“เอกนิติ” ชูเครดิตไทยแข็งแรง เตรียมถก กรอ. รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

“เอกนิติ”-ชูเครดิตไทยแข็งแรง-เตรียมถก-กรอ.-รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจและผลการจัดอันดับของประเทศไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings หรือ S&P ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ พร้อมมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ 

ขณะที่สถาบัน International Institute for Management Development หรือ IMD ได้ปรับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยดีขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 26 จากเดิมอันดับ 30 จากทั้งหมดประมาณ 70 ประเทศ

กระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โดย IMD ระบุว่า ไทยมีจุดแข็งของด้านเสถียรภาพต่างประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นเกิน 2.5 เท่า ตลอดจนเสถียรภาพในประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำ 

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับการดำเนินมาตรการ Thailand FastPass ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ รวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเอื้อให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม IMD ได้ระบุถึงจุดอ่อนของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการพึ่งพาพลังงานที่ไทยอยู่ในอันดับ 67 ซึ่งการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูงเกือบร้อยละ 10 ของจีดีพี ส่งผลกระทบให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในช่วงที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูป 

รวมถึงปัญหาด้านประสิทธิภาพและทักษะแรงงาน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่ยังมีอันดับไม่ดีนัก โดยรัฐบาลได้มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่นำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเพิ่มทักษะแรงงานและโครงการทักษะเชื่อมโยงของบีโอไอเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ซึ่งจะเริ่มประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. นี้ โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน เพื่อร่วมกันหาทางออกแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หารือถึงการขับเคลื่อนและปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว 

ทั้งด้านพลังงาน การศึกษา การเปิดตลาดใหม่ และการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน สำหรับการประชุม กรอ.ชุดนี้ ได้เชิญนายกสมาพันธ์เอสเอ็มอีเข้าร่วมหารือด้วย ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมา เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย 

โดยมีแผนเตรียมหารือเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งบีโอไอได้อนุมัติกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อให้สินเชื่อแก่เอสเอ็มอีในการปรับโครงสร้าง เปลี่ยนเครื่องจักร และปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมสนับสนุนการทำ Local Content เพิ่มแต้มต่อ ซึ่งจะเน้นเรื่อง Made in Thailand มากขึ้น โดยต้องจับมือกับภาคเอกชน กระทรวงการคลังกำลังเตรียมโครงการมาตรการพี่ช่วยน้อง เพื่อดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

รวมถึงการปรับยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ในวันอังคารจะมีการต่อยอดมาตรการบีโอไอฟาสต์พาสที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อช่วยปลดล็อกและลดขั้นตอนการอนุมัติการลงทุนให้รวดเร็วขึ้น 

ในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์จะมีการประชุมในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 69 ซึ่งจะดูและรับฟังความคิดเห็นในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และชุมชน 

ขณะที่เรื่องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ บีโอไอ อยู่ระหว่างการทบทวนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลและคลาวด์เซอร์วิสเพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการได้ในราคาถูกลง ควบคู่ไปกับการป้องกันปัญหาการแย่งใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าในประเทศ โดยอาจพิจารณาให้ผู้ลงทุนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงเพื่อเสริมความมั่นคง 

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขการเติบโตของจีดีพีระยะสั้นในปีนี้ แต่ให้ความสำคัญกับการรักษาจุดแข็งด้านเสถียรภาพ กำจัดจุดอ่อนด้านพลังงานและกฎระเบียบ โดยเตรียมหารือใน กรอ. เพื่อกำหนดแผนดำเนินงานระยะสั้น 6 เดือน ระยะ 1 ปี และเป้าหมายการยกระดับประเทศในระยะ 4 ปี

“หัวใจสำคัญวันนี้ คือผมไม่ได้เน้นเรื่องเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นเลย GDP ปีนี้ไม่ใช่เป้าหมาย คือเราต้องทำให้ดีขึ้น ให้โต ให้โตมากกว่า 2% แต่วันนี้หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือเราต้องรักษาจุดแข็ง “เรื่องเสถียรภาพ” กำจัดจุดอ่อน คือเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะที่เราเป็นอันดับเกือบสุดท้าย คือการพึ่งพาพลังงาน จึงต้องเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เรื่องแรงงาน กำจัดจุดอ่อนเรื่องทักษะของคน เรื่องกฎกติกาที่มันวุ่นวายยุ่งยากกับนักลงทุนและคนระดับนักธุรกิจ กำจัดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง แล้วก็มองที่ Rating ทั้งหลายที่เขามองเราดีขึ้น ก็มองเป็นกำลังใจ แต่มองที่เขาคอมเมนต์ด้วยเป็นแนวทาง เป็นการบ้าน ก็เปลี่ยนกำลังใจให้เป็นการบ้าน  เดี๋ยววันจันทร์จะตกลงร่วมกับ กรอ. ภาครัฐ เอกชน ผมตั้งใจจะบอกว่าจะมีเป้าไม่ใช่ GDP ในปีนี้ แต่คืออีก 4 ปี ที่เราจะยกระดับประเทศไปถึงไหน “

กระทรวงการคลัง
นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

ด้านนายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า เรื่องเสถียรภาพมีความสำคัญอย่างมากในบริบทโลกปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยอาจสิ้นสุดลง 

ขณะที่หลายประเทศเพื่อนบ้านต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดูแลไม่ให้ค่าเงินอ่อนค่า การที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทำให้ไม่ต้องถูกบีบบังคับให้ดำเนินนโยบายที่ไม่เหมาะสมกับเศรษฐกิจในประเทศ 

อย่างไรก็ตาม การมีเสถียรภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องนำมาใช้สร้างเรื่องราวการเติบโตใหม่ให้แก่ประเทศ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ โดยมีความจำเป็นต้องเข้าร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ตกขบวน 

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญคือการทำให้อุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถยกระดับและดึงให้คนไทยรวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมใหม่นี้ได้อย่างแท้จริง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/277913&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oq1YnSzCFwRJOdDoBMSy6