Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    การเมือง

    25 พ.ย. 2025 เวลา 13:52 น.

    เช็ครายชื่อทั้งหมดได้ที่นี่! 150 ชื่อได้เข้าอบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. ‘นักเลือกตั้ง-อดีต ขรก.-เอกชน’ มาพรึบ

    • กกต. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 16 จำนวน 150 คน
    • ผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วยบุคคลจากหลากหลายวงการ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการระดับสูงฝ่ายพลเรือนและทหาร รวมถึงผู้บริหารภาคเอกชน
    • ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องเข้ารายงานตัวที่สำนักงาน กกต. ในวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2568 มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

    เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16)

    ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) ระหว่างวันที่ 2 – 17 ตุลาคม 2568 และได้ดำเนินการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการดำเนินการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง พ.ศ. 2566 และตามมติคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น

    บัดนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้อนุมัติรายชื่อผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) เรียบร้อยแล้ว จึงประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) จำนวน 150 คน และรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสำรอง จำนวน 7 คน

    ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารายงานตัว ณ ห้องอบรม 704 – 705 ชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตามวันและเวลา ดังนี้

    1. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. ลำดับที่ 1 – 75

    2. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 – 12.00 น. ลำดับที่ 76 – 150

    อนึ่ง หากผู้ได้รับการคัดเลือกไม่ไปรายงานตัวตามวันและสถานที่ดังกล่าว จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะแจ้งให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในลำดับสำรองเข้ารับการศึกษาอบรมแทน ตามลำดับต่อไป

    สำหรับผู้ผ่านเข้าร่วมอบรมมีทั้งอดีตข้าราชการ และข้าราชการระดับสูง ทั้งฝ่ายพลเรือน และกองทัพ รวมถึงมีผู้บริหารของบริษัทเอกชนจำนวนมาก รวมถึงนักการเมืองเข้าร่วม รายชื่อที่น่าสนใจ เช่น

    นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส.พรรคกล้าธรรม

    นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี อดีต สส.พรรคประชาชน

    นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ สว.

    น.ส.จิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข

    นายชัยยง จันทวีภากร ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.

    นางณีรานุช วัฒนาทร นายทะเบียน สมาชิกพรรคประชาชาติ

    นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

    นายไตรรงค์ ตันทสุข กรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย

    นายธัญญา เนติธรรมกุล อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช

    นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

    พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9

    นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา อสส.

    พล.อ.ภัทรพล ภัทรพัลลภ อดีตเจ้ากรมการพลังงานทหาร

    นายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

    นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

    นายวัชรพล บุษมงคล หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า

    นายวิชชา กลิ่นประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พอลลี่แอนด์ เค เทคนิคอล ซัพพลายส์ จำกัด

    นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (สถานีโทรทัศน์ PPTV HD36)

    นายอับดุลลักษณ์ สะอิ ที่ปรึกษารองนายกฯ (พิพัฒน์ รัชกิจประการ)

    ส่วนรายชื่อทั้งหมดดูได้ตามเอกสารแนบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1209163&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Zit_-rsXJJ1JisGUo9lE8

  • อิสราเอลปฏิรูปภาษีภาคอุตสาหกรรม High‑Tech หวังดึงคนเก่งกลับประเทศในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอนาคต

    อิสราเอลปฏิรูปภาษีภาคอุตสาหกรรม High‑Tech หวังดึงคนเก่งกลับประเทศในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอนาคต

    รัฐบาลอิสราเอลประกาศชุดมาตรการปฏิรูปภาษีสำหรับภาคเทคโนโลยีและระบบนิเวศการลงทุน (VC/PE) พ.ย. 2025 เพื่อสร้างความชัดเจนทางภาษี (tax certainty) และจูงใจให้ทุนและแรงงานไฮเทคกลับประเทศ มาตรการสำคัญรวมถึงการกำหนดอัตราภาษีสำหรับ carried interest, การยกเว้น VAT บางรายการ, สิทธิพิเศษสำหรับผู้กลับถิ่น (returnees), และแนวทางการจัดเก็บภาษีสำหรับ R&D / IP / transfer pricing

    ข้อเปลี่ยนแปลงหลัก (Key changes)

    1. Carried interest: กำหนดอัตราภาษีสำหรับ carried interest ให้ชัดเจน โดยแบ่งแยกการปฏิบัติระหว่างผู้จัดการกองทุนที่มีถิ่นฐานในอิสราเอลและผู้มีถิ่นฐานต่างประเทศ เพื่อทำให้โครงสร้าง GP/LP มีความชัดเจนและคาดการณ์ได้

    2. VAT treatment: ยกเว้น VAT สำหรับ carried interest และปรับแนวทางคิด VAT กับ management fees เพื่อลดข้อพิพาททางภาษี

    3. Tax treatment for returnees & equity compensation: ให้การปฏิบัติพิเศษสำหรับผู้เชี่ยวชาญไฮเทคที่ย้ายกลับประเทศ โดยเปิดทางให้บางประเภท stock options ถูกเก็บภาษีในฐานะ capital gains แทน income

