Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ไทยพีบีเอส เปิดเวที PRE-VOTER ให้เยาวชนร่วมออกแบบอนาคตไทย – ไทยพีบีเอส

    ไทยพีบีเอส เปิดเวที PRE-VOTER ให้เยาวชนร่วมออกแบบอนาคตไทย – ไทยพีบีเอส

    ไทยพีบีเอส เปิดเวที PRE-VOTER ให้เยาวชนร่วมออกแบบอนาคตไทย ถ่ายทอดมุมมองและแนวคิด ผ่านรายการสถานีประชาชน ส่งเสียงถึงพรรคการเมืองผู้บริหารประเทศ

    เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 69 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดรายการ “สถานีประชาชน” เปิดเวทีให้กลุ่ม PRE-VOTER หรือกลุ่มเยาวชนวัยเรียนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์เลือกตั้ง ได้สะท้อนมุมมองและแนวคิดในการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว พร้อมส่งเสียงถึงพรรคการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศ แม้เสียงของพวกเขาจะยังไม่มีสิทธิ์ “เลือก” แต่มีสิทธิ์ “พูด”

    เวทีดังกล่าวมีตัวแทนจากโรงเรียนหญิงล้วนในกรุงเทพมหานครจำนวน 5 โรงเรียน เข้าร่วมนำเสนอประเด็นที่หลากหลาย ได้แก่ โรงเรียนสตรีวิทยา ในหัวข้อ “นโยบายการศึกษาไทย” โรงเรียนราชินีบน ในหัวข้อ “ต้นทุนชีวิตสวนทางเศรษฐกิจ” โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในหัวข้อ “เยาวชนสู่ตลาดแรงงาน” โรงเรียนสตรีวัดระฆัง ในหัวข้อ “AI กับอนาคตแรงงาน” และโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ในหัวข้อ “สิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน”

    น.ส.พีรญา เวชสิทธิ์ ตัวแทนจากโรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาไทยจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เนื่องจากการศึกษายังคงยึดติดกับการท่องจำตามตำรา ส่งผลให้เยาวชนมีความรู้เชิงทฤษฎี แต่ขาดประสบการณ์ด้านการปฏิบัติ อีกทั้งยังไม่กล้าคิด ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และไม่กล้านำความรู้มาประยุกต์ใช้ การศึกษาที่มีคุณภาพ ครอบคลุม เท่าเทียม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ

    น.ส.พีรญา เวชสิทธิ์ ตัวแทนจากโรงเรียนสตรีวิทยา

    ด้าน น.ส.ธนัชชนม์ ดิษเจริญ ตัวแทนจากโรงเรียนราชินีบน ระบุว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่ขาดระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม ต้นทุนชีวิตไม่ได้หมายถึงเพียงเงินทุน แต่รวมถึงโอกาสในการเติบโต การเข้าถึงสวัสดิการ และโอกาสทางการศึกษา แม้เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บางครอบครัวกลับไม่สามารถก้าวตามได้ทัน จึงยังคงเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อนาคตของประเทศไม่ควรเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่เพียงกลุ่มเดียว แต่ควรเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้การศึกษาก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    น.ส.ธนัชชนม์ ดิษเจริญ ตัวแทนจากโรงเรียนราชินีบน

    น.ส.ธิญา มั่งทรัพย์ ตัวแทนจากโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของตลาดแรงงานในปัจจุบันคือช่องว่างระหว่างเยาวชนกับความต้องการของตลาด เนื่องจากระบบการศึกษาไทยยังเน้นการท่องจำมากกว่าการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อาทิ ทักษะการอ่านเขียน ทักษะดิจิทัล และทักษะการปรับตัวเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค AI จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบการศึกษาเพื่อให้เยาวชนสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    น.ส.ธิญา มั่งทรัพย์ ตัวแทนจากโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    ขณะที่ น.ส.เปมิกา ชุ่มสุวรรณ ตัวแทนจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถหาคนทำงานได้ จึงนำ AI เข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้และการปรับตัว ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของมนุษย์ได้

    น.ส.เปมิกา ชุ่มสุวรรณ ตัวแทนจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง

    ด้าน น.ส.ปาณิสรา มโนประกิจ ตัวแทนจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ กล่าวถึงความสำคัญของสิทธิและเสรีภาพของเยาวชน โดยมองว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะการตัดสินใจของผู้นำประเทศส่งผลโดยตรงต่อการศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตของประชาชน แม้เสียงของเยาวชนมักถูกจำกัดด้วยคำว่า “ยังเด็ก” หรือ “ยังไม่ถึงเวลา” แต่ข้อจำกัดด้านอายุไม่ได้หมายความว่าเยาวชนจะขาดความรู้หรือการศึกษาข้อมูล ในอนาคตเยาวชนเหล่านี้จะเติบโตและใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อร่วมกำหนดทิศทางประเทศ ดังนั้น ผู้ใหญ่ควรเปิดใจรับฟังอย่างไม่ตัดสิน และเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง

    น.ส.ปาณิสรา มโนประกิจ ตัวแทนจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

