Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • DIP หนุน GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ยกระดับงานคราฟต์ชุมชน สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    DIP หนุน GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ยกระดับงานคราฟต์ชุมชน สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญามีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการส่งเสริมสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน ซึ่งกรมฯ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว พร้อมขยายช่องทางการตลาด พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และเชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่แหล่งท่องเที่ยว เพื่อยกระดับสินค้า GI ในมิติต่างๆ โดยปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ทั้งสิ้น 250 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนกว่า 114,623 ล้านบาท

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วย นายสงกรานต์ เพ็ชรน้ำเขียว พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี และคณะ ลงพื้นที่แหล่งผลิตสินค้า GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ณ ศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้าตั้งแต่การเตรียมดิน การขึ้นรูป การแกะสลักลวดลาย ไปจนถึงการเผาแบบดั้งเดิม พร้อมพบหารือกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น รับฟังปัญหา อุปสรรค และวางแนวทางการพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

    นางอรมน กล่าวว่า เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เมื่อปี 2553 ราคาขายเฉลี่ยก่อนเป็น GI อยู่ที่ 100 บาทต่อชิ้น และราคาขายเฉลี่ยหลังเป็น GI อยู่ที่ 500 – 700 บาทต่อชิ้นความโดดเด่นของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับอิทธิพลมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของ “เกาะเกร็ด”ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีพื้นที่กว่า 2,820 ไร่ เป็นแหล่งสะสมของดินเหนียวท้องนาคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เนื้อดินมีความละเอียดสูง เหนียวแน่น ไม่ร่วนซุย และปราศจากกรวดทราย

    เมื่อนำมานวดด้วยน้ำจะมีความนุ่มเป็นพิเศษ เหมาะแก่การปั้นและแกะสลักเป็นลวดลายที่ซับซ้อน ทั้งนี้ ดินเกาะเกร็ดมีธาตุเหล็กผสมอยู่เล็กน้อย ส่งผลให้ดินปั้นที่ผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิสูงจะมีสีแดงอมส้มมีความแข็งแกร่ง ทนทาน สวยงามเป็นเอกลักษณ์โดยไม่ต้องเคลือบเนื้อดิน

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่และพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี เตรียมแผนงานเชิงรุกเพื่อส่งเสริมสินค้า GI เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ทันสมัย เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญของฝาก อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของตัวสินค้าได้อย่างชัดเจน การขยายช่องทางการตลาดผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน อาทิ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เป็นต้น ส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    พร้อมเชื่อมโยงแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดให้เป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือล่องเรือทางแม่น้ำเจ้าพระยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวมอญในพื้นที่ได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีแผนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เผยแพร่เอกลักษณ์ชื่อเสียงของสินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5553638/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ADHqw5yIkaEBOavDUKrm0

  • เชียงใหม่โชว์ Soft Power! เปิดงาน “สีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ยกระดับมรดกชุมชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ | TOPNEWS

    เชียงใหม่โชว์ Soft Power! เปิดงาน “สีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ยกระดับมรดกชุมชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ | TOPNEWS

    เชียงใหม่เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรม “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ชูแนวคิดยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปลี่ยนทุนทางปัญญาและวิถีชนเผ่าให้เป็นรายได้จริง สอดรับนโยบาย Soft Power

    วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 18.00น. จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ภายใต้แนวคิด สู่การพัฒนายกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

    นายเจษฎา ชีวะวิชวาสลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน “พลังวัฒนธรรม” ให้สามารถต่อยอดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้วิสัยทัศน์ “วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย” โดยมุ่งเน้น การนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจสอดรับกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล นับเป็นการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชน ผู้ประกอบการ และเครือข่ายวัฒนธรรม ได้แสดงศักยภาพสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 730 ปี มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นทุนทำงวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นแหล่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้า ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบน

    นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม โดยนำทุนทางวัฒนธรรม ประเพณีที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ คุณค่าอย่างยั่งยืน จึงได้ขับเคลื่อนโครงการรเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม โดยการจัดกิจกรรม “การนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยว ชาติพันธุ์ล้านนา สู่กำรพัฒนายกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเชียงใหม่

    ภายในงาน ประกอบด้วย ข่วงวัฒนธรรมสร้างสรรค์, นิทรรศการวิถีชีวิตชาติพันธุ์ล้านนา, กิจกรรมหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง, กิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น, การแสดงศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความหลากหลายของมรดกภูมิปัญญาในจังหวัดเชียงใหม่

    การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดการสร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่าให้กับทุนวัฒนธรรม พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ล้านนาอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472442&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sOFv2qYAWOZGZMVJ0fmEs

