ไทย ตั้งเป้า! ดึง นทท.จีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน ภายใน 4 เดือน

ไทย-ตั้งเป้า!-ดึง-นทท.จีนเที่ยวไทย-2-ล้านคน-ภายใน-4-เดือน

“รองนายกฯ ธรรมนัส” ตั้งเป้า! ดึง นทท.จีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน ภายใน 4 เดือน เน้นสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย ช่วงไฮซีซั่น-การแข่งขันซีเกมส์

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบูรณาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพัฒน์พงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนข้างหน้ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเยือนไทยไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ซึ่งการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญมาก รวมถึงความสัมพันธ์ไทย–จีน

ด้านนายอรรถกร ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง โดยตั้งเป้าให้จำนวนใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ ยังเน้นสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ

สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย ตำรวจท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมตลอด High Season โดยมีศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ทำงาน 24 ชั่วโมง พร้อมแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา รวมทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย โดยมีฟังก์ชันแจ้งเหตุ สอบถามข้อมูล และปุ่ม SOS ส่งต่อไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในทุกจังหวัดและสถานีตำรวจพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวจัดทำสถิติเปรียบเทียบอาชญากรรมกับนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมประชาสัมพันธ์พื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยใช้ระบบ AI Detect สแกนใบหน้าเชื่อมโยงหมายจับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ การดำเนินงานจะมีการบูรณาการร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) โดยมีเจ้าหน้าที่รวม 274 คน ครอบคลุม 79 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรองรับการท่องเที่ยวและการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะจัดขึ้นในช่วงไฮซีซั่น

นอกจากนี้ ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยการค้าระหว่างไทย–จีนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มีมูลค่ากว่า 96,254 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ขยายตัวถึง 28.1% ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น ขอบคุณฝ่ายจีนที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญยิ่งของไทยโดยเฉพาะสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย มันสำปะหลัง และยางพารา และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ช่วง 8 เดือนแรกนี้ จีนได้นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น หากยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยและจีน

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในปีแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ปีนี้ ไทยและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการซื้อขายข้าว ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ(G to G) จำนวนที่ยังค้างส่งมอบ 280,000 ตัน ได้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันแนบแน่นของสองประเทศ

ขณะที่ ด้านการลงทุน จีนยังคงเป็นนักลงทุนโดยตรงอันดับ 1 ในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว จีนยังคงเป็นตลาดหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยรัฐบาลไทยมุ่งมั่นสร้างความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจีน และระหว่างนี้เป็นช่วงวันหยุดยาว “Golden Week” ของจีนจึงเป็นโอกาสอันดีที่นักท่องเที่ยวจีนจะมาเที่ยวเมืองไทย ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลและประชาชนชาวไทยพร้อมต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ นโยบายของรัฐบาลที่สอดคล้องกับความร่วมมือไทย–จีนใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาด เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และการแลกเปลี่ยนประชาชนทั้งด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

RELATED

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/257983/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw161YwPwm1zGhGOboczpLGG