    เตรียมพบกับเวทีดีเบตครั้งพิเศษที่ ไทยพีบีเอส ร่วมกับ 8 พันธมิตรสื่อ ได้แก่ ไทยรัฐ, มติชน, ไทยพีบีเอส, พีพีทีวี, The Standard, The Reporters, The 101.World  และ Today จัดเวที ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ How to กู้ “ไทยทานิก” เศรษฐกิจไทย ตั้งคำถามเจาะลึกหาทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 – 19.00 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 เว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Election69  และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยพีบีเอส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/corporate/51122/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BwS02uAdtpIHxAk1phwT2

  • น่านจัดใหญ่! มหกรรมอาหารวิถีถิ่น ชู ‘ยำไก่ใส่ปลี’ ซอฟต์พาวเวอร์เมืองน่าน | TOPNEWS

    น่านจัดใหญ่! มหกรรมอาหารวิถีถิ่น ชู ‘ยำไก่ใส่ปลี’ ซอฟต์พาวเวอร์เมืองน่าน | TOPNEWS

    น่าน-ดัน Soft Power อาหาร จัดมหกรรม “วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ยกระดับเมืองเก่าสู่เศรษฐกิจจากอาหารพื้นถิ่นสู่เวทีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขับเคลื่อน Soft Power อาหาร ยกระดับเมืองเก่าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปี 2569

    จังหวัดน่านจัดงาน มหกรรมอาหาร “วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 ณ ลานกิจกรรมห้างนราไฮเปอร์มาร์ท อำเภอเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน การจัดงานในครั้งนี้ดำเนินการโดย ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่าน เพื่อขานรับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศไทย โดยเฉพาะด้าน อาหาร (Food) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไก 5F สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับ “ทุนทางวัฒนธรรม” อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน ให้กลายเป็นพลังเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

    คณะผู้จัดงานได้พัฒนามหกรรมอาหารจากเวทีจำหน่ายอาหารทั่วไป สู่การเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพ “น่าน…เมืองเก่าที่มีชีวิต” ผ่านรสชาติอาหารพื้นถิ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดน่าน ให้รองรับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ควบคู่กับการสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะอาหารอัตลักษณ์ของจังหวัด เช่น “ยำไก่ใส่ปลี” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเมืองน่านสู่ เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    สำหรับกิจกรรมภายในงานปีนี้ ได้รวบรวมของดีเมืองน่านและกิจกรรมบันเทิงอย่างครบครัน โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ การแข่งขันประกวดอาหารพื้นเมืองภูมิปัญญาท้องถิ่น “ยำไก่ใส่ปลี” เมนูเอกลักษณ์ของคนน่าน ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า
    รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมชุมชนบ้านพระเนตร ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมชุมชนบ้านมหาโพธิ์ ได้รับเงินรางวัล 2,500 บาท
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมชุมชนบ้านมณเฑียร ได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้านอาหารรสเลิศกว่า 40 บูธ การประกวด ธิดามหกรรมอาหาร จังหวัดน่าน ปี 2569 รวมถึงการแสดงดนตรีจาก มณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงจากศิลปินตลก ศรีหลอด เชิญยิ้ม และการแสดงดนตรีจากศิลปินวง เดอะ เพอะ สร้างสีสันและบรรยากาศความคึกคักตลอดการจัดงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1476537&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W5ISe76MaD2Y2och0XlEL

  • ร่วมพิธีลงนาม MOU และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการในเชิงปฏิบัติการ

    ร่วมพิธีลงนาม MOU และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการในเชิงปฏิบัติการ

    ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทาง Happy Model สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอศักยภาพ 4 ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ

    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทศพร พิชัยยา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการขับเคลื่อนทางวิชาการและพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวตามแนวทาง Happy Model โมเดลอารมณ์ดี มีความสุข สะท้อนบทบาทเชิงนโยบายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการสนับสนุนการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนและการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของประเทศ

    ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมลงนามในฐานะพยาน ตอกย้ำบทบาทของสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ในฐานะกลไกวิชาการหลักที่เชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย และการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ คณะนักวิจัยจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่ ดร.รชพรรณ ฆารพันธ์ ดร.ศันสนีย์ กระจ่างโฉม ดร.กรวรรณ สังขกร และดร.อรรถพันธ์ สารวงศ์ ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการในเชิงปฏิบัติการ

    บทบาทของคณะนักวิจัยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้เชิงวิชาการ การออกแบบกรอบแนวคิดและเครื่องมือประเมินศักยภาพชุมชน การถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการ ตลอดจนการ นำเสนอศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบตามแนวทาง Happy Model จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่
    • ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
    • ชุมชนบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
    • ชุมชนบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
    • ชุมชนบ้านยาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

    ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ของการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐาน “งานวิจัยเป็นฐาน” (Research-based Development) อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

    การบูรณาการบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทาง Happy Model สู่การยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนให้เกิดความสมดุลในมิติ กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี และแบ่งปันสิ่งดี ๆ พร้อมขยายผลสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวมูลค่าสูงอย่างยั่งยืนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และระดับประเทศ