  • ตรุษจีนนี้ต้องปัง! ไหว้ “กวนอู” องค์ใหญ่ที่สุดในไทย เสริมโชคลาภที่เกาะสมุย

    ตรุษจีนนี้ต้องปัง! ไหว้ “กวนอู” องค์ใหญ่ที่สุดในไทย เสริมโชคลาภที่เกาะสมุย

    สายมูต้องไป! ไหว้ขอพร รับโชคลาภ เสริมความปัง ตลอดทั้งปี ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ “ศาลเจ้าพ่อกวนอู” เกาะสมุย องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    เทศกาลตรุษจีนใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสายมูเตลู ไหว้ขอพร เสริมดวงรับปีใหม่จีน หนึ่งในแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด คือ “ศาลเจ้ากวนอู” องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของภาคใต้ มีนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาแวะเวียนมาไหว้ขอพรตลอดทั้งปี

    โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่า เทพเจ้ากวนอูเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และอำนาจบารมี ช่วยเสริมดวงด้านหน้าที่การงาน ธุรกิจ การเงิน และโชคลาภ
    ใครที่อยากเริ่มต้นปีใหม่จีนด้วยความเป็นสิริมงคล พร้อมรับพลังบวกและความปังตลอดปี ศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าแวะไปไหว้ขอพรและถ่ายรูปเช็กอิน

    ศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ตั้งอยู่บริเวณชุมชนหัวถนน ตำบลมะเร็ด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 150 ปี สร้างขึ้นโดยชาวจีนไหหลำที่อพยพมาตั้งรกรากบนเกาะสมุย ในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้เป็นเพียงศาลเจ้าไม้เล็กๆ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ศาลเจ้าบุ่นเถ่ากงหน้าค่าย หรือศาลเจ้ากั๋วกงหน้าค่าย โดยเรียกสั้นๆ ว่า “ศาลเจ้าหน้าค่าย” ได้มีการอัญเชิญรูปสลักของเทพเจ้าต่างๆ ตามความเชื่อของชาวจีนมาประดิษฐานเอาไว้ โดยมีเทพเจ้ากวนอูเป็นหนึ่งในองค์เทพสำคัญ พร้อมทั้งประดิษฐานรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูหล่อด้วยสำริดขนาดใหญ่ สูงถึง 16 เมตร ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการดูแล บูรณะ ด้วยความศรัทธาของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของอำเภอเกาะสมุย

    นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบๆ ศาลเจ้ากวนอู ยังถูกประกอบไปด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมจีนและชิโนโปรตุกีส ที่งดงามและโดดเด่น ให้เดินเที่ยวเล่นชมบรรยากาศรอบๆ อย่าง ไชน่าทาวน์จำลอง โซนจิบชา และงานสตรีทอาร์ต

    ทำไมถึงต้องสักการะ เทพเจ้ากวนอู

    เทพเจ้ากวนอู เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ กตัญญู กล้าหาญ และความยุติธรรม ตามความเชื่อของชาวจีน การที่เคารพบูชาเทพเจ้ากวนอูนั้น จะช่วยเสริมสร้างอำนาจบารมี ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ธุรกิจ ให้มีโชคลาภและความร่ำรวยมั่งคั่งมาให้

    พิกัดสถานที่

    • สถานที่ตั้ง ถนนรอบเกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) ตำบลมะเร็ด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
    • เข้าชมฟรี
    • แต่งกายด้วยชุดสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 

    เดินทางสู่เกาะสมุยอย่างสะดวกสบายกับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบิน สุวรรณภูมิ , ดอนเมือง , เชียงใหม่ , ภูเก็ต , กระบี่ และอู่ตะเภา 

    พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม อาทิ ฟรีโหลดกระเป๋า สัมภาระ 20 กก.ต่อท่าน ห้องรับรองบูทีคเลานจ์ เสริฟอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน   
    สำรองที่นั่ง ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร 1771 หรือ 02-270-6699 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 08:00 – 20:00 น.) PGLiveChat : https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ www.bangkokair.com    และติดตามข่าวสาร พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair เพียงคลิกที่ https://bit.ly/addfriend_pgline  
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/267316&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L-Pn95TOYbeSBryQTZUEl

  • ไทยหมดยุคพึ่งพาบุญเก่า ถ้าไม่อยากเสียตำแหน่งผู้นำท่องเที่ยว

    ไทยหมดยุคพึ่งพาบุญเก่า ถ้าไม่อยากเสียตำแหน่งผู้นำท่องเที่ยว

    ไทย คือหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จด้าน ‘การท่องเที่ยว’ มากที่สุดในโลก แล้วทำไมวันนี้ถึงถูกมองว่า กำลังเสี่ยงจะเสียตำแหน่ง ‘ผู้นำด้านท่องเที่ยวของเอเชียแปซิฟิก’ ไป

