นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศแผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทั่วประเทศไว้อย่างชัดเจนบนเวที NATION FORUM x DINNER TALK : THAILAND’S AGENDA 2027 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ โดยใช้เส้นทางถนนเป็นระบบฟีดเดอร์เชื่อมโยงภายในประเทศ โดยเฉพาะเร่งการพัฒนาเส้นทางถนนสู่ภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าล้าหลังมาก
ดังนั้นจึงจะเป็นต้องเร่งพัฒนา เพราะปัจจุบันการเดินทางลงสู่ภาคใต้มีถนนสายหลักเพียงสายเดียว คือ ถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 ทำให้เกิดปัญหารถติดจนกลายเป็นคอขวด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ ทุกปี
ดันถนน 9 เส้น 2.4 แสนล้าน
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า กระทรวงคนาคม กำลังเร่งขับเคลื่อนแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ทางถนนเชื่อมต่อภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ วงเงินลงทุนกว่า 2.4 แสนล้านบาท ด้วยการลงทุนหลากหลายรูปแบบ ทั้งงบประมาณแผ่นดิน กองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์ การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) การร่วมลงทุนรัฐและเอกชน (PPP) และการกู้เงินจากธนาคารโลก (World Bank)
โครงการแรกคือมอเตอร์เวย์ M8 สายนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะทางรวม 109 กิโลเมตร โดยกรมทางหลวง (ทล.) เร่งผลักดันระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กิโลเมตร วงเงิน 54,562 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,400 ล้านบาท (5,338 ไร่) และค่าก่อสร้างงานโยธา 40,162 ล้านบาท แบ่งก่อสร้าง 2 เฟส คือ ช่วงนครปฐม-ตลาดจินดา ประมาณ 9.3-11 กิโลเมตร วงเงิน 10,509 ล้านบาท ใช้งบจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง และช่วงตลาดจินดา-ปากท่อ ประมาณ 50-51.8 กิโลเมตร วงเงิน 29,653 ล้านบาท ซึ่งเตรียมขอใช้การระดมทุนผ่าน TFFIF ร่วมกับงบปี 2571
ทั้งนี้ปัจจุบัน ทล.อยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดเพื่อเสนอ ครม.อนุมัติภายในปีนี้ คาดว่าจะออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินและเริ่มก่อสร้างงานโยธาในปี 2571 ก่อนเปิดให้บริการพร้อมงานระบบ (O&M) วงเงิน 6,591 ล้านบาท เต็มรูปแบบในปี 2576 ซึ่งจะย่นเวลาเดินทางนครปฐม-ปากท่อจาก 90 นาที เหลือ 30 นาที
ขยายถนนเพชรเกษม 8 เลน
โครงการที่สองคือการขยายถนนคู่ขนานถนนเพชรเกษม และยกระดับเป็นมอเตอร์เวย์ ช่วงปากท่อ-ปราณบุรี โดยขยายผิวจราจรเดิมจาก 4 ช่องเป็น 8 ช่องจราจร มุ่งหน้าสู่เพชรบุรี ผ่านแก่งกระจานไปบรรจบที่อำเภอปราณบุรี พร้อมปรับ 4 ช่องจราจรตรงกลางเป็นมอเตอร์เวย์แบบกึ่งควบคุมการเข้าออก และสร้างสะพานยกระดับข้ามทางแยกสำคัญ ใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์และ TFFIF เริ่มตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ดันมอเตอร์เวย์ถึงมาเลเซีย
ส่วนมอเตอร์เวย์ M84 สายหาดใหญ่–ชายแดนไทย-มาเลเซีย ระยะทาง 62.4 กิโลเมตร เชื่อมจากถนนเพชรเกษม อำเภอบางกลํ่า จังหวัดสงขลา ไปยังด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 พร้อมแนวเส้นทางเชื่อมเข้า-ออกสนามบินหาดใหญ่ (Spur Line) เข้าท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ 7.86 กิโลเมตร วงเงินรวม 40,787 ล้านบาท รายงาน EIA ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและ ครม.รับทราบแล้ว
ขณะนี้ ทล.เตรียมเสนอผลทบทวนรูปแบบ PPP ต่อกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการ PPP ทั้งนี้ ทล.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4369 (แยก ทล.4-ด่านสะเดาแห่งที่ 2) 4 ช่องจราจร ระยะทาง 5.496 กิโลเมตร วงเงิน 463 ล้านบาท เสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยเว้นพื้นที่กลางไว้รองรับ M84 ซึ่งมีแผนก่อสร้างงานโยธาในปี 2570-2573
ด้านถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ระยะทาง 66.84 กิโลเมตร วงเงิน 5,711 ล้านบาท ทล.เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมและ ครม.อนุมัติภายในปีนี้ ก่อนเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างในปี 2571 คาดเปิดให้บริการปี 2574 แบ่งเป็นด้านตะวันออก 31.33 กิโลเมตร เริ่มจากบ้านทุ่งน้า ผ่านถนนหมายเลข 407 และ 43 บรรจบทางหลวงหมายเลข 4 ด้านใต้ของเมืองหาดใหญ่ ถึงทางเข้าสนามบิน และด้านตะวันตก 35.51 กิโลเมตร เริ่มจากสนามบินหาดใหญ่ขึ้นเหนือผ่านทางหลวงหมายเลข 4287 เชื่อมทางหลวงหมายเลข 4 ด้านเหนือของเมือง และ M84 ไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 414
สร้างทางด่วนสมุย
สำหรับทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร วงเงิน 74,044 ล้านบาท ขณะนี้ กทพ.อยู่ระหว่างสรุป ผลการศึกษาความเหมาะสม เพื่อหารือกับหน่วยงานสาธารณูปโภค คาดเสนอ ครม.ภายในปี 2571 เริ่มก่อสร้างปี 2572 เปิดให้บริการปี 2577 แนวเส้นทางเริ่มจากอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้ามอ่าวไทยไปสิ้นสุดที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย เป็นสะพานยกระดับข้ามทะเล มีทั้งช่วงสะพานขึงสูง 50 เมตรเพื่อให้เรือรบหลวงและเรือสินค้าข้ามได้ ช่วงสะพานคานขึง ข้ามแนวปะการัง และช่วงสะพานคานกล่อง
นอกจากนี้ยังมีทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 67,461 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 29,547 ล้านบาท และค่าก่อสร้างรวมควบคุมงาน 37,913 ล้านบาท อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด คาดเสร็จเดือน ม.ค.2570 และเสนอ ครม.ภายในเดือน ต.ค.2570
แนวเส้นทางประกอบด้วยทางระดับดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์บริเวณเทือกเขากมลา ไปบรรจบระยะที่ 1 บริเวณทางหลวงหมายเลข 4029 มี Spur Line บริเวณม่าหนิก 2 เพื่อระบายรถเข้าตัวเมืองภูเก็ต และพัฒนาพื้นที่บริการทางหลวง 2 จุด ได้แก่ Service Area 37 ไร่ และ Rest Stop 13 ไร่ เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน
ลุยสะพานข้ามทะเลสาบ
โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา โดยกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เชื่อมตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง 6.6 กิโลเมตร วงเงิน 4,604 ล้านบาท รายงาน EIA ผ่านแล้ว ครม.อนุมัติสัญญาเงินกู้แล้ว ทช.ลงนามสัญญาจ้างเอกชน พร้อมออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน วันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เปิดให้บริการปี 2572 เป็นเงินกู้ World Bank 70% ประมาณ 3,290 ล้านบาท หรือ 101.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ร่วมกับงบประมาณแผ่นดิน 30% ประมาณ 1,410 ล้านบาท ตัวสะพานเป็นคานขึงและคานคอนกรีตรูปกล่อง ออกแบบราวสะพานด้วยจิตรกรรมมโนราห์ ลดระยะทางอ้อมทะเลสาบจาก 80 กิโลเมตร เหลือ 7 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจาก 2 ชั่วโมง เหลือ 15 นาที
เร่งสะพานเชื่อมเกาะลันตา
ส่วนสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดย ทช. เชื่อมตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย ระยะทางรวม 2,240 เมตร (ตัวสะพาน 1,825 เมตร ถนนต่อเชื่อม 415 เมตร) วงเงิน 1,781 ล้านบาท รายงาน EIA ผ่านแล้ว ครม.อนุมัติสัญญาเงินกู้แล้ว ทช.ลงนามสัญญากับบริษัทจากมาเลเซีย และเตรียมออก NTP วันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 กำหนดเสร็จปี 2572
ทั้งนี้จะกู้เงินจาก World Bank 70% ประมาณ 1,260 ล้านบาท และงบประมาณ 30% ประมาณ 540 ล้านบาท สะพานนี้จะทดแทนแพขนานยนต์เดิม ร่นเวลาเดินทางเข้าออกเกาะจาก 1-2 ชั่วโมง เหลือ 2 นาที และอำนวยความสะดวกในการส่งตัวผู้ป่วยฉุกเฉินและอพยพประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ
ปั้นถนนเลียบชายฝั่งทะเล
โครงการสุดท้ายคือถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ซึ่งครอบคลุมถนนของหลายหน่วยงาน ในส่วนของ ทช. แบ่งเป็น 5 ระยะ ระยะที่ 1 สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะที่ 2 ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา ประมาณ 600 กิโลเมตร อยู่ระหว่างขอสนับสนุนงบปี 2570 วงเงิน 45 ล้านบาท เพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการ นอกจากนี้ ปีงบประมาณ 2570 ทช.จะใช้งบ 21 ล้านบาท สำรวจและออกแบบโครงการไทยแลนด์ริเวียร์ร่า เส้นทางสิชล-ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 30 กิโลเมตร
ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร สำรวจออกแบบและจัดทำ EIA เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง โดยในปี 2570 จะสำรวจอสังหาริมทรัพย์
ส่วนระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร สำรวจออกแบบและผ่านการพิจารณา EIA แล้ว ขณะนี้ ทช.เข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้ว 2 โครงการ รวมประมาณ 81 กิโลเมตร
ระยะที่ 4 สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 155.680 กิโลเมตร อยู่ระหว่างศึกษาความเป็น ไปได้ คาดแล้วเสร็จปี 2569 และระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ระนอง-พังงา-ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-สตูล อยู่ระหว่างการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รวม 600 กิโลเมตร
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศราฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,247 วันที่ 25 – 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/672086&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s0EnPDeXfQd-GgrPpDkLO