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยมี กิจกรรมหลัก คือ การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวตามแนวทางนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวมูลค่าสูง “Happy Model” ดำเนินการโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนสู่การท่องเที่ยวคุณภาพและการท่องเที่ยวมูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3876363/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sm8BJ9POJ91ncylQwCR8b

  • โลกจับตา ‘อินเดีย’ ผงาดผู้นำพันธมิตรเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

    โลกจับตา ‘อินเดีย’ ผงาดผู้นำพันธมิตรเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

    โลกกำลังเบนเข็มการค้าไปยังตลาดอินเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ว่า อินเดียหวน ‘กลับสู่ตำแหน่งผู้นำ’ พันธมิตรเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์ หลังปิดดีล FTA แห่งประวัติศาสตร์กับ EU ในรอบ 20 ปี และสหรัฐฯ ยื่นไพ่ยอมลดภาษี แลกอินเดียลดพึ่งน้ำมันรัสเซีย

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย ยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และหันมานำเข้าสินค้าเกษตร รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

    ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการที่สหรัฐฯ ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงเหลือ 18% จากเดิมที่ 50% ภายหลังการเจรจาทวิภาคีที่ไม่ประสบความสำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา

    นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงนี้อาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย หลังจากอัตราภาษีนำเข้าที่สูงได้บั่นทอนความน่าดึงดูดนักลงทุนของอินเดียในฐานะศูนย์กลางการผลิต โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ข้อตกลงใหม่นี้จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยดึงอินเดียกลับมาอยู่ในวงพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อีกครั้ง

    ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย โพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ แสดงความ ‘ยินดี’ ต่อการลดภาษีนำเข้า แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าอินเดียจะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซียตามที่ทรัมป์กล่าวอ้างหรือไม่

    ทว่าโมดีระบุว่า “เมื่อสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่และสองประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำงานร่วมกัน ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของเรา และเปิดโอกาสมหาศาลสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน” พร้อมเสริมว่า “ความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีทรัมป์มีความสำคัญต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของโลก”


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


    ขณะที่ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์ว่า สหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บจากอินเดีย และอินเดียจะ ‘ดำเนินการลดภาษีและอุปสรรคทางการค้า ที่ไม่ใช่ภาษีต่อสหรัฐอเมริกาให้เหลือศูนย์เช่นกัน’

    เขายังกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางยุติสงครามในยูเครน และอินเดียตกลงที่จะซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ รวมถึง ‘มีโอกาส’ ที่จะหันไปซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาแทนรัสเซีย

    ทรัมป์ยังอ้างว่า โมดีจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ‘BUY AMERICAN’ อย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมสินค้าในกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ถ่านหิน และสินค้าอื่น ๆ รวมมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    Eswar Prasad ศาสตราจารย์ด้านนโยบายการค้าจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ให้ความเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้อินเดีย ‘กลับมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ’

    โดยเฉพาะหากสามารถสรุปข้อตกลงนี้ได้ก่อนความคืบหน้าของข้อตกลงล่าสุดระหว่างอินเดียกับสหภาพยุโรป นั้นเป็นเรื่อง ‘น่าทึ่ง’ ที่โมดีดูเหมือนจะพร้อมผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ทั้งที่ภาคส่วนนี้มีความอ่อนไหวทางการเมืองในอินเดียอย่างมาก

    อย่างไรก็ตาม Prasad เตือนว่า แม้ข้อตกลงนี้จะช่วยเชื่อมสัมพันธ์สหรัฐฯ และอินเดียทั้งเชิงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่ประเด็นด้านนโยบายการเข้าเมืองของสหรัฐฯ รวมถึงภาษีศุลกากรที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายระหว่างสองประเทศ

    ทั้งนี้ ทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งยังต้องเจรจาในรายละเอียดอีกมาก และบางข้อตกลง เช่น กับเกาหลีใต้และสหภาพยุโรป ก็เผชิญอุปสรรคในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

    เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียเพิ่งประกาศบรรลุข้อตกลงการค้าที่รอคอยมานานกับสหภาพยุโรป ท่ามกลางความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการกระจายตลาด อินเดียยังได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงข้อตกลงกับโอมานและนิวซีแลนด์

    อย่างไรก็ดี การที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ได้ก่อนหน้านี้ สร้างความไม่พอใจให้กับอินเดีย ซึ่งถือว่าสหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด การเจรจาเมื่อปีที่แล้วเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียในอัตราสูง และปรับขึ้นซ้ำ จนทำให้อินเดียต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ

    ทรัมป์วิจารณ์อุปสรรคทางการค้าของอินเดียมาโดยตลอด โดยเฉพาะภาษีที่ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์จากสหรัฐฯ มีราคาสูงเกินไปสำหรับตลาดอินเดีย ในวาระแรก เขาใช้เวลาหลายปีพยายามเจรจาข้อตกลงการค้ากับอินเดีย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

    ภาพ: Andrew Harnik / Getty Images

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/india-trade-deals-global-leader/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JNZTQSTV6FocgEI5sPx_9

  • ‘กรณ์’ ชู ‘นครศรีฯ-สงขลา’หัวใจประชาธิปัตย์ พลังในการกำหนดทิศทางรัฐบาลให้เป็นไปตามอุดมคติของพรรค