    ในงาน Thailand Tourism Forun 2026 ได้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับท่องเที่ยวไทยตอนนี้และสิ่งที่จะต้องทำ หากไทยอยากรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้

    ไทยติดลบ เวียดนามเติบโต-ลงทุนเชิงรุก

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ‘ไทย’ คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก แต่ปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง 7.2% ขณะที่นักท่องเที่ยวในเวียดนามโตแรง 20.4% 

    สาเหตุเพราะที่เวียดนามได้รับความนิยมมากขึ้นก็เพราะได้รับแรงหนุนจาก ‘นักท่องเที่ยวจีน’ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อการเดินทางในเชิงรุก

    ช่องว่างระหว่าง ‘ไทย’ และ ‘เวียดนาม’ อาจจะยิ่งกว้างขึ้น และเวียดนามจะยิ่งกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อเวียดนามเร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว

    ไม่ว่าจะเป็นแผนเร่งขยายสนามบินนานาชาติเป็น 12 แห่งทั่วประเทศ แผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมฮานอย-โฮจิมินห์ด้วย ไปจนถึงการปั้นโครงการโรงแรมที่พักจำนวนมาก

    รายงานของ Thailand Tourism Forun 2026 บอกว่า ตอนนี้เวียดนามมีจำนวนห้องพัก 780,000 ห้อง จาก 38,000 สถานประกอบการ มากกว่าประเทศไทยที่มี 704,000 ห้อง จาก 16,000 สถานประกอบการ (นับเฉพาะที่จดทะเบียนเป็นโรงแรม) แล้ว โดยมีราคาห้องพักเฉลี่ยต่ำกว่าไทยทำให้มีความได้เปรียบด้านราคามากกว่าด้วย

    สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า เวียดนามมี ‘ยุทธศาสตร์ระยะยาว’ ในการชิงส่วนแบ่งการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับโลก

    ตอนนี้ ‘ท่องเที่ยวไทย’ จึงกำลังเดินมาถึง จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อจากเทรนด์การเดินทางเปลี่ยนแปลงไปและประเทศคู่แข่งเร่งลงทุน ไทยยิ่งเจอกับ ‘แรงกดดัน’ ในการเร่งปรับตัว ไม่งั้นอาจต้องเสียตำแหน่ง ‘ผู้นำ’ ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไป

    ปี 2025 นักท่องเที่ยวจีน-มาเล-เกาหลีใต้ ลดฮวบ

    ย้อนกลับมาดูท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจากรายงานของ Thailand Tourism Forun 2026 สะท้อนให้เห็นว่านอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงแล้ว รายได้จากการท่องเที่ยวก็ยังลดลงด้วย (-4.2%) 

    โดยนักท่องเที่ยว 5 ตลาดหลักที่เดินทางมาไทย มีถึง 3 ประเทศที่ตัวเลขอยู่ในขาลง ได้แก่ มาเลเซีย (-8.7%) จีน (-33.6%) และเกาหลีใต้ (-16.8%) และมีเพียงสองตลาดเท่านั้นที่เติบโตขึ้น ได้แก่ อินเดีย (+16.8%) และ รัสเซีย (8.8%)

    สำหรับตลาดจีนที่เคยเป็นตลาดอันดับ 1 ของประเทศไทยและเคยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 10 ล้านคนต่อปี ก่อนจะไทยจะเสียแชมป์ตลาดที่มีนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด และตกลงไปอยู่อันดับ 4 ตามหลังญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลงทะลุ 33%

    แม้ Thailand Tourism Forun 2026 จะคาดการณ์ว่า ‘ตลาดนักท่องเที่ยวจีน’ ในปีนี้จะฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย หลังการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงนักท่องเที่ยวเปลี่ยนทิศทางหลังการเตือนภัยการเดินทางในญี่ปุ่น และความพร้อมของคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลก 

    แต่ก็ใช่จะสามารถยืนยันได้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทยแบบเดียวกับเช่นในอดีต

    ช่วงเวลาแห่งการชี้ชะตา ไม่สามารถพึ่งพาอดีต

    บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการของ C9 Hotelworks อธิบายว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บนจุดตัดสินเชิงกลยุทธ์ โดยวันนี้ ‘กลยุทธ์’ สำคัญกว่าการวัดกันที่ขนาด 

    “นี่ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัวอีกต่อไป แต่เป็นช่วงชี้ชะตา เพราะประเทศคู่แข่งกำลังทุ่มลงทุนมหาศาล และประเทศไทยไม่สามารถพึ่งความสำเร็จในอดีตได้อีกแล้ว การตัดสินใจในตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดอีกสิบปีข้างหน้า”