    4. R&D / IP / transfer pricing guidance: ประกาศแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินมูลค่า IP และการจัดสรรกำไรของศูนย์ R&D เพื่อเพิ่มความชัดเจนแก่บริษัทข้ามชาติ

    5. Incentives for foreign investors: ข้อกำหนดบางส่วนให้สิทธิประโยชน์แก่กองทุนต่างชาติ เช่น การลดภาระภาษี capital gains ในการลงทุน qualifying investments

    ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและระบบนิเวศ

    1. กระตุ้นเงินทุน VC/PE: ความชัดเจนทางภาษีช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาษี ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มการจัดสรรเงินทุนสู่สตาร์ทอัพอิสราเอลมากขึ้น

    2. ดึงดูด/คืนแรงงานไฮเทค: ผู้เชี่ยวชาญที่ย้ายออกไปมีแรงจูงใจกลับด้วยโครงสร้างภาษีบน equity compensation ที่เอื้อต่อการได้รับผลตอบแทนหลังกลับประเทศ

    3. เร่ง M&A และ exit opportunities: เมื่อ carry/VAT/capital gains มีกรอบชัด การวางแผน exit, IPO หรือ trade sale จะง่ายและคาดการณ์ได้มากขึ้น

    4. เพิ่มบทบาทของอิสราเอลในตลาดโลก: มาตรการช่วยยกระดับความสามารถแข่งขันของอิสราเอลในฐานะศูนย์นวัตกรรมระดับโลก

    ความเห็นของ สคต.

    สคต. เห็นว่า ไทยควรมีแนวคิดริเริ่มจัดทำ MOU ระหว่างหน่วยงานนวัตกรรมของไทยและ Israel Innovation Authority เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือด้าน VCtoVC, joint funds และ talent exchange และอาจพิจารณามาตรการสนับสนุนการ coinvestment จากกองทุนรัฐให้เป็น pilot เพื่อเรียนรู้ mechanics และลดความเสี่ยงของอิสราเอลได้เร็วขึ้น

    โดยแนวทางหนึ่งที่ควรจะพิจารณาก็คือ การจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุน coinvestment opportunities กับกองทุน seedseries A และการศึกษาข้อมูลเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน tax structuring และ crossborder fund operations เพื่อรองรับการลงทุนบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทเทคไทย โดยไทยอาจมุ่งเน้นการสำรวจ partnership หรือ acquisition กับสตาร์ทอัพอิสราเอลในสาขาที่สอดคล้องกับไทย (agritech, water tech, med tech, cybersecurity) ทั้งนี้อาจใช้วิธีในการทำแบบ joint R&D และ licensing เพื่อเป็นช่องทางเข้าถึงเทคโนโลยี

    นอกจากนั้น การจัดตั้งสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัย เพื่อจัดตั้ง joint labs และ exchange programs เพื่อถ่ายโอนความรู้และดึงทุนวิจัยร่วมกัน และจัดทำการศึกษาด้านบริการทางกฎหมายและการเงินที่เกี่ยวข้องเพื่อไทยอาจนำไปปรับใช้ในการเขียนมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยในด้านนี้ ให้มีข้อกำหนดที่ทันสมัยหรือมีมิติที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลในด้านนี้ได้ง่ายหรือเร็วมากขึ้น เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ไทยจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจ High-Tech นี้เร็วมากขึ้น เพราะหากไทยไม่รีบทำแล้ว ไทยก็จะเผชิญการแข่งขันจาก ประเทศอื่นๆที่มุ่งการพัฒนาในด้านนี้ เช่น สิงคโปร์ ยุโรป และสหรัฐฯ ก็แข่งขันดึง VC/talent เหล่านี้อยู่เช่นเดียวกัน

    ผู้ส่งออกหรือนักธูรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il

    ที่มา : https://www.goldfarb.com/ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ydfqxq039vf16gqa944or4mb&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J6cyJNWbDaPDXzCiLrf5g

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67657/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B7JQlZQ8lwMMZfQI5JHjR

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บุรุษสุดแกร่งได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บุรุษสุดแกร่งได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บุรุษสุดแกร่งได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บุรุษเจ้าของฉายา “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”

    ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” พบว่า 1 ใน 5 บุคคลที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”)

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เจ้าของฉายา “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”

