“ยศชนัน” เปิดนโยบาย ป.ย.ป. ปี 69 ทลายไซโลขับเคลื่อน 3 โจทย์ใหญ่ ดัน ‘เศรษฐกิจอวกาศ-Siam Silica’ พลิกธรรมชาติเป็นเงินสกุลใหม่
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ได้จัดพิธีปฐมนิเทศและมอบนโยบายหลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (หลักสูตร ป.ย.ป.) ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงาน ป.ย.ป. เป็นประธาน
การรวมพลังครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 17 หน่วยงานภาครัฐระดับปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการ ผ่านกระบวนการ Policy Innovation Lab เพื่อเปลี่ยนกรอบความคิดผู้บริหารระดับสูงจากการบริหารแยกกระทรวง มุ่งสู่การบริหารประเทศร่วมกัน ภายใต้ 3 โจทย์บูรณาการหลัก คือ การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่ออนาคต, การใช้วิทยาศาสตร์และ AI อย่างมีธรรมาภิบาล และการฟื้นฟูทุนธรรมชาติเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
นายยศชนันได้มอบนโยบายไฮไลต์สำคัญระบุถึงความจำเป็นในการสร้าง “เศรษฐกิจอวกาศ” (Space Economy) เพื่อให้ประเทศไทยมี “ดวงตาเป็นของตัวเองบนฟ้า” ลดการพึ่งพาข้อมูลดาวเทียมจากต่างชาติ พร้อมเคลียร์ข้อวิจารณ์ของสังคมที่ว่า “คนยังจนอยู่จะไปอวกาศทำไม” โดยชี้แจงว่าอวกาศเป็นเรื่องของอำนาจอธิปไตยทางข้อมูลและการเกษตรแม่นยำ ซึ่งสามารถนำห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยเข้าไปร่วมขับเคลื่อนได้
นอกจากนี้ ยังประกาศผลักดันบิ๊กโปรเจกต์ระดับชาติ “Siam Silica” ยุทธศาสตร์สร้างรากฐานเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ AI ของไทย เพื่อป้องกันการผูกขาดเทคโนโลยีจากต่างชาติ ควบคู่ไปกับวิสัยทัศน์การนำเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมขั้นสูง หรือ Genomics มาพลิกฟื้นความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ทั้งในดิน น้ำ และทะเลไทย โดยตั้งเป้าหมายสุดท้าทายในการ “เปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นเงินสกุลใหม่” เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจมหาศาล ผู้นำในยุค AI ไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง แต่เป็นคนที่สามารถเรียกใช้คนที่เก่งกว่ามาร่วมงานได้
รองนายกรัฐมนตรียังเสนอให้ภาครัฐปรับบทบาทจากผู้สั่งการ (Dictator) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ทลายกำแพงการทำงานแบบไซโล และรื้อกลไกทางการเงินเพื่อดึงดูดกลุ่มทุนเสี่ยง (VC) เข้ามาขับเคลื่อนนวัตกรรมกลุ่ม Startup และ Scale-up ในอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมฝากข้อคิดให้สนับสนุนงานวิจัย (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้นักวิจัยเกิดภาวะขาดทุนทางความคิด ซึ่งจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2946711&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Yf2UKvpg6Y_LJHxgdhWu6