    โดยเชื่อว่า นักลงทุนและผู้ประกอบการยังมองประเทศไทยเป็นปลายทางที่มีเสน่ห์และมีศักยภาพทั้งท่องเที่ยวและอยู่อาศัย แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการสร้างสินค้าและประสบการณ์ที่ดึงดูดตลาดโลก

    สิ่งที่ไทยต้องทำ=ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ยกระดับความปลอดภัย

    ด้าน ‘ภูมิ จิราธิวัฒน์’ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนด้านโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ทางเลือก Central Pattana เผยว่า ในฐานะนักลงทุนยังคงมองสถานการณ์ในเชิงบวก แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะตอนนี้ความไม่แน่นอนระดับโลกยังมีอยู่ ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง การแข่งขันในภูมิภาคเองก็มากขึ้น และเศรษฐกิจในประเทศก็ไม่เอื้อเท่าไร 

    “แต่ผมยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งมีความลึกเชิงวัฒนธรรมและความหลากหลายที่สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์มูลค่าสูงได้มหาศาล”

    สำหรับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เชื่อว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าจุดหมายอย่าง Big5 อย่างภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่อย่างอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ของผู้คน อาหาร และวัฒนธรรม และนครศรีธรรมราชที่มีชายฝั่งธรรมชาติหลายร้อยกิโลเมตรซึ่งยังไม่ถูกพัฒนา

    ส่วนภาพใหญ่ถึง “สิ่งที่ไทยจะต้องทำในปี 2026” Thailand Tourism Forun 2026 ระบุถึง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 

    1. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค
    2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
    3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองระดับ 2 และ 3 ตอบเทรนด์ต้องการสัมผัสท้องถิ่น

    เพื่อให้ท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแกร่งและสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเอาไว้ให้ได้ในอนาคต

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/thailand-tourism-forun-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SqRrYnWx8vPIt3SBW6dFu

  • หอการค้าตราดเผยนักท่องเที่ยวเริ่มกลับคึกคัก หลังสถานการณ์ชายแดนสงบ | TOPNEWS

    หอการค้าตราดเผยนักท่องเที่ยวเริ่มกลับคึกคัก หลังสถานการณ์ชายแดนสงบ | TOPNEWS

    นางวิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา จังหวัดตราดเริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ 2569 เป็นจำนวนมาก หลังสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาสงบลง ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจน

    นอกจากนี้ จังหวัดตราดร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานวัดบุปผาราม 376 ปี และงานยุทธนาวีเกาะช้าง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

    ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดจองห้องพักเพิ่มขึ้นในช่วงวันวาเลนไทน์และช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะใน 3 เกาะหลักของจังหวัดตราด ส่วนพื้นที่บนฝั่งก็มีอัตราการจองเพิ่มขึ้นเช่นกัน นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ทในจังหวัดตราด

    นางวิภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางจังหวัดตราดได้เชิญผู้ประกอบการเข้าหารือเพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมหรือดึงดูดนักท่องเที่ยว หลังสถานการณ์สู้รบยุติลง โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดคนใหม่ นายสาคร นิลรัตน์ ได้ชี้ให้เห็นว่า ภาคเอกชนอาจไม่มีกำลังเพียงพอในการกระตุ้นการท่องเที่ยว จึงควรเป็นบทบาทของภาครัฐที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เนื่องจากมีทั้งกำลังคนและงบประมาณสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมาเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวในทิศทางที่ดีแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวจีน ยังไม่สามารถประเมินจำนวนได้ชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลสถิติที่แน่ชัด

    ด้าน นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีความปลอดภัยในทุกพื้นที่ ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยว จังหวัดตราดมีบรรยากาศที่สวยงาม ทั้งทะเล ชายหาด อากาศดี ทิวทัศน์สวยงาม และป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งในอีกไม่นานผลผลิตทางการเกษตรและผลไม้จะออกสู่ท้องตลาด จะช่วยเพิ่มเสน่ห์และความมีชีวิตชีวาให้จังหวัดตราดมากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าจังหวัดตราดมีความปลอดภัย และเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้อย่างยิ่ง

    ขณะที่ ว่าที่ ร.ต. กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด ได้แถลงสถานการณ์การท่องเที่ยวและตัวเลขคาดการณ์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่าทิศทางการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะที่ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญ พร้อมเปิดตารางกิจกรรมท่องเที่ยว “สีสันกิจกรรมตราด” เพื่อกระตุ้นการเดินทางตลอดเดือนแห่งความรัก

    ว่าที่ ร.ต. กรกฎ กล่าวอีกว่า จากสถิติคาดการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดตราดจะเห็นการเติบโตของรายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่เกาะช้าง ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้สูงสุดกว่า 1,600.23 ล้านบาท มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนกว่า 1.5 แสนคน-ครั้ง ขณะที่ เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด ยังคงมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) สูงถึง 88–90% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เลือกจังหวัดตราดเป็นจุดหมายปลายทางหลักในการพักผ่อนช่วงไฮซีซัน