    • ประวัติ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชื่อเล่น ทริป เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 ภูมิลำเนาเป็นคน กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ พลตำรวจเอกเสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์
    • มีพี่น้อง 2 คน คือ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ – อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (พี่ฝาแฝด)
    • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สำเร็จปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ. 2530
    • ชัชชาติ มีบุตรชายหนึ่งคน คือ น้องแสนดี หรือ แสนปิติ สิทธิพันธุ์ 
    • เส้นทางการทำงาน เคยเป็นวิศวกรโครงสร้างในบริษัทเอกชน ก่อนมาทำงานด้านวิชาการ โดยเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน และยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง
    • ต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองครั้งแรก จากตำแหน่ง “อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ” และ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม” ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของรัฐบาลในด้านการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ
    • หลังจากสิ้นสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชัชชาติไปทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จากนั้นก็ได้ลาออกมาสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565
    • ภาพไวรัลดัง ขณะชัชชาติไปทำบุญใส่บาตรภายในวัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ โดยสวมเสื้อแขนกุด หิ้วถุงอาหาร และเดินด้วยเท้าเปล่า กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ จนได้รับการกล่าวขนานนามว่าเป็น “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”
    • จากรัฐมนตรีผู้ที่แข็งแร่งที่สุดในปฐพี ได้กลายเป็น “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” คนที่ 17 หลังชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565
    • ช่วงแถลงผลงานภาพรวมในการดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี หลังชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ชัชาติให้ตัวเองแค่ 5 คะแนน และยังไม่ตอบว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งต่อในสมัยหน้าหรือไม่

    แล้วใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาบุคคลที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ https://www.thairath.co.th/campaign/vote

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2897682&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WddKQZ1b6ojHnVeJeOVqe

  • ป่อเต็กตึ๊งมอบทุนการศึกษา 60 ทุน นักเรียนถิ่นทุรกันดารเชียงราย

    ป่อเต็กตึ๊งมอบทุนการศึกษา 60 ทุน นักเรียนถิ่นทุรกันดารเชียงราย

    ประชาสัมพันธ์

    ป่อเต็กตึ๊งมอบทุนการศึกษา 60 ทุน นักเรียนถิ่นทุรกันดารเชียงราย

    วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย มอบทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร รุ่นที่ 4 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อเนื่อง 3 ปี รวมจำนวน 60 ทุน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 450,000 บาท

    ในพิธีมี นายวีระยุทธ คีลาวงค์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาอีก 20 แห่ง คณะครู อาจารย์ และผู้แทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ร่วมงาน ณ หอประชุมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

    การมอบทุนการศึกษานี้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อสนับสนุนเยาวชนให้มีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างอนาคตที่ดีให้ครอบครัวและสังคม ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ขยายขอบเขตโครงการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างครบวงจร ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/relation/455864&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vce2FZepB801ieeQ2g34B

  • เวิลด์แบงก์เผยครูกัมพูชาเงินเดือนสูงขึ้น แต่ความรู้-ทักษะการสอนยังต้องพัฒนา : อินโฟเควสท์

    เวิลด์แบงก์เผยครูกัมพูชาเงินเดือนสูงขึ้น แต่ความรู้-ทักษะการสอนยังต้องพัฒนา : อินโฟเควสท์

    ธนาคารโลก (World Bank) เผยแพร่รายงานสองฉบับในวันนี้ (25 พ.ย.) ซึ่งระบุว่า กัมพูชาจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามในการพัฒนาคุณภาพการสอน แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าในการนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาก็ตาม

    ทั้งนี้ รายงานของธนาคารโลกได้ทำการประเมินทั้งคุณภาพและปริมาณการสอนในโรงเรียนประถมศึกษา พร้อมทั้งระบุขั้นตอนในการเสริมสร้างทักษะการอ่านออกเขียนได้และการคำนวณขั้นพื้นฐาน

    ทาเนีย เมเยอร์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศกัมพูชา กล่าวว่า “การลงทุนในครูผู้สอนและการปรับปรุงเวลาเรียน จะทำให้กัมพูชาสามารถมอบการศึกษาที่ดีขึ้นให้แก่เด็ก ๆ และสร้างกำลังแรงงานที่มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น”

    รายงานระบุว่า แม้เงินเดือนครูที่สูงขึ้นจะดึงดูดให้นักเรียนที่จบมัธยมปลายและมีผลการเรียนดีสมัครเรียนต่อเพื่อเป็นครูมากขึ้น แต่ทักษะการสอนและความรู้ในวิชาต่าง ๆ ในห้องเรียนกลับยังไม่ได้รับการพัฒนา

    เพื่อปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ธนาคารโลกได้เรียกร้องให้ลงทุนเพิ่มเติมเพื่อฝึกอบรมครูทั้งก่อนและระหว่างการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งแนะนำแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิผล เช่น การลดการขาดงานของครู ลดการปิดโรงเรียนโดยพลการ และเพิ่มจำนวนสัปดาห์การสอนในแต่ละปีการศึกษา เป็นต้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/548898&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2U4XhEqgEIBPBb7C0ni-hF

  • ม.รังสิต ออกมาตรการเร่งด่วน มอบทุนการศึกษา ช่วยนักศึกษารับผลกระทบอุทกภัยภาคใต้

    ม.รังสิต ออกมาตรการเร่งด่วน มอบทุนการศึกษา ช่วยนักศึกษารับผลกระทบอุทกภัยภาคใต้

    ม.รังสิต ออกมาตรการเร่งด่วน มอบทุนการศึกษา ช่วยนักศึกษารับผลกระทบอุทกภัยภาคใต้

    วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.12 น.

    มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาตรการเร่งด่วน มอบทุนการศึกษา 20,000 บาท ช่วยนักศึกษาที่ได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

    มหาวิทยาลัยรังสิต ประกาศมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาที่ครอบครัวได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ในอำเภอและจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ซึ่งได้รับความ เดือดร้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวมหาวิทยาลัยมอบ ทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษา 2/2568 สะท้อน เจตนารมณ์สร้าง “สังคมธรรมาธิปไตย” พร้อมยืนเคียงข้างสังคมในทุกวิกฤต

    รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากสถานการณ์ อุทกภัยในภาคใต้ที่เกิดขึ้นล่าสุด ท่านอธิการบดี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้มีดำริให้มหาวิทยาลัยเร่งให้ความ ช่วยเหลือครอบครัวนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภัยพิบัติภาคใต้ โดยมอบทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท ในรูปแบบเครดิตสำหรับการลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษา 2/2568 โดยมหาวิทยาลัยรังสิตตระหนักดีว่า นักศึกษาและครอบครัวจำนวนมากกำลังเผชิญความยากลำบาก จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการ ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้ลูกหลานของเรายังมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนต่อได้โดยไม่สะดุด มาตรการนี้ สะท้อนเจตนารมณ์สำคัญของมหาวิทยาลัยในการสร้าง “สังคมธรรมาธิปไตย” ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤต พร้อมยืนเคียงข้างสังคมด้วยความรับผิดชอบและจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นหลักการที่มหาวิทยาลัยยึดมั่นมา โดยตลอด

    มาตรการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาเพื่อบรรเทาผลกระทบ ดังนี้

    1. ทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท สำหรับนักศึกษาที่จะลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษา 2/2568 หากนักศึกษาลงทะเบียนเรียนโดยมียอดค่าใช้จ่ายไม่ถึง 20,000 บาท มหาวิทยาลัยจะช่วยเหลือ ค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนที่ลงทะเบียนจริง

    2. สำหรับนักศึกษาที่ได้ชำระค่าลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้ สามารถเลือกรับส่วนลดคืนโดยเป็นเงินโอน เก็บ เพื่อใช้ในการลงทะเบียนเทอมถัดไป หรือขอรับเป็นเงินโอนคืนเข้าบัญชีธนาคารได้

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตยังได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านต่างๆ อาทิ เปิดรับ บริจาคเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อนำเงินส่งต่อให้แก่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านบัญชีมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อการกุศล ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 875-700530-4 ทั้งนี้ มาตรการ ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สะท้อนว่ามหาวิทยาลัยรังสิตยืนหยัดทำหน้าที่สถาบันการศึกษาที่รับใช้สังคม อย่างแท้จริง พร้อมร่วมฟื้นฟู เยียวยา และยืนเคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก พร้อม ร่วมก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/930395&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dMk3rsWa2_eNiCy4KNhW3

  • ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามเป็นประธานเปิดมหกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ “ทิศทางของท้องถิ่น ต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ” โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2567 จังหวัดสมุทรสงคราม

    ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามเป็นประธานเปิดมหกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ “ทิศทางของท้องถิ่น ต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ” โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2567 จังหวัดสมุทรสงคราม

    ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามเป็นประธานเปิดมหกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ “ทิศทางของท้องถิ่น ต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ” โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2567 จังหวัดสมุทรสงคราม


    25/11/2568 | 28 |

    วันนี้ (25 พ.ย. 2568) ที่ห้องประชุมสามัคคี ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามเปิดประธานเปิดกิจกรรมมหกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ “ทิศทางของท้องถิ่น ต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ” โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2567 จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมมอบโล่เกียรติคุณและใบประกาศนียบัตรให้ผู้บริหารและครู บุคลากรการศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในฐานผู้สนับสนุนการจัดการศึกษา เชิงพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเผยแพร่ผลงานและประกาศเกียรติคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครูและบุคลากรทางการศึกษา, สร้างความสัมพันธ์และสานพลังการดำเนินงานร่วมระหว่างคณะทำงานโครงการภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ และแลกเปลี่ยนสถานการณ์และมุมมองของภาคีเครือข่ายต่อการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของจังหวัดสมุทรสงคราม

    ภายในงานประกอบด้วยการชมนิทรรศการการ และรับชมวีดีทัศภาพรวมกลไกการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม,การรับฟัง TED TALK เรื่อง “ชีวิตปฐมวัยเริ่มต้นด้วย Highscope” “โรงเรียนขนาดเล็กภายใต้การจัดการเรียนรู้ร่วมของคนในชุมชน” “ เสียงสะท้อนจากความเป็นแม่ : เมื่อแม่เปลี่ยน ลูกจึงเปลี่ยน” และ “เสียงเพรียกแห่งความตาย กับโอกาสเริ่มใหม่ของครอบครัวเปราะบาง” พร้อมทั้งการเสวนา “บทบาทและทิศทางของท้องถิ่นกับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ” โดยมีผู้บริหารและครูเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 อำเภอในจังหวัดสมุทรสงคราม, ตัวแทนโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ 3 อำเภอ, เครือข่ายเด็กและเยาวชนในจังหวัดฯ, ตัวแทนองค์กรปกรองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ, เครือข่ายผู้ปกครองและแกนนำชุมชน และกลไกคณะทำงาน ABE ที่พัฒนาเป็นศูนย์การเรียน เข้าร่วมโครงการกว่า 150 คน

    จิตติพัฒน์ : ภาพ – ข่าว

    ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม

    https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1589108/?bid=1


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://samutsongkhram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/447421&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eD4NSeah7FdnbkSnJzsXG

  • เจอ ‘ฝน 5,000 ปี’ กระหน่ำยังรอดสบาย! เพราะออสเตรียทุ่มงบกับระบบป้องกันน้ำท่วม

    เจอ ‘ฝน 5,000 ปี’ กระหน่ำยังรอดสบาย! เพราะออสเตรียทุ่มงบกับระบบป้องกันน้ำท่วม

    ปีที่แล้วกรุงเวียนนาของออสเตรียต้องเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่จาก “ฝน 5,000 ปี” ในช่วงเวลาที่ยุโรปเกิดน้ำท่วมบ่อยที่สุดในรอบ 500 ปี แต่กลับรอดพ้นจากอุทกภัยครั้งนั้นโดยไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากทางการเตรียมรับมือล่วงหน้ามาหลายสิบปี ซึ่งเป็นกรณีศึกษาให้เมืองอื่นๆ ที่ต้องรับมือน้ำท่วมได้อย่างดี

    พายุบอริสทำให้เกิดฝนตกหนักจนปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาทำลายสถิติเดิม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนนหลายสายในกรุงเวียนนา และมีผู้คนจำนวนหนึ่งต้องอพยพออกจากบ้านเรือน แม่น้ำลำคลองที่เคยไหลเอื่อยกลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก เนื่องจากในระยะเวลาเพียง 5 วัน มีฝนตกลงมาในกรุงเวียนนาและบางส่วนของออสเตรียมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติตามฤดูกาล 2-5 เท่า

    แต่เวียนนารอดจากน้ำท่วมมาได้แบบสบายๆ มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 10 คน และ 15 ครัวเรือนต้องอพยพ เพราะระบบจัดการน้ำอันชาญฉลาดสามารถต้านมวลน้ำมหาศาลไว้ได้

    เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งก่อนๆ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายุทธศาสตร์การป้องกันที่เวียนนาและออสเตรียใช้ทั่วไปมีประสิทธิภาพและเป็นบทเรียนอย่างดีให้กับเมืองหรือประเทศอื่นๆ ที่ต้องรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว

    กึนเทอร์ บลอสเชิล (Günter Blöschl) นักอุทกวิทยาและประธานศูนย์ระบบทรัพยากรน้ำของมหาวิทยาลัยเทคนิคเวียนนา ที่ช่วยวางยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมของออสเตรียเผยกับสำนักข่าว BBC ว่า ออสเตรียลงทุนกับการบริหารจัดการน้ำมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หลังประสบน้ำท่วมครั้งใหญ่มาแล้ว 2 ครั้งในปี 2002และ 2013

    ระบบป้องกันน้ำท่วมของเวียนนาได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการระบายน้ำท่วม 14,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเทียบเท่ากับ “ฝน 5,000 ปี” ซึ่งเคยเกิดครั้งสุดท้ายในออสเตรียเมื่อปี 1501 แต่เหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อกลางปีที่แล้วมีน้ำไหลผ่านทางน้ำของเวียนนา 10,000 คิวบิกเมตรต่อวินาที ซึ่งต่ำกว่าความสามารถในการรองรับของระบบที่อยู่ที่ 14,000 คิวบิกเมตร และหากไม่มีระบบนี้จะเกิดน้ำท่วมในวงกว้าง

    สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของระบบป้องกันน้ำท่วมของเวียนนาคือ เกาะเทียม (เกาะดานูบ) และช่องทางควบคุมน้ำท่วม (แม่น้ำดานูบใหม่) ทั้งสองอย่างนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อช่วงทศวรรษ 1970 เพื่อรับมือน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 1954 ที่ระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่รับไม่ไหว

    แม่น้ำดานูบใหม่มักจะอยู่ใกล้ทำนบ ทำให้เกิดเป็นทะเลสาบ โดยทำนบจะถูกเปิดก่อนที่มวลน้ำจะมา ช่องทางรับน้ำนี้จะรองรับน้ำ 3 หรือ 4 วัน เพื่อบรรเทาแม่น้ำสายหลักของเวียนนา

