงมาตรการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ส่วนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวและเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ครั้งนี้ เพราะต้องรอเข้าที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจนัดแรกในวันที่ 15 ต.ค.ก่อน  

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดพิเศษวันที่ 15 ต.ค.นี้ กระทรวงคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบในด้านมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเร่งรัดการจัดงานประชุมสัมมนาในช่วง 4-5 เดือน (ต.ค.68-ก.พ.69) วงเงินราว 6,000- 8,000 ล้านบาท รวมทั้ง มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 1 แสนล้านบาท ช่วงไตรมาส 4ปีนี้ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจปี 2568 ขยายตัวได้มากกว่า 2% 

    นางแพตริเซีย  มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ขณะนี้มีงบเหลื่อมปีที่รอการเบิกจ่าย 320,000 ล้านบาท โดยกรมบัญชีกลาง จะเน้นกาคกระตุ้นให้เกิดการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้  ยังเร่งดำเนินการตามนโยบาย Quick Big Win ของนายเอกนิติ ปรับปรุงแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบประมาณ 2569 ให้ใกล้เคียงกับตัวเลขจริงมากที่สุด โดยจะจัดทำรายงานเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณในแต่ละไตรมาสเพื่อนำเสนอรมว.คลัง พิจารณาอีกครั้ง 

    สำหรับภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568  เบิกได้รวมกว่า 92.3% แบ่งเป็น การเบิกจ่ายงบประจำ 100.02% และการเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้เพียง 65% ทั้งนี้ มีสาเหตุสำคัญมาจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท ที่มีการอนุมัติเพิ่มเติมในภายหลัง ทำให้ส่วนราชการตั้งงบเบิกจ่ายไม่ทัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2889020&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10V1oieMSAgcTjqs1LESCL

  • คาดการณ์เศรษฐกิจสเปนปี 2568-2569 ขยายตัวลดลงเล็กน้อยในหลายภูมิภาค

    คาดการณ์เศรษฐกิจสเปนปี 2568-2569 ขยายตัวลดลงเล็กน้อยในหลายภูมิภาค

    รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับภูมิภาคของธนาคาร BBVA[1] ระบุว่า ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสเปนในปี พ.ศ. 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวลงในเกือบทุกภูมิภาค โดยประมาณการ GDP ระดับประเทศถูกปรับลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ จาก 2.8เหลือ 2.5% สาเหตุหลักของการปรับลดเกิดจากการปรับข้อมูลทางสถิติย้อนหลังของสถาบันสถิติแห่งชาติ (INE[2]สำหรับไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2567 ซึ่งล่าสุดชี้ว่าการบริโภคภายในประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสต่อ ๆ ไปยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกสินค้าเป็นหลักรวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจฉุดการเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจสเปน

    image.png

    กราฟแสดงแนวโน้ม GDP ในแต่ละไตรมาส ตั้งแต่ปี 25652568 ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการชะลอตัวบ้างในบางช่วง เช่น ปลายปี 2567 แต่แนวโน้มยังคงบวก ระดับ 0.60.7% ต่อไตรมาส แสดงถึงความต่อเนื่องและเสถียรภาพของการเติบโตของเศรษฐกิจสเปน

    ที่มา: BBVA Research โดยอ้างอิงจากสถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน (INE)

    [1] ธนาคาร BBVA (Banco Bilbao Vizcaya Argentaria, S.A.)เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน

    [2]  INE (Instituto Nacional de Estadística) คือ สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน

    ภาคส่งออกในแคว้นทางเหนือรับผลจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก

    ความไม่แน่นอนของการค้าระหว่างประเทศส่งผลโดยตรงต่อภาคการส่งออกและอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจในแคว้นตอนเหนือมีแนวโน้มชะลอตัวลง ประมาณการเติบโตของ GDP ถูกปรับลดลงเหลือ 1.8% ในแคว้นอัสตูเรียส (Asturias) และกันตาเบรีย (Cantabria)  1.9% ในอารากอน (Aragon) 2.0% ในกัสติยาและเลออน (Castilla y León) 2.2% ในนาวาร์รา (Navarra) และ 2.3% ในแคว้นบาสก์ (País Vasco) และกาลิเซีย (Galicia)

    ภาคบริการยังเป็นหัวจักรหลัก เอื้อเศรษฐกิจหมู่เกาะ

    ในทางกลับกัน ภาคบริการยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสเปนและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภูมิภาคที่คาดว่าจะขยายตัวโดดเด่นในปี 2568 ได้แก่ หมู่เกาะคานารี Canarias (3.4%) หมู่เกาะบาเลอาริก Baleares (3.2%) และ นอกจากนี้แคว้นวาเลนเซีย Valencia (3.1%) ยังมีการประมาณการไว้ค่อนข้างสูงเนื่องจากได้รับประโยชน์จากงบประมาณภาครัฐและมาตรการฟื้นฟูผลกระทบจากพายุ DANA 

