ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งใหม่และมีแนวคิดอนุรักษนิยมอย่างเหนียวแน่น คาดว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ และจะเป็นนายกฯ ญี่ปุ่นคนที่ 5 ในรอบไม่กี่ปี
ทาคาอิจิวัย 64 ปีซึ่งชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเมื่อวันเสาร์ วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้นำสายแข็งที่มุ่งเน้นการป้องกันประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อปัญหาผู้อพยพและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญในการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP
ทาคาอิจิเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เธอเคยวิพากษ์วิจารณ์จีนและกำลังทหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างตรงไปตรงมา และยังเคยไปเยี่ยมศาลเจ้ายาสุกุนิ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิทหารในช่วงสงครามของญี่ปุ่น และอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ป่นกับเพื่อนบ้านในเอเชียซับซ้อนขึ้น
– หญิงเหล็ก 2.0 –
ทาคาอิจิเคยเป็นมือกลองในวงดนตรีเฮฟวีเมทัลของมหาวิทยาลัย เธอยกย่องอดีตนายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ อังกฤษให้เป็นวีรบุรุษทางการเมืองของตัวเอง
แต่ถึงแม้การเลือกตั้งของเธอ “จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิง” ตามที่ ซาดาฟูมิ คาวาโตะ ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวกล่าว แต่เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านบรรทัดฐานของระบบชายเป็นใหญ่แต่อย่างใด
ทัศนคติของทาคาอิจิเกี่ยวกับเรื่องเพศทำให้เธออยู่ในฝ่ายขวาของพรรค LDP ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษนิยมอยู่แล้ว และเธอยังคัดค้านการแก้ไขกฎหมายในศตวรรษที่ 19 ที่กำหนดให้คู่สมรสต้องใช้นามสกุลเดียวกัน ซึ่งเป็นกฎที่ส่งผลให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องใช้นามสกุลเดียวกับสามี
ทาคาอิจิสนับสนุนการผ่อนคลายการเงินเชิงรุกและการใช้จ่ายทางการคลังจำนวนมาก โดยสะท้อนนโยบาย “อาเบะโนมิกส์” ซึ่งหากนำมาใช้ซ้ำอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อตลาดได้
เธอยังแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับอาชญากรรมและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของชาวต่างชาติในญี่ปุ่น และเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะดึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หนีจากพรรค LDP กลับมาสู่พรรคชาตินิยมใหม่ที่มีข้อความต่อต้านผู้อพยพ
จะสานสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้น
ทาคาอิจิกล่าวว่า การสร้างพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่สุดทางการทูตของเธอ
“สิ่งสำคัญคือต้อง…ยืนยันการเสริมสร้างพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ” เธอกล่าว ทาคาอิจิเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือผ่านกรอบความร่วมมือสามฝ่าย ซึ่งรวมถึงพันธมิตรระดับภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ โดยให้คำมั่นว่าญี่ปุ่นจะมีบทบาทมากขึ้นในการสร้างอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง
ในเรื่องภาษีศุลกากร เธอกล่าวในการอภิปรายกลุ่มก่อนหน้านี้ว่า เธอจะไม่ลังเลที่จะผลักดันให้มีการเจรจาใหม่กับสหรัฐฯ หากข้อตกลงดังกล่าวถูกนำไปปฏิบัติในลักษณะที่ถือว่าก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ยุติธรรมต่อญี่ปุ่น
Photo by Yuichi YAMAZAKI / POOL / AFP
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/conservative-sanae-takaichi-japan-first-woman-pm-to-be&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nrbpA09mtL8LB1i0nEI_5