    ผู้คนถ่ายภาพน้ำในคลองดานูบที่ล้นตลิ่งในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2024 (Photo by Alex HALADA / AFP)

    ผู้คนถ่ายภาพน้ำในคลองดานูบที่ล้นตลิ่งในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2024 (Photo by Alex HALADA / AFP)

    ระบบป้องกันนี้ถูกทดสอบครั้งใหญ่เมื่อปี 2013 เมื่อลุ่มน้ำดานูบตอนบนเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มวลน้ำจากแม่น้ำดานูบไหลมาถึงเวียนนาราว 11,000 คิวบิกเมตรต่อวินาที แต่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายครั้งใหญ่ได้เนื่องจากระบบป้องกันน้ำท่วมของเมือง บ้านเรือนในกรุงเวียนนาไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่หลังเดียว เมื่อเทียบกับ 400,000 หลังทั่วออสเตรีย

    อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าระบบป้องกันน้ำท่วมจะยับยั้งน้ำท่วมได้ทั้งหมด ช่วงที่น้ำท่วมใหญ่ครั้งหนึ่ง แม่น้ำเวียนฟลัสซึ่งเป็นแม่น้ำสายเล็กกว่าในเวียนนาเอ่อล้นและไหลท่วมรางรถไฟใต้ดิน จนการขนส่งสาธารณะหยุดชะงัก

    พนักงานของบริษัทขนส่งสาธารณะ Wiener Linien กำลังทำความสะอาดเศษซากที่ร่วงหล่นจากรางรถไฟใต้ดิน U4 ซึ่งวิ่งเลียบแม่น้ำเวียนนา (Photo by Joe Klamar / AFP)

    พนักงานของบริษัทขนส่งสาธารณะ Wiener Linien กำลังทำความสะอาดเศษซากที่ร่วงหล่นจากรางรถไฟใต้ดิน U4 ซึ่งวิ่งเลียบแม่น้ำเวียนนา (Photo by Joe Klamar / AFP)

    ออสเตรียเองก็ยกระดับการป้องกันน้ำท่วมทั่วประเทศ ด้วยการทุ่มงบประมาณปีละราว 60 ล้านยูโร (ราว 2,235 ล้านบาท) สำหรับมาตรการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ของรัฐบาลพบว่า ช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้จริง

    มาตรการป้องกันน้ำท่วมเหล่านั้นรวมถึงการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำ เช่น การสร้างกำแพงเคลื่อนที่เพื่อกั้นน้ำจำนวนมาก และระบบพยากรณ์ที่ซับซ้อนและแม่นยำยิ่งขึ้น

    การประเมินอย่างเป็นทางการของออสเตรียพบว่า น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2002 สร้างความเสียหายทั่วประเทศ 3,000 ล้านยูโร ส่วนปี 2013 ที่ท่วมหนักกว่าพบว่าความเสียหายน้อยกว่ามาก (ราว 866 ล้านยูโร) เนื่องจากมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมช่วยบรรเทา

    “ความเสียหายที่เราเลี่ยงได้สูงกว่าการลงทุนป้องกันน้ำท่วมมาก นี่คือความสำเร็จ”

    — บลอสเชิล นักอุทกวิทยา

    อย่างไรก็ดี การบริหารจัดการน้ำปริมาณมหาศาลช่วงน้ำท่วมใหญ่ขนาดนั้นเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากปัจจุบันนี้มีที่ราบน้ำท่วมถึงน้อยลง จึงไม่มีที่ให้มวลน้ำขยายตัวโดยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ที่ราบน้ำท่วมถึงซึ่งปกติไม่มีผู้อยู่อาศัย เพราะมักจะอยู่ตามริมน้ำและเสี่ยงน้ำท่วม ถูกแทนที่ด้วยเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม เมื่อไม่มีพื้นที่รองรับน้ำและฝนตกหนักขึ้น มวลน้ำเหล่านี้จึงไหลลงสู่แม่น้ำดานูบในเวียนนา เมื่อมีน้ำไหลเข้าสู่เมืองมากขึ้น แม่น้ำก็จะท่วมมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะล้นออกไปแม้ว่าจะมีการควบคุมด้วยก็ตาม

    ‘เขื่อน’ ไม่เท่ากับ ‘ความปลอดภัย’

    แม้ว่าเขื่อน พนังกั้นน้ำ และที่กั้นน้ำอื่นๆ จะช่วยปกป้องประชาชนด้วยการรองรับน้ำช่วงที่น้ำท่วม แต่การศึกษาวิจัยพบว่า สิ่งกีดขวางเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงโดยรวมในระยะยาว เนื่องจากทำให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าปลอดภัย ทำให้พวกเขาย้ายไปอาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำมากขึ้น และประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมต่ำเกินไป หรือที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาพนังกั้นน้ำ” ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจทำให้พวกเขาไม่มีการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน

    ตัวอย่างกรณีสหรัฐฯ การศึกษาพบว่า การสร้างพนังกั้นน้ำเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของการขยายตัวของเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง 62% ซึ่งชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในการรับรู้ความเสี่ยงหลังจากสร้างพนังกั้นน้ำแล้ว แต่การออกกฎสามารถลดการย้ายถิ่นฐานไปยังที่ราบน้ำท่วมถึง

    อย่างไรก็ดี บลอสเชิลเผยว่า การห้ามไม่ให้ผู้คนย้ายไปตั้งถิ่นฐานใกล้แม่น้ำเป็นเรื่องยาก เนื่องจากน้ำท่วมไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และพื้นที่ริมแม่น้ำและที่ราบลุ่มแม่น้ำอาจเป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานที่น่าดึงดูด

    นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ว่า จริงๆ แล้วผู้คนมักจะมีความทรงจำสั้นเกี่ยวกับความเสี่ยงน้ำท่วม เรามักจะตระหนักรู้ถึงอันตรายและวิธีรับมือเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่หลังจากนั้นความตระหนักรู้ที่ว่ากลับลดลงอย่างรวดเร็ว

    บลอสเชิลบอกอีกว่า การพยากรณ์ที่แม่นยำและการซ้อมรับมือน้ำท่วมช่วยได้มาก โดยยกตัวอย่างว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ฝึกซ้อมวิธีการติดตั้งกำแพงเคลื่อนที่เพื่อกั้นน้ำท่วม “ถ้าวิธีนี้ไม่สำเร็จตามแผน คุณจะติดตั้งไม่ทันก่อนที่น้ำจะมา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจผิดพลาดได้ อาจมีบางส่วนที่หายไป และถ้ามีช่องว่างแม้เพียงเล็กน้อย น้ำก็ไหลผ่านได้ ดังนั้นคุณต้องฝึกซ้อม”

    ฝนตกหนักในกรุงเวียนนาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2024 (Photo by Joe Klamar / AFP)

    ฝนตกหนักในกรุงเวียนนาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2024 (Photo by Joe Klamar / AFP)

    ฝนหนักขึ้น น้ำท่วมมากขึ้น

    การเตรียมพร้อมเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้พายุฝนหนักขึ้นและน้ำท่วมมากขึ้น สาเหตุหนึ่งคือ อากาศที่อุ่นขึ้นจะกักเก็บความชื้นและพลังงานไว้มากขึ้น ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดพายุรุนแรง

    มีหลักฐานอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่า ภาวะโลกร้อนเช่นนี้กำลังทำให้เกิดพายุรุนแรงขึ้น การศึกษาหนึ่งพบว่า คลื่นความร้อนในทะเลที่ทำลายสถิติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้พายุมีกำลังรุนแรงเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในเดือนสิงหาคม 2022

    มาริโอ มาร์เซลโล มิเลียตตา ผู้อำนวยการวิจัยที่สถาบันวิทยาศาสตร์บรรยากาศและภูมิอากาศ (CNR-ISAC) ในปาดัว ประเทศอิตาลี กล่าวว่า “การศึกษาทั้งหมด (โดยอาศัยการจำลองเชิงตัวเลขหรือการวิเคราะห์ทางสถิติ) ดูเหมือนจะยืนยันว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุ่นขึ้นของผิวน้ำทะเลเป็นสาเหตุที่ทำให้พายุเหล่านี้มีความรุนแรงมากขึ้น

    Photo by ALEX HALADA / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/how-vienna-prepared-itself-for-a-5000-year-flood&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dKNToI1hWjEGMKNOzvgxL

  • ไต่สวนคดีคุณสมบัติ “หมอเกศ” อดีตผู้สมัคร สว.เปิดไทม์ไลน์มัด

    ไต่สวนคดีคุณสมบัติ “หมอเกศ” อดีตผู้สมัคร สว.เปิดไทม์ไลน์มัด

    ไต่สวนคดีคุณสมบัติ “หมอเกศ” อดีตผู้สมัคร สว.เปิดไทม์ไลน์มัด

    25 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไต่สวนพยานผู้ร้อง นัดแรกในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กรณี พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ หมอเกศ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกกล่าวหาว่ากระทำการหลอกลวง ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 77(4) ของกฎหมายเดียวกัน

    กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่ พญ.เกศกมล ใช้ตำเเหน่งศาสตราจารย์ในการสมัครเป็น สว.

    โดยขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญา เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงหรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ตามมาตรา 77 (4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

    วันนี้เป็นการนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง จำนวน 4 ปาก ประกอบด้วยอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา 2 คน เจ้าหน้าที่สืบสวนไต่สวน สำนักงาน กกต. โดย พญ.เกศกมล เดินทางมาศาล

    หมอเกศ

    พยานฝ่ายผู้ร้องปากเเรก ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 19 อาชีพทนายความ ได้ให้ปากคำว่าจากการตรวจสอบเอกสารของนางสาวเกศกมล ในใบสมัครสว. 3 พบว่าใช้คำว่าศาสตราจารย์ จึงมีการไปตรวจค้นข้อมูลของหน่วยงานพบว่าไม่มีชื่อผู้คัดค้านได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นศาสตราจารย์ และไม่พบเคยเป็นอาจารย์ หรือมีผลงานทางวิชาการ แต่การใช้ตำแหน่งนี้อาจจะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกเข้าใจผิด

    ขณะที่ประเด็นทนายความของนางสาวเกศกมล ได้ถามซักค้านกรณีการได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์จากต่างประเทศนำมาใช้นำหน้าได้หรือไม่ และมีกฎหมายฉบับใดที่ห้ามนำมาใช้

    หมอเกศ

    โดยพยานฝ่ายผู้ร้องยอมรับว่า การสมัคร สว.ไม่ได้มีกรอบกำหนดในเรื่องของการใช้วุฒิการศึกษา แม้จะเป็นวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ หากจะนำมาใช้จะต้องมีการเทียบ ส่วนการแนะนำตัวยอมรับว่าระเบียบ กกต.ไม่ได้ห้ามไว้ แต่จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมยอมรับว่าได้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาเฉพาะในประเทศไทยไม่ได้ตรวจสอบในต่างประเทศ

    ขณะที่พยานปากที่ 2 อาชีพทนายความ ขึ้นเบิกความต่อศาลว่า ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิ์ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ เพราะแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้  FCE. ไม่ใช่สถาบันระดับอุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกา เป็นเพียงหน่วยงานรับเปรียบเทียบวุฒิการศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ และเปิดสอนระดับอนุบาลและประถมศึกษาเท่านั้น ผู้คัดค้านไม่เคยสอนหนังสือ หรือมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และในการเทียบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกจะต้องมีวิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และถูกบันทึกไว้ในระบบการค้นหาของการศึกษาทั่วโลก และเอกสารเทียบวุฒิการศึกษาของนางสาวเกศกมลที่นำส่ง กกต.

    และให้สัมภาษณ์ผ่านทางสื่อมวลชน มีรายละเอียดที่แตกต่างและเปลี่ยนไป อีกทั้งยังพบว่าเอกสารการรับรองแต่ละหน้า ลายมือชื่อรับรองเอกสารไม่ใช่ลายเซ็นจริง แต่เป็นลายเซ็นจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งเหมือนกันทุกฉบับ จะมีแตกต่างกันบ้างเรื่องความหนาและบางของลายเส้น อีกทั้งวันลงนามใบรับรอง ระบุวันที่ล่วงหน้าก่อนที่จะได้รับตัวเลขเอกสาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะการลงนามจะต้องกระทำเมื่อได้รับเอกสารแล้ว ไม่ใช่เป็นการลงนามไว้ล่วงหน้า

    ต่อมาพบว่ามีการปรับแก้เอกสารเพื่อให้วันที่สอดคล้องกัน อีกทั้งแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ FCE  ให้ข้อมูลเท็จโดยระบุในหน้าเว็บไซต์ว่า รัฐสภาไทยยอมรับการเทียบวุฒิจากมหาวิทยาลัยแล้ว และรัฐบาลไทยยังให้การยอมรับรัฐมนตรีที่เคยได้รับการเทียบวุฒิจากมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน  นอกจากนี้เห็นว่าการเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ของนางสาวเกศกมล ภายหลังได้รับการเทียบวุฒิปริญญาโทใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งทั้งโลกนี้ไม่มีใครทำได้

    โดยมีไทม์ไลน์ดังต่อไปนี้ ใช้ระยะเวลา 8 เดือน  ใช้คำนำหน้าว่าดอกเตอร์ (ดร.) ต่อมาอีก 5 เดือน ใช้คำนำหน้าว่ารองศาสตราจารย์ จากนั้นอีกไม่นานก็ใช้คำว่าศาสตราจารย์  ทั้งนี้ยังพบว่าผลงานทางวิชาการ 7 บทความที่อ้างอิงสำหรับการได้รับวุฒิการศึกษานั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีเพียง 2 บทความเท่านั้นที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่ได้รับการยอมรับ พร้อมยอมรับว่าการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของนางสาวเกศกมล เป็นเพียงการตรวจสอบจากเว็บไซต์ของต่างประเทศ ไม่ได้ตรวจสอบจากสถาบันการศึกษาในต่างประทศโดยตรง

    ศาลได้นัดไต่สวนพยานผู้คัดค้าน หรือพยานฝ่ายของนางสาวเกศกมล นัดต่อไป ในวันที่ 8 ธันวาคม 2568  เวลา 09.30 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378969874&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FTDPRQcmmiPH5Ese-vVzK