    ‘กรณ์’ ชู ‘นครศรีฯ-สงขลา’หัวใจประชาธิปัตย์ พลังในการกำหนดทิศทางรัฐบาลให้เป็นไปตามอุดมคติของพรรค

    3 ก.พ.2569- เมื่อคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ลานสมเด็จย่า อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ช่วย นายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ามกลางประชาชนที่หลั่งไหลเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก นายกรณ์กล่าวบนเวทีว่า พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าจะมีบทบาทสำคัญในการ “คุมเกมรัฐบาล” หลังการเลือกตั้ง โดยย้ำว่า รัฐบาลใดที่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมอยู่ด้วย และมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเป็นผู้กำกับทิศทาง จะไม่ปล่อยให้การเมืองออกนอกลู่นอกทาง การทุจริตคอร์รัปชันจะไม่เกิด และจะไม่ทำสิ่งใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งในสังคม

    วันนี้ สิ่งที่พรรคต้องการคือคะแนนเสียงที่เพียงพอ เพื่อทำหน้าที่คุมเกมให้การเมืองไทยเป็นการเมืองสุจริต รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังชี้ให้เห็นกระแสความเชื่อมั่นที่กลับคืนสู่พรรค โดยระบุว่า ตนเป็น สส.กรุงเทพมหานครสมัยแรกเมื่อปี 2548 และวันนี้คนกรุงเทพฯ หันกลับมามองพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพราะเห็นภาพคนภาคใต้ที่อ้าแขนต้อนรับ พรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า หัวใจของบทบาทพรรคหลังเลือกตั้งอยู่ที่สองจังหวัดหลักคือ สงขลา และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 9 เขต รวม 18 เขต เมื่อบวกกับคะแนนบัญชีรายชื่อ กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด รวมถึงภาคเหนือ หากเป็นไปตามโพล พรรคประชาธิปัตย์จะมีพลังเพียงพอในการกำหนดทิศทางรัฐบาลให้เป็นไปตามอุดมคติของพรรค

    นายกรณ์กล่าวด้วยว่า เหลือเวลาเพียง 5 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องช่วยโทรบอกลูกหลาน ญาติพี่น้อง ออกมาใช้สิทธิเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมกันผลักดันการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเปิดเผยถึงการจัดทำนโยบาย ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดูแลโดยใช้เวลากว่า 2 เดือน คัดกรองจากกว่า 100 ข้อ เหลือเป็นนโยบายสำคัญ 27 ข้อ ในส่วนที่ตอบโจทย์พื้นที่ภาคใต้ มีแกนหลักคือ “การท่องเที่ยว” และ “เกษตร” ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่รวดเร็ว เพื่อเพิ่มการเคลื่อนย้ายคนและสินค้า สร้างการหมุนเวียนเงิน และยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจ

    นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ย้ำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมภาคใต้อย่างครบทุกมิติ ทั้งทางราง ถนน ทะเล และอากาศ ตั้งแต่มอเตอร์เวย์สายใต้เชื่อมนราธิวาส–กรุงเทพฯ การผลักดันรถไฟรางคู่และอัปเกรดเป็นรถไฟไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ครอบคลุมเส้นชุมพร–นครศรีธรรมราช–ชายแดนมาเลเซีย รวมถึงแนวคิดรถไฟความเร็วสูงสายใต้ที่เคยเริ่มศึกษาในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพื่อผลักดันภาคใต้สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ เชื่อมการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการเกษตร พรรคฯ มุ่งเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปจากฐานราก ควบคู่การดูแลราคาด้วยนโยบายประกันรายได้ที่พัฒนาให้ดีกว่าเดิม ตั้งเป้าดันราคายางพาราให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรอยู่ได้จริง พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ชุมชนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้านสวัสดิการ พรรคประชาธิปัตย์เสนอการดูแลตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่ผู้สูงอายุ 60 ปี รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน โครงการปรับปรุงบ้านปลอดภัย วงเงิน 50,000 บาท การศึกษาฟรีอย่างแท้จริง เน้นสิทธิพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ จัดครูเจ้าของภาษาให้เด็กตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 4 วันละ 1 ชั่วโมง รวมถึงการออมภาคบังคับและสมัครใจ เพิ่มเงินสมทบจากรัฐ และเปิดบัญชีออมให้เด็กแรกเกิดสะสมเงินรายเดือนจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อเป็นทุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพ นอกจากนี้ พรรคยังเสนอ “หวยจังหวัด” ใบละ 50 บาท คืนเงินออมเข้าบัญชีผู้ซื้อ พร้อมโอกาสถูกรางวัลระดับจังหวัด สร้างเศรษฐีใหม่อย่างทั่วถึง โดยไม่ใช้งบประมาณภาษีฟุ่มเฟือย

    “นโยบายทั้งหมดผ่านการคิดอย่างรอบคอบ วางแผนพร้อมปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และโอกาสของพี่น้องชาวใต้ พร้อมขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อผลักดันภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนภายใต้การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์” นายกรณ์ กล่าว.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/941328/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21JegY0eyNRTeQzioGcFR1