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472258&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hriSiCEryd05G8LKbLLly

  • ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพ รวบแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวกิมจิหลอกเพื่อนร่วมชาติ

    ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพ รวบแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวกิมจิหลอกเพื่อนร่วมชาติ

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ รอง ผบช.ทท. ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งรัด สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามากระทำผิดในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์ รอง ผบก.ทท.1, ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 บก.ทท.1

    ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ดำเนินการสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย โดยจากการสืบสวนและประสานข้อมูลกับ สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย พบว่า มีกลุ่ม ชาวเกาหลีใต้และชาวจีน เช่าบ้านเดี่ยวราคาแพงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อชาวเกาหลีใต้ โดยอ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่ศาลและอัยการของเกาหลีใต้ หลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าสามารถช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีความได้ และมีชายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ

    ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติ หมายค้นศาลอาญาพระโขนง เข้าตรวจค้น บ้านพักหรูย่านแขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้นพบ ชายชาวเกาหลี จำนวน 5 คน และ ชายชาวจีน จำนวน 1 คน ภายในบ้านพบโทรศัพท์จำนวนมาก และมีการจัดพื้นที่ลักษณะคล้ายศูนย์ปฏิบัติการ โดยพบ โต๊ะทำงาน 12 โต๊ะ ซึ่งแต่ละโต๊ะมีอุปกรณ์หูฟัง เอกสารสคริปต์การสนทนาเป็นภาษาเกาหลี รวมถึงข้อมูลและหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อชาวเกาหลี และพบ โทรศัพท์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (IP PHONE/VOIP) ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้น ได้แก่

    1.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

    2.ร่วมกันทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต อันเป็นความผิดตาม มาตรา 6 ประกอบมาตรา 23 พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498

    3.ร่วมกันนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร อันเป็นความผิดตาม มาตรา 242 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์ IP-PHONE รวม 26 เครื่อง ได้แก่ ยี่ห้อ Fanvil รุ่น X303W สีดำ จำนวน 10 เครื่อง ยี่ห้อ E302 สีดำ จำนวน 16 เครื่อง

    จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ประสานงานกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและผลักดันกลับประเทศตามขั้นตอนต่อไป

      ทั้งนี้ จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำประเทศไทย ทราบว่า มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 2,300 ล้านวอน หรือประมาณกว่า 50 ล้านบาท โดย บช.ทท. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

        ———————————-
        News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/274614&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25F_oiTaoIq8ACOAORxSVx

      1. สหราชอาณาจักร เยือนจีน ชื่นมื่น ทำความตกลงเปิดตลาดภาคบริการท่องเที่ยว

        สหราชอาณาจักร เยือนจีน ชื่นมื่น ทำความตกลงเปิดตลาดภาคบริการท่องเที่ยว

        สหราชอาณาจักร เยือนจีน ชื่นมื่น ทำความตกลงเปิดตลาดภาคบริการท่องเที่ยว

        วันนี้, 11:35น.

                  ทางการจีน สัญาว่า จะเปิดทางให้ภาคบริการของอังกฤษ สามารถเข้าถึงตลาดจีนได้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเดินทางเข้าประเทศจีน โดยไม่ต้องขอวีซ่า หลังจากนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ทำข้อตกลงกันที่กรุงปักกิ่งว่า จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น

                  รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) ว่า จีนจะผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอังกฤษ โดยอนุญาตให้เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้จะทำให้จีนมีการดำเนินการที่สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น รวมถึงแคนาดา

                   รัฐบาลอังกฤษยังระบุว่า อังกฤษและจีนมีแผนที่จะศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะทำข้อตกลงด้านการบริการแบบทวิภาคีหรือไม่ โดยในระหว่างนี้ ทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะเป็น “พันธมิตรด้านการบริการ” ซึ่งจะช่วยให้ภาคส่วนการดูแลสุขภาพ การเงินและวิชาชีพ กฎหมาย และการศึกษาของอังกฤษได้รับ “กฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้น การเข้าถึงตลาดที่ดีขึ้น และการสนับสนุนเพื่อเพิ่มยอดขายในจีน”

                  หลังการพบปะกันระหว่างปธน.สีและนายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ว่า จีนจะพิจารณาอย่างจริงจังในการบังคับใช้มาตรการฟรีวีซ่าฝ่ายเดียวให้กับสหราชอาณาจักร

                  สตาร์เมอร์ถือเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนแรกในรอบ 8 ปีที่เดินทางเยือนจีน โดยการเยือนนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานจากข้อพิพาทในทุก ๆ ประเด็น ตั้งแต่ประเด็นฮ่องกงไปจนถึงเรื่องการจารกรรม