    สำหรับแคว้นกาตาลุญญา (Cataluña) และ กรุงมาดริด (Madrid) คาดว่าได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการส่งออกที่แข็งแกร่ง คาดว่าจะเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่ 2.6% ส่วนแคว้นทางตอนใต้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคที่ชะลอตัว โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ถูกกกระทบจากภาคส่งออกในระดับจำกัด ทั้งนี้ แคว้นมูร์เซีย Murcia (2.8%) และ อันดาลูเซีย Andalucía (2.7%) ยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แคว้นกัสติยาลามันชา (Castilla- La Mancha) และ เอ็กซ์เตรมาดูรา (Extremadura) คาดว่าจะเติบโตในอัตรา 2.5% และ 2.3% ตามลำดับ

    image.png

    แหล่งข้อมูล: Observatorio Regional ของ ธนาคาร BBVA Research ปี 2568

    ปี 2569 คาดวาเลนเซีย มาดริด กาลิเซียโตกว่าค่าเฉลี่ย

    ทั้งนี้ การคาดการณ์ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) สเปน สำหรับปีหน้า 2569 ถูกปรับลง เหลือ 1.7% จากปัจจัยเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก ต้นทุนที่สูงขึ้น ปัญหาคอขวด เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบและการลงทุนที่ซบเซา โดยตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคทางเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบสูงจากความไม่แน่นอนทางการค้ากับสหรัฐฯ และการพึ่งพาอุตสาหกรรมการส่งออก ส่วนภาคใต้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าและมีการเติบโตที่มั่นคงกว่า อย่างไรก็ตาม ในภาคอุตาหกรรมการท่องเที่ยวของบางภูมิภาคคาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจะต่ำลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น หมู่เกาะคะเนรีCanarias (1.7%) และ หมู่เกาะบาเลอาริก Baleares (1.6%) แคว้นกาตาลุญญา Cataluña (1.5%) และ แคว้นบาเลนเซีย Valencia ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวเช่นกัน โดยรวมมีการประเมินว่าทุกภูมิภาคจะชะลอตัวลงมาอยู่ในช่วง 1.5–1.8% โดย แคว้นบาเลนเซีย จะยังคงรักษาการเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยไว้ได้ที่ 2.4% จากความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และมาดริดในระดับ 1.9%

    โดยสรุปแล้วการคาดการณ์ของ BBVA Research และ สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน (INE) สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสเปนมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากการฟื้นตัวในช่วงหลังโควิด-19 โดย GDP ของประเทศขยายตัว 3.2% ในปี 2567 ก่อนประเมินว่าจะลดลงเป็น 2.5% ในปี 2568 และ 1.7% ในปี 2569 การชะลอตัวนี้ชี้ถึงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของเศรษฐกิจ ภายใต้เงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นและอุปสงค์ของภาคการส่งออกจากต่างประเทศที่ลดลง ในระดับภูมิภาค 

    ที่มา: BBVA Research / สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน (INE) 

    ข้อคิดเห็นของ สคต.

    แม้รายงานการวิเคราะห์จากธนาคารหลักของสเปนจะแสดงให้เห็นว่าในปี 2569 เศรษฐกิจเกือบทุกภูมิภาคของสเปนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ลดลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิกยุโรปอื่นจะเห็นว่าสเปนยังคงมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับดี นับเป็นตลาดยุโรปที่การค้าของไทยยังมีศักยภาพเติบโต ผู้ประกอบการไทยสามารถวางกลยุทธ์ทางการค้ากับสเปนในฐานะคู่ค้า พันธมิตร ตลอดถึงการมองสเปนเป็นประตูสู่ละตินอเมริกาและแอฟริกาเหนือ ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของสเปนกับภูมิภาคทั้งสอง 

    image.png

    ประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้ คือ การกระจายตัวของความเจริญทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ โดยแต่ละแคว้นหรือแต่ละภูมิภาคมีจุดแข็งเฉพาะตัว สามารถสร้างความเจริญมั่งคั่งได้จากภาคส่วนที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ภาคการผลิต การวิจัย การเกษตร การส่งออก การบริการ การท่องเที่ยว เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะขยายการค้าการลงทุนในตลาดสเปนควรศึกษาข้อมูลรายภูมิภาคควบคู่กับกฎระเบียบทางการค้า ประเพณีการทำธุรกิจ รวมถึงจุดเด่น จุดด้อย เพื่อให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น อาทิ การมุ่งเน้นตลาดในภูมิภาคภาคใต้หรือหมู่เกาะซึ่งยังคงมีภาคบริการและการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างมั่นคง เป็นต้น  อนึ่ง สเปนประกอบด้วย 17 แคว้น 2 นครปกครองตนเอง ซึ่งมีระเบียบและกฎหมายท้องถิ่นของตนเองนอกเหนือจากกฎหมายพื้นฐานระดับชาติ ในลำดับต่อไป สคต. ณ กรุงมาดริด จะได้จัดทำข้อมูลรายแคว้นเพื่อนำเสนอเป็นข้อมูลพื้นฐานให้แก่ผู้สนใจ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดสเปน โปรตุเกส หรืออันดอร์รา สามารถติดต่อมาที่ info@thaitradespain.com

