เศรษฐกิจ ‘เอเชีย’ โตทะยาน 4.8% ‘ททท.’ เร่งเกมรุก 5 ตลาดศักยภาพ

เศรษฐกิจ-‘เอเชีย’-โตทะยาน-48%-‘ททท.’-เร่งเกมรุก-5-ตลาดศักยภาพ
เศรษฐกิจ ‘เอเชีย’ โตทะยาน 4.8% ‘ททท.’ เร่งเกมรุก 5 ตลาดศักยภาพ

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) มองเศรษฐกิจโลกปี 2569 ยังมีความยืดหยุ่น แม้เผชิญความท้าทาย ชี้การเติบโตของ “เศรษฐกิจเอเชีย” เป็นโอกาสสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง พร้อมปรับกลยุทธ์จากการเพิ่มจำนวนสู่การเพิ่มคุณค่าทุกการเดินทาง มุ่งสร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับประเทศไทยสู่ “High-Value & Meaningful Destination”

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อกลางเดือน ต.ค. ตามที่ IMF ประเมิน “เศรษฐกิจโลก” ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ขณะที่ “เศรษฐกิจเอเชีย” เติบโตถึง 4.8% สะท้อนให้เห็นว่าแม้โลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังมีโอกาสใหม่สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

โดยเฉพาะตลาดสำคัญในเอเชียที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวดี ได้แก่ ไต้หวัน เติบโต 10.7%, เวียดนาม เติบโต 8.4%, มาเลเซีย เติบโต 5.2%, อินโดนีเซีย เติบโต 5.1% และสิงคโปร์ เติบโต 5% ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทยทั้งด้านการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

“การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นสัญญาณที่บอกเราว่าโอกาสและกำลังซื้อใหม่กำลังเกิดขึ้นที่ไหน และประเทศไทยจะเข้าไปสร้างโอกาสจากการเติบโตนั้นได้อย่างไร”

ททท.จึงให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจควบคู่กับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกในแต่ละตลาด โดยไม่มองเพียงจำนวนผู้เดินทาง แต่มองถึงศักยภาพการใช้จ่าย ระยะเวลาพำนัก การเดินทางซ้ำ และรายได้ที่กระจายถึงผู้ประกอบการและชุมชนในไทย

สำหรับกลยุทธ์รุก 5 ตลาดใน “เอเชีย” เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ มีดังนี้

1.ไต้หวัน

มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 90% สร้างเหตุผลใหม่ (New Reason to Come) ในการกลับมาเที่ยวไทย ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เช่น ร้านอาหารมิชลิน (Michelin) และร้านอาหารท้องถิ่น (Local Food) รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) การท่องเที่ยวเชิงศิลปะและการออกแบบ (Art & Design) และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Outdoor Adventure) ด้วยการดึงครีเอเตอร์ด้านอาหารและแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่

2.เวียดนาม

มุ่งขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มมิลเลนเนียลส์ และกลุ่ม Gen Z รวมถึงกลุ่มลักชัวรี กลุ่มไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวใหม่จากกรุงเทพฯ และพัทยา สู่เชียงใหม่ เชียงราย และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่าย

3. มาเลเซีย

ต่อยอดตลาดใหญ่อันดับ 2 ของไทย ผ่านการเดินทางทางบกและทางอากาศ ส่งเสริมการชอปปิง กลุ่มครอบครัว และท่องเที่ยวเชิงอาหาร รวมถึงกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยว เชื่อมโยงสงขลา พัทลุง และเมืองท่องเที่ยวภาคใต้ เพื่อเปลี่ยนการเดินทางระยะใกล้ให้สร้างรายได้และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่มากขึ้น

4. อินโดนีเซีย

ยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิมและครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับอาหารฮาลาล สิ่งอำนวยความสะดวก ความชัดเจนของข้อมูล และบริการตลอดเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ควบคู่กับการนำเสนอท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Health & Wellness) ความงาม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

5. สิงคโปร์

มุ่งเจาะนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและกลุ่มเดินทางซ้ำ ผ่านประสบการณ์ด้านอาหาร สุขภาพ ความงาม ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมเส้นทางบินและจุดหมายใหม่ เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ

เศรษฐกิจ ‘เอเชีย’ โตทะยาน 4.8% ‘ททท.’ เร่งเกมรุก 5 ตลาดศักยภาพ

ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยปี 2570 คือการเปลี่ยนจากการทำตลาดแบบเดียวกันทุกประเทศ สู่การเข้าใจ “ความต้องการเฉพาะ” ของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยว (Right Market, Right Experience, Right Value) โดยใช้ “จุดแข็ง” ของประเทศไทย ทั้งวัฒนธรรม อาหาร สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์ความเป็นไทย มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

ขณะเดียวกัน ททท.จะขยายความร่วมมือกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) และพันธมิตรดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ พร้อมผลักดันเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปี 2570 เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569 และส่งเสริมการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองในสัดส่วน 60:40

“กลยุทธ์เน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ หรือ Value over Volume ไม่ได้หมายถึงการลดความสำคัญของจำนวนนักท่องเที่ยว แต่หมายถึงการทำให้ทุกการเดินทางสร้างคุณค่าได้มากขึ้น ทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ชุมชน และเศรษฐกิจไทย”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1258049&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Hp9NdQcKJ_ipKUNCawZH_

Related Post