  • เงินบาทเปิด 31.45/46 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค-รับราคาทองฟื้น คาดกรอบวันนี้ 31.30-31.55 : อินโฟเควสท์

    เงินบาทเปิด 31.45/46 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค-รับราคาทองฟื้น คาดกรอบวันนี้ 31.30-31.55 : อินโฟเควสท์

    นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 31.45/46 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าจาก ปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.62 บาท/ดอลลาร์

    เงินบาทเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยเงินบาทแข็งค่าจากปัจจัยราคาทองเช้านี้ที่ปรับตัวขึ้นมา

    นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.30-31.55 บาท/ดอลลาร์

    สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ

    ปัจจัยสำคัญ

    • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 155.52/53 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 154.78 เยน/ดอลลาร์
    • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1809/1811 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1860 ดอลลาร์/ยูโร
    • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 31.662 บาท/ดอลลาร์
    • ททท.เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวโครงการ “Tourism Product Highlight 2026” ตั้งเป้า ยกระดับรับเทรนด์โลก มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดันรายได้การท่องเที่ยวแตะ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569
    • อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ทั้งปี 68 มีมูลค่าการค้ารวม 1.93 ล้านล้านบาท ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นการส่งออก 1.06 ล้านล้านบาท เพิ่ม 1.4% และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่ม 14% ไทยได้ดุลการค้าในปี 68 ทั้งสิ้น 188,579 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เติบโต มาจากการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามปี 68 มี มูลค่ารวม 1.043 ล้านล้านบาท ขยายตัว 24.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
    • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เอฟเฟกต์เศรษฐกิจทรุด ฉุดสินเชื่อแบงก์ ปี 69 จ่อติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังสินเชื่อ เอสเอ็มอีหด ตัวแรง ติดลบ 5 ปีติดต่อกัน ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ชี้แบงก์เผชิญโจทย์ท้าทายจาก “หนี้เสีย” พุ่งต่อเนื่อง ด้าน “ทีทีบี” ชี้ยอด ขายรถจ่อต่ำสุดรอบ 3 ทศวรรษ
    • ทองคำปั่นป่วนหนักสมาคมฯ ประกาศราคาเปิดตลาดประจำวันช้ากว่าปกติ ปรับราคาซื้อขายห่างกัน 200 บาท ลดเสี่ยง ชี้ อาจต้องปรับเพิ่มอีก แนะยังไม่ต้องรีบซื้อควรใช้สติและหาโอกาส ส่วนบรรยากาศร้านทองคนแห่ซื้อเก็งกำไรแน่นร้าน จากทั้งวันราคาร่วง กว่า 3,500 บาท
    • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ ประกาศว่า สหรัฐฯ และอินเดีย ได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าแล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากอินเดียในอัตรา 18% ลดลงจากเดิมที่ระดับ 25% ขณะที่อินเดียจะเก็บภาษีในอัตรา 0% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ
    • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (2 ก. พ.) ขานรับภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน
    • ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนหลังจากปธน.ทรัมป์สร้างความประหลาดใจต่อตลาดการเงินทั่วโลกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยการ ประกาศเสนอชื่อเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน
    • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันจันทร์ (2 ก.พ.) โดยตลาดถูกกดดันจากการที่ CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า รวมทั้งข่าวประธานาธิบดีโด นัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่
    • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ. ค.
    • สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS จะไม่เผยแพร่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร ประจำเดือนมกราคมตามกำหนดในวันศุกร์นี้ อันเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/565991&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jFfq4QeHqUO3hhaB2_r9s

  • อนาคตสดใสด้วยเทคนิคจำอักษรจีน: จากประสบการณ์นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ม.ศรีปทุม – คณะศิลปศาสตร์

    อนาคตสดใสด้วยเทคนิคจำอักษรจีน: จากประสบการณ์นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ม.ศรีปทุม – คณะศิลปศาสตร์

    ปลดล็อกสกิลภาษาจีนขั้นเทพ! บอกลาการคัดจนมือหงิก แล้วมาสนุกกับการจำอักษรจีนแบบฉบับเด็ก SPU กันเถอะ!

    หนีห่าว! 👋 เพื่อนๆ ชาว คณะศิลปศาสตร์ ทุกคน! เคยรู้สึกท้อกับเส้นขีดเยอะแยะยั้วเยี้ยของอักษรจีนกันบ้างมั้ย? บางทีก็แอบคิดว่า “นี่มันภาพวาดหรือตัวอักษรกันแน่เนี่ย!?” ไม่ต้องกังวลไปเลย! วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงและเทคนิคลับสุดยอด ที่จะเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุกสไตล์เด็ก SPU รับรองว่าอ่านจบแล้วจะอยากหยิบพู่กันจีนขึ้นมาเขียนเดี๋ยวนั้นเลย!

    🚀 ทำไมต้องเรียนภาษาจีน? เปิดประตูสู่อนาคตที่ปังกว่าเดิม!