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

    ตุลาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c2epc43ofa0dox95117qkuhl&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MNV3iW_UPIeOCzXtUJFiq

  • คลังชง ครม.เศรษฐกิจ ปลุกเศรษฐกิจปลายปี ดัน GDP โตเกิน 2%

    คลังชง ครม.เศรษฐกิจ ปลุกเศรษฐกิจปลายปี ดัน GDP โตเกิน 2%

    เศรษฐกิจ

    14 ต.ค. 2025 เวลา 15:00 น.

    คลัง เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่เข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ 15 ต.ค.68 นี้ หวังอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านบาท เข้าระบบช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

    รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดพิเศษวันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.68) กระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำปี 2568 ขยายตัวได้มากกว่า 2% โดยมีเป้าหมายอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านบาทให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

    สำหรับมาตรการสำคัญที่จะเสนอ ประกอบด้วย 1. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยจะสั่งการให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ เร่งรัดการจัดประชุมสัมมนาภายในประเทศในช่วง 4 เดือนข้างหน้า (ต.ค.68 – ม.ค.69) ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้วราว 6,000 – 8,000 ล้านบาท และ 2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุน ผลักดันให้ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนที่ยังคงค้างอยู่

    นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีงบเหลื่อมปีที่รอการเบิกจ่ายอยู่ถึง 3.2 แสนล้านบาท ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการเบิกจ่ายโดยเร็วที่สุดในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปีงบประมาณ 2569

    นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังได้รับนโยบาย “Quick Big Win” จากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อปรับปรุงแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2569 ให้มีความแม่นยำ และใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด พร้อมทั้งจะมีการรายงานเป้าหมายการเบิกจ่ายเป็นรายไตรมาสเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

    โดยการเบิกจ่ายงบประมาณให้มากขึ้นในไตรมาสแรก (front-load) เนื่องจากโดยปกติแล้วการเบิกจ่ายในไตรมาสแรกจะอยู่ที่ประมาณ 30% แต่เนื่องจากมีการโหลดงบประมาณเข้ามามากขึ้น และตัวเลขงบลงทุนที่คาดว่าจะสูงขึ้น อาจส่งผลให้การเบิกจ่ายรวมในไตรมาสแรกสามารถทำได้ถึงประมาณ 40%

    สำหรับภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถเบิกจ่ายได้รวม 92.3% โดยงบประจำเบิกจ่ายได้ถึง 100.02% แต่งบลงทุนเบิกจ่ายได้เพียง 65% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปีงบประมาณ 2567 ที่งบประมาณมีผลบังคับใช้ล่าช้า และต่ำกว่าปี 2566 ที่เบิกจ่ายได้ถึง 77%

    โดยสาเหตุสำคัญในปีนี้มาจากการอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 1.57 แสนล้านบาทในช่วงท้ายปี ทำให้ส่วนราชการเตรียมการเบิกจ่ายไม่ทัน

    “ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนปีนี้กับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 65% เท่ากัน เพราะปีงบ 67 งบประมาณมีผลบังคับใช้ล่าช้า อย่างไรก็ตามหากดูผลการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 66 นั้น สามารถเบิกจ่ายได้สูงถึง 77% และก่อนสถานการณ์โควิดการเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้สูงกว่า 70% ขึ้นไป”

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1203060&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AkLharkLtHN_dXsFUECvH

  • ครม. ยังไม่เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว รอถกครม.ศก.พรุ่งนี้ 

    ครม. ยังไม่เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว รอถกครม.ศก.พรุ่งนี้ 


    ครม.ไฟเขียวงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 69 วงเงิน 1.6 ล้านลบ. คาดดัน GDP โตเพิ่มอีก 0.3% จับตา ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรกพรุ่งนี้( 15 ต.ค.)  จ่อพิจารณามาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว-เงินเยียวยาน้ำท่วม ก่อนชงครม.