                   นอกจากนี้ การดำเนินการเรื่องวีซ่าและภาคบริการยังถือเป็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมสำหรับสตาร์เมอร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศอันเนื่องมาจากการไปกระชับความสัมพันธ์กับจีนซึ่งคู่แข่งทางยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของชาติตะวันตก นอกจากนี้ เขายังพยายามที่จะสานสัมพันธ์กับจีนโดยไม่ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขุ่นเคืองใจ

        ข่าวทั้งหมด

        ———————————-
        News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/158878&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sJJ64UOjtaBLhPqRrJhH0

      2. อีเวนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เที่ยวสบาย ๆ ต้อนรับเดือนแห่งความรัก

        อีเวนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เที่ยวสบาย ๆ ต้อนรับเดือนแห่งความรัก

                  อัปเดตอีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ต้อรับเดือนแห่งความรัก เหมาะทั้งทริปสั้น ๆ และวันพักผ่อนสบาย ๆ

                  เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นเดือนที่บรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มคึกคักมากขึ้น ด้วยสภาพอากาศที่กำลังสบาย และมีอีเวนต์รวมถึงเทศกาลน่าเที่ยวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ หาทริปสั้น ๆ ใกล้กรุง หรือวางแผนเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเดือนนี้มีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจรอให้ไปสัมผัสตลอดทั้งเดือน ว่าแต่ละมีงานไหนน่าสนใจ เห็นทีต้องมาเช็กเสียหน่อยแล้ว

        อีเวนต์และเทศกาล
        เดือนกุมภาพันธ์ 2569

        • อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย (วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2569) กิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืนที่ปังที่สุดในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดพระราม พระราชวังจันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park

        • งาน Chiang Mai Night Market (วันที่ 17 มกราคม – 1 มีนาคม 2569) เสน่ห์ยามค่ำคืนของเชียงใหม่ ผ่าน 2 ถนนคนเดินสุดคลาสสิกที่ไม่ได้มีแค่ของกิน พบกับทั้งสายวัฒนธรรม สายอาร์ต และสายชิล ณ ถนนคนเดินสันกำแพ และข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่

        • ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ (พระบาทพลวง) ประจำปี 2569 (วันที่ 19 มกราคม – 19 มีนาคม 2569) ณ เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน เดินทางขึ้นมานมัสการรอยพระพุทธบาท เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมแวะจุดชมวิวบนยอดเขา สัมผัสสายลมเย็น ทิวทัศน์ภูเขา และแสงอาทิตย์ยามเย็นที่งดงามเกินบรรยาย

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานจันทบุรี

        • งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 (วันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569) ณ ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ไฮไลท์สำคัญห้ามพลาด วันที่ 26 มกราคม ชมขบวนแห่อัญเชิญพระอุปคุตจากแม่น้ำโขงและพิธีรำบูชาพระธาตุพนมอันงดงามตระการตา ร่วมสืบสานประเพณีโบราณผ่านกิจกรรมตักบาตรคู่อายุ ถวายข้าวพีชภาค และเสียค่าหัว อิ่มเอมใจกับพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมและชมการแสดงหมอลำพื้นบ้านได้ทุกค่ำคืน

        • The Night by Amazing Thailand “รอยไหมในแสงจันทร์” (วันที่ 27 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569) ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ งานเทศกาลดนตรียามค่ำคืนที่เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ วัฒนธรรม ศิลปาชีพ และแฟชั่นไทย ผ่านการแสดงร่วมสมัย ร่วมสัมผัสประสบการณ์ Night-time Tourism ที่ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสร้างคุณค่า และทำให้กรุงเทพฯ มีชีวิตชีวายามค่ำคืน

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Amazing Thailand

        • Bangkok Design Week 2026 (วันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569) ณ ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, ย่านพระนคร, ย่านปากคลองตลาด, ย่านบางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ อัดแน่นด้วยเวทีเสวนา เวิร์กช็อป อีเวนต์สร้างสรรค์ ทัวร์ย่าน โดยความร่วมมือของชุมชนและนักออกแบบ เพื่อกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่สู่ย่านสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมด้วยโปรแกรมความร่วมมือระหว่างนักออกแบบไทยและต่างชาติกว่า 16 ประเทศ ตลาดงานดีไซน์ กิจกรรมสร้างบรรยากาศเมือง และสิทธิประโยชน์จากร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่ ทั้งหมดนี้คือการถ่ายทอดพลังของ “ดีไซน์แบบไทย” ที่ไม่เพียงนำเสนอไอเดีย แต่ลงมือทดลองจริงในบริบทของเมือง เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่นานาชาติจับตามอง