    ก่อนจะไปดูเทคนิค เรามาเติมไฟกันก่อน! รู้ไหมว่าภาษาจีนไม่ใช่แค่ภาษาที่สาม แต่เป็น “ประตูสู่โอกาส” เลยนะ! ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานในบริษัทข้ามชาติ การทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว หรือแม้แต่การดูซีรีส์จีนฟินๆ แบบไม่ต้องง้อซับ! การได้เรียนในสภาพแวดล้อมดีๆ ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าเลือกถูกทางแน่นอน อนาคตสดใสรออยู่แค่เอื้อม!

    ✨ แจกทริค! เทคนิคจำอักษรจีนสไตล์เด็ก คณะศิลปศาสตร์ SPU

    มาถึงไฮไลต์ของเรากันแล้ว! ลืมการคัดแบบเดิมๆ ไปได้เลย นี่คือเทคนิคที่เพื่อนๆ ใน คณะศิลปศาสตร์ ของเราใช้กันจริงเวิร์คจริง!

    1. แยกส่วนประกอบ (Radicals) เหมือนต่อเลโก้!

    อักษรจีนส่วนใหญ่เกิดจากการรวมร่างของอักษรภาพง่ายๆ ที่เรียกว่า “Radicals” หรือ “หมวดนำ” ค่ะ แค่เรารู้ความหมายของหมวดนำพื้นฐาน ก็จะเดาความหมายของคำศัพท์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ เช่น…
    💧 หมวดนำ 氵 (shui) ที่แปลว่า “น้ำ” มักจะอยู่ในคำที่เกี่ยวกับของเหลว เช่น 河 (hé – แม่น้ำ), 湖 (hú – ทะเลสาบ) เห็นมั้ย! ง่ายเหมือนต่อเลโก้เลย!

    2. จินตนาการสร้างเรื่อง (Storytelling)

    เปลี่ยนตัวอักษรน่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องราวสุดจี๊ด! เทคนิคนี้สนุกและจำแม่นมาก เช่น…
    好 (hǎo) ที่แปลว่า “ดี” เกิดจากตัว 女 (nǚ – ผู้หญิง) มารวมกับ 子 (zǐ – เด็ก) ลองจินตนาการว่า “การที่แม่ได้อยู่กับลูก เป็นสิ่งที่ดีที่สุด” ไงล่ะ! น่ารักสุดๆ ไปเลยใช่มั้ย?

    3. เรียนรู้ผ่านสิ่งที่ชอบ (Immersive Learning)

    ใครเป็นติ่งซีรีส์จีน? ใครชอบฟังเพลงจีน? เอาความชอบมาใช้ให้เป็นประโยชน์เลย! การได้ยิน ได้เห็นคำศัพท์ในบริบทจริงๆ จะช่วยให้เราจำได้โดยไม่รู้ตัว เหล่าซือที่ SPU ก็สนับสนุนให้นักศึกษาเรียนรู้จากสื่อเหล่านี้มากๆ เลยนะ

    💖 ทำไมต้องเรียนจีนที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม?

    การมีเทคนิคดีๆ อย่างเดียวอาจไม่พอ แต่การมีสภาพแวดล้อมและอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมคือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี! ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เราไม่ได้เรียนแค่ในตำรา แต่เราได้เรียนกับตัวจริง! เหล่าซือทุกท่านใจดีและพร้อมซัพพอร์ตเราเสมอ มีกิจกรรมสนุกๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนตลอดทั้งปี ทำให้การเรียนภาษาจีนที่ SPU ไม่ใช่เรื่องเครียด แต่เป็นความสนุกที่ได้เรียนรู้ทุกวัน!
    สนใจอยากมาเป็นครอบครัวเดียวกัน คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ ได้เลย!


    เห็นไหมคะว่าภาษาจีนไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เรามีเทคนิคที่ใช่และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ก็พร้อมจะเป็นบ้านหลังที่สองที่จะช่วยปั้นอนาคตให้เพื่อนๆ ทุกคนเอง! มาสนุกกับการเรียนภาษาจีนด้วยกันนะ!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/26409/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dKXn73eIWs9UONpnG1EvQ

  • มติ ครม. วันนี้ (3 ก.พ. 69) แต่งตั้งข้าราชการ ชุดใหญ่ 4 กระทรวงหลัก

    มติ ครม. วันนี้ (3 ก.พ. 69) แต่งตั้งข้าราชการ ชุดใหญ่ 4 กระทรวงหลัก

    มติ ครม. วันนี้ (3 ก.พ. 69) แต่งตั้งข้าราชการ 4 กระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    วันนี้ (3 ก.พ. 69) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

    แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงศึกษาธิการ)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง นางพวงทอง ศรีวิลัย ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก (ผู้อำนวยการสูง) สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ และรองนายกรัฐมนตรี (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
     

    แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการต่างประเทศ)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอแต่งตั้ง นางวรพรรณี ดำรงมณี ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองอธิบดีกรมการกงสุล ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง 

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ซึ่งการแต่งตั้งข้าราชการให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับ และนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

    แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง จำนวน 2 คน แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ดังนี้

    • นายอภิชาติ รัตนราศรี  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  ด้านการบริหารงบประมาณ
    • นางชุติมา หาญเผชิญ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  ด้านบริหารจัดการ