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงินรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานว่างบลงทุนดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้เพิ่มขึ้นได้อีก 0.3%

    พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ให้นโยบายรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ในการไปปรับปรุงกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการประชาชน โดยให้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น Customer Centric หรือการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

    “การบริการของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ยังเป็นภาระ อุปสรรคกับประชาชน ก็ให้รัฐวิสาหกิจไปแก้ระเบียบให้เรียบร้อย ตลอดจนการไม่ได้รับความสะดวกจากการบริการต่าง ๆ ของรัฐวิสาหกิจ ขอให้ไปปรับปรุงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว” โฆษกรัฐบาลกล่าว

    นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบกรอบแนวทางการวางนโยบายสำหรับปี 2570 ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะได้ไปมอบนโยบายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

    “นายกฯ ได้สั่งการให้ไปปรับระยะเวลา timeline ของกรอบปี 70 หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ให้พยายามทำให้ทันปีงบประมาณ 2570 ไม่ให้เกิดความล่าช้า ซึ่งสำนักงบประมาณ จะรับไปพิจารณา” นายสิริพงศ์ กล่าว

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวและเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันนี้ เพราะต้องรอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกวันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.) ก่อน

    ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Roadmap ที่กำหนด Action Plan ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลช่วง 4 เดือนนี้ให้ครม.เศรษฐกิจพิจารณาในวันพรุ่งนี้

    พร้อมกันนี้ นายสิริพงศ์ ระบุอีกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยากเห็นทุกกระทรวงจะทำ Roadmap และ Action Plan ด้วยเช่นกัน

    ส่วนการต่อสัญญาการแข่งขัน Moto GP นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการนำสู่ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ เรื่องนี้ทางกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬาจะเป็นผู้พิจารณา 

    อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจะเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ คือ มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวปลายปี ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/36473&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ES7yrFrG-iMbmEcl_X27U

  • ประวัติ “พรพจน์” อธิบดีกรมที่ดิน จากหนุ่มวิศวะ สู่เก้าอี้ใหญ่ มท.

    ประวัติ “พรพจน์” อธิบดีกรมที่ดิน จากหนุ่มวิศวะ สู่เก้าอี้ใหญ่ มท.

    ประวัติ “พรพจน์” อธิบดีกรมที่ดิน จากหนุ่มวิศวะ สู่เก้าอี้ใหญ่ มท.

    กลายเป็นนัมเบอร์วันที่ถูกจับตา หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.)นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติแต่งตั้งโยกย้าย 45 ข้าราชการระดับสูง กระทรวงหาดไทย โดยมีชื่อ พรพจน์ เพ็ญพาส กลับคืนถิ่นเก่า เป็น อธิบดีกรมที่ดิน กับบทบาทท่ามกลางคดีดัง เขากระโดง

    พรพจน์ เพ็ญพาส จัดเป็นบิ๊กข้าราชการ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เก้าอี้ร้อนเพราะเกมการเมือง เนื่องจากมีชื่อเด้งไปเด้งมา ระหว่างเก้าอี้รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กับ อธิบดีกรมที่ดิน

    ประวัติ พรพจน์ เพ็ญพาส

    • เกิด 9 มีนาคม 2509

    พรพจน์ เพ็ญพาส

    การศึกษา

    • ปี 2525 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
    • ปี 2530 วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปี 2533 วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต Northrop University สหรัฐอเมริกา
    • ปี 2546 รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

    การรับราชการ

    • ปี 2554 ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    • ปี 2555–2560 รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    • ปี 2560–2561 ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว
    • ปี 2561–2562 รองปลัดมหาดไทย (ด้านบริหาร)
    • ปี 2562–2563 รองปลัดมหาดไทย (สาธารณภัยและพัฒนาเมือง)
    • ปี 2563–2565 อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
    • ปี 2565–2566 รองปลัดมหาดไทย (กิจการความมั่นคงภายใน)

    พรพจน์ เพ็ญพาส

    • ปี 2566–2567 รองปลัดมหาดไทย (พัฒนาชุมชนและการปกครองท้องถิ่น)
    • 1 ม.ค.-18 มี.ค.2567 2567 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน
    • 19 มี.ค.2567 อธิบดีกรมที่ดิน
    • 21 ส.ค.2568 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • 14 ต.ค.2568 ครม.มีมติแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

    พรพจน์ เพ็ญพาส

    หลักสูตรอบรมผู้บริหาร

    • วปอ. รุ่นที่ 57
    • นธป. รุ่นที่ 11
    • บยส. รุ่นที่ 24
    • TIJ Executive Program รุ่นที่ 3
    • นปส. รุ่นที่ 46
    • หลักสูตรพัฒนาผู้บริหารมหาดไทย รุ่นที่ 5
    • หลักสูตรนักบริหารด้านสิ่งแวดล้อม , การคลัง , ผู้นำเมือง และธรรมาภิบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378968063&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04yuXNq6ykfome2A5NCw2K