นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

นักศึกษาอินโดฯ-นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา-กดดันปธน.ปราโบโว-ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

นักศึกษาชาวอินโดนีเซียกว่า 1,500 คน เดินขบวนประท้วงรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เรียกร้องลดราคาน้ำมัน อาหาร พร้อมยกเลิกโครงการรัฐที่มองว่าสิ้นเปลือง ขณะเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียรวมตัวชุมนุมในกรุงจาการ์ตา เพื่อประท้วงนโยบายเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น และภาระหนี้สาธารณะที่ขยายตัว

โดยการชุมนุมครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า “อินโดนีเซียกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะล้มละลาย” (Heading to Bankrupt Indonesia) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,500 คน โดยผู้ประท้วงสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษา ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณอนุสาวรีย์แห่งชาติและวงเวียนโรงแรมอินโดนีเซีย ใจกลางกรุงจาการ์ตา

คณะผู้บริหารนักศึกษามหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (BEMUI) ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญปัญหารุนแรง ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง ราคาสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้น ตำแหน่งงานลดลง หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องหลัก 5 ประการ โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอาหาร รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการสวัสดิการบางส่วนที่มองว่าใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่คุ้มค่า เช่น โครงการอาหารฟรีสำหรับนักเรียน ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของปราโบโว และโครงการสหกรณ์หมู่บ้านทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังแสดงความไม่พอใจต่อการใช้งบประมาณภาครัฐ การปรับขึ้นราคาพลังงาน และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกองทัพในภาคพลเรือน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจสะท้อนแนวโน้มรวมศูนย์อำนาจมากขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน

ระหว่างการชุมนุมเกิดเหตุปะทะเป็นระยะ เมื่อผู้ประท้วงบางส่วนพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรั้วเหล็กรักษาความปลอดภัย พร้อมขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เกิดการชุลมุนบริเวณพื้นที่ชุมนุม ฝ่ายจัดงานอ้างว่า มีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกสกัดไม่ให้เข้าร่วมการประท้วงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ขณะที่ทางการได้ระดมกำลังตำรวจและทหารราว 6,000 นาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุรุนแรง

ทั้งนี้ การชุมนุมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในแรงกดดันทางการเมืองครั้งสำคัญที่รัฐบาลปราโบโวต้องเผชิญ หลังถูกวิจารณ์เพิ่มขึ้นทั้งในประเด็นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายงบประมาณ และแนวทางการบริหารประเทศที่ถูกมองว่ามีลักษณะรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2939240&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vTeoUNMaZkW3c5LXRrhZV

More posts