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว
     

    แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้ง นางพวงทอง อ่อนอุระ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านกฎหมาย) ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร แทนนายสรรเสริญ อัจจุตมานัส กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านกฎหมาย) เดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ 

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า)  ได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว

    แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันการบินพลเรือน (กระทรวงคมนาคม)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอแต่งตั้ง นายวิน ธนพชรโภคิน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันการบินพลเรือน แทน นายธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก 

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป และผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

    แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนกรรมการที่ลาออกในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอแต่งตั้ง นายณวิทย์ อ่องแสวงชัย เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอนุรักษ์ศิลปกรรม/ภูมิสถาปัตย์และสิ่งแวดล้อมเมือง (ภาคเอกชน) ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเนื่องจากลาออก 

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

    แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (กระทรวงพาณิชย์)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา รวม 6 คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี ดังนี้

    1. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์  ประธานกรรมการ
    2. นางถวิลวดี บุรีกุล    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    3. รองศาสตราจารย์พีระ เจริญพร  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    4. นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    5. นายอวยชัย รางชัยกุล    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาร์ม ตั้งนิรันดร  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1219559&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vZNeYWZjq0A1os_lh6uBf

  • สหรัฐฯ พร้อม ประกาศชื่อปธ.เฟดคนใหม่ จากปธน.ทรัมป์ – เศรษฐกิจไทย ปี69 ยังมีแนวโน้มชะลอตัว

    สหรัฐฯ พร้อม ประกาศชื่อปธ.เฟดคนใหม่ จากปธน.ทรัมป์ – เศรษฐกิจไทย ปี69 ยังมีแนวโน้มชะลอตัว

    วิจัยกรุงศรี เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ในสัปดาห์นี้ ว่า ในส่วนของเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯ : เฟด ย้ำว่า ทิศทางดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาเป็นสำคัญ โดยในการประชุมวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% โดยชี้ว่าเศรษฐกิจยังโตดี ตลาดแรงงานทรงตัว ส่วนเงินเฟ้อยังค่อนข้างสูง 

    ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” เป็นว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ โดย วอร์ช มีแผนปรับเปลี่ยนระบบหรือ “regime change” และมีแผนจะลดงบดุลของเฟด

    อีกทั้งประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจะช่วยให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ 

    ทั้งนี้ ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังเติบโตและเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย วิจัยกรุงศรีคาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1-2 ครั้งในปี 2569 

    นอกจากนี้ สำหรับประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ผ่อนคลายลงหลังทรัมป์เปิดช่องเจรจาเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากการเตรียมพร้อมกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย

    จีน : กำไรภาคอุตสาหกรรมในปี 2568 พลิกกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ 0.6%  โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการถลุงและแปรรูปโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ซึ่งขยายตัวสูง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า และยานยนต์ ที่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเกินกว่ากึ่งหนึ่งยังคงเผชิญกับกำไรที่หดตัว ความหวังสำคัญจึงอยู่ที่มาตรการควบคุมการแข่งขันทางด้านราคา และการบรรเทาปัญหาอุปทานส่วนเกิน ซึ่งต้องอาศัยเวลา และอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคอุตสาหกรรมในระยะสั้น

    ด้านไทย : เศรษฐกิจไทยฟื้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 แต่มีแนวโน้มชะลอลงในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2568 ภาพรวมความต้องการทั้งในและต่างประเทศปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยการส่งออกสินค้าและรายรับภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการบริโภคภาคเอกชนได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์

    จากพัฒนาการเชิงบวกของเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค หลังจากไตรมาส 3 หดตัว (-0.6% QoQ) สอดคล้องกับมุมมองของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งประเมินว่า แรงส่งจากไตรมาสสุดท้ายจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 2.2%  

    สำหรับปี 2569 วิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงที่ 1.8% ท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ต่ำ ผลกระทบเต็มปีจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ รวมถึงข้อจำกัดของนโยบายการคลังและการเบิกจ่ายภาครัฐในช่วงรัฐบาลรักษาการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/267566&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2agxdXEof15G6JK6iw0xXC

  • เงินเดือนประธานเฟด ผู้กุมทิศทางการเงินโลก ได้รับค่าเหนื่อยเท่าไหร่?

    เงินเดือนประธานเฟด ผู้กุมทิศทางการเงินโลก ได้รับค่าเหนื่อยเท่าไหร่?

    ส่องเงินเดือนประธานเฟด ผู้กุมทิศทางการเงินโลก ได้รับเงินเดือนประจำปีอยู่ที่เท่าไหร่

    เว็บไซต์ investopedia รายงานว่า รัฐสภาสหรัฐ ในปี 2025 กำหนดเงินเดือนประจำปีของประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดอยู่ที่ 250,600 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราว 7,892,647 บาท) ส่วนเงินเดือนประจำปีของผู้ว่าการเฟดคนอื่นๆ อยู่ที่ 225,700 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราว 7,108,421.50 บาท) โดยสมาชิกคณะกรรมการบริหารรวมถึงประธานเฟด จะต้องได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีสหรัฐและได้รับการรับรองจากวุฒิสภา

    หน้าที่ของประธานเฟดคืออะไร?

    ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นหัวหน้าของระบบธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้บริหารสูงสุดของคณะกรรมการผู้ว่าการระบบธนาคารกลางสหรัฐ กฎหมายกำหนดให้ประธานต้องรายงานต่อรัฐสภาปีละสองครั้งเกี่ยวกับความคืบหน้าของนโยบายการเงินของเฟด

    นอกจากนี้ ประธานยังต้องให้การต่อรัฐสภาในประเด็นทางการเงินอื่นๆ อีกหลายเรื่องด้วย

    ประธานเฟดจะพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นครั้งคราว และจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจและการเงินอื่นๆ เป็นประจำ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    การดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ

    ตามพระราชบัญญัติการธนาคารปี 1935 ให้อำนาจประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในการแต่งตั้งสมาชิกเจ็ดคนของคณะกรรมการบริหารระบบธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve System)

    สมาชิกเหล่านี้ต้องได้รับการรับรองจากวุฒิสภา จากกลุ่มผู้ว่าการที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น ประธานาธิบดีจะเสนอชื่อประธานและรองประธานซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาเช่นกัน

    ประธานเฟดต้องมีประสบการณ์อะไรบ้าง

    โดยทั่วไป ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐมักมีพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์ แม้ว่าบุคคลที่ประธานาธิบดีเสนอชื่ออาจมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น พวกเขาอาจเคยทำงานด้านกฎหมาย การศึกษา ธุรกิจ การทหาร หรือดำรงตำแหน่งในหน่วยงานราชการ

    วาระการดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ

    สมาชิกทั้ง 7 คนของคณะกรรมการบริหารระบบธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve System) ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 14 ปี โดยประธานและรองประธานจะได้รับการคัดเลือกจากบรรดาผู้ว่าการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ และดำรงตำแหน่งผู้นำเหล่านั้นเป็นเวลา 4 ปีและสามารถได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้อีกครั้งจนครบวาระ 14 ปี

    ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) เป็นหนึ่งในตำแหน่งทางการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา และในระดับโลก เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ ระบบธนาคารของสหรัฐฯ จึงสามารถส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ รัฐสภาจึงมีอำนาจในการตรวจสอบการทำงานของประธานธนาคารกลางสหรัฐในเรื่องการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินและความมั่นคงของระบบการเงิน

    สิ่งที่เฟด หรือธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำ

    ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve ) หรือที่เรียกกันว่า “ เฟด ” (Fed) เป็นธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา หน้าที่หลักของเฟดคือการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการจ้างงานให้สูงสุด โดยการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาวและปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ

    ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐสภาในปี ค.ศ. 1913 หลังจากประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ลงนามในพระราชบัญญัติธนาคารกลางสหรัฐ

    เหตุผลหลักในการก่อตั้งเฟดก็เพื่อให้ประเทศมีระบบการเงินที่ปลอดภัย มั่นคง และยืดหยุ่นมากขึ้น หมวดหมู่หลักของความรับผิดชอบของเฟด ได้แก่:

    • การปรับนโยบายการเงินของอเมริกาไปในทิศทางที่เอื้ออำนวย โดยการควบคุมสภาวะทางการเงินและสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดการจ้างงานสูงสุดและรักษาเสถียรภาพราคา
    • การควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบภายในระบบการเงิน
    • ให้บริการทางการเงินบางประเภทแก่สถาบันการเงินและธนาคารของสหรัฐอเมริกา
    • ดำเนินการและกำกับดูแลระบบการชำระเงิน FedNow ของประเทศ

    สมาชิกเฟดได้รับเงินเดือนเท่าไหร่?

    ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของพวกเขา ในปี 2025 ประธานได้รับเงินเดือน 250,600 ดอลลาร์ และกรรมการท่านอื่นๆ ได้รับเงินเดือน 225,700 ดอลลาร์

    เงินเดือนของประธานธนาคารกลางแต่ละแห่งแตกต่างกันไป เนื่องจากธนาคารกลางเหล่านี้ดำเนินงานในลักษณะเดียวกับบริษัทเอกชน

    ประธานเฟดสามารถถูกประธานาธิบดีปลดออกจากตำแหน่งได้หรือไม่?

    ประธานาธิบดีสามารถแต่งตั้งผู้แทนคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ได้ “ด้วยเหตุผลอันสมควร” ประธานธนาคารกลางสหรัฐก็เป็นผู้แทนคณะกรรมการเช่นกัน ดังนั้นในทางเทคนิคแล้ว ประธานจึงสามารถถูกแต่งตั้งผู้แทนได้ แต่จะต้องเสียตำแหน่งผู้แทนคณะกรรมการไป

    ใครเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้รัฐบาลกลาง?

    สมาชิกคณะกรรมการเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหารและได้รับเงินเดือนจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยใช้งบประมาณที่จัดสรรผ่านกระบวนการจัดทำงบประมาณ

    สรุปแล้ว

    ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนสูงที่สุดในภาครัฐ เนื่องจากประธานมีหน้าที่รับผิดชอบและตรวจสอบการดำเนินงานประจำวันของเฟด นอกเหนือจากการเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารเฟดด้วย

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/947116/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25cJ0QkYvbAB0D8vi4QKAE