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Bangkok Design Week

        • Melody of Love @มอหินขาว (วันที่ 30 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานมอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ ลมเย็น ๆ เพลงเพราะ ๆ อาหารอร่อย ๆ บรรยาอากาศสุดชิลท่ามกลางธรรมชาติ ความสุขเรียบง่ายที่มอหินขาว

        • งาน “เที่ยวนนท์ ยลวิถีคลองอ้อม 2569” (วันที่ 30 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569) จังหวัดนนทบุรี ล่องเรือไหว้พระ 5 วัด 5 โบสถ์ ริมคลองอ้อมนนท์ เสริมดวงการเงิน การงาน โชคลาภ ครบจบในทริปเดียว สายมู สายบุญ สายเที่ยว ห้ามพลาด

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

        • Amazing MuayThai Festival 2026 (วันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไฮไลต์พิเศษ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พิธีครอบครูและไหว้ครูมวยไทยอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมการแสดงชุด “ลั่นกลองเกริกฟ้า ประกาศศักดา ภูมิปัญญามวยไทย” และการแสดงพลุสุดตระการตา

        • เทศกาลอาหารจีนไหหลำและศิลปะการแสดงจีนปากน้ำโพ (วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569) ณ บริเวณลาน Street Arts ทางเข้าคลองญวนชวนรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ รวบรวมอาหารจีนไหหลำจากทั่วประเทศไว้ที่นี่ เป็นการสืบสานรสชาติอาหารดั่งเดิมที่หาทานได้ยาก หลากหลายชนิด รวมถึงอาหารที่ถูกพัฒนาเป็นนวัตกรรมอาหารจีนที่ประยุกต์สิ่งเก่าเข้ากับสิ่งใหม่ ได้ถูกจัดแสดงในงานนี้เช่นกัน เปรียบเสมือนการได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ ๆ ตลอดจนภายในงาน ยังได้มีศิลปะการแสดงวิถีวัฒนธรรมจีนไหลำที่หลากหลายซึ่งหาชมได้ยาก

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานนครสวรรค์-พิจิตร TAT Nakhon sawan-Phichit

        • งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2569 (วันที่ 10-21 กุมภาพันธ์ 2569) ณ สี่แยกถนน ถ.โกสีย์ อำเภอเมือง นครสวรรค์ พบกับนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไหว้ขอพรกับ เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ปากนำ้โพ ชมลานเมืองสวรรค์ 5 ภาษา ผูกด้ายแดงแห่งความสมหวัง ร่วมพิธีกรรมแก่ชงตามปีนักษัตรที่ลานแก้ชง ถนนวัฒนธรรมปักน่ำโพโหงวซก สัมผัสการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาวปากน้ำโพ ตกแต่งเมืองสุดยิ่งใหญ่ มหกรรมแห่งแสงสีทั้งเมือง การแสดงสุดเซอร์ไพรซ์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน การแสดงคอนเสิร์ตทุกค่ำคืน อิ่มท้องกับอาหารและเครื่องดื่มมากมายที่ถนนนักชิม

        • งาน “TRANG Foodie Fest : Senses of Journey” (วันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569) ณ สวนสาธารณะสระกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง ไฮไลต์ในงาน Foodie อิ่มอร่อยจัดเต็มกับร้านอาหารและเครื่องดื่มคัดสรรกว่า 50 ร้าน Music in the Park ฟังดนตรีชิลๆในสวน และWorkshop “Hug Shirt” จูงมือคนพิเศษมาทำเสื้อคู่สุดเก๋

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานตรัง : TAT Trang

        • งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ (วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569) ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “บุปผาราชินีก้องเกริกฟ้า ล้ำเลอค่านครพิงค์” พบไม้ดอกเมืองหนาวหาชมยากรวมถึง พันธุ์ไม้พระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพร้อมการประกวด จัดสวน นิทรรศการ การแสดงและโซนช้อปผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP 

        • งาน “Night@Maya City มายาราตรี 6 : กุมภา ราตรี มีรัก” (วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569) ณ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เนรมิต “เมืองมายา” เมืองจำลองประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและโลก ประดับด้วยแสงไฟ ให้คุณเข้าชมรอบพิเศษ พร้อมร้านค้า ร้านงานคราฟต์ ดนตรีสด และกิจกรรมมากมาย

        • งาน “Thailand UFO Days” (วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569) ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ชวนเพื่อน ชวนแก๊ง แล้วมารอดูพร้อมกันว่า…เราไม่ได้อยู่ลำพังจริงหรือเปล่า

        อีเวนต์และเทศกาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569

        ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท. สำนักงานนครนายก – นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว

        • งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ปี 2569 (วันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569) ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์ รำบวงสรวง สวนนารายณ์นฤมิต ตำรับโอสถพระนารายณ์ ทหารวังเปลี่ยนเวร การแสดงละครลิง กิจกรรมแต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรส หมากรุกคน ตลาดย้อนยุค ลานวัฒนธรรมและอาหารพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ซาโม่น “ตลาดมอญเมืองละโว้” ชิม ช้อป สินค้า OTOP ของดีจังหวัดลพบุรี สัมผัสการแสดง แสง สี เสียง ประวัติศาสตร์จินตนาการ ที่ยิ่งใหญ่ สุดอลังการ ที่เปิดให้ชมฟรี !

        • งานเบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 24 (วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569) ณ อบต.ไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ชวนไปสัมผัสความงดงามของทุ่งดอกเบญจมาศท่ามกลางสายหมอก พร้อมกิจกรรมสุดประทับใจตลอดงาน

                  เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังมีอีเวนต์และเทศกาลน่าเที่ยวอีกมากให้เลือก ใครถูกใจงานไหน อย่าลืมปักหมุดแล้วออกไปเก็บบรรยากาศดี ๆ เพราะช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ มีให้สัมผัสไม่นาน ^ ^

        หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

        บทความเกี่ยกับ ที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ 2569 งานท่องเที่ยว อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

        ———————————-
        News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view298413.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sBejjbq64lnoAoPJiVgvG

      3. “ดิสนีย์แลนด์ในไทย” ฝันไกลที่กำลังจะไปถึง โปรเจกต์ยักษ์ทางรอดเศรษฐกิจ

        “ดิสนีย์แลนด์ในไทย” ฝันไกลที่กำลังจะไปถึง โปรเจกต์ยักษ์ทางรอดเศรษฐกิจ

        ———————————-
        News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.beartai.com/read/1495834/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pzQZgwJE830cqfilv8I8A

      4. วธ. นำร่องเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ภาคเหนือ

        วธ. นำร่องเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ภาคเหนือ

        กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการภาคีเครือข่าย รุกขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจวัฒนธรรม จัดกิจกรรม Faith Soul Thailand 4 เส้นทาง นำร่องเปิดทดสอบเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

        กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้มีอิทธิพลทางสื่อ (Influencer) และสื่อมวลชน เปิดประสบการณ์ ทดสอบเส้นทาง “สักการะพระธาตุ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง  ในกิจกรรม Faith Soul Thailand ภายใต้โครงการส่งเสริมวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี

        นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และ นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม  วัฒนธรรมจังหวัด สื่อมวลชน อาทิ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, อัมรินทร์ทีวี ศิลปิน นักแสดง และอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง ซัน ประชากร, อายจิงจิง ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กว่า 50 คน ร่วมลงพื้นที่เปิดประสบการณ์และทดสอบการเดินทางในเส้นทางท่องเที่ยวที่ผ่านการพัฒนาตามแผนการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่สากล

        สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะลงพื้นที่ได้สัมผัสความพิเศษของเส้นทางสักการะพระธาตุ รวม 3 วัน 2 คืน ผ่านกิจกรรมและสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เริ่มต้นเส้นทางวันแรก ณ จังหวัดเชียงใหม่  ด้วยการสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และกราบนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เยี่ยมชมสักการะวัดผาลาด และวัดอุโมงค์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และพระพุทธศาสนา พร้อมร่วมพิธีสืบชะตา ณ วัดศรีสุพรรณ (วัดเงิน) และเดินชมกิจกรรมของชุมชนวัดศรีสุพรรณ  ก่อนมุ่งหน้าสู่ จังหวัดลำพูน และลำปาง ในวันต่อไป รวมทั้งได้แวะชิมอาหารท้องถิ่นกับร้านอาหารชื่อดัง อาทิ โจ๊กสมเพชร และ ร้านเฮือนห้วยแก้ว

        การจัดโครงการครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เปลี่ยนบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมสู่ “กระทรวงเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการจำหน่ายอย่างแท้จริง เน้นการแก้ปัญหาที่พบจริงจากการทดสอบเส้นทาง เช่น การยกระดับการเล่าเรื่องของชุมชนให้มีเสน่ห์ การพัฒนากิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนให้มีความร่วมสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y-Z และกลุ่มสายมูวัยทำงาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ยั่งยืนกลับคืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

        โดยข้อมูลจากการถอดบทเรียนการลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางตำนานสักการะพระธาตุทั้งหมดจะถูกนำไปพัฒนาคุณภาพของเส้นทางท่องเที่ยวให้สมบูรณ์และได้มาตรฐาน ก่อนที่จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการต่อไป

        ร่วมแสดงความคิดเห็น

        ———————————-
        News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/eattravelrest/3874534/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Zc2rH22I8s5opDUEMLUdp