นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักงานวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 69 อยู่ที่ 2% และคาดว่าในปี 70 จะเติบโตในระดับเดียวกันที่ 2% คาดว่าไตรมาส 2 จะเติบโตได้ 1.8% ไตรมาส 3 ขยับขึ้นเป็น 2.1% และไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 1.1% ซึ่งเป็นการชะลอตัวเนื่องจากฐานที่สูงในปีที่แล้ว แต่ยังไม่เห็นสัญญาณที่จะทำให้จีดีพีกลับไปโตแตะระดับ 3% ได้ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า หากไม่มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
“เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงเติบโตระดับ 2-2.5% แบบนี้ไปอีก 3-5 ปี มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาโตได้เหนือ 3% ยกเว้นจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาสำหรับเศรษฐกิจไทยที่ยังโตต่ำในระยะยาวหากไม่ได้รับการแก้ไข”
ทั้งนี้ ยืนยันว่าระดับ 2% นี้คือจุดต่ำสุดที่จะเห็นในช่วงปี 69 และปี 70 โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะผลักดันให้จีดีพีทะยานเกิน 3% ได้ในระยะอันใกล้ โดยมองว่าการบริโภคไม่ใช่เครื่องยนต์หลักอีกต่อไป ในอดีตการบริโภคมักเติบโตสูงกว่าจีดีพี แต่ในปัจจุบันและอนาคต 5 ปีข้างหน้า คาดว่าการบริโภคจะโตต่ำกว่าจีดีพี เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและกำลังซื้อระดับล่างที่อ่อนแอ ขณะที่มาตรการรัฐช่วยได้เพียงระยะสั้น เช่น การแจกเงินหรือมาตรการกระตุ้นการบริโภค มักเห็นผลเพียง 1-2 เดือน หลังจากหมดมาตรการการใช้จ่ายจะแผ่วลงทันที
อย่างไรก็ตามแม้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ จะเข้าไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ยังไม่ได้มีการกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงยังไม่เกิดการทวีคูญทางเศรษฐกิจ ที่เร่งมากนัก ตัวภาคก่อสร้างยังทรุดตัว รายได้คนกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ด้านภาคการส่งออกเป็นบวก และสนับสนุนภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมโดยรวม แต่เนื่องจากในหลายอุตสาหกรรมมีสัดส่วนนำเข้าค่อนข้างสูง จึงยังไม่เห็นการส่งออกสุทธิที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ด้านนโยบายการเงินพร้อมผ่อนคลายต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงก่อนหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองเป็นปัญหาด้านอุปทาน ไม่ใช่ด้านอุปสงค์ เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เงินเฟ้อก็มีโอกาสย่อลงได้ มองว่าโอกาสที่ธปท.จะคงดอกเบี้ย 1% ตลอดทั้งปี
ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าราว 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ช่วงที่ผ่านมา น่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูง และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่มองว่า ไตรมาส 3 โอกาสที่ค่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าที่ 33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสเป็นไปได้ มีเงินไหลเข้า และการคาดการณ์ว่าสหรัฐจะยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้
นายอมรเทพ กล่าวว่า ภาครัฐควรเปลี่ยนจากการแจกเงินในวงกว้าง มาเป็นการใช้มาตรการเฉพาะจุด เพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริงเพื่อรักษาวินัยทางการคลัง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 3 ด้านหลัก ทั้งการยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้สอดรับกับอุตสาหกรรมใหม่ที่เข้ามาลงทุน, การแก้ปัญหาภาคเกษตร สร้างแหล่งกักเก็บน้ำและสาธารณูปโภคเพื่อรับมือความผันผวนของภูมิอากาศ และการส่งเสริมเอสเอ็มอี แก้ไขปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อที่ติดลบต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6030376/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tRzXdKQC_kTatj76lCPB4
